หลังจากเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นระหว่างเดินตลาด ทั้งเซเลสและไอวี่ต่างกลับมาใช้ชีวิตในคฤหาสน์ตระกูลเรย์ตามปกติ เวลาสองสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ใน่เวลานี้เซเลสได้แต่ครุ่นคิดถึงััและดวงตาสีแดงคู่นั้นที่ยังคงติดอยู่ในห้วงคำนึง แต่ทุกอย่างก็ถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวายของการเตรียมตัวเข้าเรียน เมื่อถึงเช้าวันสำคัญ แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามา เป็สัญญาณว่า่เวลาแห่งการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว
เช้าวันเปิดภาคเรียน บริเวณหน้าคฤหาสน์ค่อนข้างเงียบสงบ อีริคและซาร่ายืนรอส่งเซเลสเพื่อเดินทางไปเรียนไกลถึงโรงเรียนในอาณาจักรกลาง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าชั่วโมง
ซาร่าเดินเข้ามาใกล้ ััไหล่ลูกสาวเบาๆ และดึงตัวเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยนก่อนการเดินทางไกล เมื่อคลายกอดออก จึงเริ่มกล่าวคำอำลา
ซาร่า "การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างไกล แม้แม่จะไม่ได้ไปส่งด้วยตัวเอง แต่แม่จัดเตรียมรถม้าและให้มีอาติดตามไปดูแลตลอดเส้นทางแล้วนะ ไปอยู่หอพักก็ดูแลตัวเองให้ดี มีอะไรก็ให้ส่งข่าวกลับมา พ่อกับแม่จะรออยู่ที่นี่"
อีริค "ดูแลตัวเองด้วยนะลูก พ่อเป็ห่วงนะ"
ซาร่า "แล้วนี่จะไปรับหนูไอวี่ด้วยใช่ไหมจ๊ะ ฝากดูแลกันและกันด้วยนะ"
มีอาซึ่งยืนรออยู่ที่รถม้าก้าวออกมารับหน้าที่ เธอโค้งตัวอย่างนอบน้อมก่อนจะแจ้งรายละเอียด
มีอา "คุณหนูคะ เดี๋ยวมีอาจะไปส่งถึงที่ร้านตระกูลเบลลาโดน่าเพื่อรับคุณไอวี่ก่อน แล้วค่อยเดินทางเข้าโรงเรียนไปพร้อมกันค่ะ หลังจากส่งถึงที่หมายเรียบร้อย มีอาจะนั่งรถม้ากลับมาเอง คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ"
เซเลสพยักหน้ารับก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า อีริคและซาร่ายืนส่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งพาหนะเริ่มเคลื่อนตัวห่างออกไป เป็ภาพความทรงจำที่อบอุ่นก่อนมุ่งหน้าสู่เส้นทางเพื่อไปพบเพื่อนสนิท
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง รถม้าค่อยๆ ชะลอความเร็วและหยุดนิ่งที่หน้าร้านค้าตระกูลเบลลาโดน่า โดยมีรถขนสัมภาระจอดเทียบอยู่ไม่ห่าง เซเลสนั่งนิ่งด้วยท่าทีสุขุม สายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความเรียบเฉย ส่วนไอวี่ซึ่งรออยู่ก่อนแล้วรีบขยับกายเตรียมตัวทันที มีอาเปิดประตูรถออกพร้อมผายมือเชิญ
มีอา "เชิญค่ะคุณหนูไอวี่ ทางคุณหนูเซเลสเทียรออยู่ด้านในแล้วค่ะ"
เมื่อไอวี่ก้าวขึ้นมานั่งเรียบร้อย เซเลสเพียงผงกศีรษะทักทายเล็กน้อย ก่อนที่รถม้าจะเริ่มเคลื่อนตัวเดินทางต่อ
ไอวี่ "มาแล้วจ้าเซเลส คิดถึงจังเลย! ฉันรอแทบไม่ไหวที่จะได้ไปโรงเรียนด้วยกัน"
ไอวี่เริ่มร่ายยาวถึงความกังวลและสิ่งที่อยู่ในใจด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ไอวี่ "นี่ๆ ฉันน่ะอดคิดไม่ได้เลยว่าโรงเรียนจะเป็อย่างไร เพื่อนใหม่จะน่าสนุกไหมนะ หรือจะมีเพื่อนเยอะหรือเปล่า? แล้วก็นะ ฉันล่ะอดตื่นเต้นเื่การวัดระดับแกนพลังวันนี้ไม่ได้เลย ั้แ่ตอนคัดเลือกนักเรียนก่อนเข้าโรงเรียนฉันตื่นเต้นมากๆ เลยนะ อยากรู้จะแย่แล้วว่าแกนพลังของฉันจะผ่านเกณฑ์ไหม จะได้สิทธิ์เข้าห้องเรียนชั้นสูงหรือเปล่านะ ตื่นเต้นจนแทบจะนั่งไม่ติดแล้ว"
ไอวี่บ่นพึมพำตลอดทาง ในขณะที่เซเลสนั่งฟังเงียบๆ ปล่อยให้ความสดใสของเพื่อนเป็สีสัน เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง รถม้าเลาะเลียบผ่านแนวเขาที่เป็ปราการธรรมชาติกั้นเขตการศึกษา
เมื่อพ้นแนวเขา ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้าง เผยให้เห็นความโอ่อ่าของโรงเรียนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังปราสาทหลัก ไอวี่เห็นดังนั้นก็หยุดบ่นทันที เธอโน้มตัวไปที่หน้าต่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ไอวี่ "ถึงแล้วเหรอเนี่ย ดูสิเซเลส ใหญ่โตกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ เห็นปราสาทนั่นไหม พอมีเขาเล็กๆ กั้นแบบนี้แล้ว ดูมีมนต์ขลังขึ้นเป็กองเลยว่าไหมล่ะ"
รถม้าเคลื่อนผ่านประตูบานั์เข้ามาสู่พื้นที่ภายใน ถนนกว้างขวางทอดยาวไปถึงน้ำพุใจกลางสวนหน้าโรงเรียน เมื่อรถหยุดสนิท มีอาเปิดประตูออก เซเลสและไอวี่ก้าวลงมายังลานกว้างโดยมีสัมภาระตามมา
มีอา "คุณหนูคะ ก่อนจะนำสัมภาระไปเก็บ เราไปจัดการธุระที่อาคารอำนวยการเพื่อรับกุญแจห้องพักกันก่อนดีกว่าค่ะ"
ทั้งสองเดินมุ่งหน้าผ่านสวนไปยังอาคารอำนวยการ อาจารย์ผู้ดูแลหอพักประจำจุดตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดก่อนเอ่ยต้อนรับ
อาจารย์ "ยินดีต้อนรับนักเรียนใหม่จากตระกูลเรย์และตระกูลเบลลาโดน่า ห้องพักของพวกเธอคืออาคารหอพักหญิงฝั่งตะวันออก โดยทางเราจัดสรรให้พักห้องละ 3 คน ในกรณีของพวกเธอที่มีมาด้วยกัน 2 คนแบบนี้ ถือว่าได้สิทธิ์ถือครองกุญแจห้องทันที ส่วนรูมเมทคนที่ 3 นั้นทางโรงเรียนจะจัดการสุ่มนักเรียนที่มาคนเดียวหรือกลุ่มที่ยังขาดที่ว่างให้ในภายหลัง
หรือหากพวกเธอมีคนรู้จักที่้าจะมาอยู่ด้วยกัน ก็สามารถแจ้งชื่อเพื่อทำการสลับสับเปลี่ยนได้นะคะ"
เมื่อได้รับกุญแจห้องพักเรียบร้อย มีอาจึงรีบก้าวเข้ามาเสนอตัว
มีอา "คุณหนูคะ ในเมื่อได้กุญแจมาแล้ว คุณหนูทั้งสองไปเดินสำรวจดูรอบๆ โรงเรียนก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวทางนี้มีอาจะขอนำสัมภาระทั้งหมดไปเก็บและจัดเตรียมห้องพักไว้รอเองค่ะ"
เซเลสและไอวี่พยักหน้าตกลงก่อนจะแยกตัวไปเดินสำรวจ ระหว่างเดินผ่านสวนเพื่อไปยังฝั่งตะวันออก ร่างของสามสาวที่ดูโดดเด่นก็ก้าวออกมาจากแนวต้นไม้ แคสเซีย ออสบอร์น เดินนำ วิเวียน และ ลูซี่ เข้ามาขวางทางไว้ วิเวียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตามองเหยียดไปที่ไอวี่
วิเวียน "นั่นมัน เลดี้ไอวี่ แห่งตระกูลเบลลาโดน่าไม่ใช่เหรอ นึกว่าพวกพ่อค้าจะเข้ามาที่นี่ได้แค่ในฐานะผู้ส่งสินค้าเสียอีก"
ลูซี่ "ก็นะวิเวียน กลิ่นเงินตรามันแรงจนกลบกลิ่นดอกไม้ในสวนหมดเลยว่าไหมคุณหนูไอวี่"
วิเวียนกระซิบกับลูซี่ด้วยจริตผู้ดีเย่อหยิ่งพลางเหลือบมองเซเลส "นั่นใครกันน่ะ หน้าตาสวยคมเป็ผู้ดีไม่เบา แต่ทำไมถึงมาเดินเคียงข้างเลดี้ไอวี่ได้ล่ะ"
เซเลสยืนนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาสงบดั่งผิวน้ำ แคสเซียปรายตามองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนเอ่ยปากปรามพอเป็พิธี
แคสเซีย "วิเวียน ลูซี่ อย่าเสียมารยาทสิคะ"
แคสเซียย่อตัวถอนสายบัวอย่างงดงามต่อหน้าทั้งสอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
แคสเซีย "ต้องขออภัยแทนเพื่อนของฉันด้วยนะคะคุณหนูเรย์ และคุณหนูเลดี้ไอวี่ ดูเหมือนพวกเธอจะตื่นเต้นไปหน่อย และอีกอย่าง พวกเธออาจจะยังไม่ทราบว่าคุณหนูเรย์เป็ใครและมาจากไหน เพราะคุณหนูไม่ค่อยได้ออกงานสังคมบ่อยนัก"
แคสเซียเว้นจังหวะเล็กน้อย หันไปแนะนำเซเลสให้เพื่อนๆ ฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จงใจให้ไอวี่ได้ยินชัดเจน
แคสเซีย "นี่คือคุณหนูเรย์ ทายาทคนสำคัญของตระกูลขุนนางแห่งเขต 5 ค่ะ"
เซเลสยังคงนิ่งเงียบ แววตาสงบเยือกเย็นจ้องมองแคสเซียราวกับรับรู้สถานะของอีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้ว แคสเซียชะงักไปครู่หนึ่ง จึงรีบปรับเปลี่ยนท่าทีให้สุภาพยิ่งขึ้น
แคสเซีย "ตายจริง ดิฉันเสียมารยาทไปหน่อยที่มัวแต่ชื่นชม จนลืมแนะนำตัวอย่างเป็ทางการไปเสียสนิท ดิฉัน แคสเซีย ออสบอร์น จากตระกูลออสบอร์นแห่งเขต 1 ค่ะ"
เซเลสขยับกายเล็กน้อย ดวงตาสุขุมจ้องมองแคสเซียราวกับรับรู้ทุกอย่าง
เซเลส "สวัสดีค่ะคุณหนูแคสเซีย ดิฉันขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการอีกครั้งนะคะ ดิฉัน เซเลสเทีย เรย์ ค่ะ"
แคสเซีย "ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการนะคะคุณหนูเซเลสเทีย หวังว่าการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ จะทำให้เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น"
ทันทีที่แคสเซียพูดจบ วิเวียนและลูซี่ก็ย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยในฐานะขุนนางชั้นน้อย
วิเวียน และ ลูซี่ "สวัสดีค่ะคุณหนูเรย์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
เซเลส "สวัสดีค่ะคุณหนูทั้งสอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ"
หลังจากเซเลสตอบรับ แคสเซียก็ยิ้มมุมปากก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างามโดยไม่หันกลับมามองอีก ทว่าเซเลสกลับชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ความรู้สึกห่วงใยที่มีต่อเพื่อนสนิทแล่นเข้ามาในใจเมื่อนึกถึงคำพูดถากถางเมื่อครู่ เธอหันไปหาไอวี่ แววตาที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนที่น้อยคนนักจะได้เห็น
เธอจ้องมองใบหน้าเพื่อนสาวนิ่งนาน พลางนึกย้อนไปถึงเส้นทางที่อีกฝ่ายต้องฝ่าฟันมาตลอด ความเข้มแข็งที่แสดงออกมาเสมอแม้ต้องเผชิญกับคำดูแคลนนั้นช่างน่าชื่นชม
เซเลสไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา แต่ตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนสาวไว้แน่น เป็ครั้งแรกที่เซเลสแสดงความใกล้ชิดเช่นนี้ ไอวี่ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยพลังใจจากอีกฝ่าย ไอวี่ก็คลี่ยิ้มหวานออกมาทันที ทั้งคู่กระชับมือกันไว้แน่น ก่อนจะมุ่งหน้าผ่านสวนเพื่อไปยังโซนหอพักด้วยกัน