4 แอบรัก
“ว่าไงคุณเสร็จหรือยัง ไม่หนาวหรือไง”ธราเทพะโถามเมื่อเห็นว่าตัวเองกลับเข้ามาในห้องทำงานก็นานแล้วแต่เกร็ดแก้วยังไม่ออกจากห้องน้ำเลยตอนแรกก็คิดว่าหญิงสาวอาจจะใช้่เวลาที่เขาไม่อยู่หนีไปแต่เสียงน้ำที่ตกกระทบกับพื้นกระเบื้องหินอ่อนและเสียงบ่นพึมพำอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยก็ดังผสานกันออกมาเป็ระลอก
“นายจะมายุ่งอะไรกับชีวิตฉันอีกละนายเทพ อยากทำอะไรก็ทำไปซิ หรือไม่ถ้าว่างมากนักพาเอาไอ้หัวหยิกๆ หย็อยๆ เหมือนฝอยขัดหม้อร่างใหญ่ยังกับั์และดำเหมือนถ่านของนายไปให้ไกลๆ เลยยิ่งดี คนยิ่งเหนื่อยและคันอยู่”
เกร็ดแก้วะโตอบมือก็ล้างคราบสบู่ออกจากกายอีกครั้งหญิงสาวยกแขนขึ้นดมดูว่ากลิ่นสาบเหม็นของดินโคลนที่เปื้อนอยู่บนผิวกายนั้นหลุดหายไปหมดหรือยังแล้วพวงหน้าอิ่มเต็มด้วยเืฝาดก็แย้มยิ้มเมื่อกลิ่นสาบที่ติดอยู่ได้หายไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่กลิ่นสบู่หอมๆ เท่านั้น
แต่พอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องน้ำ ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มก็หุบลงทันควันและพาลโกรธเคืองไปถึงคนที่อยู่ข้างนอก
เธอจะออกไปจากห้องน้ำได้ยังไงกันในเมื่อเสื้อผ้าก็ไม่มีติดตัวสักชิ้น จะใช้เสื้อผ้าชุดเดิมที่ตัวมาเสื้อและกางเกงรวมกับชิ้นเล็กอีกชิ้นก็มาจากพ่อตัวดีที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่นส่วนบราก็ได้มาจากหญิงชราร่างเล็กเกร็ดแก้วย่อตัวลงจับเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นแล้วก็แบะหน้า เมื่อเห็นราบสีเขียวๆดำๆ ติดอยู่เต็มไปหมด
“เสร็จหรือยังคุณ” ธราเทพะโถามอีกครั้ง
“เสร็จแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ออกมาได้แล้วซิ”
“ออกไปกับผีอะไรละ จะให้ฉันเดินเหมือนชีเปลือยออกไปให้นายดูหรือไงตาบ้าพูดออกมาได้ไม่คิด”
“อ้าว...พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ให้เสื้อผ้าซะเลย”
เกร็ดแก้วหูผึ่งเมือได้ยินคำว่าเสื้อผ้า“อย่างนั้นนายก็ส่งมาเร็วๆ ซิ ฉันจะได้ใส่และออกไปจากห้องน้ำนี่เสียทีหนาวจะตายอยู่แล้ว”
“ถ้าอยากได้ ก็เปิดประตูออกมาเอาซิผมใส่ตะกร้าวางไว้ให้หน้าห้องน้ำนั่นแหละ”ธราเทพบอกขณะเดินไปยืนอินผนังห้องห่างจากประตูห้องน้ำเสียงแค่ก้าวเดียว ปลายนิ้วล้อเล่นกับดินสอแท่งยาวที่หยิบมาจากโต๊ะทำงานดวงตาคมกริบไม่ห่างจากประตูห้องน้ำแม้เพียงนิดเดียวก่อนจะเปลี่ยนใจเดินไปนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแทนเมื่อเห็นว่าการกระทำแบบนั้นมันไม่เป็สุภาพบุรุษสักเท่าไหร่แค่ที่ทำมาหลายต่อหลายอย่างก็เหมือนกับเป็การเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่ามากอยู่แล้ว
เกร็ดแก้วยกมือขึ้นกอดอกขณะเดินวนไปเวียนมา สมองก็ครุ่นคิดประมวลเหตุการณ์ถึงผลได้ผลเสียไม่รู้ซิ..มันเหมือนมีอะไรมาสะกิดให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ของชายหนุ่มมันจะต้องมีอะไรสักอย่าง ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยดีกับเธอสักเท่าไหร่และปะทะกันเมื่อไหร่ เธอก็เป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำทุกทีเช่นกันยอมรับว่าแรงผู้หญิงสู้ผู้ชายไม่ได้อยู่แล้ว แต่ความคิดเธอก็พ่ายแพ้อีตากำนันบ้านนอกเช่นกันคิดแล้วเจ็บใจชะมัด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เอาคืนสักที
เกร็ดแก้วมองไปที่ประตูห้องน้ำอย่างไม่ไว้วางใจคนด้านนอกแต่เพราะทนเย็นไม่ไหว จึงต้องตัดสินใจ...เดินไปยืนชิดกับฝาผนังในฝั่งที่เมื่อร่างลงนั่งยองๆเธอสามารถยื่นมือขึ้นไปกดล็อกประตูให้เปิดและดึงเอาตะกร้าผ้าเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็ว
เกร็ดแก้วหยิบผ้าขนหนูมาซับหยดน้ำตามเนื้อตามตัวเป็อย่างแรกก่อนดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้าง เพราะสิ่งที่ได้เห็น!
“อือๆ ” เกร็ดแก้วร้องแบบไม่มีเสียง เพราะเอามือปิดเอาไว้ได้ทันไม่เช่น...ไอ้บ้าที่อยู่ข้างนอกจะต้องได้ยิน แล้วรีบผลักประตูเข้ามาทันทีและไอ้ประตูพลาสติกที่ออกแรงผลักสักครั้งสองครั้งเดี๋ยวล็อกมันก็หลุดออก
เกร็ดแก้วมองไปตามแขนและขาช้าๆด้วยความปวดร้าวระคนคั่งแค้นขณะแตะปลายนิ้วลงไปบนแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลแดงเป็ปื้น ิับางส่วนก็ถลอก
น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวน เกร็ดแก้วขบเม้มสะกดกลั้นเสียงร้องไม่ให้หลุดรอดออกจากปากที่มาพร้อมกับความคิด...เธอไปทำให้อะไรให้กำนันเทพโกรธนักหนาเขาถึงได้ทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจแบบนี้
“นี่คุณ จะนอนเฝ้าห้องสวมหรือไง ผมก็ปวดท้องเป็นะ”ธราเทพะโถามไปอย่างเป็ห่วง เมื่อครู่ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจดูแต่ก็เห็นรอยแดงและถลอกบนแขนเรียวอย่างชัดเจนป่านนี้เ้าตัวคงจะเห็นและก็กำลังใอยู่แน่เลย ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ตัวไปยืนอยู่หน้าห้องน้ำ
“ไพลิน เป็ยังไงบ้าง โอเคไหม?” ชายหนุ่มถามน้ำเสียงออกจะนุ่มนวลและเป็ห่วงเป็ใยนี่ถ้าพ่อแม่เกร็ดแก้วรู้ว่าลูกสาวถูกทรมานแบบนี้มีหวังจะต้องเอาตำรวจมาลากคอเขาเข้าตะรางแน่นอน แต่ตอนนี้หายกังวลไปได้่หนึ่งละเพราะพ่อแม่หญิงสาวอยู่ต่างประเทศ เท่าที่การัณย์ส่งข้อมูลมาให้นั้นเกร็ดแก้วไม่ค่อยจะคุยโทรศัพท์กับพ่อและแม่สักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะพูดคุยกันตามงานเลี้ยงเสียมากกว่านี่แหละชีวิตคนกรุง ไม่ค่อยจะมีเวลาให้กับครอบครัวแต่มีเวลาให้กับเด็กสาวที่รับเลี้ยงเสมอ
“ปะ...เปล่า ไม่เป็อะไร” เกร็ดแก้วตอบกลับเสียงเบาขณะหยิบเสื้อผ้ามาใส่แล้วต้องเบะหน้า เมื่อเห็นเสื้อตัวใหญ่แขนเสื้อยาวเลยนิ้วมือทั้งห้า ด้านล่างก็ยาวเลยลงไปเกือบจะถึงเข่ากางเกงคงไม่ต้องพูดถึง มันคงเหมือนกับเ้าชายตอนถูกสาบให้เป็กบแหละ
แต่เกร็ดแก้วก็รู้ดีว่าเธอต้องใส่เลยรีบพับแขนเสื้อและขากางเกงเอาไว้ก่อนเพื่อกันเสื้อผ้าเปียกน้ำและความรุ่มร่ามที่จะเกิดขึ้นแต่ถึงจะทำอย่างนั้นแล้ว ทั้งแขนเสื้อและขากางเกงก็ยังยาวเลยมือและเท้าอยู่ดีแล้วเวลาที่เดินาแที่เกิดขึ้นก็เสียดสีกับเสื้อผ้าจนรู้สึกคันและแสบร้อนจนอยากจะลงแรงเกาเพื่อระบายความคันแต่ก็รู้ดีว่าถ้าทำตามความ้า รอยแผลที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น
“เข้าไปทำอะไรนานนักฮะไพลิน ไม่รู้หรือไงว่าทำให้คนอื่นเป็ห่วง”ธราเทพดุพลางคว้าแขนเรียวดึงไปนั่งยังเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่เคยใช้แทนเตียงนอนในยามไม่สบายง่วงหาวนอน หรือเหน็ดเหนื่อยจากหน้าที่การงานที่ทำ
“โอ๊ย! ...ฉันเจ็บนะตาบ้า กดลงมาได้แขนคนนะไม่ใช่เหล็ก” เกร็ดแก้วร้องเสียงดังลั่น เมื่อมือใหญ่กดลงไปบนแขนที่มีาแเป็ทางยาวหญิงสาวรีบแกะมือใหญ่ออกจากแขน แต่ดูเหมือนว่าคนที่ได้ยินเสียงร้องก็รีบคลายมือออกแต่ไม่ยอมปล่อย ยังคงลากไปจนถึงจุดหมายปลายทาง
“ยังคันอยู่อีกไหมไพลิน”
เกร็ดแก้วอยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่ใช่ไพลินแต่ตอนนี้เธอเหนื่อยกับอาการคันคะเยอและเหนื่อยที่ต้องสู้รบกับคนที่มีอีโก้สูงเลยสงบปากสงบคำเอาไว้ขณะมองตามือที่ยื่นไปบีบยาหลอดเล็กก่อนจะมาเลิกแขนเสื้อที่เธอใส่จนเห็นแผลสีแดงมีน้ำสีขาวปนแดงไหลซึมออกมา
เธอไม่ได้อยากร้องไห้ให้นะแต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ ยิ่งเมื่อชายตรงหน้าเอาใจใส่ด้วยการทายาให้ยิ่งทำให้น้ำตาเธอไหลลงเรื่อยๆ
“เจ็บมากเหรอไพลิน ไม่เป็ไรนะ เดี๋ยวทายานี่ก็จะดีขึ้นแล้วละไม่นานก็หายแล้วนะคนดี” ธราเทพบอกเสียงนุ่มพยายามลดแรงกดลงบนาแอย่างที่คิดว่าเบามือที่สุด
เกร็ดแก้วมองปลายนิ้วที่ไล่ทายาทั้งแขนและขาจนหมดทุกแห่งหัวใจรู้สึกอบอุ่นกับความนุ่มนวลและอ่อนโยนที่ได้รับยิ่งทำให้น้ำตาเธอยิ่งไหลมากขึ้น
“นอกจากแขนและขา ยังมีแผลตรงอื่นอีกไหมไพลิน อ้าว...ผมทำเจ็บมากเหรอถึงได้ร้องไห้เป็เผาเต่าแบบนี้ ขอโทษนะ...”ธราเทพดึงกายอรชรที่กลั้นสะอื้นไม่มีเสียงมากอดแนบอกพลางลูบไล้ศีรษะทุยอย่าง้าปลอบประโลมและรู้สึกผิด เป็เพราะเขาที่อุตริคิดให้หญิงสาวหัดทำงานเป็แต่กลับกลายเป็ว่าเกร็ดแก้วต้องมาเจ็บตัวแทน
ชายหนุ่มดันร่างโปร่งออกห่างใบหน้าคมแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม ขณะกดซับน้ำตาบนใบหน้านวลอย่างอ่อนโยน
“ไม่เจ็บแล้วนะคนดี อีกเดี๋ยวก็หายแล้ว”ชายหนุ่มปลอบประโลมอีกครั้งอย่างกับว่าเกร็ดแก้วเป็เหมือนเด็กตัวน้อยที่้าคนเอาใจใส่
“บ้า! ใครว่าฉันร้องเพราะเจ็บย่ะ” เกร็ดแก้วสะบัดค้อนใส่ชายหนุ่มวงโตอายที่ตัวเองมาเป็สาวเ้าน้ำตาในอ้อมกอดของศัตรูหญิงสาวรีบแกะมือใหญ่เพื่อจะขยับตัวออกไปนั่งไกลๆเพราะตอนนี้หัวใจเธอเริ่มที่จะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอกแล้วเลยกลัวว่าชายหนุ่มจะได้ยินและล่วงรู้ความรู้สึกแปลกๆ ที่มันเกิดอยู่
“พี่เทพคะ...อุ้ย!! ขอโทษคะไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ด้วย” หญิงที่มาใหม่เอ่ยขอโทษเสียแ่เบาเธอก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยการก้มลงมองพื้น แต่ก็ไม่อาจจะหักห้ามเอาไว้ได้จึงต้องรีบยกมือขึ้นปาดมันอย่างรวดเร็วเ็ปเมื่อเห็นในอ้อมแขนของคนที่ชอบ...เคยฝันไว้ว่าจะได้เข้าไปซบอิงและขอไออุ่นมีหญิงสาวสวยราวกับนางฟ้าซุกอยู่
“นุ่มขอโทษที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาก่อนได้รับอนุญาตนะคะพี่เทพ”หญิงคนเอ่ยเสียงแ่เบาและแหบเครือมีนามว่า ‘จิตรเลขา’หนึ่งในสาวที่แอบรักธราเทพอย่างหมดหัวใจ
“ไม่เป็ไรหรอกนุ่ม ว่าแต่เรามาหาพี่ มีธุระอะไรหรือเปล่า”ธราเทพถามอย่างเป็การเป็งาน เพราะคิดว่าหญิงสาวอาจนำเื่งานที่ได้ร่วมมือกันไว้มาปรึกษา
เขาร่วมมือกับจิตรเลขาสอนให้นักเรียนได้รู้จักการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จำกัดให้ได้ประโยชน์มากที่สุดด้วยการเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็การผสมผสานระหว่างการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น รวมถึงงดใช้สารเคมีทุกชนิด ส่วนหนึ่งเพื่อประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียนในโรงเรียนได้รับประทานถ้าเหลือก็จะส่งไปขายตามท้องตลาดนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งมาเป็เงินออมไว้ใช้จ่ายยามจำเป็และอีกส่วนก็แบ่งปันให้กับนักเรียนนำกลับไปช่วยเหลือพ่อแม่
“ปะ...เปล่าคะ” จิตรเลขาตอบกลับเสียงเบาใบหน้านวลหลบมองพื้นห้องด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
ใครจะกล้าบอกไปละลูกศิษย์ตัวน้อยวิ่งไปป่าวประกาศเสียงดังลั่น ั้แ่หัวหมู่บ้านยันท้ายหมู่บ้านลุงกำนันพา...เมีย! เข้าบ้านและยังชมว่าหน้าตาสวยเหมือนกับนางสาวไทยเธอเลยอยากมาดูหน้าผู้หญิงที่ทำให้ชายที่เป็ที่สาวๆในหมู่บ้านและเกือบจะทั้งอำเภอหมายปอง เพราะใบหน้าที่หล่อเหล่าคมเข้มอย่างกับพระเอกหนังไทย เรือนกายกำยำบึกบึน เวลาที่ชายหนุ่มถอดเสื้อออกมาก็จะเห็นกล้ามเนื้อเป็มัดๆ อีกทั้งยังเอาการเอางาน เหล้ายาไม่แตะถ้าไม่จำเป็จริงๆ
เกร็ดแก้วหันไปตามเสียงที่ได้ยินได้เห็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางและสมส่วน อกได้รูปรับกับเอวเล็กคอดและสะโพกผายพองามอีกทั้งผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนน่าลูบไล้ เสียดายว่าไม่ได้เห็นใบหน้าชัดเจนเพราะหญิงสาวที่ยืนนิ่งเหมือนกับหุ่นเอาแต่หลบสายตาก้มลงมองพื้นหินอ่อน
“ใครนะนายกำนัน” เกร็ดแก้วถามเสียงเรียบเฉยเก็บอารมณ์โกรธเกรี้ยวและโกรธแค้นเอาไว้ในอกอย่างมิดชิด เมื่อตอนเช้าที่เธออาละวาดชายหนุ่มและแม่ของเขานั้นเป็เพราะเธอยังใและยังตั้งสติกับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอย่างกะทันหันไม่ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทางแล้วเธอจึงดึงเอาความนิสัยเงียบและเฉยชามาเป็เกราะกำบัง หญิงสาวมองอย่างเชื่องช้าจดจำรายละเอียดทุกอย่างใส่สมองเอาไว้ประมวลผลจนหลายคนทักว่าหยิ่งขึ้นมาใช้
“ใครคะพี่เทพ?” ถึงแม้จะรู้มาเลาๆ และมั่นใจว่าใช่แต่จิตรเลขาก็ยังอยากถามให้แน่ใจ
น้ำเสียงหวานปนเศร้าเต็มไปด้วยความน้อยใจที่ดังมาจากสาวน้อยตรงหน้าเรียกความสนใจเกร็ดแก้วได้เป็อย่างดีหญิงสาวขยับปากไปมา ดวงตากลมโตหลุกหลิก ความคิดเริ่มสะดุดและคันยิบๆเหมือนกับมีใครเอาขนไก่มาแหย่ที่หัวใจ สัญชาตญาณของความเป็หญิงบอกว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีความรู้สึกพิเศษๆให้กับนายกำนันตัวร้ายที่ชอบรังแกเธอ
ความรู้สึกแปลกๆเหมือนถูกดึงลงไปในน้ำเย็น ถูกแรงกดอากาศและน้ำอัดแน่นรอบทิศ จนเจ็บอกและหายใจติดขัดเกร็ดแก้วถึงกับงงและแปลกใจกับความรู้สึกของตัวเอง มันเหมือนกับว่าเธอสนใจกำนันเทพจนรู้สึกหวาดกลัวและเป็กังวลเมื่อชายหนุ่มมีเสน่ห์จนหญิงสาวที่ทั้งสวยและน่ารักมาแอบรักแอบชอบถึงตอนนี้กำนันเทพอาจไม่รู้ตัวว่าผู้หญิงที่แทนตัวเองว่านิ่มนั้นชอบ แต่รู้เมื่อไหร่ชายหนุ่มจะต้องมองแน่ๆ ใครบ้างที่จะไม่ชอบสาวสวย น่ารักและบอบบางน่าถะนุถนอมแบบนี้
เกร็ดแก้วกำหมัดรู้สึกโกรธตัวเองอย่างบอกไม่ถูก ใช่ว่าเธอจะไม่มีคนมาจีบเสียหน่อยเพราะตอนอยู่ที่บ้านก็มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งที่โสดและไม่โสดแวะเวียนมาหาจนหัวบันไดบ้านไม่แห้ง ยังมีทินภัทร ปันจะโยภาสกุลดร.เตอร์หนุ่มตามติดพันแบบเช้าถึงเย็นถึงอีกคน แต่ไม่เคยเลยที่เธอจะรู้สึกแบบนี้กับใครแล้วตากำนันบ้านนอกนี่เป็ใคร ทำไมถึงมาทำให้หัวใจอันอ่อนโยนแต่แข็งแกร่งและห้อมล้อมด้วยเกราะหนาปริแตกได้
เกร็ดแก้วขบกัดริมฝีปากอย่างขัดหูขัดตาและที่สำคัญคือขัดใจจนอยากจะซัดพ่อกำนันเนื้อหอมด้วยกำปั้นสักตุ้บสองตุ้บจะได้รู้สึกตัวซะบ้างดูซิมองตากันอยู่นั่นแหละ ไม่กลัวมดจะหามหรือไงยะ...
เมื่อเล่นงานชายหนุ่มด้วยคำพูดไม่ได้เกร็ดแก้วก็ยื่นมือไปที่ร่างใหญ่ ใบหน้านวลเปื้อนรอยยิ้มขณะนิ้วเล็กหยิบเอาหนังหนาๆมาเล็กน้อย บิดอย่างช้าๆ
ธราเทพสะดุ้งตวัดสายตามองแม่ตัวแสบที่ยังคงยิ้มหน้าตาระรื่นอยู่ใกล้ๆอยากจะเอาคืนด้วยการดึงใบหน้าแดงๆ มาจูบสักฟอดแต่เกรงใจคนที่โดนหนักจนคืนนี้ยังกลัวว่าหญิงสาวอาจไข้ขึ้นก็ได้เพราะผิวกายบางๆ แบบฉบับลูกคุณหนูที่ไม่เคยเอาฝ่าเท้ามาเยียบย่างบนพื้นดินโคลนบ้านนอกแดงจัดอย่างน่ากลัวแล้วเขาก็อายจิตรเลขาที่ยืนมองมาั์ตาบ้องแบ้วเทิดทูนเหมือนกับเขาเป็วีระบุรุษอย่างนั้นแหละ จนเขาใจแข็งผลักไล่เหมือนกับสาวอื่นที่ตามรังควานตอนที่กำลังทำงานอยู่ไม่ได้
“เจ็บนะคุณ” ชายหนุ่มก้มกระซิบบอกเสียงลอดไรฟัน ขณะจับมือเล็กบีบเบาๆแต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมปล่อยก็เพิ่มแรงบีบลงไปจนเกร็ดแก้วถึงกับหน้าเบ้ตวัดสายตาเคืองขุ่นมาให้ ก่อนจะสะบัดมือออกและขยับกายออกไปนั่งเสียจนไกลในระยะที่เขาเอื้อมมือคว้าตัวไม่ถึง
“เข้ามาก่อนซินิ่ม มารู้จักพี่ไพลินเมียพี่ก่อน” ธราเทพบอกเสียงนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเคลื่อนตัวตามไปนั่งใกล้ๆ กับเกร็ดแก้วที่รอรับด้วยศอกซึ่งกระทุ้งเข้าที่กล้ามเนื้อหน้าท้องทำเอาจุกไปเหมือนกัน
ชายหนุ่มได้แต่ฝากความแค้นเอาไว้มีโอกาสเอาคืนเมื่อไหร่ จะทำให้แม่ตัวแสบตัวอ่อนระทวยเป็ขี้ผึ้งลนไฟเลย ธราเทพจับมือเล็กมากุมไว้อย่างไม่สนใจว่าเกร็ดแก้วจะขัดขืนเพียงใด
“นิ่มนี่พี่ไพลินเมียพี่ ไพลินรู้จักนิ่มหรือครูจิตรเลขาซินิ่มเป็ทั้งเพื่อนบ้านของเราและก็เป็รุ่นน้องผมด้วย”ชายหนุ่มแนะนำสองสาวให้รู้จักกัน
“สวัสดีค่ะพี่ไพลิน” จิตรเลขายกมือขึ้นไหว้อย่างสวยงามและชดช้อยพร้อมรอยยิ้มหวานๆ อย่าง้าฝากเนื้อฝากตัว
ถึงจะเจ็บช้ำที่เห็นในอ้อมแขนธราเทพมีภรรยาที่ทั้งสวยและน่ารักเหมือนกับนางฟ้าเป็เ้าของเธอรู้ตัวมาั้แ่ต้นว่าความรักที่มอบให้ธราเทพคงจะสมหวังยากเพราะมีหญิงอีกหลายคนคอยจ้องจะเป็เ้าของหัวใจชายหนุ่มอยู่แต่ละคนไม่แค่สวยแต่ยังรวยอีกด้วยผิดกับเธอที่เป็เพียงครูอัตราจ้างเงินเดือนน้อยนิด ทรัพย์สินที่ทางก็ไม่พ่อแม่ก็ไม่ได้เป็ข้าราชการใหญ่โต ด้วยพื้นนิสัยที่อ่อนโยนจนกลายเป็อ่อนแอและเป็คนมีมนุษยสัมพันธ์อันดีทำให้คุณครูสาวตอบรับเพื่อนใหม่ได้อย่างไม่อิจฉาริษยาเพราะเธอจะมีความสุขถ้าคนที่รักมีความสุข
รอยยิ้มหวานอย่างฝากเนื้อฝากตัวที่มาจากใบหน้านวลผ่องทำเอาเกร็ดแก้วที่เชิดขึ้นสูงเพราะไม่อยากทำความรู้จักให้ความสนใจและเสวนาด้วยถึงกับอายแก่ใจที่เธอก็โยนความผิดให้กับหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะมองหญิงสาวที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหน้า
เครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มรูปไข่ดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน คิ้วสวยเหมือนวงพระจันทร์ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากเล็กรูปกระจับเป็สีชมพูระเรื่อโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติกถ้าอยู่เฉยๆ ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสจะดูอมโศกเล็กน้อย แต่ถ้ายิ้มเมื่อไหร่ก็เหมือนกับเปิดโลกให้สว่างสดใสเล่นเอาหัวใจสาวกระตุก รีบหันมองกำนันเทพที่เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย
‘อีตานี่ ถ้าไม่ตาถั่วก็คงถึงขั้นบอดถึงได้มองไม่เห็นว่ามีคนน่ารักชอบอยู่ใกล้ตัวถึงขนาดนี้นะ’
“มีอะไรหรือเปล่าไพลิน?” ธราเทพถามด้วยความสงสัย
“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร...” เกร็ดแก้วตอบกลับอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงและเร็วเหมือนกับจะทะลุออกมาจากอกเพราะใและกลัวว่าชายหนุ่มจะล่วงรู้ความคิดและความรู้สึกที่ตัวเธอเป็หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอกและหันไปยิ้มมุมปากให้กับจิตรเลขาไม่ใช่ว่าจะหยิ่งนะแต่ยังไม่อยากได้เพื่อนเพิ่มก็เท่านั้นเองแค่ยายเพื่อนซี้สองคนที่มีก็แย่แล้ว
เออ...ว่าแต่เธอหายมาแบบนี้สองคนนั้นไม่เป็ห่วงแย่เหรอใช่...อีกไม่นานสองคนนั้นจะต้องรู้และออกหาตัวเธอ แล้วทีนี้แหละนายกำนันเทพเอ๋ย...นายตายแน่
รอยยิ้มร้ายๆตรงมุมปากของเกร็ดแก้ว ดวงตาแพรวพราวตวัดมองกำนันเทพที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกหนาวๆร้อนๆ เหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ
เธอไม่ได้ชมตัวเองนะแต่ก็มีหลายคนทักว่าเธอทั้งสวยและก็น่ารักแต่ธราเทพก็ไม่เคยมองด้วยสายตาแห่งรักหรือมองอย่างหนุ่มมองสาวสักครั้งดวงตาจิตรเลขาร้อนผ่าว รู้สึกเหมือนกับมีน้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วยตาริมฝีปากอวบอิ่มขมเม้มเข้ากันความเ็ปแทรกซึมเหมือนถูกลิ่มแหลมคมตอกอยู่บนหัวใจ ดูซิขนาดมีเธอนั่งอยู่ด้วยแต่ก็เหมือนกับว่าไม่มีตัวตน เพราะสองหนุ่มสาวจมอยู่ในโลกส่วนตัว
“นิ่มขอตัวก่อนดีกว่าค่ะพี่กำนัน”
“อ้าว...จะรีบไปไหนละนิ่ม พี่ว่าเย็นๆ จะไปหาอยู่พอดี”
เกร็ดแก้วตวัดมองคนพูดด้วยหางตาใบหน้านวลเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นที่มาพร้อมกับความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจอย่างไม่ทันจะรู้ตัวทีกับเธอ พูดเสียห้วนดุและแข็งด้วยแต่กับยายครูหน้าหวานตรงหน้ากลับพูดเสียงนุ่มและหวานขึ้นมาเชียวชิ...จมูกโด่งคมยู่ย่นเล็กน้อย
“พี่เทพจะไปหานิ่มทำไมเหรอคะ” จิตรเลขาถามอย่างตื่นเต้นและดีใจแย้มยิ้มแจ่มใสจนดวงตาเป็ประกายทำให้บรรยากาศที่อยู่รายรอบสว่างสดใสไปด้วยรอยยิ้มของหญิงสาว
“พี่ได้พันธุ์ไม้มาใหม่ ตั้งใจว่าจะเอาไปให้หลายวันแล้วละแต่พอดีว่าติดธุระเสียก่อน เห็นคนขายบอกว่าปลูกยากหน่อย แต่พี่คิดว่านิ่มคงปลูกได้เพราะนิ่มมือเย็น ปลูกอะไรก็งามไปหมด” ธราเทพบอกขณะยิ้มให้จิตรเลขาอย่างเอ็นดูเขาเห็นหญิงสาวมาั้แ่เป็เด็ก เคยแม้กระทั่งแก้ผ้าอาบน้ำในคลองด้วยกันความรู้สึกที่มีให้จึงกลายเป็ความรักใคร่และห่วงใยเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง
อีกทั้งชีวิตของหญิงสาวก็น่าสงสารเพราะขาดพ่อและแม่ ต้องอาศัยอยู่กับยายใจร้ายใจดำและอำมหิต ลงโทษเด็กน้อยจนเือาบแขนและขาแม้ว่าผู้เป็ยายจะจากไปหลายปีแล้วก็ตามแต่จิตรเลขาคงจะฝังใจกับความร้ายกาจของยายที่มีถึงกับเก็บเอาไปฝัน
บ่อยครั้งที่เสียงกรีดร้องของความเ็ปและหวาดกลัวดังผ่านความมืดมาจนเขาและคนในบ้านต้องวิ่งไปดูได้เห็นใบหน้าจิตรเลขาขาวซีด ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกเนื้อตัวสั่นราวกับลูกนกเย็นจัด ใจนเป็ลมล้มพับในอ้อมแขนเขานั่นแหละ
ธราเทพลุกเดินไปที่โต๊ะทำงานเปิดเอาถุงสีน้ำตาลออกมาส่งไปให้กับจิตรเลขาเขาอยากช่วยเหลือทางด้านจิตใจคุณครูสาว เวลาที่หญิงสาวยืนอย่างเป็ธรรมชาติรู้สึกเหมือนว่าเธอได้ปลดปล่อยเอาสิ่งไม่ดีที่อยู่ในตัวออกไปเห็นแล้วก็มีความสุขไปด้วยเวลาที่เขาเดินทางไปไหนจึงมักจะแวะหาซื้อเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับมาให้อยู่เสมอ
“คราวนี้เป็อะไรอีกคะพี่เทพ” หญิงสาวถามเสียงนุ่มส่งยิ้มให้ชายหนุ่มหวานฉ่ำเชื่อม หัวใจเหมือนกับได้น้ำและปุ๋ยชั้นดีมารดให้มีแรงและพลังที่จะตื่นลืมตามองโลกในวันพรุ่งอีกครั้งแม้จะไม่ได้รักและหัวใจจากธราเทพ แต่แค่เขาห่วงใยแบบนี้เมื่อเขาเดินทางไปไหนก็ตามและกลับมาพร้อมกับเมล็ดพันธ์ไม้ดอกไม้ประดับที่เธอชื่นชอบเธอก็ดีใจที่สุด
ดวงตากลมโตเป็ประกายหวานฉ่ำเยิ้มเหมือนตกอยู่ในความฝันที่มีแต่ความสุข เพราะมีเพียงแค่เธอ ธราเทพและงานที่รักชายหนุ่มนุ่งกางเกงยีนขาวยาว เปิดเปลือยแผ่นอกกว้างเต็มไปด้วยไรขนเส้นเล็กๆชุ่มด้วยหยาดเหงื่อ เห็นกล้ามเนื้อซิกแพ็คกระเพื่อมตามแรงมือที่จ้วงเสียมเล็กๆลงไปเพื่อขุดร่องทำคันดินให้เธอเอาเมล็ดพันธุ์ที่ได้ปลูกและช่วยกันรดน้ำพรวนดินหยิบเอาดินโคลนมาป้ายหน้า ก่อนจะมาช่วยกันเช็ดหรือไม่ก็เล่นฉีดน้ำจากสายยางที่ใช้รดน้ำต้นไม้นั่นแหละ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นล้วนแล้วแต่เป็สีชมพูแต่...ใบหน้านวลผ่องก็หมองหม่นลง น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อสำนึกถึงความจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ภาพที่เคยมี เื่ที่เคยฝัน เป็ไปไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้ธราเทพมีคนที่จะทำอย่างนั้นกับเขาแทนที่เธอแม้ผู้หญิงคนนั้นจะมาหลังแต่เธอก็มีสิทธิ์เต็มที่เพราะได้ชื่อว่าเป็...ภรรยาของธราเทพ
เกร็ดแก้วเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับไอ้ท่าทางหงอๆพอพูดอะไรผิดหูไปนิด แม่คุณครูสาวแสนจะบอกบางก็น้ำตาหล่นเห็นแล้วแทนที่จะทำให้รู้สึกสงสารอยากปกป้องมันกลับกลายเป็ความรำคาญและระอิดระอาใจแทน
“ถามจริงเถอะค่ะ ครูนิ่มจะร้องไห้น้ำตาท่วมห้องนี้เลยหรือไง”
“คะ...พี่ไพลินว่าอะไรนะคะ” จิตรเลขาถามเสียงเบาแต่ใสแจ๋วเหมือนเสียงน้ำที่อยู่ในแก้ว
เกร็ดแก้วแบะหน้าเธอมองไปใบหน้านวลที่มีแต่คราบน้ำตาเป็ทางยาว ดูซิขนาดว่าร้องไห้จนตาแดงและบวมก็ยังสวยอยู่เลยหญิงสาวหันมองชายหนุ่มตัวปัญหาของเื่ พร้อมกับส่ายศีรษะ ก็ดูพ่อเ้าประคุณซิยิ้มซะแก้มบานเป็กระด้ง แล้วก็หวานหยดย้อยเชียวจนน้ำตาลยังชิดซ้ายเกร็ดแก้วย่นจมูก ชิ...แล้วอย่างนี้แม่ครูสาวจะตัดใจได้ยังไงกัน
“อย่าไปแหย่นิ่มซิไพลิน” ธราเทพห้าม พร้อมทำหน้าตาดุใส่ทำเอาเกร็ดแก้วถึงกับตัวสั่นเพราะโกรธ จนเธอรู้สึกเหมือนกับหูร้อนผ่าวมีไอพุ่งออกมา ดวงตาคมกริบมองกำนันเทพอย่างเกรี้ยวกราด
แต่ดูเหมือนว่าคนที่ถูกโกรธจะไม่รู้ตัวชายหนุ่มเดินไปใกล้เกร็ดแก้ว ส่งยิ้มให้อย่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มที่จะมีอาการขยุกขยิก มือเริ่มเคลื่อนไปตามแขนและขาแม้จะยังไม่แรงแต่รู้ดีว่าถ้าขืนยังปล่อยให้หญิงสาวทำอย่างนั้นผิวบางๆคงเป็แผลและมีอาการอักเสบร่วมด้วยเป็แน่
เพียงชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอีกได้เกร็ดแก้วก็รีบยื่นออกไปรับพร้อมกับหยิบเอาหนังหนาๆ ขึ้นมา บิดอย่างแรงทั้งที่ยังยิ้มอยู่ เธอเอนศีรษะช้าๆ เพื่อไม่ให้หญิงอีกคนผิดสังเกต
“นี่เป็การลงโทษและเอาคืนที่นายกล้าดุฉันต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น และจำไว้ถ้ายังขืนปากเสียอีก ระวังน้องชายนายไว้ให้ดีเดี๋ยวนายอาจใช้การมันเผื่อมีลูกมีหลานสืบทอดตระกูลไม่ได้”
“พี่เทพไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงๆ ” จิตรเลขาถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นใบหน้าคมเป็สีแทนแดงก่ำ ท่าทางเหมือนกับคนที่กำลังปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระสำคัญ
จิตรเลขายื่นมือออกไปหวังจะแตะที่หน้าผากกว้างแต่ธราเทพเบือนหน้าหนี ทำเอาคนหวังดีถึงกับหน้าเสีย ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะครู แค่นาย...พี่เทพถูกมดกัดนะคะแต่ดูท่าไอ้มดที่กัดเอาคงจะตัวใหญ่ เลยทำให้เจ็บจนหน้าเขียวหน้าแดงแบบนี้”เกร็ดแก้วตอบเสียงหวานเชื่อมและหันไปทำดวงตาดุใส่กำนันเทพ
“ใช่ไหมนายเทพ” เกร็ดแก้วถามน้ำเสียงลอดไรฟัน ขณะบิดหนังหนาๆอีกครั้งก่อนจะปล่อย
ธราเทพตะครุบจับมือเล็กมาวางบนตักปลายนิ้วลากไล้วนเวียนบนหลังฝ่ามือนุ่ม “ใช่จ้ะนิ่ม พี่ถูกมดคันไฟกัดเอา”
“ว้าย!! ตายแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็แย่ซิคะพี่เทพต้องรีบหายามาโรยเอาไว้นะคะ เดี๋ยวถ้าถูกมันกัดอีกคงจะแย่”จิตรเลขาพยายามสอดส่ายมองว่าเ้ามดเ้าปัญหากัดชายที่เธอรักตรงไหนแต่กลับได้เห็นงรอยแดงๆ บนแขนเล็กๆ แทน
“ว้าย!! ตายแล้ว นะ...นั่นพี่ไพลินโดนมันกัดเอาใช่ไหมคะถึงได้แดงเถือกไปทั้งตัวแบบนั้น แล้วหาหยูกหายามาทาและไปหาหมอหรือยังคะ?” จิตรเลขาถามอย่างตื่นตระหนก ขณะยกมือขึ้นปิดปากด้วยความหวาดเสียวแต่ก็แอบชอบใจนิดๆ
“ใช่ค่ะ ฉันถูกมดคันไฟตัวใหญ่อย่างกับั์วัดแจ้งกัดเอา”เกร็ดแก้วปรายสายตาขุ่นเคืองไปยังกำนันเทพ ก่อนจะตวัดมายังคนถาม
ยายครูนี่บ้าหรือเปล่า...ใครจะถูกมดคันไฟกัดจนตัวแดงเถือกแบบนี้กันล่ะเห็นอยู่แล้วว่าเป็รอยเล็บ ดูท่าจะสวยเฉพาะหน้า แต่ไม่ค่อยมีมันสมอง อย่างนี้เองตากำนันบ้านนอกถึงไม่สนใจ เฮ้อ...เสียดายความสวย ์ไม่น่าจะประทานให้กับคนไม่สมประกอบเลย
ธราเทพส่ายศีรษะเล็กน้อยด้วยระอิดระอาใจกับนิสัยเหมือนเด็กของเกร็ดแก้ว“พี่ก็ว่าจะพาไปอยู่นี่แหละ แต่พอดีนิ่มมาเสียก่อนไง”
“ให้นิ่มพาไปไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอก / ก็ดีเหมือนกัน” ธราเทพและเกร็ดแก้วตอบกลับพร้อมๆ กันแต่คำตอบได้ไปกันคนละทาง
เกร็ดแก้วหันไปทำหน้าตาบึ้งตึงใส่กำนันเทพที่ดูเหมือนจะรู้ทันว่าเธอต้องถือโอกาสนี้ขอความช่วยเหลือจากยายครูปัญญาอ่อนริมฝีปีปากนุ่มขมุบขมิบเหมือนกำลังด่าว่า
“นายไม่ต้องยุ่ง ฉันไปกับครูนิ่มสองคนได้”
“ไม่ได้ซิ ผมไม่ได้ยุ่งสักหน่อย แค่พาเมียไปโชว์ตัวกับลูกบ้านแค่นี้จะเป็ไรไปอีกอย่างถ้าให้คุณไปกับนิ่มสองต่อสอง เวลาได้ยาทานมา เกิดว่าคุณี้เีกินผมจะได้ป้อนไง”
ธราเทพตอบกลับใบหน้ายิ้มๆดวงตาคมแฝงเลศนัย ทำเอาคนถูกมองถึงกับอาย จนหน้าร้อนผ่าวและคิดว่าคงจะแดงก่ำตลอดจนถึงลำคอ
“ไม่ต้องเลยตาบ้า...ฉันมีมือ ป้อนเองได้ ถ้านายอยากป้อนนักก็ไปทำกับคนที่เขาอยากให้ป้อนซิ ดูท่าจะต้องใช้มือเยอะอยู่ไม่ใช่หรือไง”เกร็ดแก้วโต้ด้วยความอายระคนโกรธผสมกับความหงุดหงิดที่มีอยู่ในหัวใจดวงตาแวววาวขณะสะบัดค้อนใส่กำนันเทพวงโต
ชิ...ตาบ้านี่ชอบพูดอะไรให้ใจเต้นไม่เป็จังหวะอยู่เรื่อยเชียว แล้วดูยายครูปัญญาอ่อนนี่ซินั่งจ้องซะตาหวานอย่างไม่กลัวมดจะขึ้นตาเลย
“ตกลงจะเอายังไงคะ พี่เทพจะให้พี่ไพลินไปกับนิ่ม หรือว่าพี่จะพาไปเอง”จิตรเลขาถาม ถ้าเธอพาไพลินไป อาจได้คุยอะไรบ้าง เพราะเท่าที่จับสังเกตได้ดูเหมือนว่าธราเทพจะให้ความสนใจหญิงสาวอยู่เพียงฝ่ายเดียวส่วนไพลินมีอาการคล้ายจะรังเกียจและรำคาญเสียมากกว่า
“ไปกับพี่/ไปกับเธอนะซิ” ธราเทพและเกร็ดแก้วพูดพร้อมๆ กัน
ธราเทพหันไปส่งยิ้มให้กับจิตรเลขา“ไม่เป็ไรหรอกนิ่ม เดี๋ยวพี่เป็คนพาไพลินไปเองเพราะพี่ก็ต้องเข้าไปทำธุระในตัวตลาดเหมือนกัน”
“พี่เทพจะไปทำอะไรหรือคะ” จิตรเลขาถามเพื่อหาทางพาตัวเองตามติดสองหนุ่มสาวไปด้วยถ้าไปในตลาดอย่างน้อยธราเทพก็ต้องเจอกับทิพย์นารายายสาวอ้วนตุ้ยนุ้ยแถมยังดัดจริตและปากเสีย รวมถึงอินทุภาแม่สาวตัวร้ายจอมหยิ่งและขาวีนประจำอำเภอ อยากรู้นักถ้าหากว่าเจอทั้งสองคนพร้อมๆ กันไพลินจะทำยังไงจะสู้ได้หรือไม่ เพราะเท่าที่เห็นและจากความรู้สึกของตัวเอง ไพลินไม่น่าจะยอมให้ใครเหยียบจมูกได้ง่ายๆถึงจะไม่รักไม่ชอบก็ตามทีเถอะ
“พี่จะพาไพลินไปซื้อของใช้ส่วนตัวหน่อยนะตอนที่เราเดินทางมาโชคไม่ดีโดนมือดีฉกกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของไพลินไปหมดเลย”
“ว้าย!!! ตายแล้ว...พี่เทพเป็อะไรมากหรือเปล่าคะาเ็ตรงไหนบ้าง” จิตรเลขายื่นมือออกไปจับต้องร่างใหญ่ แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อรู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น ถ้าถามเฉพาะธราเทพเพียงคนเดียวย่อมเป็การน่าเกลียดหญิงสาวจึงหันหน้าไปหาและถามไพลินพร้อมรอยยิ้มเซียวแฝงความเ็ปและน้อยใจ
“พี่ไพลินเป็อะไรมากหรือเปล่าคะ”
“พี่กับไพลินไม่ได้เป็อะไรหรอก เป็เพราะพี่สะเพร่าเองปล่อยกระเป๋าไว้ท้ายรถกระบะ เลยไม่รู้ว่าถูกมือดีฉกเอาไปั้แ่เมื่อไหร่ ตอนไหนรู้อีกทีก็ถึงบ้านแล้วละ” ธราเทพแต่งเื่โกหกตอบกลับจิตรเลขาหน้าตาเฉยรอยยิ้มแต้มมุมปากด้านหนึ่งขณะคิ้วคมใส่เกร็ดแก้ว
“เฮ้อ...ค่อยดีขึ้นหน่อย ได้ฟังทีแรกทำเอานิ่มใจไม่ดี”จิตรเลขาเอ่ยพูดยิ้มๆ กำลังจะเอ่ยปากขอติดตามชายหนุ่มไปตลาดด้วยแต่ก็ไม่ทันเกร็ดแก้วที่ส่งเสียงขุ่นเขียวใส่ธราเทพทำเอาเธอถึงกับหน้าตึงแทนเป็เมียประสาอะไรถึงพูดกับสามีอย่างกับจะกดเอาไว้ใต้อุ้งเท้า ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรน่าเกลียดจริงๆ
“จะคุยอะไรนักหนา อยากพาไปก็ไปซิ มัวโอ้เอ้อยู่ได้”เกร็ดแก้วแยกเขี้ยวใส่กำนันเทพ ก่อนจะลุกขึ้นเดินโดยไม่รอใครก็คันคะเยอไปหมดทั้งตัวแล้วจะให้อยู่ยังไงละ ไอ้ยาที่ทาไปเมื่อครู่ก็ดูเหมือนว่าจะช่วยได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเองพอกระไอเย็นๆ ที่ป้ายลงบนผิวกายหายไป อาการคันมันก็เริ่มกลับมาอีกและดูเหมือนว่าคราวนี้มันจะหนักกว่าเก่าด้วย
“ถ้าอย่างนั้นนิ่มก็ไม่กวนแล้วค่ะส่วนเมล็ดพันธุ์พวกนี้นิ่มฝากพี่เทพไว้ก่อนนะคะ ่นี้นิ่มไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ต้องพิมพ์หนังสือราชการให้ครูใหญ่และเตรียมแผนการเรียนการสอนด้วยว่างเมื่อไหร่นิ่มค่อยมาเอา จะได้ขอคำปรึกษาเื่การปลูกด้วยกลัวเอาไปแล้วปลูกไม่ติดนะคะ”
จิตรเลขาบอกยิ้มๆก่อนจะเดินไปอย่างไม่สนใจเมล็ดพันธุ์ไม้ที่ธราเทพหามาให้ เพราะรู้ดีว่าถ้าเธอทิ้งไว้แบบนั้นว่างเมื่อไหร่ธราเทพก็จะเป็คนเอาไปให้ที่บ้านพร้อมกับลงมือยกร่อง พรวนดินให้และช่วยปลูกอย่างเสร็จสรรพ ส่วนเธอก็นั่งดูและซับเหงื่อบนใบหน้าเป็กำลังใจให้เขา