ตอนที่ 14 ภรรยาและบุตรสาวเหมือนสุกร (2)
เขาโมโหแทบสิ้นสติ ชี้นิ้วต่อว่าเถียนไฉ่เวย “นั่นเป็อาหญิงแท้ๆ ของเ้า เ้าทำกับนางแบบนี้ได้อย่างไร!”
เถียนไฉ่เวยสบถเสียงเย็น “ท่านแม่ข้าเป็สะใภ้บ้านท่าน ข้าสองพี่น้องก็เป็หลานสาวแท้ๆ ของท่าน เหตุใดพวกท่านถึงลงมือกับพวกข้าสามแม่ลูกได้อำมหิตขนาดนี้กันเล่า”
ผู้เฒ่าเถียนถูกวาจาของนางทำเอาสะอึกจนพูดอะไรไม่ออก
ผู้ใหญ่บ้านอวี๋เต๋อเสียนเริ่มหมดความอดทน นี่ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม[1]กว่าแล้วก็ยังคลี่คลายเื่ราวไม่สำเร็จ น้ำเสียงที่เอ่ยกับผู้เฒ่าเถียนจึงเริ่มไม่เกรงใจขึ้นเรื่อยๆ “หากไม่มีเงินจริงๆ ข้าจะไปกู้ดอกเบี้ยสูงเป็เพื่อนเ้าในเมือง รีบจัดการเื่นี้ให้เสร็จ ข้ายังมีธุระอื่นต้องไปทำอีก”
ผู้เฒ่าเถียนได้ยินดังนั้นก็บื้อใบ้ไปแล้ว “กู้เงินดอกเบี้ยสูงหรือ ดอกเบี้ยท่วมท้น ไม่เกินสองเดือนคงพุ่งเป็หลายร้อยตำลึงได้ แบบนั้นไม่เท่ากับอยากให้ข้าบ้านแตกสาแหรกขาดหรือ เื่แบบนี้ข้าไม่ทำ...”
ในที่สุดอวี๋เต๋อเสียนก็หมดความอดทน “เช่นนั้นก็ดี บ่ายวันนี้ข้าจะไปหาพ่อค้าคนกลางมา ช่วยเ้าขายบุตรสาวแลกเป็เงินชดเชยให้สะใภ้รองของเ้า!” พูดจบก็ประสานมือเตรียมจากไป
เมื่อครู่เถียนไฉ่เวยบอกว่าจะขายเถียนจินจวี๋ทิ้ง เว่ยซื่อและเถียนจินจวี๋ไม่กลัวเลยสักนิด เถียนไฉ่เวยอยู่ในตระกูลเถียนก็ไม่ต่างจากมดปลวกต่ำต้อย คนตระกูลเถียนไม่ว่าใครก็สามารถเหยียบนางให้กลายเป็ฝุ่นผงได้ในเท้าเดียว ดังนั้นคำพูดของอีกฝ่ายจึงเหมือนกับเื่เหลวไหลสำหรับตระกูลเถียน
แต่พออวี๋เต๋อเสียนบอกว่าจะขายเถียนจินจวี๋ พวกนางก็หวาดกลัวขึ้นมา แม้อวี๋เต๋อเสียนจะเป็เ้าหน้าที่ทางการระดับล่าง ถึงอย่างไรก็เป็ตัวแทนของทางการ เขาบอกว่าจะขายเถียนจินจวี๋ นั่นก็หมายความว่าจะขายนางทิ้งจริงๆ
เถียนจินจวี๋ใเสียขวัญ ร้องไห้ฟูมฟายพลางวิ่งไปขอร้องอ้อนวอนข้างกายผู้เฒ่าเถียนทันใด “ท่านพ่อ ท่านชดเชยเงินหนึ่งตำลึงนั่นให้นางชั้นต่ำสามคนนั้นเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกขายออกไปแน่แล้ว!”
ผู้เฒ่าเถียนหน้าดำคล้ำไม่เอ่ยวาจา เ้าจะให้ข้าพูดอะไรกัน ตอบตกลงจ่ายเงินออกไปอย่างนั้นหรือ นั่นเท่ากับขัดแย้งกับคำกล่าวที่เขาเอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ เป็การหักหน้าตัวเองชัดๆ
หากว่ายังชักช้าไม่ให้ ยั่วโมโหผู้ใหญ่บ้านมากเข้าย่อมไม่ใช่บทสรุปที่ดีแน่...
เว่ยซื่อตื่นตระหนกและหวาดกลัว เอ่ยกับผู้ใหญ่บ้าน “ห้ามขายบุตรสาวข้าเด็ดขาด ข้าจะไปเอาเงินค่ารักษามาชดเชยให้สะใภ้รองเดี๋ยวนี้” พูดจบก็รีบรุดเข้าไปในห้องตน ไม่นานก็ออกมา ใส่กองเศษเงินส่องประกายวาววับไว้ในมือผู้ใหญ่บ้าน
พวกชาวบ้านที่มุงดูอยู่ส่งเสียงอื้ออึงทันใด “เหอะ! เห็นชัดๆ ว่ามีเงินอยู่แต่แสร้งว่าไม่มี บอกมาตรงๆ เถอะว่าไม่อยากชดใช้เงินให้พวกสะใภ้หลินแม่ลูก”
ผู้เฒ่าเถียนที่ถูกหักหน้าต่อหน้ากลุ่มคนเผยสีหน้ากระดากอายยิ่ง
ผู้ใหญ่บ้านรับเงินจากเว่ยซื่อมานับดู แล้วเอ่ยเสียงเหี้ยม “เ้าเห็นข้าเป็คนโง่หรือไร เงินพวกนี้ถึงหนึ่งตำลึงที่ไหน แค่กะจากน้ำหนักก็มีแค่เจ็ดเหรียญ[2]!”
เถียนจินจวี๋ถลึงตามองเว่ยซื่ออย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง “ท่านแม่ หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้แล้วท่านยังจะเล่นแง่อีก หรือว่าท่านต้องเห็นข้าถูกขายออกไปจริงๆ ถึงจะดีใจ”
เว่ยซื่อได้ยินประโยคนี้ของบุตรสาวก็โมโหแทบกระอักเื หากไม่ใช่เพราะนาง ตนก็คงไม่ต้องควักแม้แต่เศษเงินเจ็ดเหรียญนี้ อีกฝ่ายยังเอ่ยวาจาหักหาญน้ำใจคนออกมาอีก
เถียนจินจวี๋เก่งในการเอาตัวรอด ถอดกำไลเงินคู่หนึ่งบนข้อมือของตนยื่นให้ผู้ใหญ่บ้าน “พวกนี้พอหรือไม่”
เถียนจินจวี๋ตัวอวบอ้วน กอปรกับที่ผู้เฒ่าเถียนสองสามีภรรยารักใคร่บุตรสาวคนเดียวคนนี้ยิ่งกว่าอะไร จึงสั่งทำกำไลเงินที่ค่อนข้างมีน้ำหนักให้นาง คู่หนึ่งหนักประมาณสามตำลึงได้ ส่วนกำไลเงินที่เด็กผู้หญิงทั่วไปใส่คู่หนึ่งจะหนักแค่หนึ่งตำลึงเท่านั้น
ผู้เฒ่าเถียนเผยสีหน้ากระดากอายและหงุดหงิดขึ้นหลายเท่า เมื่อภรรยาและบุตรสาวจอมล้างผลาญถึงกับสร้างเื่ขายหน้าให้เขาง่ายดายปานนี้
เชิงอรรถ
^ ประมาณ 2 ชั่วโมง^ หน่วยวัดน้ำหนักของเงินหรือทอง โดยสิบเหรียญเท่ากับหนึ่งตำลึง