พันโท ยาซีน อิลฮามีย์ มองผ่านกระจกหนาของเครื่องบินไปยังปุยเมฆสีขาวที่ดารดาษอยู่เบื้องล่างราวกับเป็ทะเลเมฆาด้วยหัวใจที่หงอยเหงา ความอาลัยอันเกิดจากการสูญเสียเพื่อนรักต่างฐานันดรไปอย่างไม่คาดคิดมักจะมาโจมตีจิตใจของเขาได้ทุกครั้งที่สมองว่างเว้นจากการทำงานอันหนักหน่วง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เวลาที่ว่างเปล่ามักจะทำให้เขาเริ่มคิดถึงสาเหตุการตายของเพื่อนสูงศักดิ์คนนี้อยู่เสมอๆ มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยที่ผู้ชายซึ่งมีร่างกายแข็งแรงและบึกบึน จะมาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่สามารถหาเหตุผลอื่นใดมาคัดง้างข้อสรุปทางการแพทย์ได้ เพราะเขาเป็เพียงทหารคนหนึ่ง ทหารซึ่งไม่มีความรู้ทางด้านการแพทย์อยู่เลย ยกเว้นก็แต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในเวลาจำเป็เท่านั้น
นิ้วมือหยาบกระด้างอันเกิดจากการจับอาวุธฝึกซ้อมมานานหลายปีไล้ไปตามเรียวหนวดรกครึ้มสีดอกเลา เหนือเครายาวสีเดียวกันอย่างรู้สึกระคายเคือง ก่อนจะถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงค่อยละสายตาจากหมู่เมฆกลับมาในห้องโดยสาร
แอร์โฮสเตสหลายคนกำลังง่วนอยู่กับการแจกจ่ายอาหารว่างให้กับผู้โดยสาร ชุดสูทสีเบจแบบพอดีตัวกับหมวกพิลล์บ็อกซ์สีแดงสดใสทำให้พวกเธอดูสวยสง่าไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยทีเดียว ทว่ากลับมีเพียงหนึ่งเดียวที่สะดุดตาของยาซีนจนเขาต้องเผลอมองจ้องไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่จะหลุบตาลงเมื่อดวงตางามของเธอคนนั้นมีอันต้องผ่านมาทางเขาพอดี
ยาซีนทำทีว่ากำลังสนใจเอกสารบนโต๊ะอยู่ก่อนจะลอบมองเธออีกครั้ง จนพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในความสนใจของเธออีกแล้ว เขาถอนหายใจอีกครั้งอย่างรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่เขย่าหัวใจอันแข็งแกร่งของเขาได้ขนาดนี้มานานแล้ว
ครั้งสุดท้ายนั้นคงเป็เมื่อเกือบสิบปีก่อนหน้านี้กระมัง ก่อนที่ผู้หญิงซึ่งเขารักสุดหัวใจจะตกลงรับหมั้นกับเพื่อนที่เขารักมากที่สุด เขาไม่เคยเจ็บแค้นคนทั้งคู่ ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกดีใจที่คนซึ่งเขารักทั้งสองคนได้ลงเอยกันอย่างมีความสุข นับจากวันนั้นมา หัวใจของเขาก็มีแต่คำว่างาน งาน และงานเพียงอย่างเดียว
ยาซีนถอนใจอีกครั้งก่อนจะก้มลงมองเอกสารในมืออย่างรู้สึกหนักใจกับภารกิจล่าสุดที่ได้รับมอบหมายมา มันเป็ภารกิจที่จะต้องตามหาบุคคลสองคนซึ่งเขาไม่เคยพบพานมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทั้งคู่นั้นยังมีตัวตนอยู่บนโลกนี้หรือเปล่า เขาไม่มีข้อมูลอื่นใดเลยที่พอจะสนับสนุนให้สามารถหาตัวบุคคลทั้งสองนั้นได้ในระยะเวลาอันสั้นตามที่ถูกกำหนดมา
เขารู้เพียงแต่ว่า บุคคลทั้งสองนั้นเป็ผู้หญิง ทั้งคู่เป็แม่ลูกกัน มีเพียงรูปของผู้เป็แม่เท่านั้นที่เป็เบาะแสเพียงอย่างเดียว แต่ก็เป็รูปเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว เป็รูปที่ถูกถ่ายเอาไว้ก่อนที่เธอจะหายตัวไปพร้อมลูกสาวซึ่งยังไม่รู้ประสีประสาอย่างไร้ร่องรอยเมื่อยี่สิบปีก่อน
เบาะแสที่มีอีกอย่างนั้นก็คือ เธอเป็คนไทยมุสลิม จึงทำให้เขาคิดว่า เธอน่าจะหอบลูกของเธอกลับไปยังประเทศไทยอันเป็บ้านเกิดเมืองนอนของเธอ จากนั้นก็เร้นกายอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งในดินแดนขวานทองแห่งเอเชียอาคเนย์แห่งนั้น
ดูแล้วทุกอย่างช่างมืดแปดด้านเสียเหลือเกิน แต่ยาซีนก็ยังพอจะอุ่นใจอยู่บ้างเมื่อเขาบังเอิญมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็คนไทย และเป็ตำรวจอยู่ในหน่วยสืบราชการลับของสำนักงานตำรวจ เพื่อนของเขารับปากว่าจะพยายามหาตัวบุคคลทั้งสองนั้นให้อย่างเต็มความสามารถ เขาจึงส่งประวัติล่าสุดเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้วของผู้เป็แม่และรูปถ่ายของเธอไปให้ทันที แล้วรีบเดินทางออกจากราชอาณาจักรมัชอัลอันเป็บ้านเกิดเมืองนอนของเขาในตะวันออกกลางบริเวณอ่าวเปอร์เซียทันที
ยาซีนมองดูรูปภาพเก่าๆ ของหญิงสาวคนนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วกวาดตามองหาแอร์โฮสเตสสาวคนนั้นอีกครั้ง ทว่าสายตาอันเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวทะเลทรายของเขาก็ประสบพบพานกับใครบางคนที่คุ้นตาขึ้นมา เขาเพ่งมองอยู่นานจนแน่ใจว่า ชายชาวซิกข์ที่กำลังลุกยืนขึ้นตรงที่นั่งแถวหน้าถัดจากแถวของเขาไปไม่ไกลนั้นคือ อาบูซา ผู้ก่อการร้ายที่ทางการมัชอัลกำลัง้าตัวมากที่สุดตอนนี้