ชั้นสามของภัตตาคารซีเจียง
"ขอบคุณนะน้องชายลูคัส" วิเวียนก้มหน้าลง
"เื่เล็กน้อย" เด็กชายตอบพลางเอามือตบไหล่เธอเบาๆ
ลูคัสหยิบแก้วชาก่อนเดินไปที่มุมหนึ่งของชั้นสาม
“ขอบคุณพี่ชายและน้องสาวท่านนี้มากที่คิดเข้าช่วยเหลือ” เขาประสานมือไปทางเด็กหนุ่มชุดดำและเด็กสาวกระโปรงสีม่วงที่อยู่ด้านข้าง
“เห็นน้องชายถูกกลั่นแกล้งตนเองก็รู้ถูกชะตาจึงอยากยื่นมาแต่น่าขายหน้าที่ไม่มีโอกาสข้าน้อยมีนามว่าหลงชิงส่วนนี่น้องสาว...” เด็กหนุ่มชุดดำแนะนำตัว
“ผมลูคัสเรน”
หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนเด็กหนุ่มจะพาน้องสาวออกไปจากภัตตาคารซีเจียง
ลูคัสกับวิเวียนจึงกลับมานั่งทานอาหารพูดคุยกันอย่างสนุกสนานวิเวียนเล่าความฝันให้เด็กชายฟังหลายเื่ว่าเธออยากออกจากบ้านไปผจญโลกกว้างส่วนใหญ่ลูคัสจะเป็ฝ่ายฟังอย่างเดียวตัวเขาเองก็รู้สึกเหงาอยู่ลึกๆ เมื่อฟังเื่ราวของคนอื่นในใจก็เกิดคำถาม
“แล้วตัวเขาล่ะ”เด็กชายถามตัวเองว่าตนมีเป้าหมายอะไร
เมื่อเบนจามินทราบเื่จึงนำข้อมูลที่เป็ประโยชน์มาบอกแก่เด็กชายเบนจามินเล่าว่าเมืองหลวงมีหอการค้าใหญ่อยู่ 12 กลุ่มหนึ่งในนั้นคือหอการค้าดักชินที่ดงวุคเป็ผู้สืบทอดหากเป็ไปได้เบนจามินก็ไม่อยากให้เกิดเื่ราวใหญ่โตแต่หอการค้าบามี่ก็ไม่เกรงกลัวหากเกิดากับหอการค้าดักชินเพราะเด็กชายตรงหน้าถือเป็ผู้มีพระคุณของเขา
หนำซ้ำลูคัสยังมีสถานศึกษาอีเดนหนุนหลังอยู่บางครั้งให้เสี้ยวของความคิดตนถึงขนาดแอบคาดหวังลึกๆอยากให้อีกฝ่ายเปิดฉากโจมตีมาก่อนด้วยซ้ำ
หลังจากออกมาจากภัตตาคารซีเจียงทั้งสองคนเดินทางกลับไปโรงฝึกมัวร์ทันทีจากนั้นเด็กชายขอแยกตัวออกไปฝึกฝนเพิ่มเติม
จากการต่อสู้ในหลายวันที่ผ่านมาลูคัสเริ่มัักับความพิเศษของเพลงมวยจักรพรรดิได้ดังนั้นเขาจึงใส่ใจการฝึกฝนทักษะนี้มากเป็พิเศษ
"จะเข้าสู่ขั้นที่สองยังไงดีล่ะเนี่ย"เขาติดคอขวดของขั้นที่หนึ่งมาสักระยะแล้ว
"พสุธาเลื่อนลั่น..."เด็กชายยังตีความหมายขั้นที่สองนี้ไม่ออกเขาจึงพยายามตั้งใจฝึกฝนเพลงมวยแปดทิศเพื่อต่อไป
หลายวันที่ผ่านมาลูคัสปิดโหมดพร้อมรบและไม่ได้ก้าวออกจากโรงฝึกมัวร์เลยสักครั้งในใจยังตีความขั้นที่สองของเพลงมวยจักรพรรดิอยู่ตลอดเวลา ตนรู้สึกว่าอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็จะเข้าใจความหมายของมันแล้ว
เช้าวันเดินทางกลับ
"ผมไปก่อนนะครับทุกคน" เด็กชายโบกมืออำลาครอบครัวมัวร์
"เดินทางปลอดภัยนะน้องชายลูคัส" วิเวียนโบกมือพร้อมส่งยิ้มให้
"ไว้เจอกันพี่สาว"
ในที่สุดเด็กชายก็เดินลับไปจากสายตา
หลังเดินทางมาระยะหนึ่งก็เข้าสู่เขตป่ามรณะเขาตัดสินใจไม่รีบร้อนก้าวเดินลัดเลาะไปตามริมธารน้ำพร้อมโคจรปราณเพื่อบ่มเพาะ
ฝ่ามือถูกตบออกไปด้านหน้าอย่างแ่เบา"ฝ่ามือเมฆไหล"
"สะดวกดีเดินทางก็บ่มเพาะได้" เด็กชายยิ้มออกมา
หากเป็เช่นนี้เรื่อยๆภายในห้าวันลูคัสจะต้องถึงจุดสูงสุดของการหลอมกายหกชั้นฟ้าอย่างแน่นอน
ระหว่างที่เดินทางอยู่นั้นเขารู้สึกถึงพื้นดินที่สั่นไหวเมื่อเข้าใกล้ศูนย์กลางจุดสั่นะเืนั้นภาพที่เห็นไกลๆคือคชสารมีขนาดตัวเท่ากับตึกสองชั้นกำลังพุ่งเข้าปะทะกับวานรตัวเขื่อง
เป็ภาพที่หาดูได้ยากทั้งสองล้วนเป็สัตว์อสูรระดับ2 ที่อาศัยอยู่ในป่าลึก พวกมันคงมากินน้ำที่ลำธารและด้วยความที่ทั้งสองเป็ดั่งาาของสรรพสัตว์จึงมีสัญชาตญาณของนักสู้อยู่เต็มเปี่ยมวานรใช้ความคล่องตัวพยายามส่งหมัดโจมตีรอบทิศทางใส่คชสารั์
เด็กชายเริ่มขยับตัวเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้นเพื่อมองดูการต่อสู้นี้
ฝั่งคชสารั์เองก็ไม่อยู่เฉยงาหน้าของมันแทงสวนกลับเข้าใส่วานรแรงปะทะกันทำให้ต้นไม้ล้มระเนระนาด ส่วนใหญ่จะเป็วานรที่มีความว่องไวมากกว่าโจมตีเข้าใส่จุดตายของคชสารอยู่หลายครั้งแป๋นนน! เสียงคำรามด้วยความโกรธผสมกับความเ็ปดังไปทั่วสารทิศ วานรเริ่มวนรอบตัวคชสารก่อนโจมตีติดกันนับสิบครั้งแต่การโจมตีกลับของคชสารไม่สามารถััตัววานรได้เลยสักครั้งเดียวและแล้วฉากสำคัญก็เกิดขึ้นวานรพลาดท่าหลงกลคชสารที่ยืนหันหลังอยู่มันพุ่งเข้าโจมตีด้วยความย่ามใจ
ตู้ม!ขาหน้าคู่ั์กระทืบลงไปทำให้ปฐีสั่นสะท้านส่งผลให้วานรสิ้นใจในบัดดล แป๋น!คชสารั์คำรามลั่นก่อนหันกายจากไป
สายตาของลูคัสมีแต่ภาพขาคู่นั้นกระทืบลงไปซ้ำไปซ้ำมาร่างกายหยุดนิ่งเหมือนิญญาออกจากร่างขณะนี้เขาตกอยู่ในภาวะรู้แจ้งบางอย่าง
ผ่านไปเกือบครึ่งวัน
ตู้ม!หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเมื่อฝุ่นจางลงเผยให้เห็นร่างในชุดผ้าฝ้ายยืนอยู่ "พสุธาเลื่อนลั่นบาทาคชสาร"
ต้องขอบคุณการต่อสู้ของคชสารั์เมื่อครู่ทำให้เขาเข้าถึงสัจธรรมของกระบวนท่าได้
จากหลักของเพลงหมัดหยินหยางที่มีความนุ่มนวลโอนอ่อนมาถึงความเข็มแข็งดุดันของกระบวนท่าเท้าในขั้นที่สอง บาทาคชสารเมื่อครู่มีความรุนแรงถึง15 ดาว คิดเป็สามเท่าของการโจมตีสูงสุดที่ตนทำได้ แม้จะมีความรุนแรง แต่ก็มีผลกับศัตรูในรัศมีสิบเมตรเท่านั้นซึ่งถ้าเขาฝึกจนชำนาญเมื่อไหร่จะขยายขอบเขตสูงสุดได้นับร้อยเมตร
ใกล้เวลาเย็นทางเข้าหมู่บ้านโรสปรากฏสู่สายตา
ตอนที่สอบเข้าสถานศึกษาอีเดนนั้นลูคัสตกอยู่ในเวทจำลองสถานที่เป็คาถากลุ่มที่กินรัศมีขนาดใหญ่เป็ผลงานสร้างของเหล่าบรรดาอาจารย์ฝ่ายเวทมนตร์ช่วยกันเนรมิตรขึ้นมาโดยใช้ผลึกปราณระดับสูงหลายพันชิ้นเป็แก่นหลักทั้งผู้คนและสิ่งปลูกสร้างจะคล้ายกับโลกเสมือนจริง
ขณะก้าวเข้ามาจึงรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้โดยปริยายลานกว้างหมู่บ้าน
เมื่อนึกถึงฉากไอ้เด็กกะโหลกที่ถือตุ๊กตาหมีร้องโหวกเหวกวิ่งเข้าไปในโบสถ์เดอะไวท์แรบบิทก่อนจะพาทุกคนตายโหงกันหมดลูคัสก็อดส่ายหน้าออกมาไม่ได้
เด็กชายพาตัวเองเข้าไปนั่งในบาร์ของหมู่บ้าน"ขอสเต๊กเนื้อสองจานครับ" เมื่อมองไปรอบร้านส่วนใหญ่จะเห็นแต่นักเดินทางพเนจร
"ได้ข่าวว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าสถานศึกษาจะมีาระหว่างหมู่ตึก"นักดาบแขนเดียวคนหนึ่งที่นั่งโซนหน้าบาร์กล่าวขึ้น
"ข้าจะต้องไปดูอย่างแน่นอนานี้เป็กิจกรรมที่เราจะได้เห็นความแข็งแกร่งศิษย์ของสถานศึกษาเลยนะ"ชายร่างผอมด้านข้างเสริม
"หลานชายของเพื่อนข้าก็เป็นักเรียนทีนั่นแหละ"บาร์เทนเดอร์เอ่ยออกมาเช่นกัน
ขณะนี้ลูคัสยังอยู่ในชุดผ้าฝ้ายจึงไม่เป็ที่สะดุดตานักเห็นได้ชัดว่าาสี่หมู่ตึกเป็ที่รู้จักกันดีในแดนเหนือ
เมื่อถึงเวลาทางสถานศึกษาจะเปิดขายบัตรให้กับเหล่าประชาชนเข้าชมการต่อสู้ระหว่างศิษย์ได้
"เฮ้น้องชายคนนี้ไม่ค่อยคุ้นหน้าเลยนะผ่านทางมาเหรอ"ชายนักดาบแขนเดียวที่กลับมาจากการไปทำธุระส่วนตัวเดินกลับเข้ามา
"ใช่ครับพี่ชายนักดาบผมเป็นักเดินทาง" ลูคัสตอบกลับ
"สนใจมาร่วมวงกับพวกเราไหมล่ะพี่ชายมีเื่สนุกมากมายจะเล่าให้ฟัง"
หลังจากนั้นลูคัสก็เข้าไปร่วมวงสนทนากับคนเ่าั้นักดาบแขนเดียวเริ่มเล่าวีรกรรมตอนสมัยเขาไปเป็ผู้คุ้มกันให้กับกองคาราวานหอการค้าใหญ่
"ที่นั่นน่ะนะเถื่อนมากข้าจะบอกให้ น้องชายเห็นแผลนี่มั้ย"นักดาบชี้ฝั่งแขนที่หายไปให้เขาดู
"ตอนนั้นน่ะเขาเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ฝึกตนถึงห้าคนแต่ดันเป็ลมล้มพับไปเสียก่อนพอตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าแขนตัวเองขาดไปตอนไหนเื่นี้เขาเล่าให้พวกข้าฟังเป็ร้อยรอบแล้ว" บาร์เทนเดอร์ขัดขึ้น
พอบาร์เทนเดอร์พูดจบทุกคนในบาร์ก็หัวเราะลั่น ลูคัสชอบบรรยากาศแบบนี้มันคล้ายกับตอนที่เขาอยู่ในบาร์ของหมู่บ้านมิลล์ไม่มีผิด
เมื่อเข้าสู่่เวลาดึกผู้คนก็เริ่มบางตา ปัง!ประตูไม้ด้านหน้าถูกถีบออก เหล่าชายฉกรรจ์ห้าคนพร้อมอาวุธครบมือก้าวเข้ามา
คนถือขวานใหญ่กล่าวออกมา"เ้าของบาร์ลูกพี่เราสั่งให้มาเก็บค่าคุ้มครองตามนัด"
บรรยากาศดิ่งลงทันทีเหล่าผู้คนที่เหลือล้วนปิดปากเงียบ
"แต่นี่ยังไม่ครบกำหนดหนึ่งเดือนเลยนะ..."
ตู้ม! ชายคนนั้นสับขวานทำให้โต๊ะด้านข้างขาดออกเป็สองซีก"ถ้าไม่อยากเป็แบบโต๊ะตัวนี้ก็จงนำเงินออกมาเสีย"
เมื่อไม่มีทางเลือกบาร์เทรนเดอร์ผู้เป็เ้าของร้านรีบหยิบถุงใต้โต๊ะก่อนโยนให้ชายคนนั้น
“พอใจหรือไม่”หากได้เงินแล้วก็รีบไปเสียเถอะผมต้องทำมาหากิน
"นับ" ชายขวานใหญ่ส่งถุงให้คนด้านข้าง
ชายด้านข้างทำทีเปิดถุงก่อนกวาดสายตา"ขาดหนึ่งพันเหรียญเงินครับลูกพี่"
"เดี๋ยว ท่านนักรบข้านับดีแล้วทั้งหมดมีหนึ่งหมื่นเหรียญเงิน"บาร์เทนเดอร์หน้าเสีย
"เขาบอกขาดก็คือขาด" ชายขวานใหญ่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ชายนักดาบแขนเดียวลุกขึ้นจากโต๊ะ
"ข้าชักจะทนพวกเอ็งไม่ไหวแล้วนะ"
"ไม่ไหวแล้วจะทำไมแกกล้าลูบคมพวกเรากลุ่มหมาป่าแดงงั้นรึ"
หลังจากนั้นก็มีการปะทะคารมกันระหว่างชายนักดาบแขนเดียวกับชายถือขวานใหญ่ทำให้สถานการณ์ชักจะตึงเครียดเด็กชายรีบกระซิบถามเื่ราวจากชายร่างผอมที่กำลังตื่นใได้ความว่าไม่นานมานี้มีกลุ่มนักสู้ใช้ชื่อว่า
"กลุ่มหมาป่าแดง" มารีดไถเงินจากผู้คนในหมู่บ้าน หากไม่ให้พวกมันก็จะทำลายข้าวของเมื่อหนักเข้าก็จะรุนแรงถึงทำร้ายร่างกายด้วยความที่หมู่บ้านโรสอยู่ใจกลางป่ามรณะทำให้ห่างไกลจากทางการและสถานศึกษาอีเดน อีกอย่างในเมื่อไม่มีใครเสียชีวิตทางจักรวรรดิเองก็ไม่สนใจจะส่งคนมาตรวจสอบ
"อะไรนะกลุ่มลูกหมาแดงงั้นเหรอ" ลูคัสแผดเสียงขึ้นเขาทำท่าทางใกลัวได้ดูสมจริงมาก
เสียงของเด็กชายดึงดูดสายตาจากทุกคนทำให้ชายถือขวานที่กำลังโต้เถียงกับชายแขนเดียวนั้นหยุดลง
"ไปสั่งสอนไอ้เด็กนั่น" ชายขวานใหญ่สั่งลูกน้องที่อยู่ด้านข้าง
ในขณะที่ชายหัวล้านถือมีดสั้นเดินเข้ามา
"พวกแกมันชักจะมากเกินไปแล้วกล้ารังแกได้แม้กระทั่งเด็ก มาสู้กับข้าคนนี้นี่มา"ชายนักดาบแขนเดียวตั้งท่าพร้อมสู้
"ก็แค่พวกไก่กา"ในขณะที่ชายถือมีดสั้นเงื้อมีดกำลังจะจ้วงแทงสีข้างของชายแขนเดียว
ฟิ้วว!แสงดรรชนีขนาดเล็กพุ่งลงใส่ปลายเท้าชายหัวล้านทำให้เขาเสียหลัก
สวบ!ดาบในมือของชายแขนเดียวสับลงไปยังแขนขวาของชายหัวล้านทันที
"อ๊ากกแกกล้าโจมตีใส่ข้า”
ลูคัสเห็นแล้วว่าชายหัวล้านที่กำมีดสั้นมีระดับการบ่มเพาะไม่ธรรมดาจากปราณที่แผ่ออกมาเขาต้องมีระดับรุกกี้ขั้นสองเป็อย่างน้อยเขาจึงตัดสินใจแทรกแซงเล็กน้อย
"ไอ้หนูใจกล้าไม่เบาหนิคิดว่าจะตบตาข้าคนนี้ได้อย่างนั้นเหรอ"ชายขวานใหญ่แผ่รังสีของรุกกี้ขั้นสี่ออกมา
"ไปเรียกหัวหน้าพี่ออกมาดีกว่านะ" ลูคัสกล่าวขึ้นพร้อมเดินออกมาอยู่หน้าชายแขนเดียวพลางดันให้เขาถอยกลับไป
"ย๊ากก" ชายหัวล้านที่กำลังกุมแผลอยู่ฉวยโอกาสส่งมีดแทงเสยขึ้นมาเป้าหมายคือปลายคางของเด็กชาย
โผละ!ศีรษะของชายหัวล้านแตกออกราวกับแตงโมถูกตี
ทำให้โลหิตสีแดงไหลนองซึมเข้าระหว่างร่องไม้
ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมเหล่าคนที่เรียกตัวแดงว่ากลุ่มป่าแดงต่างส่งสายตากันไปมา
"รุมมัน" ชายขวานใหญ่สั่งคนที่เหลืออีกสามคนบุกเข้าโจมตีพร้อมกัน
"น้องชายระวัง" ก่อนที่ชายนักดาบแขนเดียวจะเข้าช่วยเหลือ
เปรี้ยง ดรรชนีกัมปนาทพุ่งตรงเข้าสู่แขนขวาของชายขวานใหญ่ทันทีทำให้สามคนที่พุ่งเข้ามาผงะด้วยความใจากนั้นเขาไม่รอให้ทั้งสามได้ตั้งตัวทันลูคัสพุ่งเข้าประชิดพร้อมส่งหมัดตรงเข้ากลางอกคนที่เหลือ
สำหรับคนพวกนี้ไม่ต้องถึงกับใช้กระบวนท่าใดใดชายทั้งสามก็กลายเป็เศษเนื้อไป
"จะไปตามหัวหน้าพี่มาได้หรือยังล่ะ" เด็กชายพูดออกมาก่อนเดินเข้าไปประจันหน้ากับชายขวานใหญ่
.