บทที่ 2 ดอกบัวขาวน้อย[1]* ทนรอไม่ไหวแล้วเหรอ?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เจียงหว่านห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกผิดไม่ได้ แม้จะรู้ว่าเขากำลังพูดถึงเ้าของร่างเดิมก็ตาม
แต่เพราะเธอกินมากเกินไป จนบะหมี่ดันติดคอ ถึงดื่มน้ำตามมันก็ยังไม่ออก
เจียงหว่านที่บะหมี่ติดคอพยายามส่ายหัวและกลอกตาไปมาอย่างร้อนรน
ส่วนเฉียวเหลียนเฉิงหยุดพูดไปสักพักก่อนจะว่าต่อ
“ผมจะซื้อตั๋วกลับบ้านให้คุณ และผมจะให้เงินคุณห้าสิบหยวนกับตั๋วอาหารอีกยี่สิบใบ ชดเชยสำหรับเื่ทุกอย่างที่ผ่านมา”
เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านเงียบไป เขาจึงหันไปมอง และเห็นว่าหญิงกำลังส่ายหัวราวกับผีเข้า
เฉียวเหลียนเฉิงขมวดคิ้วงุนงงพลางกล่าวว่า
"เจียงหว่าน การมั่วสุมเพื่อเล่นการพนันนั้นผิดกฎหมาย! ถ้าคุณไม่เห็นด้วย ผมจะรายงานสถานการณ์ตามความเป็จริง ถึงตอนนั้นเรายังคงได้รับอนุญาตให้หย่าได้ แต่คุณจะต้องติดคุก!"
เจียงหว่านไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดอีกต่อไป
เธออึดอัดและรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย ดังนั้นเธอเร่งรีบลุกจากเตียง มือข้างหนึ่งแตะหน้าอก ยื่นอีกข้างหนึ่งไปหาเฉียวเหลียนเฉิง
เพราะความอึดอัดจากการสำลัก ใบหน้าของเธอจึงแดงก่ำน่าเกลียด
"ช่วย ช่วยด้วย!"
เจียงหว่านหวังว่าเฉียวเหลียนเฉิงจะช่วยเธอ
ทว่าท่าทางการััหน้าอกด้วยมือข้างเดียว และอีกข้างเอื้อมมือไปหาเฉียวเหลียนเฉิงนั้นชวนให้เขาจินตนาการไปไกล
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวด้วยใบหน้ามืดมน "เจียงหว่าน โปรดเคารพตัวเองด้วย"
เจียงหว่านไม่สนใจเื่นั้นอีกต่อไป เธอไม่อยากตายหลังจากได้มีชีวิตอีกครั้งนะ และตอนนี้คนเดียวที่ช่วยเธอได้คือเฉียวเหลียนเฉิง!
เธอจึงก้าวไปข้างหน้าเฉียวเหลียนเฉิง ใช้มือตบหน้าอกอย่างสิ้นหวัง
ตุ้บ ๆ
ปัญหาคือเจียงหว่านอ้วนเกินไป อ้วนจนไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างหน้าอกกับหน้าท้องได้เสียนี่
ในสายตาของเฉียวเหลียนเฉิง การกระทำนี้คงเป็การเล่นละครของเจียงหว่านที่พยายามจะหลอกเขา
ใบหน้าของเฉียวเหลียนเฉิงแข็งท่อ เส้นเืบนหน้าผากปูดขึ้น นึกไปถึงคืนที่ตัวเองถูกมอมยา
ทันใดนั้นความเกลียดชังทั้งเก่าและใหม่ผสมปนเปรวมเข้าด้วยกัน!
"เจียงหว่าน..." เขากัดฟันกรอดและเค้นเสียงออกมาทีละคำ
“จะหย่าร้างหรือจะติดคุกแล้วค่อยหย่าร้าง คุณเลือกเอาเองก็แล้วกัน!”
เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกไปอย่างไร้เยื่อไย
เมื่อเห็นอย่างนั้น เจียงหว่านก็ร้อนรน ถ้าเขาจากไปเธอต้องสำลักตายสิ แล้วไหนจะถูกรายงานความผิดนั่นอีก เธอรับไม่ไหวหรอกนะ
ตอนนี้เป็่ต้นทศวรรษที่ 1980 รัฐบาลมีความแข็งแกร่งและกำลังปราบปรามการพนัน หากจับผู้นำในการเปิดโรงพนันได้ พวกเขาจะถูกยิงทันที
แม้แต่คนที่เข้าร่วมก็ต้องถูกนำไปเป็แรงงาน
ด้วยความวิตกกังวล เจียงหว่านไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก เธอรีบวิ่งไปที่ประตูสองสามก้าวแล้วกอดเฉียวเหลียนเฉิงไว้แน่น
เนื่องจากแรงกอดรัดที่มากเกินไป รวมกับน้ำหนักที่ไม่น้อย เฉียวเหลียนเฉิงจึงล้มลงบนพื้นโดยตรงและถูกบดขยี้อยู่ใต้ตัวเธอ
แต่เป็เพราะการล้ม
ทำให้สิ่งที่ติดในลำคอของเธอหลุดออกมาด้วยแรงกระแทก
พรวด!
มันพุ่งกระแทกใส่หน้าเฉียวเหลียนที่อยู่ด้านล่าง!
เจียงหว่านตกตะลึง เฉียวเหลียนเฉิงก็ตกตะลึงเช่นกัน
เจียงหว่านมองไปที่เฉียวเหลียนเฉิงนิ่ง
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันจะไปแล้ว!”
“นายไม่จำเป็ต้องชดเชยเงินห้าสิบหยวนอะไรให้ฉันด้วย แค่ซื้อตั๋วก็พอ!”
เฉียวเหลียนเฉิงที่ใบหน้าดำคล้ำพยายามเช็ดใบหน้าของเขา และพูดอย่างเ็า
“คุณจะทำตามที่พูดจริงหรือเปล่า?”
เจียงหว่านพยักหน้า "ใช่ ๆ ฉันจะทำอย่างที่พูด นายควรยื่นรายงานนะ เราจะหย่าร้างกัน ใครก็ตามที่อยู่จะเป็ลูกหมา!"
เฉียวเหลียนเฉิงกัดฟันพูด
“เอาล่ะ งั้นตอนนี้คุณลงจากตัวผมก่อน คุณไม่รู้หรือไงว่าตัวคุณหนักแค่ไหน”
ด้วยน้ำหนักร้อยห้าสิบกิโลกรัมที่กดทับบนตัวทำเอากระดูกของเขาแทบหักแล้ว!
เจียงหว่านลุกขึ้นอย่างเร่งรีบ
ส่วนเฉียวเหลียนเฉิงใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อลุกขึ้นยืน
เขาลูบหน้าอกและพูดอย่างเ็า
"ผมคงต้องใช้เวลาสักสองสามวันก่อนกว่ารายงานจะได้รับการอนุมัติ"
“ผมจะจัดการให้เร็วที่สุด สองสามวันนี้คุณอยู่ที่นี่ก่อน แล้วผมจะเอาอาหารมาให้คุณ!”
……
เจียงหว่านพยักหน้าห้วน ๆ "ไม่เป็ไร ฉันจะทำตามที่พูด และจะรอให้นายมาหย่า!"
จากนั้นเฉียวเหลียนเฉิงก็เปิดประตูออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
ทางเดินนอกประตู หญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งกำลังรอเขาอยู่
เธอสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์พร้อมผ้าคาดเอวสีฟ้าอ่อน ผมยาวสีดำขลับถูกถักเป็เปียยาวสองข้างห้อยลงมาที่หน้าอก
เมื่อเห็นเฉียวเหลียนเฉิงเดินออกมา ผู้หญิงคนนั้นก็รีบเข้าไปทักทาย
“พี่เฉียว เป็ยังไงบ้าง? ทำตามที่ฉันสอนหรือเปล่า? เธอตกลงสินะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงชำเลืองมองหญิงสาว และคิดว่าเธอยืนใกล้กันเกินไป จึงรีบถอยหลังออกไปสองสามก้าว
หลังจากเว้นระยะห่างก็กล่าวอย่างจริงจัง
“เธอตกลงหย่า ฉันจะไปทำรายงานเดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หญิงสาวมีความสุขมาก ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ใบหน้าเล็ก ๆ จึงได้แดงก่ำ
“พี่เฉียว เยี่ยมมาก ในที่สุดพี่ก็เป็อิสระแล้ว!”
ขณะที่พูด เธอก้าวไปข้างหน้าราวกับว่า้าเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น
เมื่อเห็นอย่างนั้น เฉียวเหลียนเฉิงถอยหลังไปอีกก้าว แล้วพูดอย่างเคร่งขรึม
“ยังไงก็เถอะ ฉันต้องขอบคุณเธอและพี่ชายของเธอด้วย คงต้องใช้เวลาสองสามวันกว่ารายงานจะได้รับการอนุมัติ ผู้หญิงคนนั้นคงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน”
“แต่เพื่อความปลอดภัย ให้ผิงอันพักอยู่บ้านเธอสักสองสามวันได้ไหม?”
ผู้หญิงคนนี้คือเจียงเสวี่ย น้องสาวของครูฝึกเจียงเฉิง
และผิงอันก็ดูเหมือนจะชอบเธอมาก ถ้าไปอยู่ที่บ้านเจียงสักพักคงจะดี
เฉียวเหลียนเฉิงกลัวว่าเจียงหว่านจะใช้สันดานเดิม แอบพาเด็กไปขายอีก
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้พี่น้องตระกูลเจียงช่วยดูแลแทน
เฉียวเหลียนเฉิงไม่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิดของผิงอัน พ่อของผิงอันเสียชีวิตเพื่อช่วยเฉียวเหลียนเฉิงกับเจียงเฉิงเอาไว้
เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กเสียชีวิตหมดแล้ว และไม่มีคนในครอบครัวเหลืออยู่เลย เฉียวเหลียนเฉิงจึงรับเลี้ยงเขา
เจียงเฉิงเองก็ห่วงใยผิงอันมาก และดูแลเด็กชายเหมือนลูกชายของตัวเอง
เขาจึงรู้สึกวางใจฝากผิงอันไว้กับเจียงเสวี่ย
อีกด้าน
เจียงหว่านยังรู้สึกวิงเวียนศีรษะพร้อมด้วยอาการปวดหัว แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว นี่เ้าของร่างเดิมจะโหดเกินไปหรือเปล่า
แต่ด้วยฤทธิ์ยา ไม่นานเธอก็ผล็อยหลับไป
เฉียวเหลียนเฉิงสั่งให้คนนำอาหารเย็นมาส่ง ในกล่องประกอบด้วยกะหล่ำปลีตุ๋นและหมั่นโถวนึ่งสองก้อน
เจียงหว่านที่ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ท้องของเธอก็ร้องโครกครากด้วยความหิวโหย เธอจึงรีบลุกขึ้นไปกิน
เพียงแต่คนส่งอาหารไม่ได้ให้ตะเกียบมา
เจียงหว่านทนความรู้สึกไม่สบายท้องอย่างรุนแรงนี้ไม่ไหว และพยายามหาตะเกียบหรือช้อนในห้อง แต่กลับไม่พบอะไรเลย
หลังจากมองดูอาหารที่ดึงดูดใจแล้ว ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว!
เมื่อกินไปได้ครึ่งทาง เฉียวเหลียนเฉิงก็เปิดประตูและเดินเข้ามาพร้อมจดหมายในมือ
แต่เมื่อเห็นท่าทางการกินของเจียงหว่าน เฉียวเหลียนเฉิงก็เงียบและขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
สภาพของเจียงหว่านตอนกินในเวลานี้ดูน่าเกลียดจริง ๆ เธอนั่งขัดสมาธิ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ถือกะหล่ำปลีกำมือหนึ่ง และปากเต็มไปด้วยแกงมัน ๆ
มันน่าอับอายชะมัด!
เจียงหว่านเป็กังวลเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเธอและเฉียวเหลียนเฉิงจะถูกกำหนดให้ไม่มีชะตากรรมร่วมกัน เธอแค่ตื่นมาหนึ่งวัน แต่เขากลับได้เห็นความน่าอับอายทั้งหมดของเธอไปซะแล้ว
จะเอาหน้าไว้ที่ไหน!
“เอ่อ ขอตะเกียบหน่อยได้ไหม? พอดีฉันหาไม่เจอ!” ทั้ง ๆ ที่ใจแสนอึดอัด แต่เธอก็ต้องหน้าด้านพูดมันออกไป!
เฉียวเหลียนเฉิงเงียบ เดินไปที่โต๊ะเล็ก แตะใต้โต๊ะ และพบตะเกียบคู่หนึ่ง
"เยี่ยมมาก!" เจียงหว่านอุทาน และรับตะเกียบมากินต่อไป
เฉียวเหลียนเฉิงไม่มองเธออีก เขาเดินไปที่โต๊ะเล็ก วางจดหมายลง ก่อนหยิบปากกาออกมาแล้วเริ่มเขียน
หลังจากเจียงหว่านกินเสร็จ เธอวางชามและตะเกียบไว้ที่มุมโต๊ะเล็ก มองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบอะไรที่จะเช็ดปากได้
เมื่อมองขึ้นไป เธอเห็นผ้าขนหนูสองผืนแขวนอยู่บนกำแพง ผืนหนึ่งมีฝุ่นและสกปรก ส่วนอีกผืนเป็สีขาวเหมือนใหม่
ผืนสกปรกคงเป็ของเธอ ส่วนสีขาวเป็ของเฉียวเหลียนเฉิง
เจียงหว่านขมวดคิ้ว ยื่นมือออกมาและฉีกผ้าขาวออกเพื่อเช็ดมือเช็ดปาก
[1] ดอกบัวขาวน้อย เป็คำแสลงจีน ส่วนใหญ่ใช้ด่าผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ภายในคิดไม่ซื่อ มีพฤติกรรมที่ไม่ดี
*แซ่ของนางเอก(เจียงหว่าน) คือ เจียง (姜) ส่วนแซ่ของเจียงเสวี่ย คือ เจียง (江) เสียงเดียวกันแต่คนละตัวจีนนะคะ