ซื่อเว่ยต้าตี้เขามาประคองฟางเฟยให้ลุกขึ้น แล้วจูงมือหญิงสาวออกมาด้านนอก
“ข้ามีหน้าที่นำทางและดูแลเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของแต่ละคนข้าไม่รู้เลย อย่างที่เ้าพูด มู่ตันคนที่รู้ดีที่สุดคือนาง ไปกันเถอะ”
เพียงซื่อเว่ยต้าตี้สะบัดแขนในอากาศ มิติก็ถูกเปิด เขาจูงมือฟางเฟยเดินผ่านประตูเวลา ไปโผล่ยังแดนบุพผาในชั่วพริบตาเดียว แดนบุพผาเต็มไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ดอกไม้หลากหลายสีสันเบ่งบานอวดโฉมสวยงาม
“ที่นี่กว้างใหญ่แบบนี้เราจะหามู่ตันเจอได้อย่างไง”หญิงสาวพูดพร้อมกลับหมุนตัวมองไปโดยรอบ
“ฟางเฟยเ้าระวังหน่อย เวลานี้ไม่ใช่ห้วงฝัน ที่นี่เวลานี้คือ่เวลาปกติ ถ้าพบเห็นหรือเจอสิ่งใดเ้าก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น อย่าให้พวกเขารู้เด็ดขาดว่าเ้าคือสิ่งแปลกปลอม”
“แสดงว่าพวกเขาจะมองเห็นเรา ไม่เหมือนเมื่อครู่”
“ใช่ ข้าถึงเตือนเ้าไว้ก่อน”
ฟางเฟยเดินตามซื่อเว่ยต้าตี้เข้าไปด้านใน ที่อยู่อาศัยของแดนนี้เหมือนดั่งเทพนิยาย ผู้คนเหมือนตัวประหลาด แต่งตัวด้วยสีสันฉูดฉาดเหมือนดอกไม้ใบหญ้า
“ท่านซื่อเว่ยต้าตี้ ทำไมผู้คนที่นี่ถึงดูประหลาดแบบนี้”
“นอกจากเทพเซียน ผู้คนที่นี่ก็เป็เหล่าภูตและปีศาจ ที่บำเพ็ญเพียรจนสามารถเพิ่มขั้นตบะ แล้วมาอยู่ในเขตแดนนี้ได้ แต่เฉพาะภูติกับปีศาจ ที่ถือกำเนิดจากพืชนกและแมลงที่เกี่ยวข้องกัน”
“มิน่า ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
“ฟางเฟยเ้าพูดภาษาแบบข้าได้ไหม ฟังดูขัดหูจริง”
“เ้าค่ะ ท่านเทพซื่อเว่ยต้าตี้ ข้าจะเรียกและคุยกับท่านด้วยภาษาของท่าน”
มีผู้เฒ่าท่านหนึ่งเดินออกมา พร้อมเด็กรับใช้ พวกเขามาหยุดยืนล้อมฟางเฟยและซื่อเว่ยต้าตี้เอาไว้
“ข้าน้อยมิรู้ว่าท่านเทพซื่อเว่ยต้าตี้ จะละทิ้งดวงดารามาถึงแดนบุพผานี้ได้ จึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับ”
“ต้อนรับ ผู้คนที่นี่ต้อนรับแขกเช่นนี้กันรึ”
“เกาฟางเฟย อย่าเสียมารยาท” ซื่อเว่ยตาตี้หันไปดุฟางเฟยด้วยสายตา
“ข้าต้องขออภัยท่านผู้เฒ่า เพียงแต่คู่หมั้นของข้ายังไม่เคยมาแดนบุพผา ข้าจึงพานางมาเที่ยวชมเท่านั้น จึงมิได้แจ้งมาให้ท่านทราบล่วงหน้า”
“คู่หมั้นงั้นรึ แม่นางผู้นี้ปักปิ่นเมฆาแดน์ แปลกจริง ท่านเทพซื่อเว่ยต้าตี้ มีการหมั้นหมายควรถือเป็เื่ใหญ่ ทำไมผู้เฒ่าเช่นข้ากลับไม่ได้ข่าวเลย”
“ปกติข้าอยู่แดนดาราห้วงเวหา อันว่างเปล่า มิรู้มาก่อนว่าหากจะรักหรือแต่งกับผู้ใด จำเป็ต้องรายงานให้ผู้คนรับรู้”
“ไม่แปลกหรอกหากท่านจะเป็แค่ภูติดาวตก หรือปีศาจดาวลูกไก่ มิใช่ท่านเทพซื่อเว่ยต้าตี้ เอาเถอะอีกไม่นานมู่ตันเทพธิดาดอกโบตั๋น ก็จะแต่งเข้าตำหนัก์ อย่างไรเสียอีกหน่อยเราก็ต้องเป็เครือญาติกัน ในเมื่อท่านพานางมาเที่ยวชมที่นี่ ข้าก็ไม่ควรขัดจังหวะคู่รัก เชิญพวกท่านตามสะบาย เด็ก ๆ”
ท่านผู้เฒ่าสั่งบริวารรับใช้ ถอยเปิดทางให้กับซื่อเว่ยต้าตี้และฟางเฟย แล้วพวกเขาก็เดินหันหลังกลับเข้าไปด้านในอาคาร ที่เหมือนสร้างจากโพรงต้นไม้ขนาดใหญ่
“ท่านซื่อเว่ยต้าตี้ ข้าขอโทษ ข้าทำให้ท่านต้องปกป้องด้วยเื่แบบนี้”
“คนพวกนี้ระวังตัวมาก ดีที่เ้ามีปิ่นขอข้า เลยพอให้มีข้ออ้างได้บ้าง”
“ท่านโกหกพวกเขา แบบนี้จะดีเหรอ” ซื่อเว่ยต้าตี้มองหน้าฟางเฟย แต่ไม่พูดอะไร
“เรากลับแดนเวหากันเถอะ”
ฟางเฟยนั่งมองซื่อเว่ยต้าตี้ ที่กลับมาถึงก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย
“ท่านเทพ ข้าทำอะไรผิดไปรึเปล่า ท่านเอาแต่นิ่งเฉยแบบนี้ ข้ารู้สึกไม่ดีเลย”
“ข้ากำลังคิดเื่ของมู่ตัน นางจะแต่งเข้าแดน์ข้ากลับไม่รู้เื่เลย ข้าเหมือนถูกทอดทิ้งให้มาเฝ้าดวงดาวในแดนห่างไกล จนแม้แต่เื่ในบ้านก็ยังไม่รู้ อืม…ข้าคงคิดไปเอง ที่นั่นไม่ใช่บ้านของข้า”
“ซื่อเว่ยต้าตี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดอะไร ใครไม่สนใจท่าน ท่านจะสนใจทำไม ในเมื่อตอนนี้ท่านมีข้า แต่ล่ะวันก็มีแต่เื่ต้องทำ ท่านจะสนใจเื่อื่นทำไม”
“เ้าพูดถูก มีสาวงามเช่นเ้าเข้ามาทำให้ข้าวุ่นวาย จะคิดเื่อื่นทำไม เรากลับมาคิดเื่ กุ้ยอ้ายป๋อเฉิงจะดีกว่า เ้ารองกลับไปคิดดูว่าจะหาวิธีไหนช่วยเขาได้ ในเมื่อความจริงเป็แบบนี้ ทางเดียวเขาต้องทำใจ แต่เท่าที่เห็น ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่น่าจะลึกซึ้งเกินกว่าจะทำใจได้”
“ใช่ข้าก็คิดแบบนั้น เอาล่ะท่านส่งข้ากลับได้แล้ว"
“ฟางเฟยถอดแหวนเ้ามา” ฟางเฟยก้มมองแหวนทับทิมที่นิ้วกลาง เธอสวมมันติดตัวตลอด
“ท่านจะเอาไปทำอะไร” ซื่อเว่ยต้าตี้กางนิ้วต่อหน้าเธอ
“สวมให้ข้า เป็คู่หมั้นควรมีของแลกเปลี่ยน”
“อะไรกันอ่ะ…แบบนี้เหมือนท่านปล้นข้าเลย ดูสิข้าข้ามเวลามา มีแค่แหวนวงเดียวติดตัว ท่านก็จะเอาแบบนี้เลยเหรอ”
“ถอดแล้วใส่ให้ข้า” ซื่อเว่ยต้าตี้ทำเสียงดุใส่ฟางเฟย
ฟางเฟยยอมถอดแหวนที่รักมาก ใส่ให้เขา นิ้วกลางของเธอกลายเป็นิ้วก้อยของเขา
“แบบนี้ค่อยดูเป็คู่รักหน่อย ต่อไปเ้ามีปิ่นของข้าอยู่ที่นี่จะไม่มีใครกล้าทำร้ายเ้า”
“คุณหนูคะ ตื่นเถอะค่ะ คุณหนู”
“ตื่นแล้ว ๆ กี่โมงแล้วซิน”
“เกือบจะ 8 โมงแล้วค่ะ”
ฟางเฟยดีดตัวอย่างอัตโนมัติ
“ตายล่ะ…พี่จางจิ้งยังไม่มาตามใช่ไหม”
“เมื่อครู่ส่งคนมาตามแล้วค่ะ คุณหนูรีบเถอะค่ะ นายน้อยเป็คนมีระเบียบมาก เมื่อเย็นมาบอกกับคุณหนูด้วยตัวเอง ถ้าเช้านี้ถ้าคุณหนูไม่ตรงเวลามีโกรธแน่”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ เขาดูอ่อนโยนจะตายไป ทำไมทุกคนถึงดูกลัวเขากันนักนะ”
“นั่นเพราะคุณหนูยังไม่เจอกับตัวเอง”
ฟางเฟยรีบเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน พอเธอล้างหน้าก็สังเกตเห็นว่านิ้วมือว่างเปล่าไปแล้ว แหวนทับทิมของฉัน ซื่อเว่ยตาตี้ นี่เป็เทพหรือโจรรูดทรัพย์กันแน่ ทำเป็อ้างเื่โน้นเื่นี้ ฟางเฟยหยุดคิดชั่วครู่ความคิดบางอย่างก็เกิดขึ้น แหวนวงนี้ติดนิ้วเธอไปในอีกโลกได้ แบบนี้ถ้าเอาขนมหรือของอย่างอื่น ติดตัวไว้จะสามารถขนไปด้วยได้ใช่ไหม ดีล่ะต้องรองพิสูจน์กันหน่อยแล้ว ฟางเฟยใส่ชุดที่ซินจัดเตรียมให้ แต่งหน้าทำผมทั้งหมดใช้เวลาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบเดินไปที่ลานจอดรถสกุลเกา ที่เวลานี้มีรถหลายคันจอดเรียงแถวอย่างพร้อมเพรียง นี่เป็ครั้งแรงที่เกาฟางเฟยเห็นแสงยานุภาพของเกาจางจิ้งนายน้อยแห่งสกุลเกา ลูกน้องของเกาจางจิ้งใส่ชุดดำเรียบร้อยตั้งแถวยืนรอเป็ระเบียบ ทุกคนหันมาทำความเคารพเธอพร้อมกัน จนเกาฟางเฟยถึงกับใเล็กน้อย ต้องขนาดนี้กันเลยเหรอ ฟางเฟยคิดในใจ มาเฟียชัด ๆ มิน่าใครก็คิดว่าสกุลเกายิ่งใหญ่ สิ่งที่เห็นยื่นยันคำพูดนั้นได้จริง ๆ
“ไปกันเถอะ วันนี้พี่จะพาไปเที่ยว” ฟางเฟยฟืนยิ้มแล้วกลืนน้ำลายลงคอ
“แน่ใจเหรอค่ะว่าไปเที่ยว ฉันคิดว่าพี่จะไปตีกับใคร”
“ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวเธอก็ชิน”
ตงเจ๋อเปิดประตูรถให้หญิงสาว และเ้านายของเขา ขบวนเดินทางของเกาจางจิ้งก็เคลื่อนตัวออกจากบ้านสกุลเกา เกาจางจิ้งพาเธอมาที่สุสานแห่งหนึ่ง เขาพาเธอมาเคารพหลุมศพใครบางคนที่จากไป
“นี่คือพ่อกับแม่พี่เอง วันนี้ครบรอบวันที่พวกเขาจากไป” จางจิ้งปักธูปลงกระถางธูปหน้าป้ายหลุมศพ แล้วกลับมายืนสงบนิ่งวัยอาลัย
“เสียใจด้วยค่ะ ฉันเพิ่งรู้ว่าเราสองคนมีเื่นี้ที่เหมือนกัน”
“เขาเสียไปหลายปีแล้ว และวันนี้พี่ก็มีของขวัญชิ้นพิเศษจะมอบให้ท่านทั้งสองด้วย”จางจิ้งกวักมือเรียกลูกน้องคนหนึ่งเข้ามา
“นายไปจัดการตามที่ฉันวางแผนไว้ ถ้าพวกเขาไม่รับข้อเสนอนายก็จัดการได้เลย”
“ครับนายน้อย”
ชายคนดังกล่าวรับคำสั่งแล้วออกไป รถในขบวนกว่าครึ่งถูกแบ่งแยกออกไป
“พี่จางจิ้งจะทำอะไรค่ะ”
“แก้แค้น พี่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะรวบรวมหลักฐาน และยึดทุกอย่างที่เป็ของพี่คืนมา และวันนี้ก็มาถึง พ่อแม่พี่ต้องจากไปอย่างสงบ ไม่ใช่ต้องมีเื่คาใจ”
ฟางเฟยนั่งรถออกมาจากสุสาน พี่จางจิ้งได้แก้แค้นให้พ่อแม่แล้ว แต่เธอกลับคิดหลบมาอยู่ที่นี่เงียบ ๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
“พี่จางจิ้ง ถ้าคนที่ฆ่าพ่อแม่เรา คือคนในตระกูลเดียวกันพี่คิดว่าฉันควรทำอย่างไง”
“ถ้าเป็พี่ พี่จะไม่เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม ถ้าเธอ้าให้พี่ช่วยขอแค่บอกพี่เท่านั้น”
จางจิ้งเอื้อมมือมากุมมือน้องสาวไว้
“แหวนเธอไปไหน ทุกครั้งไม่ใ่นี้นี่” จางจิ้งช่างสังเกต เห็นน้องสาวเปลี่ยนแหวนวงใหม่ที่แปลกตา
“เปลี่ยนบ้างค่ะ ไม่มีอะไร”
“ใช่เปลี่ยนบ้าง เกาฟางเฟยที่บอบบางอ่อนแอ ก็ควรเปลี่ยนเช่นกัน ต่อไปนี้เกาฟางเฟยจะเป็คนใหม่เป็คุณหนูสกุลเกา ทายาทคันฉ่องทองแดงรุ่นที่ 10”
ฟางเฟยหันไปยิ้มให้เกาจางจิ้ง พี่ชายที่มีความดำและขาว ภายใต้ใบหน้างดงามหล่อเหลา รถคันหรูมาจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่มีความร่วมสมัย ทางสถาปัตยกรรมของจีนโบราณและสมัยใหม่
“ที่นี่เป็กิจการของพี่เอง” ฟางเฟยมองดูป้ายหน้าทางเข้า เกากังเฟยหรง ับินที่แข็งแรง
เกาจางจิ้งเดินนำเธอเข้าไปด้านใน ที่นี่ตกแต่งได้อย่างสวยงาม มีความร่วมสมัยทั้งของเก่าดั่งเดิมและของใหม่ที่ทันสมัย มีความใหญ่โตหรูหรา ด้านหลังมีโรงแสดงงิ้วขนาดใหญ่ที่สวยงาม
“ฟางเฟยนี้คุณอาสี่ เกาเจียวเจี๋ย คุณปู่้าให้เธอมารู้จักเอาไว้ อย่างไงต่อไปคงต้องให้เธอสานต่อ”
“สวัสดีค่ะคุณอาสี่ หนูเกาฟางเฟยค่ะ”
“ท่านผู้เฒ่า เล่าให้ฉันฟังแล้ว ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวดีจริง ๆ ผู้เฒ่าเกาบอกว่าเธอเรียนนาฏศิลป์ สนใจอยากสืบทอดสิ่งนี้ต่อจากฉันไหม”
คุณอาสี่ผายมือขึ้นไปบนเวที ที่กำลังมีการแสดงงิ้วให้กับผู้ชมพอดี ฟางเฟยเหม่อมองไปที่ตัวละครที่เขียนหน้าและแต่งชุดที่สวยงาม ท่วงท่าอ้อนช้อยแต่แข็งแรง การใช้อาวุธที่คล่องแคล่วว่องไว พริ้วไหวไปในอากาศจนเหมือนเป็ส่วนเดียวกัน
“สนใจค่ะ”
จางจิ้งหันไปยิ้มกับอาสี่ นึกถึงตอนให้หญิงสาวเรียนดาบดูเธอลังเล แต่ตอนนี้กลับยอมรับการสือทอดอย่างง่ายดาย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แววตาสุขสดใสเหมือนดวงดาว
ทั้งสามคนนั่งดูการแสดงบนเวทีจนจบลง อาสี่ชวนย้ายขึ้นไปนั่งในห้องรับรอง้า เพื่อนร่วมทานอาหารมื้อเที่ยงด้วยกัน อาคารด้านหลังยังเป็โครงสร้างไม้ แบบโบราณอาคารสูงสี่ชั้น ที่มีลวดลายการแกะสลักชั้นเชิงงานไม้ที่สวยงาม ตกแต่งผ้าม่านโคมไฟและธง ทำให้ โรงแรมโบราณแห่งนี้ดูมีชีวิตเหมือนในนิยายกำลังภายใน
“นายน้อยครับ ฟ่านฉีไม่ยอมรับข้อเสนอ และเขา้าคุยกับนายน้อยครับ”
เกาจางจิ้งหันไปมองแขกที่เข้ามาใหม่ ที่กำลังมีอาการหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด ชายวัยกลางคนท่าทางนักเลง ด่าเกาจางจิ้งเสียงดัง ฟางเฟยจะเดินไปหาจางจิ้ง แต่ถูกอาสี่ขวางเอาไว้
“นี่ไม่ใช่ธุระของเรา หนูไปทานข้าวกับอาดีกว่านะ ไม่ต้องห่วงจางจิ้งหรอก แค่แมลงวันเขาจัดการได้สบายมาก”
ฟางเฟยเดินตามอาสี่ขึ้นชั้นบน ไปยังห้องรับรองที่ถูกจัดไว้ แต่สายตาเธอก็ยังมองดูพี่ชายเป็ระยะ ลูกน้องของเกาจางจิ้งเดินออกมาจากด้านข้าง จนล้อมกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่ทั้งหมด ตงเจ๋อเดินไปปิดประตูโรงงิ้วเพื่อป้องกันไม่ให้แขกด้านนอกรู้เห็นเหตุการณ์ด้านใน
“เฮ้ย…ปิดประตูทำไม แบบนี้รอบกัดกันชัด ๆ”
“ที่นี่คือเกากังเฟยหรง คุณฟ่านฉีเขามาหาเื่ที่นี่ก็เท่ากับบุกรุกอยู่แล้ว ผมแค่ป้องกันตัว จะเรียกว่ารอบกัดได้อย่างไงกัน”
“ไม่ต้องพูดมาก บุกเลย”
คนของฟ่านฉีมุ่งหน้าจะเข้าทำร้ายเกาจางจิ้ง แต่แค่ออกวิ่งไม่กี่ก้าวก็ถูกลูกน้องของจางจิ้งเข้าสกัดจนดูวุ่นวาย อาสี่รินน้ำชาให้ฟางเฟยอย่างใจเย็น ทั้งที่หน้าโรงงิ้วตอนนี้อย่างกับมีา ฟางเฟยแทบนั่งไม่ติด
“หนูขอออกไปดูหน่อยนะคะ แค่ยืนดูข้างบนไม่ลงไปแน่นอนค่ะ”
อาสี่พยักหน้า ฟางเฟยรีบลุกไปยืนดูที่ระเบียงหน้าห้อง ซึ่งสามารถมองลงไปจะเห็นลานหน้าโรงงิ้วได้ทั้งหมด ดูเหมือนจางจิ้งและคนของเขาจะไม่ยอมใช้ดาบ ทั้งที่ทุกคนมีดาบเป็อาวุธประจำตัว คงไม่้าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องาเ็ ได้แต่ใช้ดาบในฝักฟาดฟันจนอีกฝ่ายเจ็บระบมยอมแพ้ไป ฟ่านฉีดูแล้วคงเห็นท่าฝ่ายตัวเองเป็ลอง เขาชักอาวุธปืนออกมาเร่งไปที่เกาจางจิ้ง
“พี่จางจิ้งระวัง”
เสียงปืนดังขึ้น นายน้อยสกุลเกาที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ใช้ดาบปัดะุปืน ที่แล่นผ่าอากาศก่อนจะถึงตัวของเขาไว้ได้ ะุแฉลบไปโดนเสาใกล้กับที่ฟางเฟยยืนอยู่ ทำให้เกาจางจิ้งโกรธจนตัวสั่น เขาชักดาบออกจากฝักทองในมือ เงาของโลหะสว่างจนสะท้อนเข้าตาฟ่านฉี จนเขาถึงกับเดินเซสายตาพล่าเลือนเสียหลังทรงตัว เกาจางจิ้งมุงหน้าเข้าฟาดฟัน ฟ่านฉีศัตรูตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง ใครที่ะโมาขวางถือว่าชะตาขาดโดยแท้ จนทุกคนถอยห่างไม่กล้าเข้าไปรับคมดาบปัญจธาตุที่ล่ำลือ ฟ่านฉีแม้มีวิชาการต่อสู้พอตัว แต่เวลานี้เหมือนทำได้แค่ปัดป้อง ไม่สามารถรับกระบวนท่าแปลกประหลาดของจางจิ้งได้เลย ทำให้เขาได้รับาเ็จนเืท่วม
“พอได้แล้วนายน้อย” เสียงอาสี่ะโลงไปข้างล่าง ทำให้เกาจางจิ้งหยุดมือ ที่กำลังกระหน่ำฟันร่างฟ่านฉีจนเืแดงไปทั่วตัว แม้ฝ่ายนั้นจะพยายามปัดป้องและหลบหนี
"ที่เหลือปล่อยให้ตำรวจจัดการเถอะ ดีที่นายน้อยอยู่ที่นี่ด้วยตัวเอง โรงแรมเกากังเฟยหรง เลยถูกก่อกวนไม่มาก ฟางเฟยหันไปมองอาสี่ที่พูดแล้วยิ้มที่มุมปาก
“นี่เสียหายไม่มากเหรอคะ เฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้เราพังไปเยอะเลย แล้วก็เืท่วมแบบนั้น ไม่มากเลยนะคะ”
“เล็กน้อย มีบางครั้งที่หนักกว่านี้ ไปกินข้าวกันเถอะจะเย็นหมดแล้ว”
ฟางเฟยมองดูอาสี่ เกาเจียวเจี๋ย กลับเข้าไปในห้องใช้ตะเกียบคีบอาหารใส่ปาก เหมือนภาพการต่อสู้ข้างล่างไม่มีผลต่อสายตาของเขาเลย ตงเจ๋อและคนอื่น ๆ เข้ามารวบตัวคนก่อเื่ไปรวมกันไว้ที่มุมห้อง ไม่นานตำรวจก็มาถึง ตงเจ๋อออกหน้าเครียกับตำรวจ โดยที่จางจิ้งแค่เช็ดดาบเปื้อนเื เก็บใส่ฝักอย่างใจเย็นแล้วเดินตามขึ้นมาชั้นบน เขาส่งดาบที่ยังมีรอยเปื้อนเืติดอยู่ให้เธอ
“น้องฟางเฟยอยากเห็นใช่ไหม นี่คือดาบปัญจธาตุ ที่พี่เป็คนถือครองอยู่ ขอโทษด้วยนะตั้งใจให้เธอดูแบบปกติ แต่ดันมาได้กินเืซะก่อน กลับถึงบ้านค่อยให้ซินทำความสะอาดอีกที”
ฟางเฟยหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอ เช็ดเืที่กระเด็นติดแก้มออกให้เขา จางจิ้งถึงกับสะงักมองตาน้องสาวต่างพ่อแม่แต่สกุลเดียวกัน หญิงสาวตรงหน้าดูเขาต่อสู้โดยไม่ละสายตา ไม่มีท่าทีหวาดกลัวทั้งที่ะุเมื่อครู่เกือบโดนตัวเธอ แม้แต่เืที่เปื้อนหน้าเขาเธอก็จัดการให้ เกาฟางเฟยผู้หญิงคนนี้ดูน่าสนใจมากกว่าแค่มีหน้าตาที่สวยงาม
มี e book ห้วงฝันแห่งปัญจธาตุ เล่ม 1. https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODU0MTc2MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIyNzIxNCI7fQ