The X-Ghost: Bangkok Blood Moon
EP5: ะุเงินในเมืองหลวง
ย่านวัดั เยาวราช
เวลา 10:00 น.
แสงแดดยามสายแผดเผาจนถนนยางมะตอยส่งกลิ่นฉุน คเชนทร์เดินหน้าบูดบึ้งตามไพรวัลย์เข้าไปในร้านทำทองเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะพังมิพังแหล่
“นี่เรามาทำอะไรที่ร้านทอง? ผมบอกแล้วไงว่าปืนพลังงานของผมแค่ปรับจูนวงจรนิดหน่อยก็ยิงพวกนั้นได้” คเชนทร์บ่นพลางมองดูอาแปะเ้าของร้านที่กำลังใช้คีมคีบทองอย่างใจเย็น
“ปืนคุณมันยิงแรงจริง แต่มันไม่ ‘จำ’ ครับสารวัตร” ไพรวัลย์ วางก้อนเงินบริสุทธิ์ลงบนโต๊ะไม้ “ไวรัสวาลักซ์มันเปลี่ยนโครงสร้างระดับเซลล์ สิ่งเดียวที่มันเกลียดพอๆ กับแสงแดดคือแร่เงินบริสุทธิ์... แต่ต้องเป็เงินที่ผ่านการ ‘อัดประจุ’ ด้วยจิตและว่านยา”
ไพรวัลย์เริ่มแสดงฝีมือ เขาใช้ไฟแช็กเป่าเครื่องทองเหลือง หลอมเงินผสมกับผงว่านสบู่เืที่เตรียมมา ขณะที่มืออีกข้างบริกรรมคาถาเบาๆ จนก้อนเงินเหลวเริ่มเปล่งแสงสีนวลตา “คเชนทร์ ช่วยเอาไอ้ 'เครื่องยิงคลื่น' ของคุณมาจ่อใกล้ๆ สิ อัดประจุไฟฟ้าความถี่สูงลงไปตอนมันกำลังเซ็ตตัว”
คเชนทร์เลิกคิ้วแต่ก็ยอมทำตาม เขาจูนปืนพลังงานให้ปล่อยคลื่นความถี่สูงใส่มวลเงินเหลว “วิทยาศาสตร์ผสมไสยศาสตร์... ถ้าพวกนักวิชาการที่โลกผมมาเห็น คงหัวใจวายตายกันหมด”
ในขณะที่สองลุยกำลังเตรียมอาวุธ มนัส นั่งเหงื่อไหลไคลย้อยอยู่ในตึกแถว ฝั่งตรงข้ามกับ "โกดังน้ำแข็งศิริวัฒนา" ย่านมักกะสัน ซึ่งนุชระบุว่าเป็พิกัดที่เห็นในนิมิต
“คุณไอริชครับ ผมว่าผมเจออะไรบางอย่าง” มนัสพูดพลางเคาะเครื่องรับส่งวิทยุ AM รุ่นคุณปู่ ที่เขาดัดแปลงเอาสายไฟระโยงระยางไปต่อกับเสาอากาศโทรทัศน์บนดาดฟ้า “โกดังน้ำแข็งนี่มันไม่ได้ใช้ไฟฟ้าจากหลวงครับ แต่มันมีการดึงพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าจากใต้ดินขึ้นมา... และดูนี่สิครับ!”
มนัสโชว์กราฟเส้นยับยี่บนกระดาษต่อเนื่องที่ออกมาจากเครื่องบันทึกเสียง “มันเป็รหัสลับครับ มันไม่ใช่แค่เสียงค้างคาว แต่มันคือเลขฐานสอง... พวกมันกำลังสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุชุมชน!”
“มนัส... นายกำลังจะบอกว่านาย ‘แฮ็ก’ ระบบสื่อสารต่างดาวด้วยวิทยุธานินทร์เหรอ?” คเชนทร์ถามผ่านเครื่องสื่อสารด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
“ผมไม่ได้แฮ็กครับสารวัตร ผมแค่ ‘แทรกแซง’ จังหวะของมัน!” มนัสยืดอกอย่างภูมิใจ “ถ้าพวกคุณบุกเข้าไป ผมสามารถส่งคลื่นรบกวน (Jamming) ให้พวกมันหูอื้อจนขยับตัวไม่ได้ไปพักใหญ่เลยล่ะครับ!”
เวลา 23:30 น.
ไอเย็นสีขาวลอยออกมาจากใต้ประตูโกดังไม้ขนาดมหึมา คเชนทร์และไพรวัลย์ยืนคุมเชิงอยู่หน้าทางเข้า คเชนทร์ถือปืนพลังงานที่ปรับลำแสงเป็สีเขียวตองอ่อน (โหมดทำลายประสาท) ส่วนไพรวัลย์ถือปืนลูกโม่ที่บรรจุะุเงินอาบประจุไฟฟ้า
“พร้อมนะไพรวัลย์? 1... 2... 3!”
โครม! คเชนทร์ถีบประตูเข้าไป
ภาพที่เห็นคือแท่งน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียงรายนับร้อย แต่ในแท่งน้ำแข็งเ่าั้ไม่ได้มีแค่น้ำแข็ง... มีร่างของผู้หญิงนับสิบคนถูกสตัฟฟ์ไว้ข้างใน พวกเธออยู่ในสภาพจำศีล มีท่อสายยางโปร่งแสงเสียบอยู่ที่ลำคอ ลำเลียงของเหลวสีม่วงคล้ำไหลลงสู่ถังพักใต้ดิน
“นี่มันโรงงานแช่แข็งเสบียงชัดๆ!” คเชนทร์คำราม
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากเพดานโกดัง แวมไพร์สาวติดเชื้อที่ยังทำหน้าที่เฝ้ายามพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วนับสิบตน
“มนัส! ตอนนี้เลย!” คเชนทร์ะโ
ฝั่งมนัสที่รอจังหวะอยู่ เขาตบปุ่มบนเครื่องวิทยุดัดแปลงเต็มแรง “รับไปซะ! เพลงลูกทุ่งมหาประลัยเวอร์ชันความถี่สูง!”
เสียงสัญญาณดัง วี๊ดดดดดด! แสบแก้วหูดังสะท้อนไปทั่วโกดัง แวมไพร์ที่กำลังจะถึงตัวคเชนทร์ชะงักกึก พวกเธอทรุดลงกุมหู ร้องโหยหวนด้วยความทรมาน เพราะประสาทััต่างดาวไวต่อคลื่นเสียงเกินไป
“เยี่ยมนี่หว่ามนัส!” ไพรวัลย์ยิ้ม พลางยกปืนขึ้นเล็ง “เอาล่ะแม่สาวน้อย... ได้เวลาไปพักร้อนแล้ว”
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุเงินอาบประจุพุ่งเข้าใส่ร่างแวมไพร์ ทันทีที่ะุกระทบิั มันไม่ได้แค่เป็แผล แต่มันเกิดปฏิกิริยาเผาไหม้ลามไปทั่วร่างจนกลายเป็เถ้าถ่านสีเงินในไม่กี่วินาที
คเชนทร์ไม่น้อยหน้า เขาใช้ปืนพลังงานยิงกราดใส่เครื่องควบคุมอุณหภูมิ “ลาก่อนโรงงานไอศกรีมเื!”
ขณะที่โกดังเริ่มสั่นะเืจากการะเิ เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังแท่งน้ำแข็งขนาดั์ เขาใส่ชุดสูทสีเทาเรียบกริบ ดูภูมิฐานผิดกับบรรยากาศ
“น่าประทับใจจริงๆ ครับ... ไม่นึกว่าเทคโนโลยีโบราณกับจิติญญาป่าเถื่อนจะเข้ากันได้ดีขนาดนี้” ชายคนนั้นปรบมือเบาๆ
“นายพลบุญส่ง?” ไพรวัลย์ขมวดคิ้ว เล็งปืนไปที่ชายคนนั้น
“ไม่ใช่ครับ... ผมแค่ ‘ที่ปรึกษา’ ของเขา” ชายชุดสูทยิ้มกว้าง เห็นฟันขาวเรียงสวย “และผมต้องขอบอกว่า... โกดังนี้เป็แค่ของแถม ส่วนของจริงน่ะ... อยู่ที่อาบอบนวดวิมานสีทองที่คุณเพิ่งเดินออกมาต่างหาก”
ก่อนที่คเชนทร์จะทันได้เหนี่ยวไกล ชายคนนั้นก็สลายตัวกลายเป็กลุ่มค้างคาวนับพันตัวบินฝ่าเพดานโกดังหนีออกไป
คเชนทร์ลดปืนลง มองดูซากโกดังที่กำลังลุกไหม้ “มนัส... เตรียมตัวนะ งานนี้เราไม่ได้สู้กับแค่แวมไพร์แล้ว แต่เรากำลังสู้กับพวกที่คุมกลไกของเมืองนี้อยู่จริงๆ”
ไพรวัลย์เก็บปืนพลางหยิบหมวกขึ้นมาปัดฝุ่น “ดูเหมือนว่าคืนนี้... ผมจะต้องดื่มหนักกว่าปกติซะแล้วสิมนัส”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
Next EP6 : รอยจูบของมัจจุราช