✨ตอนที่ 6 : เปลวไฟแห่งความลับ✨
วันนั้นโรงหลอมโอสถของสำนักไท่ซานคลาคล่ำไปด้วยศิษย์ผู้คนมากมาย กลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้อง บรรยากาศร้อนระอุจากเตาหลอมที่เผาไหม้ไม่หยุด เสียงไม้ฟืนแตกดังเปรี๊ยะ ๆ สลับกับเสียงะโสั่งของศิษย์พี่ผู้ดูแล
หวังเมิ่งหลงทำหน้าที่เหมือนทุกวัน หาบฟืน เสริมไฟ แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ศิษย์พี่ถังหยิน ซึ่งกำลังนั่งหลับตาโคจรปราณควบคุมเปลวไฟภายในเตาหลอม
แต่วันนี้ต่างออกไปเล็กน้อย…
เปลวไฟในเตาหลอมกลับพลุ่งพล่านรุนแรงเกินไป ควันดำลอยขึ้นมาจนสมุนไพรในเตาเริ่มไหม้ เสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้นไม่หยุด ศิษย์บางคนพากันแตกตื่น
“ไฟแรงเกินไปแล้ว! โอสถจะเสียแน่!”
“เร็วเข้า! ใครก็ได้ เสริมพลังช่วยศิษย์พี่ถังหยินเร็ว!”
แต่ศิษย์ที่อยู่รอบ ๆ กลับลังเล พวกเขาต่างรู้ดีว่าการแทรกพลังเข้าไปในเตาหลอมของผู้อื่น หากไม่ระวังจะทำให้พลังปราณปะทะกันและเตาหลอมะเิได้ ไม่มีใครกล้าเสี่ยง
ถังหยินกัดฟัน ใบหน้าซีดเผือด เส้นเืบนขมับปูดโปน เขาพยายามกดเปลวไฟลงแต่ไม่เป็ผล
เมิ่งหลงยืนอยู่ด้านข้าง ใจเต้นระรัว “ถังหยิน…เขากำลังจะล้มเหลว เพราะไฟรุนแรงเกินไป… ถ้าเป็ข้า… ข้าคงช่วยได้!”
เขากำมือแน่น ลมหายใจสั่นสะท้าน ความลังเลต่อสู้กันในใจ หากเผยพลังห้าธาตุออกมา แม้เพียงเสี้ยวเดียว ความลับอาจถูกเปิดเผย แต่ถังหยินเป็เพียงคนเดียวที่ไม่เคยมองเขาเป็เศษสวะ
“ถ้าข้าไม่ช่วย…เขาอาจาเ็สาหัส”
ในชั่วพริบตา เมิ่งหลงตัดสินใจ เขาก้าวเข้าใกล้เตาหลอม ขณะที่ทุกคนยังมัววุ่นวายกับควันและเปลวไฟ เขายกมือขึ้นแนบกับข้างเตา สูดหายใจเข้าลึก เรียกปราณธาตุน้ำออกมาอย่างระมัดระวัง
ไอเย็นบางเบาแทรกเข้าสู่เตาหลอมอย่างเงียบงัน พลังของเขาอ่อนโยนและสมดุล ไม่ต้านทานกับไฟของถังหยิน แต่กลับโอบล้อมราวสายน้ำหล่อเลี้ยงเปลวเพลิง ราวกับสายน้ำที่คอยควบคุมทิศทางของไฟ
เปลวไฟที่เคยพลุ่งพล่านค่อย ๆ สงบลง ไฟสีแดงเข้มกลายเป็เปลวไฟนิ่งสง่า สมุนไพรในเตาหลอมกลับคืนสู่สมดุลอีกครั้ง
ถังหยินที่กำลังจะสิ้นเรี่ยวแรงรู้สึกได้ทันที เขาเบิกตากว้าง แปลกใจ
“นี่…ใครบางคนช่วยข้าควบคุมไฟ?
พลังนี้…ไม่ขัดแย้งกับข้าเลย แต่กลับเกื้อหนุนราวกับเกิดมาเพื่อสมดุลไฟโดยเฉพาะ”
ไม่กี่อึดใจต่อมา ควันดำค่อย ๆ จางหาย เตาหลอมกลับมาสงบ ทุกคนที่ยืนอยู่รอบ ๆ พากันถอนหายใจโล่งอก
“โชคดี…เกือบไปแล้ว”
“ศิษย์พี่ถังหยินช่างเก่งกาจ สามารถควบคุมเปลวไฟได้อีกครั้ง!”
ไม่มีผู้ใดเอะใจเลยว่าแท้จริงแล้ว มีเงาหนึ่งแอบช่วยอยู่ข้างเตา
เมิ่งหลงรีบเก็บพลังกลับเข้าสู่ตันเถียน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา เขาหลบสายตาคนอื่น ก้มหน้าลงเหมือนเดิม ทำเพียงเช็ดเหงื่อแล้วเดินไปยกฟืนขึ้นบ่า
ถังหยินหอบหายใจแรง ก่อนจะเหลือบมองรอบ ๆ พลันสายตาหยุดอยู่ที่เมิ่งหลงเพียงชั่ววินาที เขาไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับมีความสงสัยวูบหนึ่ง
“หรือว่า…จะเป็เมิ่งหลงกันนะ?”
แต่เมิ่งหลงเพียงยิ้มบาง ๆ เงียบงันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
> “ความลับนี้…ข้ายังไม่อาจเปิดเผยให้ผู้ใดรู้ได้”
และนี่คือครั้งแรกที่พลังของหวังเมิ่งหลงได้ถูกใช้เพื่อช่วยผู้อื่น แม้ไร้ผู้ใดล่วงรู้ แต่
ในใจของเขาเองกลับรู้สึกภาคภูมิและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม—เส้นทางของเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริง ๆ