หลังจากที่ผู้เข้าแข่งขันเริ่มเบาบางหยางชิงเอ๋อจึงเริ่มลงมือเก็บผู้เข้าแข่งขันบริเวณขอบลานประลองที่ละคน นางมีวิถีพลังสายแผ่พุ่งซึ่งเด่นในการโจมตีทุกระยะในเมื่อการประลองรอบนี้ยังคงห้ามการใช้อาวุธนางจึงใช้วิชาเฉพาะเพื่อสร้างธนูสายฟ้าขึ้นมา เมื่อปลดปล่อยพลังออกจากคันศรคราใด ลำแสงที่ทรงพลังย่อมพวยพุ่งเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ
นอกจากจะไม่มีใครสามารถหลบสายฟ้านั้นได้แล้ว ยังไม่อาจสามารถต้านทานอานุภาพของมันได้ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายต่างลอยละลิ่วปลิวละล่องไปพร้อมกับลำแสง ทุกครั้งที่สิ้นเสียงสายฟ้าฟาดมันต้องมีใครสักคนที่ตกรอบ
หยางสงป้าส่งคนไปจัดการหยางฉินเทียนแต่ไม่สำเร็จจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหยางชิงเอ๋อให้กำจัดหยางฉินเทียน โดยยกเหตุผลถึงหน้าตาของหมู่บ้านที่ไม่ควรมีผู้บ่มเพาะระดับต่ำสุดอยู่ในหนึ่งร้อยอันดับแรกนางไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวอะไรกับหยางฉินเทียน แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนในหมู่บ้านต้องอับอายนางจึงยิงพลังนัดสุดท้ายไปที่หยางฉินเทียน!
“จินเป่า! ถ้าข้าสลบไปเจ้าจงยื้อเวลาไว้จนกว่าจะมีคนสุดท้ายตกรอบข้าจำเป็นต้องใช้วิชานั้นอีกครั้ง!”
หยางฉินเทียนล่วงรู้ชะตากรรมทันทีที่หยางชิงเอ๋อเล็งธนูสายฟ้ามาทางเขาแม้ตอนนี้ใบหน้าจะซีดเซียวจากการใช้พลังอย่างหักโหม เขาก็ไม่ได้ใช้พลังถึงขีดสุดอย่างคราวก่อนแต่คราวนี้เขามิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะความเป็นความตายของหยางฉินหลงอยู่ที่ตรงนี้!
เปรี๊ยงงง!!
หยางฉินเทียนมองลำแสงที่พุ่งเข้ามาตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างชะตาของเขาถูกลิขิตไว้ด้วยการโจมตีครั้งนี้!
“ย๊ากกกก!!” หยางฉินเทียนยกแขนทั้งสองข้างเพื่อรับแรงปะทะแรงระเบิดเกิดขึ้นทันที่ที่พลังสัมผัส เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยเสี้ยวของลำแสงที่กระจัดกระจายรอยขาดเหล่านั้นเผยให้เห็นบาดแผลที่เกิดจากการเผาไหม้ทั่วตั้งตัว เขากัดฟันเพื่อข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมันต้องได้! มันต้องป้องกันให้ได้!
ตู้มมม!!
ท้ายที่สุดหยางฉินเทียนก็ต้านแรงปะทะไว้ไม่อยู่!
“ลูกพี่!!”
หยางจินเป่ารวบรวมพลังลมพุ่งเข้าไปจากด้านหลังเพื่อเสริมพลังไม่ให้หยางฉินเทียนปลิวออกไปแต่แรงปะทะมีกำลังมากกว่าและส่งต่อจากหยางฉินเทียนไปสู่บุคคลผู้อยู่ข้างหลัง
ตู้มมม!!
หยางจินเป่ากระเด็นออกไปกระแทกกำแพงกั้นอัฒจันทร์และกระอักเลือดออกมาอึกใหญ่ก่อนจะล้มหมดสติ ส่วนหยางฉินเทียนยังคงยืนอยู่ได้ ขาทั้งสองข้างสั่นเทา เท้าทั้งสองจมลงไปในลานประลองอันเกิดจากการถ่อยร่นขณะรับแรงปะทะควันบาง ๆ ลอยออกมาจากร่างกายที่ไหม้เกรียม เมื่อหยางฉินเทียนแย้มริมฝีปาก สิ่งที่ออกมากลับไม่ใช่เสียงแต่เป็นควันที่เกิดจากความร้อนระอุภายในร่างกาย เขาหมดสติล้มลงโดยไม่ได้ยินเสียงประกาศจากกรรมการถึงการสิ้นสุดการประลองในรอบนี้
...............
“นายน้อยขอรับ มีสาส์นส่งมาจากในเมือง”คนรับใช้นำจดหมายจากพิราบสื่อสารยื่นให้หยางสงป้า ได้ยินเช่นนั้นหนวดเล็ก ๆขนาดเท่าถั่วงอกของเขาก็กระดิกขึ้นทันที
“เมื่อส่งพลังเข้าไปในอาวุธวิญญาณ ป้ายวิญญาณของเผ่าโลหะภูตจะสั่นไหวและลอยเข้าหาอาวุธวิญญาณแม้ป้ายวิญญาณนั้นจะถูกเก็บไว้ในแหวนมิติก็ตาม”
เขาอ่านข้อความในจดหมายซึ่งเป็นข้อมูลที่เขาสั่งให้ลูกน้องที่อยู่ในเมืองไปซื้อข้อมูลจากภาคีลอบสังหาร
“สมกับเป็นภาคีลอบสังหาร แม้ข้อมูลเช่นนี้ก็มีอยู่แต่ทว่าราคาก็แพงตามไปด้วย...เฮ้อ” เขาถึงกับถอนหายใจ เพราะข้อมูลชิ้นนี้ราคามากถึงหนึ่งล้านหลงเฉียน!
“นายน้อย ข้าส่งคนไปสืบมาเรียบร้อยแล้วขอรับ”คนรับใช้อีกคนรายงาน “ห้าวันที่ผ่านมานี้ คนที่หยางไถ๋โป๋เดินทางไปพบก็มีหยางเชี่ยงชุนหยางเสี่ยวป้อ หยางฉินเทียน แล้วก็นายน้อยหยางสงป้าแต่เมื่อสี่วันก่อนคือวันที่ป้ายวิญญาณหายไปจากตระกูลไถ่นั้นมีชายคนหนึ่งปิดบังใบหน้าเพื่อไปหาหยางไถ่โป๋ที่โรงพนันซึ่งมีคนจำเสียงชายผู้นั้นได้ และสันนิษฐานว่าชายผู้นั้นน่าจะเป็นหยางเทียนหลง”
“หยางเทียนหลง?”
ในบรรดารายชื่อที่รายงานมาทั้งหมด หยางสงป้าสะดุดที่ชื่อของหยางเทียนหลงเพราะนอกจากเขาจะไปพบด้วยตนเองแล้วยังปิดบังตัวตนของตนเองอีกด้วย! หากมันเป็นเรื่องที่ดีทำไมเขาต้องแอบไปอย่างหลบซ่อน? มันมีเงื่อนงำอะไรกันแน่นะ?
“น่าสงสัย น่าสงสัย” หยางสงป้าลูบหนวดของตนเองขณะครุ่นคิด“แต่ถ้าไปถามโดยตรงคงไม่งาม ยิ่งถ้าข้าจะขอค้นบ้านตระกูลเทียนก็เหมือนการประกาศสงครามกับอาวุโสอันดับหนึ่งแต่ไม่เป็นไร ข้าจะทำให้พวกเจ้ายินดีที่จะให้ข้าไปค้นเอง”
“เจ้า!”เขาชี้ไปที่คนรับใช้ที่ขายาวกว่าอีกคนหนึ่ง “เจ้ารีบวิ่งไปบอกพ่อบ้านให้เปิดคลังสมบัติเดี๋ยวข้าจะตามเข้าไป!”