บทที่ 15 พลังหยินหยาง
“สุราอย่างนั้นหรือ?”
หลิวชิงเอ่ยทวนคำอย่างไม่เชื่อหู เขาหยุดชะงักพลางหันกลับมามองนางด้วยแววตาฉงนสงสัย “เหตุใดจู่ๆ เ้าถึงอยากร่วมโต๊ะอาหาร... แล้วยังจะดื่มสุรากับข้าอีก?”
ความสงสัยผุดขึ้นในใจของเขา เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ทั้งคู่จะเคยร่วมทานอาหารด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ทว่านางกลับมิเคยยอมร่ำสุรากับเขาสองต่อสองเลยแม้แต่เพียงหนเดียว การที่นางเป็ฝ่ายออกปากชวนเช่นนี้ในยามวิกาล แถมยังมีอาภรณ์ที่หลุดรุ่ยร่ายเช่นนี้ ยิ่งทำให้หลิวชิงอดระแวงไม่ได้ว่านางกำลังมีแผนการอันใดในใจหรือไม่
“อย่าได้กังวลไปเลย... ถือเสียว่าเป็การขอโทษเ้าเื่เมื่อกลางวัน และถือโอกาสฉลองเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเ้าที่สามารถบรรลุตบะขึ้นสู่ระดับาาเซียนได้สำเร็จอย่างไรเล่า”
เย่กู่อี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพื่อคลายความระแวงของหลิวชิง สิ้นประโยคนางก็ทะยานร่างนำหน้าหลิวชิงมุ่งตรงไปยังยอดเขาสูงชันทันที ทิ้งให้กลิ่นอายจางๆ ของนางอบอวลอยู่ในอากาศ
หลิวชิงมองตามแผ่นหลังของนางด้วยสายตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความหนักใจ ลึกๆ ในกายของเขาเริ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ยากจะควบคุม
เขารู้ดีว่าหากคืนนี้ปล่อยใจไปกับการร่ำสุรา อารมณ์ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นย่อมต้องถูกปลุกปั่นขึ้นมาอย่างมิอาจเลี่ยงได้ เพราะสตรีที่อยู่ตรงหน้าคือโฉมงามผู้เลิศล้ำ และที่ร้ายยิ่งกว่าคืออาภรณ์ที่ฉีกขาดรุ่งริ่งจนเผยผิวพรรณนวลลออวับๆ แวมๆ นั้น ยิ่งเป็ดั่งเชื้อไฟที่คอยกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้พลุ่งพล่านขึ้น
หลิวชิงสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านพลางเตือนสติในใจ เขาไม่อยากให้เกิดเื่ราวซ้ำรอยอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับจงหลิงอีกเป็อันขาด เพียงแค่ความรู้สึกผิดต่อพี่ใหญ่ก็เกินทน หากค่ำคืนนี้เขาเผลอไผลทำอะไรล่วงเกิน เย่กู่อี้ ซึ่งเป็คนรักของพี่รองไปอีกคน เขาคงไม่รู้จะแบกรับหน้าสู้ใครได้ และชีวิตที่เหลือคงต้องจมอยู่กับความกะวนกะวายใจจนไม่อาจอยู่อย่างเป็สุข
เขาจึงตัดสินใจว่า หากต้องร่วมร่ำสุราในคืนนี้จริง ก็จะดื่มเพียงพอเป็พิธีตามมารยาทเท่านั้น และจะรักษาสติให้มั่นคงที่สุด เพื่อมิให้ความมึนเมาเข้าครอบงำจนเกิดเหตุการณ์ที่มิอาจย้อนคืนได้
เพียงไม่นานหลิวชิงก็ทะยานมาถึงยอดเขาสูงซึ่งเป็สถานที่ประจำของเขา ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงัก เพราะดูเหมือนว่าเย่กู่อี้จะมาถึงก่อนนานแล้ว นางจัดเตรียมสำรับอาหารรสเลิศและก่อกองไฟให้ความอบอุ่นไว้เรียบร้อย
หลิวชิงค่อยๆ ร่อนตัวลงสู่พื้นดินอย่างแ่เบา สายตาจับจ้องไปที่ร่างอรชรของเย่กู่อี้ที่กำลังนั่งรออยู่ข้างกองไฟ ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ดูสดใส แสงไฟสลัวจากกองไฟสะท้อนอาภรณ์ที่ขาดรุ่งริ่งของนางให้ดูเย้ายวนใจยิ่งขึ้น จนหลิวชิงต้องรีบสะกดกลั้นลมหายใจเพื่อรักษาความสงบเอาไว้
“เ้ากับข้ามิควรทำเช่นนี้... เ้าเองก็น่าจะทราบดี”
หลิวชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย เขาไม่อาจวางใจในตัวเองได้เลยว่าจะสามารถหักห้ามใจมิให้ล่วงเกินนาง ไม่ว่าจะเป็ทางการกระทำหรือแม้แต่สายตาซุกซนที่ยากจะควบคุม ยิ่งเมื่อได้รับคำอนุญาตจากปากของนางเองเช่นนั้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิงจนยากจะดึงสติกลับมาให้มั่นคงดังเดิม
“เ้ารีบนั่งลงเถิด หากปล่อยไว้นานอาหารพวกนี้จะเย็นชืดเสียหมด... เื่ที่เ้ากังวลนั้นข้าเองก็รู้ดีว่ามิควร แต่ในเมื่อข้าเป็ต้นเหตุทำให้เ้าต้องน้อยใจ ข้าก็ควรต้องรับผิดชอบเ้ามิใช่หรือ? หากสถานการณ์กลับกันเป็เ้าที่ทำให้ข้าน้อยใจ เ้าเองก็คงต้องทำเช่นนี้เพื่อง้อข้าเหมือนกันใช่หรือไม่เล่า”
เย่กู่อี้เอ่ยตอบด้วยเหตุผลที่ดูฟังขึ้นจนหลิวชิงเถียงไม่ออก ไม่ว่าในยามใดนางก็ยังคงความงดงามล้ำเลิศอยู่เสมอ จนบางขณะหลิวชิงถึงกับรู้สึกผิดขึ้นมาในใจที่ตนเองทำตัวแง่งอนเป็เด็ก จนเป็เหตุให้นางต้องทุ่มเททำถึงขนาดนี้เพื่อขอโทษเขา
หลิวชิงพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของนาง “นั่นก็ถูกของเ้า... หากเป็ข้าที่ทำให้เ้าขุ่นเคือง ข้าก็คงมิอาจปล่อยให้เ้าโกรธข้าข้ามวันข้ามคืนเป็แน่”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับ้าปลดเปลื้องความอึดอัดใจ “ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยจริงๆ ที่ทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโต... ข้าไม่ควรน้อยใจเ้าด้วยเื่เพียงเท่านั้น จนเป็เหตุให้เ้าต้องลำบากทำถึงขนาดนี้เพื่อขอโทษข้า”
“จะขอโทษข้าไปทำไมกัน ในเมื่อข้าเป็ฝ่ายผิด ข้าก็ย่อมต้องเป็ฝ่ายจัดการเื่นี้อยู่แล้ว อย่ามัวแต่พูดจาเกรงใจอยู่เลย รีบทานอาหารเถิด เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียรสชาติไปหมด”
เย่กู่อี้เอ่ยขัดพลางคลี่ยิ้ม นางหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูแดงอบน้ำผึ้งชิ้นชุ่มฉ่ำส่งให้ในถ้วยของหลิวชิงอย่างใส่ใจ จากนั้นจึงรินสุราใสกระจ่างลงในจอก แล้วชูขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ดื่มให้กับการบรรลุระดับาาเซียนของเ้า... และดื่มให้กับมิตรภาพอันดีของเราทั้งคู่!”
มื้ออาหารดำเนินไปอยู่พักใหญ่ ทว่าจู่ๆ เย่กู่อี้ ก็เอ่ยคำถามที่ทำให้หลิวชิงถึงกับสำลักสุราจนต้องชะงักตะเกียบในมือทันควัน
“เ้าชื่นชอบในเรือนร่างของสตรีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ... ถึงได้ลอบมองข้าอยู่ไม่ขาดสายเช่นนี้?”
นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบสบายอารมณ์ ราวกับเป็เพียงการสนทนาเื่ดินฟ้าอากาศทั่วไป
ทว่าั์ตาคู่งามที่พราวระยับด้วยรอยยิ้มกลับจับจ้องใบหน้าของเขาอย่างหยั่งเชิง ทำเอาบรรยากาศรอบกองไฟที่เคยอบอุ่นกลับร้อนรุ่มขึ้นมาเสียดื้อๆ
หลิวชิงรีบหลบสายตาไปทางอื่นทันที ท่าทางของเขามีพิรุธจนปิดไม่มิด "ชายใดเล่าจะมิพึงใจในเรือนร่างของสตรีผู้งดงาม... ที่ข้าเผลอมองเ้าบ่อยครั้ง ก็เพราะเ้าเป็คนอนุญาตเองมิใช่หรือ เช่นนั้นก็อย่าได้มากล่าวหาข้า"
หลิวชิงพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเคร่งขรึมเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "เอาล่ะ ในเมื่อทานกันเสร็จแล้ว เ้าก็ควรกลับตำหนักเสียที อีกเดี๋ยวข้าก็จะกลับเช่นกัน... หากเ้ายังรั้นจะอยู่ที่นี่ต่อ ร่างกายของเ้าก็คงหนีไม่พ้นที่จะตกเป็เป้าสายตาของข้าไปเสียเปล่าๆ" เอ่ยจบเขาก็ลุกขึ้นยืน
เย่กู่อี้เพียงยกยิ้มละไมมิได้ตอบรับคำไล่ของเขา แต่นางกลับเปลี่ยนประเด็นด้วยท่าทีจริงจังขึ้นราวกับว่าเป็เื่ที่นางเตรียมมาั้แ่แรก “อันที่จริง... ข้าพอจะรู้วิธีที่จะช่วยให้เ้าพังทลายกำแพงเหล็ก ที่พันธนาการตบะของเ้ามิให้ก้าวข้ามสู่ระดับาาเซียนมาเนินนานแล้ว”
นางสบตาเขาอย่างมีความหมายพลางเอ่ยย้ำ “ถึงแม้จะเป็เพียงการคาดเดาจากประสบการณ์ของข้า แต่ข้ามั่นใจว่ามันย่อมได้ผล... ทว่าเ้าต้องฟังข้าอธิบายให้จบเสียก่อน มิใช่ว่าข้าอยากจะปิดบังเ้า”
หลิวชิงถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจและสับสนกับสิ่งที่นางเพิ่งเอ่ย
“ยามนี้ข้าััได้ถึงพลังหยินหยางในกายเ้าที่ลื่นไหลผิดจากเมื่อก่อน... มันคงจะดีไม่น้อยหากเ้าสามารถดูดซับตบะของสัตว์ิญญาระดับจักรพรรดิได้ เพราะนั่นจะช่วยให้เ้าก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนได้อย่างรวดเร็ว” เย่กู่อี้เว้นจังหวะพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ทว่านั่นกลับกลายเป็ช่องว่างขนาดใหญ่ที่เ้ายังมิอาจเติมเต็มมันได้”
“สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เ้าบรรลุระดับได้ในยามนี้ ย่อมหนีไม่พ้นพลังหยินหยางที่ก่อเกิดจากบุรุษและสตรีเป็แน่... ข้าต้องขออภัยที่มิได้เอ่ยถึงเื่นี้แต่แรก เพราะมันเป็เื่ละเอียดอ่อนและเป็เื่ส่วนตัวที่พึงกระทำระหว่างชายหญิงเท่านั้น ข้าเฝ้ารอแล้วรอเล่าว่าสักวันเ้าจะมีคนรักของตนเองเสียที ทว่าวันเวลาผ่านพ้นไปเนิ่นนานเหลือเกิน เ้ากลับยังคงโดดเดี่ยว”
“จนในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้... ข้าเชื่อว่าเ้าต้องมีสัมพันธ์บางอย่างกับหญิงสาวเป็แน่ นั่นจึงส่งผลให้พลังหยินหยางในกายของเ้ากลับมาสมดุลและเสถียร จนสามารถทะลวงคอขวดบรรลุระดับาาเซียนได้สำเร็จ หากข้าคาดเดาผิดหรือกล่าววาจาล่วงเกินไป ข้าต้องขออภัยเ้าด้วยจริงๆ”