สายตาของเบรนจ้องไปที่เธอตาของเขาสื่อออกมาชัดเจนว่าไม่เชื่อ เธอจึงกล่าวขอโทษเบรนเรื่อยจนเบรนใจอ่อน ในเมื่อเธอแสดงความจริงใจออกมาแล้ว เขาก็ใช่ว่าจะใจจืดใจดำเสมอไป เบรนตกลงไปคุยเื่ประมูลยาต่ออีกครั้ง
“ฉันชื่อ เอมีเรีย หรือ เรียกว่าเอมี่ก็ได้ แล้วคุณละ”
“เบรน” เขาตอบสั้นๆ ห้วนๆ เพราะยังงงกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผู้หญิงคนนี้ แต่ยังไม่ทันคิดอะไรต่อเธอก็พูดมาอีกครั้ง
“ราคาของยาแบบปกติที่มีอัตราฟื้นฟูาแระดับ 9 อยู่ที่ 3 เหรียญทอง และยาฟื้นฟูพลังธาตุิญญาอัตราฟื้นฟูระดับ 8 อยู่ที่ 2 เหรียญทอง มันแพงเอาเื่สำหรับคนทั่วไปและนักล่าั้แ่ยศเงินลงมาพอสมควร นายจะตั้งราคาเริ่มประมูลเท่าไหร่”
“6 เหรียญทองต่อขวด ราคาถือว่ากำลังดี ทั้งหมดก็สิบขวด ฉันจะเอาทั้งหมดลงประมูลเป็ชุด ชุดนี้ก็เริ่มที่ 60เหรียญเงินละกัน “เขาตอบออกไปอย่างคล่องแคล่ว ประสบการทางการค้าขายนั้นได้มาจากพ่อและแม่ที่ค้าขายสินค้าประเภทนี้มาั้แ่เขาเกิด
“ตกลง ปกติส่วนแบ่งเราจะแบ่งกันผู้ส่งสินค้าเข้าประมูลได้ 70 โรงประมูล 30 แต่ส่วนแบ่งครั้งนี้เราขอแค่ 10 % ของราคาประมูลเพราะดูแล้วน่าจะทำเพดานราคาได้สูงมาอยู่แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าเราขอยานี่หนึ่งขวด นายคงเอามามากกว่าสิบขวดอยู่แล้วใช่ไหม” เธอยิ้มปริ่มออกมาอย่างรู้ทัน หน้าตาตอนนี้ช่างดูน่ารักยิ่งนัก เมื่อเบรนได้ยินที่เธอพูดก็เงียบและใช้เวลาคิดอยู่ครู่นึง
ส่วนแบ่งถือว่ามากพอตัวอยู่แล้ว หากสินค้ามีความ้ามากเขาก็คิดว่าจะขายผ่านโรงประมูลไปเลย และดูเหมือนเธอจะรู้ว่าเขาเอามามากกว่าสิบขวด
“ถือว่าตกลง......แล้วสินค้าของเราจะประมูลตอนไหน” เขาถามเธออีกครั้งก่อนที่จะกลับไปร้านของเขา
“พรุ่งนี้่เย็นเวลาก่อนดวงอาทิตย์ตก และก็ยาขวดนี้ขอล่วงหน้าเลยแล้วกันนะ” เมื่อการตกลงสิ้นสุดเขาเองก็ก้าวขาออกจากโรงประมูลเช่นกัน
แต่เอมีกลับรีบบึ่งหาพ่อของเธอพร้อมกับยาขวดนี้ เมื่อพ่อของเธอได้ฟังคุณสมบัติและตรวจดูด้วยตัวเอง ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ
“ลูกไปได้มันมาจากไหน แล้วตกลงการประมูลเท่าไหร่” พ่อของเธอเงยหน้าขึ้นมาถามทันที
“เขาชื่อเบรนค่ะพ่อ เราขอส่วนแบ่ง10% และยาหนึ่งขวดที่พ่อถืออยู่นี่ละค่ะ”
“เบรน ใช่เด็กหนุ่มหัวแดงๆ รึเปล่า”
“คุณพ่อก็รู้จักเหรอคะ”
“อืม เด็กจากตระกูลโมเลนนะ พ่อเป็เพื่อนกับพ่อของเด็กนั่น เมื่อก่อนตระกูลโมเลนเป็ตระกูลที่ร่ำรวยด้วยการค้ายาฟื้นฟูเป็หลักนะ แต่พอเริ่มร่ำรวยมากขึ้นมาขึ้น คนในตระกูลก็แตกคอกันเอง สูตรปรุงยาก็แย่งกันไป แล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง แต่พ่อของเขาก็เปิดร้านอยู่ในเมืองนี้ สุดท้ายเขาก็เสียไปเมื่อ 8 ปีก่อน อีกทั้งแม่ของเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พ่อจึงรับปากเขาว่าจะแอบดูแลไม่ให้เขารู้ตัวจนพอจะมีความสามารถที่ยืนได้ด้วยตัวของตัวเอง เมื่อสามปีก่อนเ้านั้นก็สมัครเป็นักล่าและสุดท้ายก็ไต่เต้าจนเป็นักล่ายศทองแดงได้ พ่อจึงไม่ได้ดูแลเขาอีก ไม่คิดเลยว่าลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น หากเขาไม่ได้สูตรยามาทำเองก็คงมีนักหลอมยาเก่งๆ อยู่ด้วยแน่นอน ถ้าพ่อคิดไม่ผิดการประมูลครั้งนี้ แค่จะเปิดตัวยาชนิดนี้เท่านั้น หากมีความ้ายาชนิดนี้มาก ข่าวสารมากมายก็จะกระจายไปกับคนที่เข้าประมูล แล้วเขาคงเปิดขายเอง ไม่ก็อาจจะมาให้พวกเราเป็ตัวแทนขายก็ได้ เอาเป็ว่าพ่อจะคอยดูอยู่ห่างๆ แล้วกัน เื่พวกนี้พ่อจะให้ลูกตัดสินใจเอง”
“ค่ะพ่อ” หญิงสาวกล่าวรับคำจากนั้นเธอจึงเดินออกไป
“ไม่คิดเลยว่าลูกนายจะเดินตามทางของนาย นายคงภูมิใจมากละสิเชน ..... เมื่อเวลามาถึงข้าจะเป็คนบอกเื่ของเ้ากับพวกมันให้เขาได้รับรู้ ข้าสัญญา ฮ่าๆ ๆ” บุรุษวัยกลางคนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พลางนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนของเขา เขาดีใจที่ลูกชายของเพื่อนหันมาเดินตามรอยเท้าพ่อ และดูเหมือนรอยเท้าลูกชายของเพื่อนเขาคนนี้ จะใหญ่กว่าเพื่อนเขาซะอีก
เมื่อเบรนกลับมาถึงร้านเขาก็เล่าเื่ราวทั้งหมดให้กับกอนฟัง กอนก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลยเนื่องจากเขาเชื่อว่าเบรนเป็คนที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง คุยไปคุยมามีนาก็เอ่ยปากขอเป็คนทำอาหารให้ เบรนก็รีบลุกขึ้นห้ามปรามทันที หากเขาให้มีนาทำกับข้าว คืนนี้เขาคงต้องนอนซมไปทั้งคืนแน่ๆ เขาจึงขอไปทำเองและกอนก็อาสาจะเป็ลูกมือให้
เมื่อถึงห้องครัวเบรนก็ลงมือทำอาหารอย่างเชี่ยวชาญ เขาเลาะกระดูกหมูออกไปแล้วหมักด้วยเครื่องเทศก่อนจะนำเข้าเตาอบ กอนก็หั่นผักที่เบรนล้างเอาไว้เมื่อครู่และเมื่อหั่นเสร็จแล้วจึงยื่นมันให้กับเบรน
ผักถูกเทลงไปบนกระทะและทำการผัดแถมยังเติมซอสโน่นนี้เต็มไปหมด แต่กลิ่นที่ได้นั้นทำให้กอนถึงกับน้ำลายไหล เมื่อไม่มีอะไรทำกอนจึงมองไปรอบห้อง เขาก็เห็นเศษเนื้อที่เบรนเหลือทิ้งเอาไว้ จึงรีบโกยมันมารวมกันด้วยความเสียดาย
“เศษเนื้อพวกนี้ส่วนใหญ่เป็ไขมัน มักจะเหลือไว้ให้พวกสัตว์เลี้ยงนะ” เบรนตอบไปโดยชำเลืองมองแค่หางตา และเขายังคงผัดผักต่อไป
“แล้วพอจะมีไส้กับเนื้อบดอีกนิดหน่อยไหม” กอนถามหาไส้เพราะเขากะจะทำอาหารที่แม่เขามักจะทำให้กิน แต่อาหารที่ว่านี้ไม่ใช่อาหารจากภาคเหนือของประเทศ เบรนชี้นิ้วไปที่ตู้ๆ หนึ่ง มันเป็ตู้ที่ทำจากไม้ ข้างในบุผ้าชุบเทียนเอาไว้ มันถูกสลักด้วยอักขระเวทย์ธาตุลมและธาตุน้ำ ทำงานโดยการเติมพลังธาตุทั้งสองเข้าไปในผลึกธาตุแต่ละก้อน แล้วเอาไปใส่ในช่องของแต่ละธาตุ กอนหยิบไส้และเนื้อบดออกมานิดหน่อย
จากนั้นจึงกลับด้านของไส้แล้วขย้ำกับเกลือจากนั้นก็ขูดเนื้อเยื่อออกจนหมด เขาหยิบแป้งออกมาคลุกๆ กับไส้แล้วล้างออกเพื่อดับกลิ่น เศษเนื้อและเนื้อบดถูกขย้ำรวมกับเครื่องปรุงพริกไทยและเครื่องเทศกับสมุนไพรต่างๆ จนทั้งหมดผสมรวมกันอย่างกลมกลืนและถูกยัดเข้าไปในไส้ เมนูนี้มันคือไส้กรอกและเป็เมนูที่เขาชอบมากนั่นเอง เบรนที่ไม่เคยเห็นก็ต้องเอ่ยถามรายละเอียด
“มันเป็อาหารที่แม่ของฉันชอบทำให้กินนะ” เมื่อได้ฟังคำตอบของกอนเบรนก็พยักหน้าอย่างพอใจ
เมนูวันนี้เป็เนื้ออบเครื่องเทศ ผัดผัก และ ไส้กรอก ทั้งเบรนและมีนาเมื่อได้ลองชิมก็เอ่ยปากชมกอนไม่ขาดสาย ััแรกคือความกรอบ มันกรอบเด้งกรุบๆ ภายในปากของพวกเขา เครื่องเทศไขมันและเนื้อ ผสมกันอย่างลงตัว นับว่าเป็เมนูใหม่สำหรับพวกเขาเลยก็ว่าได้
เมื่อทานเสร็จมีนาและกอนก็ลงไปฝึกวิชาที่ชั้นล่าง ส่วนเบรนก็เก็บจานไปล้างแล้วตามทั้งคู่ลงไป ซึ่งมีนาได้ขอคำแนะนำจากกอนตอนที่เบรนออกไปทำธุระแล้ว แน่นอนถึงกอนจะสอนให้แต่เธอก็ต้องาเ็ทุกครั้งที่บุกเข้าหากอน ชายคนนี้เหมือนปราการไร้พ่ายที่ยากบุกทะลวง
แต่ถึงแม้าแจะหนักเขาก็ยังรักษาเธอได้เรื่อยๆ และท่าทีของกอนนั้นไม่มีอาการเหนื่อยเลยซักนิด ทำให้เธอได้แต่แปลกใจ เนื่องจากเธอไม่รู้ว่ากอนเป็ผู้ฝึกลมปราณที่มีการควบคุมจังหวะในการหายใจอย่างดี และถึงรู้ว่ากอนใช้ลมปราณแต่คนประเทศนี้ก็คงไม่รู้จัก ดีไม่ดีทั้งทวีปคงไม่มีใครรู้จักคำว่าลมปราณด้วยซ้ำ
การมาขอคำแนะนำทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เช่น แทนที่จะรับการโจมตีตรงๆ ก็เบี่ยงมันออกไปเพื่อลดความแรงปะทะ และแค่ขยับนิดหน่อยก็สามารถหลบการโจมตีบางอย่างได้แล้ว เบรนก็มีอาการใไม่แพ้กัน เนื่องจากฝึกซ้อมกันมาตั้งนานกอนยังไม่มีเหงื่อออกมาเลยสักหยด จนในที่สุดมีนาก็ขอพักและก็ถึงตาเขา
เขาลองบุกเข้าไปหากอนก่อน แน่นอนว่าไม่มีทางทำให้กอนขยับออกจากวงกลมนั้นได้เลย แต่หลังจากนั้นกอรก็บุกเข้ามา กอนสอนทุกอย่างโดยไม่หวงแหนแต่ส่วนมากก็เป็ความรู้และเทคนิคพื้นๆ ๆ จากชาติก่อนของเขา
“เอาละกลับไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้นายต้องไปประมูลอีกนี่” กอนกล่าวกับเบรนหลังจากรักษาอาการาเ็ให้ เบรน เมื่อหายดีแล้วเบรนก็พยักหน้าให้ เพราะตอนนี้เขาเหนื่อยจนหายใจแทบไม่ทัน นับประสาอะไรกับการพูด หากเขาฝึกกับกอน ไม่นานเขาคงเลื่อนเป็นักล่ายศเงินได้แน่ๆ ในความคิดของเบรนนั้น กอนเป็เหมือนสัตว์ประหลาด ทั้งที่ฝึกเขาทั้งสองคน แต่กลับไม่มีอาการเหนื่อยหอบเลยแม้แต่น้อย
เบรนหารู้ไม่ว่าวันคืนที่อยู่ในหุบเหว กอนฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก อีกทั้งร่างกายของกอนตอนนี้ ยังเหนือกว่าคนปกติทั่วไปถึงหกเท่าเนื่องจากเขาบรรลุถึงขั้นลมปราณพื้นฐานขั้นสองแล้ว
เมื่อถึงห้องกอนยังไม่ได้นอนในทันที เขายังคงดูดซับลมปราณอยู่อีกสักพัก ตอนนี้ลมปราณของเขาเข้าสู่่ปลายของขั้นที่สองในระดับลมปราณพื้นฐานแล้ว จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็การดูดซับพลังธาตุตามธรรมชาติ
หากเขาคาดการณ์ไม่ผิดคงต้องมีคนแอบตามาหลังจากงานประมูลเป็แน่ คนชั่วๆ นั้นเมื่อมีผลประโยชน์มันสามารถทำได้ทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่มัน้า และเหตุการณ์แบบนี้เขาเคยประสบมาแล้วหลายครั้งเมื่อชาติก่อน
เมื่อถึงเวลาเบรนก็ออกจากร้านมุ่งหน้าสู่โรงประมูลทันที เขาเข้าไปยังห้องเดิมและผู้หญิงคนเดิมก็มารอเขาอยู่แล้ว
“สินค้าละ” เธอพูดพร้อมแบมือออกมา เบรนหยิบกล่องๆ หนึ่งออกมายื่นให้กับเอมี่
“มันอยู่ในนี้ ตรวจสอบก่อนได้เลย”
“ไม่จำเป็หรอก ฉันรู้ว่านายคงไม่อยากทำให้การเปิดตัว รีซ ครั้งแรกต้องเสียหายหรอก”
เบรนเลิกคิ้วขึ้น ผู้หญิงคนนี้รู้ทันความคิดเขาได้แสดงว่าเธอเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน แต่เขาหารู้ไม่ว่าเธอได้ยินมาจากพ่อของเธออีกที เอมี่เลยพาเบรนขึ้นไปนั่งที่ชั้นของแขกวีไอพีเพื่อดูการประมูล
เมื่อรีซถูกนำมาประมูลเขาก็ฟังอย่างใจจดใจจ่อ
ปั้ง!!! ปั้ง!!! ปั้ง!!!
เสียค้อนตีบนโพดียม ดังขึ้น ทันใดนั้นเสียงคุยกันก็เงียบลง
“ทุกๆ ท่าน” เสียงของเอมี่ดังขึ้น
“นี่คือยาชนิดใหม่ที่เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ หากของถูกประมูลไปแล้วอย่าได้เอ่ยถามถึงผู้ส่งมอบสินค้า เพราะมันคือกฎของเรา และนี่คือ รีซ ยาฟื้นฟูผสานที่มีอัตราฟื้นฟู าแถึงระดับ 9 และมีอัตราฟื้นฟูพลังธาตุิญญาระดับ 8” เมื่อเสียงของเอมีลี่เงียบลง ห้องประมูลก็โกลาหลขึ้นทันที ยาผสานที่มีคุณสมบัติขนาดนี้ ย่อมส่งผลในเวลาต่อสู้อย่างมหาศาล มันจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้หากเจอเหตุการณอันตราย
ปั้งๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงทุบค้อนดังอีกครั้ง
“เริ่มการประมูลที่ 60 เหรียญทอง” เอมีประกาศราคาเริ่มประมูล
ในทันทีที่ประกาศเสร็จก็มีคนเสนอราคามาอย่างรวดเร็ว
“70” ชายชุดขาวคนหนึ่งชูป้ายพร้อมบอกราคาประมูลออกไป
“75” หญิงสาวผู้อยู่ตรงกลางห้องเสนอราคาออกมา
“90” ชายที่นั่งบนชั้นวีไอพีชั้นเดียวกับเขาเสนอมา
“100” ชายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมองอย่างเยาะเย้ย มายังชายคนที่เสนอราคา100เหรียญทอง
“120” ชายคนเดิมที่นั่งบนชั้นเดียวกับเขายอกราคามาอีกครั้ง
จนในที่สุดราคาก็มาหยุดที่ 280 เหรียญทอง
ที่ราคายังไม่สูงกว่านี้เพราะบางคนยังรู้ว่ายาชนิดนี้แค่เปิดตัวเท่านั้น หากนำมาขายจริงคงถูกกว่านี้แน่นนอน และแน่นอนเมื่อเห็นคนจากตระกูลใหญ่ในเมืองประมูลแข่งกัน คนอื่นๆ ก็หยุดประมูลทันที ชายที่นั่งบนชั้นเดียวกับเบรนเป็ผู้ชนะ เขายิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามที่ประมูลแข่งกันหน้าหงิกงอ
แค่ราคามาถึงขนาดนี้เบรนก็ดีใจแล้ว เพราะต้นทุนของ รีซ หนึ่งขวดยังไม่ถึงหนึ่งเหรียญทองเลยด้วยซ้ำ เขาตัดสินใจใช้เงินไปกว่า 100เหรียญทองจาก ที่เก็บไว้ 125เหรียญทองเพื่อลงทุนครั้งนี้ หากหักค่าส่วนแบ่ง จากโรงประมูล ราคาก็ตกขวดละประมาน 25 เหรียญทอง ซึ่งเป็สี่เท่าของราคาที่เขาตั้งไว้
ขนาดขายแค่สิบขวดยังกำไรนาดนี้ ถ้าขายหมดอีก89ขวดจะได้เงินขนาดไหน ถ้าวางขายจริงเขาคงจะขายมันที่ขวดละ 25 เหรียญทอง แต่กว่าจะขายก็คงรอให้ตลาดเกิดความ้าอย่างมากก่อน และมันคงใช้เวลาไม่ถึงสองเดือนแน่ๆ
หลังจากจบการประมูลเบรนก็เข้าไปรับเงินประมูลจากเอมี่ ก่อนที่เขาจะกลับเขาก็แวะซื้อของทำกับข้าวก่อน เมื่อเขาเดินเข้าซอยมาถึงร้าน เงาดำๆ ก็มองไล่หลังเขาจากบนหลังคาจนกระทั่งเขาเดินเข้าร้านไป