บทที่ 9 แผนซ้อนแผน
“เอ่อ…ทะ…ท่านจะอุ่นเตียงตอนนี้เลยหรือ” ฮวนหรงปั้นหน้าพูดจาใสซื่อ
“เหลวไหล! เห็นอยู่ชัดๆ ว่าฮูหยินจงใจยั่วยุข้า!” ไป๋เจี๋ยใช้ฝ่ามือหยาบกระด้างยั้งไปที่พื้นเพื่อผละตัวเองขึ้น ปากของเขาก็พลางพร่ำบ่นให้นาง ยามนี้คิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจจนแทบจะถูกเชื่อมต่อเป็เส้นเดียวกัน
พอกลับขึ้นมายืนในระเบียบแถวตรงได้ ไป๋เจี๋ยก็รีบวกมือไปซ่อนโดยที่ไพล่ไว้ด้านหลัง ใบหน้าของเขาผินหลบไปอีกฝั่งเลี่ยงที่จะมองร่างท่อนบนที่ล่อแหลมของนาง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจสลัดภาพหน้าอกงาม ๆ ของฮวนหรงออกจากศีรษะได้เลย น้ำเสียงเ็าของไป๋เจี๋ยดังขึ้นมาทิ้งท้ายไว้ว่า
“อีกสามวันกรมวังจะจัดงานครบรอบประสูติองค์ชายสามที่ลานล่าสัตว์ เ้าก็ต้องไปด้วย ระยะนี้อย่าได้ก่อเื่ ถนอมตัวเองให้ดี หน้าตาสกุลมิ่งขึ้นอยู่ที่เ้า หวังว่าฮูหยินเพียงคนเดียวของข้าจะฟังเข้าใจ ไม่ให้ตัวข้าต้องพูดซ้ำอีก” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แต่ฮวนหรงที่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อพลอยรู้สึกแปลกใจ
“ฮะ…ฮูหยิน? พะ…เพียงคนเดียว?” หญิงสาวทวนคำพูดพร้อมยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าตนเอง
“เ้าไม่ใช่! แล้วผู้ใดจะใช่ เหอะ!” ไป๋เจี๋ยหงุดหงิดหัวเสีย เอาแต่ตำหนิว่าสตรีอย่างนางไม่สมควรให้เอาเยี่ยงอย่าง คิดล้อเล่นไปหมด ก่อนจากไปชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับมาทอดตาแลมองนาง แต่สำหรับฮวนหรงนั้น ถือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่คุ้มค่านัก
ไป๋เจี๋ยทิ้งขวดยาขี้ผึ้งไว้ให้ฮวนหรงบนเตียง สีหน้ายามไม่พอใจของเขาดูกระฟัดกระเฟียด ฮวนหรงล้อเลียนน้ำเสียงเข้มขรึมของสามี “ทาเองเสีย! ริอาจมาสั่งข้าทำเื่พันนี้ ข้าเป็ถึงต้าเจียงจวินเชียวนะ หากอยากหาคนทายาให้ ก็รออิ่นจูก็แล้วกัน ข้าจะสั่งคนไปตามนางมาที่เรือนเดี๋ยวนี้” ฮวนหรงหัวเราะร่วนออกมาเมื่อล้อเลียนประโยคคำพูดอันแข็งกระด้างเหล่านี้ของไป๋เจี๋ยสำเร็จ
ฮวนหรงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนบ้า นางกำลังคิดว่า ชะตาชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ อย่างเช่นคำว่า ‘ฮูหยิน และ คำว่าฮูหยินเพียงคนเดียวของข้า’ ที่หลุดออกจากปากไป๋เจี๋ย ล้วนเป็คำพูดที่แปลกใหม่ และไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมันมาก่อน จำได้ว่ากาลก่อนแต่งเข้าจวนมิ่งนานสองปี ไม่เคยได้ยินสามีเรียกว่าฮูหยินเลยสักครั้ง อย่างมากก็เรียกเ้า เ้า เ้า ๆ และเ้า! อย่าได้หวังไปถึงประโยคหวานเลี่ยนอย่าง ฮูหยินเพียงคนเดียวของข้า ย่อมไม่มีทางหลุดออกจากปากบุรุษเ็าอย่างเขาอยู่แล้ว
*****
สามวันถัดมา วันที่สามเดือนสี่ เข้าฤดูสารทเป็ครั้งแรกของปี
ฤดูใบไม้ผลิมาเร็วกว่าทุกปี จวนมิ่งที่ร่มรื่นบัดนี้รกนัก เศษใบไม้ร่วงโรยเกลื่อนลานบ้าน จนต้องเพิ่มบ่าวเข้าจวนอีกสองสามคนไว้กวาดลานบ้านโดยเฉพาะ เื่ราวหยุมหยิมจำพวกนี้ฝากฝังให้เสี่ยวเหมยช่วยดูแล เพราะวันนี้ฮวนหรงจำเป็ต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายในงานเลี้ยงครบรอบประสูติขององค์ชายสาม
บัดนี้รถม้าที่ประดับตราตั้งต้าเจียงจวินจอดรอที่หน้าจวนเป็ที่เรียบร้อย ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมหมดแล้ว ขาดก็แต่ฮูหยินเท่านั้นที่ยังไม่โผล่หัวมาเสียที อันที่จริงนับั้แ่วันนั้น...ฮวนหรงก็ไม่ได้โผล่หน้าออกจากเรือนเลยสักครั้ง ไม่ทราบว่านางกลัวแสงแดดหรืออย่างไร หรือว่านางรู้สึกอับอายที่ถูกสามีล่วงเกิน ด้านไป๋เจี๋ยพลันคิดได้ว่าตนเองก็ไม่ได้มีเวลาว่างไปดูดำดูดีนาง แต่ว่าก็ไม่ละเลยนางเสียทั้งหมด
ไม่รู้ว่าวันนี้นางจะยังจำได้หรือไม่ว่าต้องออกจากจวนไปพร้อมกัน ทว่าจะลืมได้อย่างไร ในเมื่อไป๋เจี๋ยสั่งอู๋หวาให้ต้มยาลดผื่นไปให้ฮวนหรงทุกวัน ไม่เพียงเท่านั้นยังกำชับอีกว่า ให้อู๋หวาย้ำเื่งานครบรอบวันประสูติขององค์ชายสาม อันที่จริงงานครอบรอบวันประสูติของเชื้อพระวงศ์ ก็เหมือนงานเลี้ยงครบรอบวันประสูติทั่วไป เสียแต่เพียงว่างานที่เกี่ยวข้องกับองค์ชายสามล้วนมีนัย
ขณะที่ไป๋เจี๋ยนั่งใช้ห้วงความคิดอยู่ด้านใน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนกำลังเคลื่อนย้ายสิ่งของ ชายหนุ่มเพียงหลับตาลงก็สามารถคำนวณน้ำหนักฝีเท้าของผู้ที่วกเข้ามาใกล้ได้ ไป๋เจี๋ยรู้แล้วว่าผู้ที่กำลังมาไม่ใช่ฮวนหรงแต่เป็สาวใช้ จึงเปล่งเสียงเข้มถามลอดม่านตรงกรอบหน้าต่าง “อู๋หวานั่นเ้าหรือ”
“เ้าค่ะ บ่าวจะมาแจ้งว่า ฮูหยินอาจจะไปร่วมงานครบรอบประสูติกับท่านแม่ทัพไม่ได้แล้ว เพื่อไม่ให้สกุลมิ่งขายหน้า อู๋หวาขอบังอาจเสนอตัวเองสวมชุดแพรไหมประดับดิ้นหยก พร้อมคลุมหน้าบดบังรูปโฉม ติดตามท่านแม่ทัพไปยังลานล่าสัตว์ด้วยฐานะของฮูหยิน”
อู๋หวาเ้าเล่ห์กว่าที่คิด ผู้อื่นต่างคิดไม่ถึงอยู่แล้ว ว่านางจะใจกล้าเสนอตัวเทียบคนยศสูงทั้งที่ตนเองมีกำพืดต่ำเป็เพียงสาวใช้ในเรือน ต่อให้เป็บุตรหลานของแม่นมเฒ่าที่ล่วงลับไปแล้ว ก็ใช่ว่าจะคู่ควรทำเื่พวกนี้แทนฮูหยิน
เฉาจิ้งที่ยืนเทียบอยู่ข้างรถม้าในท่าระเบียบกองทัพ พลันรู้สึกว่าคำพูดของแม่นางอู๋เสิบสานไปหน่อย จึงกระทบเท้าไปด้านหน้า จ้องตาเขม็งคล้ายกำลัง้าตักเตือนให้รู้ฐานะ ด้านไป๋เจี๋ยไม่้าให้เกิดเื่ยุ่งยากน่าปวดหัวอันใดอีก จึงโบกมือออกมานอกบานหน้าต่างเพื่อสั่งให้เฉาจิ้งหยุด พร้อมกับสั่งเสียงเข้มหม่นลอดไรฟันออกมา
“ออกรถม้า ไม่ต้องรอนาง” ไป๋เจี๋ยเมินเฉยต่อคำเสนอแนะของอู๋หวาอย่างเ็า เพราะชายหนุ่มไม่อาจเสี่ยงทำเื่เหลวไหลเหล่านี้ หากถูกจับได้ขึ้นมา แล้วถูกคาดโทษหลอกลวงเบื้องสูง ไม่ใช่เื่ที่สกุลมิ่งจะรับมือไหว เื่อะไรจะต้องเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ
ขณะที่รถม้ากำลังจะออกตัวไปข้างหน้า จู่ ๆ น้ำเสียงหวานเสนาะหูของฮวนหรงก็ดังแว่วมาตามกระแสลม “ท่านแม่ทัพรอข้าด้วยเ้าค่ะ”
อันที่จริงฮวนหรงไม่ได้ลืมวันที่ไป๋เจี๋ยนัดหมาย ั้แ่วันนั้นนางต่างจดจำขึ้นใจ ฮวนหรงไม่โผล่หัวออกมาให้ผู้ใดเห็น ก็เพราะ้าบ่มเพาะร่างกายในเรือนนอนเท่านั้น หลายวันนี้ต้องลำบากอิ่นจูวิ่งเต้นหาเครื่องหอมและสมุนไพรบำรุงผิวพรรณจำนวนไม่น้อย ฮวนหรงเสียเงินมากกว่าหมื่นตำลึงเพื่อสิ่งของเสริมความงามเ่าั้ สำหรับผู้อื่นอาจจะมองว่าเสียมากได้ประโยชน์ จ่ายหนักถึงหมื่นตำลึงแต่ไม่คุ้มผลตอบรับ
แต่สำหรับฮวนหรงที่เป็บุตรสาวของเศรษฐีนีล้วนมองว่าไม่ได้สิ้นเปลืองอันใดเลย ต่อให้จ่ายมากกว่านี้ หากทำให้ผู้อื่นชื่นชมจนสามีเบิกบานใจ นางก็ยินยอมจ่ายแพง อีกทั้งงานนี้ส่วนใหญ่ผู้มาร่วมงานเป็เชื้อพระวงศ์และคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ทั้งนั้น ดังนั้นจะทำให้สกุลมิ่งน้อยหน้าไม่ได้
“นางสตรีไม่รู้ความ ตั้งใจทำให้ข้ารอใช่หรือไม่” ปากบ่นด่าแต่ฝ่ามือของไป๋เจี๋ยเอื้อมไปตบเบาะนั่งเพื่อไล่ฝุ่นเตรียมให้นางนั่ง
“ฮวนหรงผิดเองเ้าค่ะ ต่อไปไม่กล้าทำให้ท่านแม่ทัพรอแล้ว” ฮวนหรงดูพูดจาดีผิดสังเกต กริยาเช่นนี้พลางทำให้ไป๋เจี๋ยคิดไม่ตก เขาได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยว่านางจะมาไม้ไหนกันแน่
ครั้นฮวนหรงกรีดนิ้วแหวกม่านพร้อมก้าวเท้าขึ้นมา ไป๋เจี๋ยตกตะลึงในความงดงามสมฐานะของนาง ไม่คิดเลยว่าเฟยฮวนหรงจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่คืนวันแต่งงานนางอยู่ในอาภรณ์สีแดงปักดิ้นหงสาก็คิดว่างามแล้ว แต่ก็ยังงามสู้วันนี้ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ไป๋เจี๋ยได้แต่กลืนน้ำลายลงลำคออย่างประหม่า คำด่าทอที่้าจะตำหนิภรรยาที่เตรียมไว้เมื่อครู่ก็ลืมหมดแล้ว ยิ่งฮวนหรงส่งยิ้มหวาน ๆ มาที่เขา ไป๋เจี๋ยยิ่งร้อนรนทำตัวไม่ถูก
“อะ…ออกรถม้า!” น้ำเสียงติดขัดดังลอดลำคอของไป๋เจี๋ยออกมา