ตอนที่ 16: เนตรวิเคราะห์สรรพสิ่ง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเริ่มสาดส่องลอดทะลุผ่านม่านหมอกสีโลหิตที่เริ่มเจือจางเบาบางลงหลังจากพายุฝนอันยาวนานตลอดค่ำคืนซาลง ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำสีแดงจางๆ เกาะอยู่ตามกิ่งไม้นอกหน้าต่างสถานีอนามัยตำบล เสียงหยดน้ำตกลงจากชายคาดังเปาะแปะคล้ายดนตรีจังหวะช้าคอยปลอบประโลมความตึงเครียดของโลกวิบัติอันวิกฤตสับสน
ภายในห้องพักแพทย์เวรชั้นสองอันเงียบสงบ ชานนท์ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่กระปรี้กระเปร่าและเบาสบายอย่างประหลาด ความเหนื่อยล้าจากศึกรักอันเร่าร้อนกับหมอแพรตลอดคืนที่ผ่านมาสลายตัวหายเป็นปลิดทิ้งอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยอานุภาพพลังชำระล้างร้อยเปอร์เซ็นต์ของระบบเทพแมงดาที่ทำสัญญาสอดประสานสำเร็จ
หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนโปร่งแสงสีฟ้าใสของระบบเทพแมงดาเปล่งประกายลอยเด่นอยู่เหนือร่างของชานนท์ในสายตาสะท้อนแสงไฟสลัว แสดงข้อความสรุปการสถาปนาพันธะสัญญาร่วมรักคนที่สองเสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบ:
*[ระบบ: ทำการแชร์และปลดล็อกทักษะถาวรจากพันธะคู่รักคนที่สอง พญ. แพรวพรรณ (หมอแพร) สำเร็จ]*
*[ทักษะที่แชร์ถาวร: 'เนตรวิเคราะห์ระดับยีนส์' (Gene Analysis Eye - Passive)]*
*[ทักษะติดตัวถาวร: 'ฟื้นฟูกายาสมานแผลด่วนอัตโนมัติ' (HP Regeneration - Passive)]*
นนท์ยิ้มมุมปากและตัดสินใจทดลองเปิดใช้งานทักษะใหม่ทันที ชายหนุ่มเปิดการใช้งาน **"เนตรวิเคราะห์ระดับยีนส์"** เพ่งสายตาสำรวจมองไปรอบๆ ในหัวพลันปรากฏแสงจำลองวิเคราะห์สีทองสแกนโครงสร้างร่างกายของตัวเขาเองรวมถึงสองสาวผู้ร่วมชะตาชีวิตอย่างละเอียดยิบ หน้าจอโฮโลแกรมฉายสถานะข้อมูลเชิงลึกของแต่ละคนลอยขึ้นมาให้เห็นชัดเจนในครรลองจักษุประสาท สัมผัสถึงการหมุนเวียนของพลังงานมานาและยีนสายเลือดพิเศษที่มีลักษณะโครงข่ายพลังซับซ้อนสว่างไสวดั่งกลุ่มดาวระยิบระยับ:
---
*ข้อมูลสแกนสถานะบุคคล (ระบบเทพแมงดา):*
*1. โฮสต์: ชานนท์ (นนท์)*
- พละกำลัง: กายาคงกระพัน (Passive) / แรงช้างสาร (Passive)
- ทักษะฟื้นฟู: ฟื้นฟูกายาสมานแผลด่วนอัตโนมัติ (Passive) -> ทำการสแกนพบรอยขูดขีดแดงจางๆ จากเล็บของกิ๊ฟและเล็บของหมอแพรบนไหล่แกร่งและแผ่นหลัง ในขณะที่เพ่งมอง ละอองแสงมานาสีชมพูประกายเงินเข้มข้นกำลังเกิดการถักทอรักษาร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว บาดแผลประสานตัวเรียบเนียนสลายหายไปต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่กี่วินาทีราวกับปาฏิหาริย์
- สถานะพลังงานสะสมมานา: 100% (พลังชีวิตฟื้นฟูเต็มพิกัด)
*2. คู่พันธะสัญญาคนที่ 1: กิ๊ฟ (กัลยา)*
- สายเลือดพิเศษ: สายเลือดกายาเทวะ (Valkyrie Bloodline) -> โครงข่ายยีนเรืองแสงสีทองเจิดจ้า บ่งบอกถึงศักยภาพการต่อสู้ระดับสูงสุด
- ระดับการสอดประสานพันธะ: 150% (สถานะความสัมพันธ์: มั่นคงสูงสุด / พันธะร่วมจิตสามีภรรยาและเพื่อนสนิทวัยเยาว์)
- ทักษะแชร์: เกราะเทวะแบ่งปัน ระดับ 2 / แชร์พลังจิตสัมผัส (บัฟระบบชั่วคราวคงเหลือ 24 ชม.)
*3. คู่พันธะสัญญาคนที่ 2: หมอแพร (พญ. แพรวพรรณ)*
- สายเลือดพิเศษ: สายเลือดแห่งดวงจิตธรรมชาติ (Nature Soul Bloodline) -> โครงข่ายยีนเรืองแสงสีเขียวมรกตอ่อนโยน บ่งบอกถึงพลังแห่งการเยียวยาพิทักษ์ชีพ
- ระดับการสอดประสานพันธะ: 100% (สถานะความสัมพันธ์: มั่นคงระดับสอง / พันธะร่วมรักใคร่และผู้รับการปกป้อง)
- พลังพิเศษประจำตัว: แสนชำระล้าง (Purification Light) / เนตรวิเคราะห์วิญญาณ
---
นนท์หันมองรอยแผลเล็กๆ บนไหล่แกร่งของตนเองที่สมานตัวหายไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่าทักษะติดตัวใหม่อย่างการฟื้นฟูกายาสมานแผลด่วนอัตโนมัติจะช่วยป้องกันอัตราการเสียเลือดและการติดเชื้อของเขาได้ในทุกสถานการณ์ที่วิกฤตอันตราย
...
นนท์ลุกขึ้นสวมใส่เสื้อยืดสีดำหนากระชับปืนและมีดพร้าข้างเอว และก้าวเดินสืบเท้าไปสมทบกับกิ๊ฟและหมอแพรที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ที่ขอบหน้าต่างกระจกบานเกล็ด เพื่อมองลอดลงไปยังลานสนามหญ้าและทางเข้าด้านล่างของอาคารอนามัยตำบล
ภาพเบื้องล่างทำเอาพวกเขาสามคนต้องจ้องมองตาไม่กะพริบและขึงขังขึ้นทันทีด้วยความระทึกขวัญ
บนลานดินและประตูทางออกหลักของตึกอนามัย ปรากฏร่างอสูรกายซอมบี้กลายพันธุ์ เลเวล 1 (ประเภทจอมทำลายล้างเกราะเหล็ก) ตัวโตมหึมาสูงร่วมสามเมตร โครงสร้างกล้ามเนื้อของมันหนาแน่นเปี่ยมด้วยพละกำลังขยายขนาดบิดเบี้ยว ผิวหนังมีรอยแตกระแหงแห้งกรังหนาปานเปลือกไม้เนื้อแข็งร้อยปี ยิ่งกว่านั้นตามลาดไหล่และกลางหลังของมันยังมีแผ่นเหล็กหนาและเศษสังกะสีผุพังงอกเกาะติดผิวเนื้อเปรียบดั่งชุดเกราะสวมทับร่างกายอย่างหนาแน่นน่าเกรงขาม กรงเล็บหนาใหญ่สีดำสนิทของมันตะกุยขูดลากแผ่นปูนทางเข้าส่งเสียงบาดแก้วหูแสบประสาท และไอความร้อนคลื่นคาวสีเลือดลอยฟุ้งกระจายในพื้นที่
นนท์เปิดใช้ 'เนตรวิเคราะห์ระดับยีนส์' เพ่งมองดิ่งลงไปที่จุดสำคัญของซอมบี้ยักษ์กลายพันธุ์ รูม่านตาของนนท์สว่างสีฟ้าจำลองวิเคราะห์ข้อมูลจุดเด่นและจุดอ่อนของบอสยักษ์ตัวแรกส่งเข้าหัวสมองอย่างแม่นยำ:
*[อสูรกาย: ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับสูง เลเวล 1 (จอมทำลายล้างเกราะเหล็ก)]*
*[ความสามารถ: ป้องกันกายภาพธรรมดา 100% / พละกำลังกระแทกทำลาย 10/10 / ปล่อยไอความร้อนคาวระอุ]*
*[จุดอ่อนวิเคราะห์ระดับเซลล์: ดวงตาซ้ายและขวาซึ่งเป็นจุดที่ยีนส์ไวรัสเกาะกลุ่มเปราะบางที่สุด และบริเวณข้อพับเข่าด้านหลังสองข้างที่เป็นช่องว่างระหว่างแผ่นเหล็กเกราะ ปราศจากชั้นผิวหนังหนา สามารถโจมตีเพื่อตัดกำลังการเคลื่อนที่และจำกัดความเร็วและการเคลื่อนไหวของมันได้]*
"ไอ้ยักษ์นี่เกราะมันหนาเป็นบ้า ถ้าลุยตรงๆ สวนยางพังและเราเหนื่อยล้าแน่" นนท์กระซิบส่งความคิดเตือนสองสาวผ่านจิตสัมผัสที่เชื่อมโยงประสาท
...
กิ๊ฟก้าวเดินเข้ามาสมทบ สองมือถือท่อนเหล็กกลมหนาพาดบ่า ทว่าใบหน้าสวยงามของสาวห้าวกลับนิ่วหน้าจิ๊ปากเบาๆ ด้วยความเมื่อยล้าขัดยอกกล้ามเนื้อแขนขวาและลาดไหล่ขวาที่เกิดจากการกระชากดึงสลักบานพับประตูเหล็กดัดเมื่อคืนนี้อย่างหักโหมจนกล้ามเนื้อตึงร้าวรุนแรง
หมอแพรที่เพิ่งสวมแว่นตาเสร็จมองเห็นร่องรอยกล้ามเนื้อหดเกร็งตึงร้าวของกิ๊ฟด้วยประสาทสัมผัสแพทย์และพลังเนตรวิเคราะห์วิญญาณที่ส่องประกายสีเขียวอ่อนในดวงตาคู่สวย หมอสาวจึงก้าวสืบเท้าเข้าไปประชิดและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นห่วง: "กิ๊ฟคะ... ไหล่ขวาคุณระบมและอักเสบมาก แพรเพิ่งได้พลังพิเศษมา แพรขอทดลองใช้วิธีรักษากล้ามเนื้อคุณนะคะ"
หมอแพรยกฝ่ามือเรียวบางอุ่นนุ่มทั้งสองข้างขึ้นมาทาบประกบคลุมอยู่เหนือลาดไหล่ขวาของกิ๊ฟ ยัยตัวแสบหันมองอย่างกริ่งเกรงขัดเขิน ทันใดนั้น แสงออร่าสีเขียวมรกตประสานแสงทองจางๆ อุ่นสบายปานน้ำทิพย์ไหลหลั่งแล่นเอิบอาบปกคลุมทั่วหัวไหล่ของกิ๊ฟจนเกิดประกายมานาฟุ้งละอองลอยไปทั่วห้องพัก
กิ๊ฟสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนครางพรูระบายความสบายใจแสนพิเศษ แสงออร่าของหมอแพรช่วยชำระล้างพิษเมื่อยล้าและฟื้นฟูสมานเส้นใยกล้ามเนื้อที่อักเสบของกิ๊ฟให้กลับมาฟิตแกร่งดั่งเดิมในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ความปวดล้าเลือนหายไปเป็นปลิดทิ้งประหนึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนร่างกายกลับมาแกร่งพร้อมลุย
"เฮ้ย... สุดยอดเลยหมอแพร! เบาสบายเหมือนได้ร่างใหม่เลยว่ะ ขอบใจมากนะหมอ!" กิ๊ฟยิ้มมุมปากสดใส ส่งสายตาขอบคุณอย่างจริงใจให้กับหมอแพร มิตรภาพของสองสาวคู่พันธะสัญญาเริ่มแน่นแฟ้นและเข้าใจกันดีขึ้น
กิ๊ฟสัมผัสได้ผ่านสายใยจิตวิญญาณถึงกระแสความอบอุ่นรุ่มร้อนและพลังมานาที่ประสานกันอย่างมั่นคง เธอส่งกระแสจิตแง่งอนปนเขินอายเข้ามาในสมองของนนท์ทันควัน: *"ไอ้นนท์... พลังของมึงกับหมอแพรเชื่อมเข้ากันดีขนาดนี้เลยเหรอเว้ย ปลุกพลังเยียวยาได้ยอดเยี่ยมจริง แต่อย่าได้ใจจนลืมเพื่อนสนิทอย่างกูล่ะ"*
นนท์หัวเราะในใจก่อนจะส่งกระแสจิตตอบกลับหยอกเย้าอย่างอบอุ่น: *"ไม่ลืมหรอกยัยตัวแสบ พลังเกราะเทวะระดับสองของมึงก็ช่วยชีวิตพวกเราไว้เหมือนกัน คืนนี้กลับบ้านสวนไปกูจะดูแลมึงเป็นพิเศษเลย"*
...
"เอาล่ะ... แผนการหนีของเราคือกูจะใช้ระเบิดเพลิงโมโลตอฟขวดสุดท้ายขว้างไปอีกฟากลานจอดรถเพื่อล่อให้มันและลูกน้องของมันหันขวับ กิ๊ฟมึงกางบาเรียเกราะเทวะระดับสองรัศมีห้าเมตรคลุมพวกเราทั้งสามคนไว้ตลอดเวลาวิ่งหนี หมอแพรคอยถือปืนคุมเชิงหลังกู ทั้งหมดวิ่งบุกออกประตูด้านหลังที่กิ๊ฟพังประตูทิ้งไว้เพื่อขึ้นรถกระบะปู่ช้วนกลับค่าย!" นนท์จัดวางแผนการหนีอย่างรวดเร็วเป็นระบบ
ทั้งสามก้าวสืบฝีเท้าเงียบกริบลงบันไดหลังอาคาร นนท์ขว้างระเบิดขวดไฟขวดสุดท้ายข้ามตึกไปตกทางฝั่งซ้ายลานจอดรถอย่างแม่นยำ
*เพล้ง... ตูม!!!*
เปลวไฟลุกท่วมตามด้วยเสียงระเบิดปะทุของถังแก๊สฉุกเฉิน สัญญาณแตรรถตู้แผดดังสนั่นสะท้อนสะเทือนไปทั่วบริเวณและป่าสลัว ซอมบี้ยักษ์กลายพันธุ์ เลเวล 1 และลูกน้องพากันครางขู่คำรามกรูกระโจนพุ่งตัวไปทางจุดไฟไหม้ตามเสียงดังทันที นนท์และสองสาวรีบเปิดวิ่งพุ่งตัวก้าวลอดประตูด้านหลัง มุดขึ้นกระบะตอนครึ่งสีบรอนซ์ทองรุ่นเก่าดีเซลของปู่ช้วน นนท์เสียบกุญแจบิดสตาร์ทเสียงปั่กๆ พ่นควันดำพุ่งออกจากท่อไอเสีย นนท์เหยียบคันเร่งกระชากเกียร์พารถพุ่งตัวฝ่าดงเศษซากปีศาจตะลุยฝ่าถนนดินลูกรังแดงที่เละและชุ่มโคลนสาดกระเซ็นหนีกลับสู่ค่ายบ้านสวนปู่ช้วนอย่างรวดเร็วลุ้นระทึกฝ่าวิกฤตห้ากิโลเมตรกลับมาได้สำเร็จ
...
รถกระบะตอนครึ่งสีบรอนซ์ทองเร่งความเร็วพ่นควันดำจางๆ ข้ามผ่านป่ายางและป่ากล้วย จนแล่นมาจอดนิ่งสนิทที่บริเวณหน้าทางเข้าป้อมปราการค่ายบ้านสวนปู่ช้วนอย่างปลอดภัยทุลักทุเลดินเปียกชื้น
นนท์ดึงเบรกมือถอดเข็มขัดดับเครื่องยนต์ ก้าวเท้าลงจากรถกระบะเพื่อเดินไปเปิดประตูรั้วเหล็กเพื่อนำรถเข้าเก็บในโรงจอดรถเก่าหลังสวน
ทว่าทันทีที่เท้าเหยียบลงดินโคลน นนท์พลันตัวแข็งทื่อใจหายวาบ แววตาคมกริบจ้องเขม็งลงบนพื้นดินโคลนสีส้มแดงหน้าค่ายด้วยความตกใจอย่างยิ่งยวดจนขนลุกซู่
บนพื้นดินโคลนที่ชุ่มฉ่ำมีรอยเท้าพื้นบูทยางหนาและบูทหนังคราบแปลกปลอมลายดอกยางขนาดใหญ่หลายคู่ย่ำเปรอะเปื้อนกระจัดกระจายอยู่หน้าแนวป้อมรั้ว และยังมีรอยล้อรถกระบะออฟโรดคันใหญ่ปูดนูนและรอยล้อจักรยานยนต์วิบากคันอื่นที่เพิ่งขับวิ่งทับถมดินโคลนสีส้มแดงสดๆ ร้อนๆ ลอดเข้าออกแนวรั้วค่าย บ่งชี้อย่างชัดแจ้งว่าในยามที่พวกเขาไม่อยู่ ค่ายป้อมปราการบ้านสวนปู่ช้วนกำลังเผชิญหน้ากับการรุกรานและผู้บุกรุกกลุ่มใหญ่แปลกหน้าแอบแฝงตัวบุกเข้ามาในเขตปลอดภัยของพวกเขาอย่างน่าหวาดหวั่นใจหาย! นนท์กระชับมีดพร้าถางป่าเหล็กแหนบคู่ใจในมือแน่นตึงลุ้นระทึกปานจะขาดใจสายตากวาดหาร่องรอยความเสียหายทันที!