บทที่ 23 เพื่อลูกสาว
โชคดีที่ความเ็ปเกิดขึ้นไม่นานนัก หลักจากนั้นไม่กี่นาที ความเ็ปก็ค่อยๆ ทุเลาลง
เล่อเวยจับตัวเล่อตง พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วก้มหน้ามอง
หน้าอกยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัด แต่คาดว่าน่าจะหดลงไปบ้างแล้ว
เธอหายใจเข้าลึกๆ หลายสิ่งหลายอย่างผุดขึ้นมาในหัว รวมทั้งความทรงจำจากชาติที่แล้วและความรู้ที่เคยเรียนมา
แต่ที่น่าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ เธอจำสิ่งที่สำคัญมากๆ ได้
หลังหนีออกจากหมู่บ้านเฝิงเจีย และเดินทางไปที่เมืองอันผิง เธอทำงานอยู่ในร้านซาลาเปานอกโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์นานกว่าครึ่งปี
เถ้าแก่เนี้ยร้านซาลาเปาใจดีกับเธอมาก ตอนที่เห็นเล่อเวยตัวคนเดียวและขาดที่พึ่ง ไม่เพียงจัดหาอาหารและที่พักให้ แต่ยังให้สูตรลับไส้ซาลาเปากับเล่อเวย ก่อนที่เธอจะเดินทางออกจากอันผิงไปกวางโจวด้วย
เล่อเวยซาบซึ้งกับความไว้วางใจนี้มาตลอด
แต่หลังมาถึงกวางโจว เธอก็ลงทุนกับธุรกิจเสื้อผ้าโดยตรง ไม่ได้ทำงานในร้านอาหารอีก
เธอยังคงติดต่อกับเถ้าแก่เนี้ยอยู่เสมอ และยังช่วยลงทุนจนเถ้าแก่เนี้ยสามารถเปิดร้านซาลาเปาได้อีกหลายสาขา แต่เล่อเวยกลับลืมสูตรลับนั้นไปเสียสนิท
ตอนนี้เมื่อได้ความทรงจำคืนมาจากนิ้วทองคำ เธอจึงสามารถจดจำมันได้ทั้งหมด
คราวนี้เล่อเวยวางแผนว่าจะไม่กลับไปที่เมืองอันผิง แต่จะพาครอบครัวไปที่เมืองชีหลี่ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านนี้มากที่สุด เพื่อหารายได้และเก็บเงินไปที่เมืองกวางโจวโดยเร็ว ไปตั้งหลักที่นั่นเพื่อเข้าโรงเรียนก่อนที่เธอจะอายุสิบแปด!
เล่อเวยปาดเหงื่อบนหน้าผาก เล่อตงส่งน้ำให้เธออย่างระมัดระวัง หลังดื่มน้ำถ้วยใหญ่ เธอก็รู้สึกดีขึ้น
“พรุ่งนี้เช้า เราจะมุ่งหน้าไปที่เมืองชีหลี่” เล่อเวยบอกเสียงเบา “แต่คืนนี้เราแอบไปที่หมู่บ้านเฝิงเจียกันก่อน ว่าแต่ อาฟางตกลงมารับยายเฒ่าไปดูแลไหม”
ั้แ่เล่อฟางฟางเข้าเมือง เธอก็ไม่เคยติดต่อกลับมาที่สกุลเล่ออีก
ชาติก่อนตอนเป็เด็ก เล่อเวยไม่พอใจอาคนนี้อยู่บ้าง
แต่เล่อเวยที่ได้รับชีวิตใหม่ เข้าใจความคิดของเล่อฟางฟางเป็อย่างดี
ตราบใดที่นางเล่อเห็นลูกชายดีกว่า ลูกสาวอย่างเล่อฟางฟางคงไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็ โดยเฉพาะเมื่อมีเล่อฟางผิงเป็ลูกชายคนโต
ในเมื่อเธอสามารถหนีออกจากหมู่บ้านเฟิงเล่อ ไปจากแม่ที่เอาแต่กดขี่เธอได้ เธอคงไม่้าที่จะกลับมายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวนี้อีกแน่นอน
หากเป็เล่อเวย เธอก็คงจะเลือกทำแบบเดียวกัน
เพียงแต่เธอจำเป็จะต้องฝากยายเฒ่าไว้ที่ไหนสักแห่ง อันที่จริงเธอไม่ได้หวังไว้มากนัก แค่อยากลองถามเล่อฟางฟางดูก่อน แล้วค่อยหาหนทางอีกที
ถ้าเล่อฟางฟางยืนยันที่จะไม่ดูแล พวกเธอก็คงจะต้องพายายเฒ่าไปด้วย ตราบใดที่นางเล่อยังไม่รู้สึกตัว ก็ไม่ต่างอะไรกับการดูแลผู้ป่วยในสภาพผัก[1]
แต่ไม่น่าเชื่อว่า เล่อฟางฟางจะตอบตกลง
“ใช่ เพราะอาฟางรู้สึกว่าอาเป็หนี้ ‘เล่อตง’ อยู่”
“เป็หนี้นาย?”
“ไม่ใช่ฉัน เป็หนี้ ‘เล่อตง’ ต่างหาก” เล่อตงกล่าว “เธอเคยสงสัยไหมว่าคนรูปร่างแบบเล่อตงตกลงไปในบ่อน้ำได้ยังไง”
เล่อเวยผงะ
เธอเคยสงสัยและเดาว่าอาจจะเป็ใครสักคนในหมู่บ้านที่ทนนิสัยของเขาไม่ได้
“อาฟางเป็คนผลักเขางั้นเหรอ อาจะทำอย่างนั้นไปทำไม”
เล่อตงพยักหน้า
เล่อเวยรู้สึกงุนงงไม่น้อย เล่อฟางฟางเ็ากับนางเล่อและพวกเธอสามคนแม่ลูกมากก็จริง
แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องลงมือทำร้ายเล่อตงเลยนี่
เล่อตงมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใคร ก็ลดเสียงลง ก่อนจะเล่าว่า “ตามความทรงจำเก่าของ ‘เล่อตง’ ยายเฒ่า้าให้เขาไปอยู่กับอาฟางตอนเรียนชั้นม.ต้น แต่อาไม่เห็นด้วย ยายเฒ่าไม่รู้ว่าอาได้ความคิดนั้นมาจากไหน เลยไปก่อเื่อาละวาดที่ที่ทำงานของอาเขย โวยวายด่าทอหาว่าอาฟางอกตัญญูจนเกือบทำให้อาเขยเสียงาน”
ดวงตาเล่อเวยเบิกกว้าง “เื่นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่”
เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย! แต่ก็นั่นแหละ เวลายายเฒ่าทำอะไร เคยบอกใครเสียที่ไหน
“น่าจะปีที่แล้ว ยายเฒ่าเข้าเมืองไป่หนึ่ง พาเล่อตงไปด้วยเพราะเื่นั้น แต่ ‘เล่อตง’ คนนั้น...” เล่อตงถอนหายใจ โชคดีที่เ้าของร่างนี้ตายไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงมีแต่หายนะ “ใน่เวลาสั้นๆ เขาทั้งลวนลามลูกสาวของอา แถมยังขโมยเงินของอาเขย อาเลยเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ พอรู้ว่าปีหน้าเล่อตงจะเข้าม.ต้น และต้องให้คนแบบนั้นมาอยู่ร่วมชายคา ลูกพี่ลูกน้องของเราคงอยู่ไม่เป็สุขแน่ อาฟางคงทำไปเพื่อลูกสาวของตัวเอง”
เพื่อลูกสาว...
เล่อเวยเข้าใจดียิ่งกว่าใคร สำหรับคนเป็แม่นั้น เพื่อลูกสาวแล้ว เธอสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม
หากเธอเป็เล่อฟางฟาง เธอก็จะทำเช่นเดียวกัน!
บทที่ 24 ยายเฒ่าฟื้น
แต่น่าเสียดายที่นางเล่อไม่ใช่แม่แบบนั้น เหตุผลที่ยายเฒ่าไม่ผลักลูกสาวลงบ่อ คงเพราะคิดว่ายังขายได้กำไรอยู่
เล่อเวยถอนหายใจ อดเห็นใจเล่อฟางฟางไม่ได้ และรู้สึกสงสารเธอขึ้นมา
“ดูเหมือนว่าเราไม่ควรจะส่งยายเฒ่าให้ไปอยู่กับอา”
ยายเฒ่าทำให้อาฟางต้องผ่านเื่ยากลำบากมามากมาย อาฟางอุตส่าห์หนีไปได้แล้ว เธอไม่ควรส่งผีร้ายไปให้อาฟางอีก
“ฉันบอกอาไปว่า ให้ช่วยดูแลยายเฒ่าแค่สองปีก็พอ” เล่อตงบอก “ใน่สองปีนี้ ยายเฒ่าจะสูญเสียความสามารถในการพูดและขยับตัวไม่ได้มากนัก อาจะบ่นจะว่ายายเฒ่ายังไงก็ได้ แต่ถ้าอาไม่อยากจะยุ่งกับแม่บังเกิดเกล้าแล้วก็ไม่เป็ไร แค่เลี้ยงไว้ ไม่ให้ยายเฒ่าอดตายก็พอ แล้วพวกเราจะไปรับกลับมาตอนที่ครบสองปี”
นั่นก็เพียงพอแล้ว
สองปีก็พอ ในชาติก่อน เล่อเวยใช้เวลาสองปีในการซื้อบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งในเมืองกวางโจว
ทั้งเธอ เล่อตงคนนี้ หรือแม้แต่จี่เฟิ่ง ทุกคนไม่กล้าทิ้งยายเฒ่าไว้ข้างถนนแล้วปล่อยให้ใช้ชีวิตไปตามยถากรรมได้ ถึงแม้ว่าหญิงชราคนนี้จะสร้างความเกลียดชังไว้ในใจของพวกเขาก็ตาม
เช่นเดียวกับการช่วยคนจากกองเพลิง เธอไม่ได้ช่วยเพราะเห็นแก่นางเล่อ แต่เป็ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจต่างหาก
ซึ่งถือเป็สิ่งสำคัญและไม่อาจผ่อนปรนได้!
“อาฟางจะมารับไปเมื่อไหร่”
“ตอนเที่ยง”
เมืองชีหลี่ไม่ไกลนัก ใช้เวลาขับรถมาที่นี่น่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ
เล่อเวยพยักหน้าก่อนจะคิดไปถึงเื่อื่น เลยอดบอกเล่อตงไม่ได้ว่า “ฉันไม่รู้ว่านายใช้ยาอะไรได้บ้าง แต่ในอนาคตนายควรระวังให้มากๆ ยาเมื่อคืนนี้น่ากลัวเกินไป ในหมู่บ้านเราไม่เป็ไรหรอก แต่ถ้าเกิดเข้าเมืองหรือไปที่กวางโจว แล้วมีคนเห็นความสามารถนี้ของนาย นายอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้”
เล่อตงพยักหน้า พลางกลั้นยิ้ม
เล่อเวยถาม “นายหัวเราะอะไร”
สีหน้าของเล่อตงคล้ายคนกำลังรำลึกถึงเื่เก่าๆ “ฉันแค่คิดว่าถ้านี่เป็ในนิยายแนวข้ามเวลาทะลุมิติ แล้วฉันเป็ตัวเอกของเื่ ก็คงจะไม่ต้องเป็ห่วงกับเื่พวกนี้ เพราะการปรากฏตัวอย่างผู้วิเศษต่อหน้าคนอื่น ถือเป็มาตรฐานของการข้ามมิติอยู่แล้ว”
เล่อเวยยิ้มออกมา และมั่นใจมากขึ้นว่า คนตรงหน้าคือเฉินหย่งิแน่นอน เพราะเขาชอบอ่านนิยายกำลังภายใน และเื่เล่าปรัมปรามาก เธอเดาว่าบางทีเขาอาจจะเคยอ่านนิยายข้ามเวลาทะลุมิติมาเหมือนกันในห้วงเวลาของตัวเอง
น่าเสียดายที่ชาติที่แล้ว เธอไม่สามารถติดต่อกับเฉินหย่งิได้
พอมาคิดๆ ดูแล้ว เหมือนเขาจะหายสาบสูญไปจากโลกแล้วในตอนนั้น
เล่อเวยไม่แปลกใจ ตอนที่เล่อตงพูดถึงบทความออนไลน์ในอีกสิบปีข้างหน้า เธอก็สงสัยว่า เล่อตงเองคงมองออกแล้วเหมือนกันว่าเธอกลับมาเกิดใหม่ เพราะพฤติกรรมของเธอก็ไม่เหมือนเด็กสาวอายุสิบหกธรรมดาๆ เช่นกัน
ไม่น่าเชื่อว่า พวกเขาสองคนที่เคยรู้จักกันเพียงแค่สองปีในชาติก่อน และไม่ได้พบพานกันอีกเลย
ตอนนี้ คนหนึ่งได้กลับมาเกิดใหม่ ส่วนอีกคนเดินทางข้ามมิติ มาเป็พี่น้องร่วมสายเืเดียวกัน
เล่อเวยอดทอดถอนใจไม่ได้ กาลข้างหน้าจะเป็อย่างไรนั้น ยากเกินหยั่งรู้
“แน่นอนว่าในนิยาย พวกเขาจะเขียนกันยังไงก็ได้ แต่ในชีวิตจริงยังไงก็ต้องระวัง” เล่อเวยตบไหล่เขา “ไปกันเถอะ เราต้องไปหาของดีเตรียมไว้ให้เฝิงเจียงคืนนี้”
ทั้งสองคนไม่สามารถหาวัตถุะเิกับน้ำมันเบนซินได้ แม้เล่อตงจะเสนอให้ใช้นิ้วทองคำก็ตาม แต่เล่อเวยไม่อยากทำให้ดูกระโตกกระตากจนเกินไป หากบ้านของเฝิงเจียงถูกะเิต่อเนื่องติดๆ กัน ทางการอาจจะเพ่งเล็งเอาได้
ย่อมดีกว่าหากจะแสร้งทำให้ไฟนั้นดูเหมือนเกิดขึ้นเองอย่างเงียบเชียบและเป็ธรรมชาติ
หลังขลุกกันอยู่บนูเาได้พักใหญ่ๆ และซ่อนของที่จำเป็เอาไว้แล้ว เล่อเวยกับเล่อตงก็กลับมาที่บ้านน้าสะใภ้กุ้ยพร้อมกับของป่าตะกร้าใหญ่
เธอต้องยอมรับว่ายาเพิ่มพลังนั้นเห็นผลดีจริงๆ เล่อเวยเคยแบกหน่อไม้ได้มากที่สุดครึ่งตะกร้า แต่ตอนนี้เธอสามารถแบกกระต่ายสองตัวพร้อมของป่าเต็มตะกร้าได้อย่างสบายๆ
แถมเธอยังปาหินโดนกระต่ายเองด้วย ตอนนี้สายตาและพละกำลังของเธอเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก
เล่อเวยกับน้าสะใภ้กุ้ยกำลังจัดการกระต่ายอยู่ในสวน ขณะที่เล่อตงเข้าไปในบ้านเงียบๆ แกล้งทำเป็เข้าไปเยี่ยมยายเฒ่า แต่ความจริงแล้ว เขากำลังจะปลุกนางเล่อขึ้นมา
ยายเฒ่ากุ้ยยังอยู่ในห้อง เล่อตงจึงทำได้เพียงแค่ใส่ยาแก้พิษลงในน้ำ แล้วป้อนให้นางเล่อดื่ม
หญิงชราค่อยๆ รู้สึกตัว แต่ไม่รู้ว่ากำลังอยู่ที่ไหน เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็เห็นหลานชายก่อน แล้วหันกลับมาเห็นยายเฒ่ากุ้ยอีกคน
“มาอยู่ในบ้านฉันได้ยังไง”
“ดูให้ชัดๆ ว่านี่ ใช่บ้านของแกรึเปล่า” ยายเฒ่ากุ้ยมองนางเล่ออย่างดูแคลน ก่อนจะกลอกตา “สลบไปก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ”
เล่อตงอยากจัดการเื่เฝิงเจียงกับเล่อเวยอย่างราบรื่น จึงบอกแค่ว่าตอนที่นางเล่อหมดสติ เกิดไฟไหม้บ้าน ทุกอย่างจึงวอดวายหมด
นางเล่อโกรธขึ้นมาทันควัน และเริ่มดุด่าเล่อเวยจนน้ำมูกน้ำตาไหล
“ถ้านังสารเลวนั่นไม่ผลักฉันล้ม เื่แบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น! มันต้องเป็คนจุดไฟเผาเองแน่ๆ นังนั่นอยากจะเผาฉันให้ตายทั้งเป็ใช่ไหม หน็อย...ฉันน่าจะบีบคอมันให้ตายๆ ไปซะั้แ่เกิด!”
[1] สภาพผัก หรือ Vegetative State คืออาการที่แพทย์ใช้ระบุเรียกภาวะสมองของผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ส่งผลให้สูญเสียการรับรู้และเข้าใจ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องได้รับการดูแลจากผู้อื่น