ภายในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ณ ห้องVIP ห้องหนึ่งซึ่งรองรับร่างที่ไร้ิญญาของเด็กสาวบนเตียง ร่างของเด็กสาวอายุประมาณสิบสี่ปีคนนี้ได้รับการดูแลอย่างดีจากพยาบาลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ร่างกายที่เล็กและบอบบางของเธอไม่ได้ห้อยสายระโยงระยางแบบคนป่วยทั่วไป หากแต่มีอะไรบางอย่างสวมครอบหัวเธออยู่ นั่นคืออุปกรณ์เล่นเกม ที่ใช้สำหรับเข้าสู่โลกของMRO นั่นเอง
“คุณคะ ลูกสาวของเราจะฟื้นหรือเปล่า หนูแก้วจะกลับมาหาพวกเราไหม”
หญิงสาวอายุประมาณสี่สิบ อยู่ในชุดสูทอย่างดีเพราะพึ่งกลับมาจากการประชุมบริษัท เอ่ยถามผู้เป็สามีที่ยืนมองห่างๆ สามีของเธอนั้นอายุประมาณห้าสิบ และผมบนหัวก็ขาวโพลนเพราะเหนื่อยล้าจากการงาน และเื่เครียดสะสมต่างๆมากมาย
สองคนนี้คือพ่อและแม่ของหนูแก้วที่กำลังนอนติดเตียง ผู้เป็พ่อชื่อว่าวัฒน์ หรืออภิวัฒน์ ส่วนผู้เป็แม่นั้นนามว่าศศิวิมล หรือมลนั่นเอง ทั้งสองคือผู้บริหารชั้นนำของตระกูลบูรพา ตระกูลที่รวยเป็อันดับสามในประเทศไทย และเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทไดเมนชั่นเวิลด์ สาขาประเทศไทย ซึ่งเป็บริษัทที่ให้บริการเกมMROภายในประเทศนั่นเอง
“ต้องได้ผลสิ ที่ญี่ปุ่นนั้นก็มีเคสเดียวกับหนูแก้ว สุดท้ายแล้วเด็กคนนั้นก็กลับมาได้ หนูแก้วก็ต้องฟื้นเหมือนกันนะ”
“แต่กรณีของลูกเรามันต่างกันนี่คะคุณ” ผู้เป็แม่ของเด็กบนเตียงกล่าว “ปกติหนูแก้วจะต้องล็อคอินเข้าไปในฐานะผู้เล่นเหมือนคนอื่น สติสัมปชัญญะของเธอทั้งหมด รวมถึงร่างกายต้องปรากฏในฐานะผู้เล่น และนี่มันอะไรกัน ลูกของเราน่ะ ลูกเราหายไปในเกมนานถึงสามเดือนแล้วนะคะ...”
ผู้เป็แม่ร่ำไห้จนไม่อาจพูดต่อได้ จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกเปิดออก และหญิงสาวอายุสามสิบนิดๆรูปร่างงดงามเดินเข้ามา เธออยู่ในชุดราตรีสีแดงสด เช่นเดียวกับผมของเธอ นายวัฒน์ผู้เป็พ่อนั้นมีสีหน้าเรียบเฉย ในขณะที่มลผู้เป็แม่ส่งสายตาเกลียดชังต่อผู้มาใหม่
“ยัยฟ้า มาทำอะไรที่นี่” มลเอ่ยถามเสียงเครียด แต่หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงยิ้มรับอย่างสบายๆ ก่อนที่เธอจะแลกจูบกับวัฒน์ ผู้เป็สามีของเธอ...เธอคือภรรยาคนที่สองของนายวัฒน์นั่นเอง
“ก็มาดูหนูแก้วไงคะคุณพี่” ฟ้ากล่าวก่อนจะเดินมาใกล้ร่างที่นอนนิ่งของแก้ว “หนูเองก็จัดว่าเป็แม่คนหนึ่งของเธอเหมือนกัน ก็ต้องห่วงลูกสาวอยู่แล้วล่ะค่ะ”
“ไปห่วงเจตลูกชายเธอดีกว่าไหม” มลกล่าวเสียงขุ่น “ได้ข่าวว่าสอบซ่อมวิชาสังคมและภาษาไทยตกรอบที่สองนี่...วิชาง่ายๆแบบนั้นทำไมถึงไม่ได้เกรดสี่เหมือนหนูแก้ว”
“โธ่ คุณพี่คะ ลูกเจตของหนูเขาอยู่เมืองนอกเมืองนามาั้แ่เด็ก ไม่ได้อยู่ประเทศโลกที่สามอย่างหนูแก้วนี่คะ จะให้เขาไปรู้เื่ของประเทศอื่นนอกจากอังกฤษได้ยังไงกัน”
ฟ้า หรือขวัญจิรา เป็นักเรียนนอกหัวดี เธอไปพบกับวัฒน์ขณะที่วัฒน์ไปดูงานที่ประเทศอังกฤษ ด้วยความสวยและเสน่ห์ของเธอ วัฒน์จึงรับเธอมาเป็ภรรยาคนที่สอง ในขณะที่มลกำลังตั้งครรภ์ และไม่นานนักเธอก็อยู่ในฐานะที่ทัดเทียมกับมล เพราะเธอมีลูกชายให้นายวัฒน์ ในขณะที่มลมีลูกสาว
“ที่รักทั้งสอง อย่าพึ่งตีกันนะ” วัฒน์กล่าวพลางจับมือทั้งสองคนเอาไว้ “เราเป็ครอบครัวเดียวกัน ฟ้าเองก็รักยัยแก้วเหมือนลูกของตน เจตเองก็เคารพพี่สาวของเขา ไม่มีครอบครัวไหนสมบูรณ์แบบเหมือนตระกูลบูรพาของเราอีกแล้วนะ”
แน่นอน ว่าวัฒน์พูดกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นแหละ เขาแค่ไม่อยากรับผิดชอบปัญหาทะเลาะวิวาท และความบาดหมางกันระหว่างเมียหลวงและเมียน้อยเท่านั้นเอง
“หนูมาที่นี่เพื่อมาบอกข่าวค่ะ” ฟ้ากล่าวพลางถอนใจ “หลังจากทีฉัน และเจตลูกรักระดมกำลังกันตามหาแก้ว พวกเราก็ยังไม่พบเบาะแสของเธอเลยน่ะค่ะ...บางทีระบบเกมMRO อาจจะไม่สามารถแสกนสมองของผู้เล่นที่าเ็หนักก็ได้มั้งคะ”
“เพราะพวกเธอยังหากันไม่ดีมากกว่า” มลกล่าวเสียงสั่น “ทางบริษัทไดเมนชั่นเวิลด์สาขาแม่ที่ญี่ปุ่น ก็ยืนยันมาแล้ว ว่าคลื่นสมองและสามัญสำนึกของหนูแก้วเข้าเกมไปแล้ว พวกเขายังส่งล็อก(LOG) มาให้ฉันอยู่เลย”
“แล้วทำไมเราถึงไม่เจอผู้เล่นที่ค้างอยู่ในขั้นตอนการสร้างตัวละครล่ะคะ” ฟ้าถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ “เราไม่พบสัญญาณใดๆที่สื่อว่าหนูแก้วยังมีชีวิตอยู่...บางทีคุณพี่อาจจะต้องยอมรับความจริงแล้วก็ได้นะคะ ว่าหนูแก้วตายแล้ว”
ฟ้ายิ้มเยาะก่อนจะหันหลังเดินออกไป ทิ้งมลที่น้ำตานองหน้าพลางกำหมัดแน่น
“คุณคะ เตรียมเครื่องเล่นMROให้ฉันด้วย ฉันจะเข้าไป”
“ไม่ได้นะมล” วัฒน์กล่าวด้วยความเป็ห่วง “เราไม่ใช่ผู้เล่นมืออาชีพ และทั้งคุณและผมเองก็ไม่มีความรู้เื่นี้ ปัจจุบันGMที่รู้จักกับฟ้า และเ้าเจตพร้อมกับกิลด์ของเขาก็กำลังระดมพลช่วยเหลือลูกแก้วเต็มที่ พวกเขาเป็มืออาชีพ ต้องเจอแก้วอย่างแน่นอนนะ”
“ก็เพราะว่าคนที่ตามหาเป็คนของยัยฟ้านี่แหละค่ะ” มลกล่าวเสียงสั่น “ฉันถึงกลัวเหลือเกิน ว่าลูกแก้วของฉันจะไม่กลับมา”
“อย่ามองโลกในแง่ร้ายสิ” วัฒน์กล่าวพลางลูบหัวมลเพื่อปลอบโยน “ยังไงแก้วมันก็เป็พี่สาวของเจต พวกนั้นคงไม่คิดจะทำร้ายคนสายเืเดียวกันหรอก จริงมั้ยล่ะจ๊ะ”
“ก็ขอให้เป็อย่างนั้นค่ะ” มลกล่าวก่อนจะปรายตามองร่างที่ไร้ิญญาของลูกสาว ซึ่งบัดนี้กลายเป็เ้าหญิงนิทราไม่ได้สติ “ฉันไม่เชื่อคนพวกนั้นหรอกค่ะ ฉันและคุณแม่จึงต้องขอความช่วยเหลือจากเธอผู้นั้น ซึ่งเป็คนกว้างขวางในMROยังไงล่ะค่ะ”
ณ ทางด้านของสมิท ซึ่งบัดนี้ตัวเขากับลิลี่ รวมถึงเพื่อนพ้องคนอื่นๆได้มายืนอยู่หน้าบัลลังค์ไข่มุกสง่างาม ที่มีท้องพระโรงสีขาวไข่มุกประดับฉากให้เข้ากับบัลลังค์ สมิทนั้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าบ้านกิลด์สาขาใหญ่ที่พลอยใสบอกกับเขา จะใหญ่โตกว้างขวางขนาดนี้
เมืองเมฆาซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของโลกMRO เป็พื้นที่ปกครองทั้งหมดของกิลด์อะซูไรท์ ตามปกติแล้วในหนึ่งเมือง จะต้องให้กิลด์ใหญ่สามกิลด์ดูแล แต่ทว่าอะซูไรท์ซึ่งเป็กิลด์อันดับสามของประเทศไทยนั้นแข็งแกร่งมากจนเอาชนะสองกิลด์ก่อนหน้านี้ และยุบรวมเข้าไปส่วนหนึ่งได้นั้นเอง และเมื่อกิลด์ใดกิลด์หนึ่งปกครองเมืองด้วยตัวเองเพียงกิลด์เดียว หัวกิลด์ของกิลด์นั้น ก็จะมีอำนาจโดยสมบูรณ์
ดังนั้นหัวกิลด์ที่มีนามว่าอาทิตยา จึงมีศักดิ์เป็ราชินีของเมืองเมฆา และมีอภิสิทธิในภาษีค้าขายของเมืองเมฆาทั้งหมด รวมทั้งสามารถขับไล่หรือสั่งห้ามไม่ให้ผู้เล่นคนไหนเข้าเมืองของเธอก็ได้
หญิงสาวผมดำยาว ดวงตาสีชมพู ในชุดข้าราชการสีขาวสง่างามเดินออกจากด้านหลัง ก่อนจะมานั่งบนบัลลังค์ไข่มุก พลางก้มลงมามองกลุ่มของสมิทซึ่งพลอยใสนำมา
“ท่านอาทิตยา” พลอยใสกล่าวพลางถอนสายบัวอย่างเป็ทางการ ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ ริมกำแพงห้องโถงก็ปรากฏร่างของอัศวินถือขวานต่อด้ามยาวยืนเป็ระเบียบเรียบร้อย โดยหัวแถวนั้นมีอัศวินใส่ชุดเกราะสีเงิน และสีทองยืนคุมอยู่ เดาได้ว่าพวกนี้คือคนในกิลด์ของเธอ ซึ่งมีอาชีพเป็อัศวินหรือผู้พิทักษ์
“นี่คือสมาชิกหน่วยที่สามของเธอสินะ พลอยใส” อาทิตยากล่าวเสียงเรียบ พลางมองมาที่สมิทและลิลี่ “ยินดีด้วยนะ ที่สาขาสามของเธอได้เ้าหญิงลูนาเรียมาร่วมทีม”
“จากนี้ไป หนูจะขออนุญาตใช้ดันเจี้ยนของปราสาทน่ะค่ะ” พลอยใสกล่าว “หนูตั้งใจว่าภายในสามอาทิตย์ ทั้งสาขารวมถึงตัวหนูจะต้องเลื่อนระดับเป็เลเวลเก้าสิบเก้าค่ะ หลังจากนั้นพวกเราจะเร่งหาวัตถุดิบมาทำอาวุธและชุดเกราะระดับเอขึ้นไป เพื่อให้ทันต่อาชิงปราสาทที่จะถึงในอนาคตข้างหน้า”
“ฉันอนุญาต” อาทิตยากล่าว “แต่สามอาทิตย์นี้จะช้าไปไหม สำหรับภารกิจลับของลูนาเรีย...ไม่สิ ลิลี่”
“ไม่ช้าไปค่ะ” ลิลี่กล่าว “หากตอนนี้หนูและพี่เพชรมีระดับเลเวลที่สูงมาก และมีของใส่ตัวที่ดีแล้ว ย่อมทำภารกิจได้ง่ายดาย”
อาทิตยามองลิลี่ด้วยท่าทีสนใจ ก่อนที่เธอจะปรายตาไปมองที่ยูกิ ซึ่งเป็มอนสเตอร์กึ่งมนุษย์เหมือนกับลิลี่
“บอกตามตรงว่าไม่ค่อยชินกับบัลลังค์เ้าเมืองเท่าไหร่เลย” อาทิตยากล่าว “ตามฉันมาห้องรับแขกสิ คุยกันในนั้นสะดวกกว่า”
ในห้องรับแขกนั้นมีโต๊ะยาวทำจากหินอ่อนสีขาว เช่นเดียวกับเก้าอี้และเครื่องเรือนอื่นๆ เมดสาวในชุดขาวไข่มุกเข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ยื่นกระดาษและปากกาให้ผู้เล่นทุกคน รวมถึงลิลี่และยูกิจดเมนูอาหารที่อยากทาน รวมถึงขนมหวานและเครื่องดื่มได้ตามใจชอบ โดยเธอบอกว่ามีของกินและขนมทุกชนิด
“เ้าหญิงคะ จดให้หนูหน่อยสิ” ยูกิกล่าวอ้อนลิลี่ พลางกระดิกหูด้วยความน่ารัก “ไม่มีเมนูให้หนูเลือก หนูเลือกไม่ถูกหรอกค่ะ”
“งั้นยูกิอยากกินอะไรล่ะ” ลิลี่กล่าวขณะจดเมนูของเธอลงไป “ของฉันข้าวโหระพาไก่...ส่วนเครื่องดื่มมีทุกชนิดหรือ งั้นขอนมเย็นใส่น้ำเขียวแทนน้ำแดงล่ะกัน ไม่ได้กินมานานแล้ว”
“เมนู...อาหาร” ยูกิกล่าวทวนคำพูดของเธอซ้ำ “ทบทวนอาหารล่าสุดที่กิน...ปลาแซลม่อนบดปรุงรส อาหารเม็ดสามสี”
“ยูกิ นั่นมันอาหารแมวนะจ๊ะ” สากล่าวด้วยความเป็ห่วง ก่อนที่เธอจะหยิบกระดาษของยูกิมาเพื่อจะจดให้ “อีกอย่างให้กระดาษสำหรับวาดรูปมาแบบนี้ มอนสเตอร์จะไปจดได้ยังไง...เอ๊ะ”
สามองลิลี่ด้วยความแปลกใจ เธอเห็นว่าลิลี่กำลังเขียนภาษาไทยลงในกระดาษสำหรับวาดรูป...ทั้งที่มอนสเตอร์นั้นจะใช้ระบบเข้าใจภาษา จากที่ระบบป้อนให้ ไม่ใช่ลงมือเขียนด้วยตัวเอง
“ลิลี่ จดให้ฉันด้วยสิ เอาเหมือนเธอ แต่เปลี่ยนเป็กะเพรา” สมิทกล่าวอย่างสบายอารมณ์ “ยกเว้นเครื่องดื่มนะ เอาบลูเลม่อนโซดา”
การกระทำของลิลี่ ทำเอาสามองตาค้างทันที อาทิตยาซึ่งมองอยู่ไกลๆก็สังเกตุเห็น ก่อนที่เธอจะเดินอย่างช้าๆมาที่ด้านหลังของลิลี่
“ยูกิ ปกติแล้วราชินีแห่งดวงจันทร์มีความสามารถด้านการเขียนภาษาของมนุษย์หรือเปล่า” สาถามด้วยความแปลกใจ
“ไม่เข้าใจคำถาม” ยูกิตอบสั้นๆ พลางมองไปที่ลิลี่ “เ้าหญิงกำลังวาดรูปเป็ตัวอักษรภาษาสินะคะ เดาว่าเ้านายของเ้าหญิงคงสอนให้แน่ๆ”
“ลายมือสวยนะคะ” อาทิตยากล่าวขณะก้มลงมองลิลี่จดเมนูจนเสร็จ และส่งให้กับเมด “ไปหัดคัดไทยมาจากไหน”
“คงจำมาจากการบ้านของผมน่ะ” สมิทตอบตัดบททันที เมื่อเขาเห็นว่าลิลี่มีสีหน้าแปลกใจ “ผมแสกนการบ้านปิดเทอมเข้ามาทำในเกมด้วย โรงเรียนผมอนุญาตให้ส่งการบ้านผ่านระบบออนไลน์”
“มอนสเตอร์ของคุณสาชื่อยูกิสินะคะ” อาทิตยากล่าวพลางมองมาที่ยูกิ “รู้จักนมเย็นมั้ยคะ”
“ไม่รู้จักค่ะ”
“ทำไมถึงไม่รู้จักคะ เมนูนี้มีในเกมMROนะ” อาทิตยากล่าวอย่างเป็กันเอง
“เพราะว่าหนูไม่เคยเห็น และไม่เคยลิ้มรสค่ะ” ยูกิตอบคำถาม “เป็ธรรมดาอยู่แล้วนี่คะ ที่เราจะไม่รู้จักในสิ่งที่เคยเห็นหรือลิ้มลอง แต่ถ้าอาหารแมวกว่าสิบชนิด หนูรู้จักค่ะ”
ดวงตาของลิลี่ลุกวาว ดูเหมือนว่าเธอกำลังใ ที่อีกฝ่ายอาจรู้ความจริงของเธอในไม่ช้า
“นั่นสินะ” อาทิตยากล่าวพลางลูบหัวลิลี่เบาๆ จนหูกระต่ายเธอกระดิก “บอกตามตรงว่าฉันชักสนใจเธอแล้วล่ะค่ะ กระต่ายสาวผู้เคยกินโหระพาไก่ กับนมเย็นชนิดพิเศษที่ใช้น้ำเขียวแทนน้ำแดง”
“แปลกยังไงหรือครับ” สมิทเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผมไม่รู้สึกว่าลิลี่จะต่างอะไรจากมนุษย์เลยนะครับ มันก็ของกินดาษดื่นที่ใครๆก็รู้”
“นั่นแหละค่ะที่แปลก” อาทิตยากล่าว “คุณสมิท และลิลี่ หลังทานอาหารเสร็จแล้ว ฉันมีเื่จะคุยกับพวกคุณเป็การส่วนตัวค่ะ”
“ก็ได้ครับ” สมิทกล่าว “แต่ถ้าทำอะไรแปลกๆกับลิลี่ผมไม่ยอมจริงๆนะครับ”
“ไม่แน่นอนค่ะ” อาทิตยากล่าว “บางทีสิ่งที่ฉันจะทำต่อไปนี้ อาจดีต่อตัวลิลี่ด้วยซ้ำนะคะ”
ลิลี่มองอาทิตยาด้วยสายตาไม่ไว้ใจ ก่อนที่เธอจะมองไปที่สมิทด้วยท่าทีกังวล
“จะไว้ใจได้ไหมนะ” ลิลี่กล่าวกับตัวเองลำพัง “ถ้าพลาดขึ้นมา ฉันอาจตายจริงๆก็ได้ เหมือนตอนที่พลาดพลั้งไว้ใจไอ้น้องชายตัวแสบ...เจตจำนง”