กองปราบจังหวัดเป็หน่วยงานพิเศษที่ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเ้าหน้าที่ตำรวจในสังกดล้วนต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างน้อยเป็ระยะเวลา 1 ปีทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติ เรียกได้ว่าคัดหัวกะทิของกรมตำรวจไว้ในหน่วยนี้
แต่ละจังหวัดมีกองปราบจังหวัดประจำในอำเภอเมืองเพื่อคอยปฏิบัติการพิเศษเกี่ยวกับความรุนแรงและความมั่นคงในจังหวัดโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการใช้อาวุธที่ส่งผลต่อสาธารณชนคดีที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์นี้ล้วนเป็กองปราบเป็ผู้รับผิดชอบทั้งสิ้นอันเป็การแบ่งเบาภาระงานของสถานีตำรวจในที่ต่าง ๆ
ณ ห้องผู้กำกับการกองปราบจังหวัดผู้กำกับการในวัยห้าสิบปี ยศพันตำรวจเอกพิเศษนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อรับฟังรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาตรงหน้า
“ผู้กองชนิตา คุณจับลูกรองผู้บังคับกองพันมาทำไม”
“ท่านคะ ชยุตพลพกอาวุธปืนเข้าไปในร้านทั้งยังขู่ฆ่าอย่างเปิดเผย มีพยานรู้เห็นมากมายนอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดของทางร้านที่ถ่ายเหตุการณ์ในร้านด้วยค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามเื่นี้ฉันถามว่าเธอจับลูกท่านรองมาทำไม!”
สิ้นคำกล่าวของผู้กำกับ ถ้วยกาแฟที่อยู่บนโต๊ะถูกเขวี้ยงเฉียดหน้าของชนิตาไปดูเหมือนว่าผู้กำกับการจะโมโหเป็อย่างยิ่ง
“ชยุตพล ผิดข้อหาพยายามฆ่าพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะทั้งกระบวนการทางศาลเื่คดีอุ้มฆ่ายังไม่ถึงที่สิ้นสุด ฉันจึงจับเขามาค่ะ”
“เธอนี่มันโง่จริง ๆ ไปปล่อยเขาออกมาแล้วลบคลิปทุกอย่างในร้านด้วย”
“ตะ แต่…ผู้กำกับคะ”
“นี่คือคำสั่ง!”
ผู้กำกับพูดกระแทกเสียงก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจทิ้งให้ช่อผกาอยู่ในห้องด้วยความไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
ทางด้านไตรภพและยงศิลป์ถูกขังอยู่ในห้องขังของกองปราบจังหวัดเป็ห้องขังที่ค่อนข้างสะอาด มีเก้าอี้ไม้ให้นั่งหลายตัวยงศิลป์ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตรงหน้ามันเหลือบมองไตรภพที่นั่งลงอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร
“น้องชาย นายไม่กังวลบ้างหรอ”
“กังวล ? เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับตำรวจจะจับเราข้อหาอะไร เดี๋ยวพอสอบสวนเสร็จแล้วก็ต้องปล่อยเราไปอยู่ดี”
“น้องชายมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วพันเอกเสถียรพ่อของไอชยุตพลมันไม่ปล่อยพวกเราแน่”
ที่ยงศิลป์เป็กังวลใจไม่ใช่เื่การถูกจับขังในห้องข้องนี้ แต่เป็เื่ของพันเอกเสถียรต่างหากตัวมันเองที่เป็นักธุรกิจย่อมรู้ดีเื่เส้นสายทางราชการ ทั้งยังรู้อีกว่าผู้กำกับของกองปราบจังหวัดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพันเอกเสถียรอีกด้วย
“เฮ้ย พวกแกหนะ ออกมาได้แล้ว”
เ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวนซึ่งไม่ใช่เ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปฏิบัติการที่จับกุมพวกเขามาเดินมาเปิดประตูห้องขัง สั่งให้ชายทั้งสองคนตรงหน้าเดินตามมันมาที่ห้องสอบสวน
ห้องสอบสวนนี้ถูกตกแต่งอย่างดีกลางห้องมีเ้าหน้าที่ตำรวจนั่งอยู่สามคน อันประกอบด้วยผู้กำกับการรองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน และสารวัตรฝ่ายสอบสวน อยู่ในชุดไม่เป็ทางการเนื่องจากเป็เวลาดึกแล้วที่เกิดคดีเร่งด่วนเช่นนี้ มันจึงรับมาทันทีที่รู้ข่าว โดยมีชนิตายืนอยู่มุมห้อง
“พวกแกเป็คนก่อเื่ในร้านใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ไม่มีใบอนุญาตพกปืน พยายามฆ่า ใช่ไหม”
เสียงผู้กำกับอ่านข้อหาในกระดาษพูดกระแทกเสียงดังไปยังไตรภพและยงศิลป์ ซึ่งชนิตาใกับคำกล่าวหาทักท้วงผู้กำกับออกมาทันที
“ท่านคะ นี่มันข้อหาของชยุตพลไม่ใช่หรอคะ”
“หุบปาก ! ใครสั่งให้เธอมาอยู่ในห้องนี้กันออกไป”
ผู้กำกับตวาดชนิตาทั้งยังไล่หญิงสาวออกจากห้องสอบสวนเธอเดินออกไปอย่างขัดใจกับพฤติกรรมดังกล่าวของผู้กำกับ พลางถอนหายใจความท้อแท้ในอาชีพตำรวจกัดเซาะหัวใจที่รักความยุติธรรมของเธอ
“พวกผมถูกกระทำ ดูจากกล้องวงจรปิดที่ร้าน Moon Starได้ครับ”
ยงศิลป์ที่ได้ยินคำกล่าวหา รีบแก้ต่างออกมาก่อนที่จะยกหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อให้ตัวมันและไตรภพพ้นจากข้อกล่าวหานี้
“กล้องวงจรปิด ? ที่ร้านกล้องวงจรปิดเสียั้แ่เมื่อวานแล้วจะมีหลักฐานที่ไหนให้แก รับสารภาพซะ เซ็นตรงนี้”
รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวนแสยะยิ้มอย่างเยาะเย้ยในชะตากรรมของชายสองคนตรงหน้ามันได้รับใบสั่งมาจากเบื้องบนให้เอาผิดยงศิลป์และไตรภพอย่างถึงที่สุด
“พวกเราไม่เซ็น!ฉันขอใช้สิทธิติดต่อทนาย”
ยงศิลป์เค้นเสียงพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวมันรู้ดีว่าเ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้าพยายามบังคับให้มันและไตรภพยอมรับสารภาพออกมาเพื่อจะจับพวกมันส่งฟ้องกับอัยการต่อไป
“ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ เหอะ ได้แกอยากโทรหาก็โทรไป เป็สิทธิของแกอยู่แล้ว ให้มันโทร”
ยงศิลป์หยิบโทรศัพท์โทรหาทนายของมันทันทีตัวของยงศิลป์นั้นมีทนายซึ่งตัวมันเองคอยปรึกษาเื่การนำยาเข้าประเทศในร้านขายยาแต่เมื่อบอกเล่ารายละเอียดของคดีและคู่ความแล้ว ทนายคนนั้นกลับปฏิเสธทันที
“เฮ้อ”
ยงศิลป์ถอนหายใจออกมามันไม่ได้โกรธเคืองทนายของมัน เพราะมันรู้ว่าใคร ๆ ล้วน้าความปลอดภัยทั้งนั้นแค่เงินไม่กี่บาท ใครจะเสี่ยงทำคดีให้
“ดูเหมือนทนายของแกจะไม่มาสินะ นับว่ามันรู้งานใครจะว่าความให้พวกแก ฮ่า ๆ ใครออกตัวแทนพวกแกมันก็โง่บัดซบเต็มทีแล้ว”
“ฉันขอยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว”
“ฮ่า ๆ แกพล่ามอะไรของแกวะฉันคัดค้านการประกันตัว เพราะพวกแกก่อเหตุอุกอาจในที่สาธารณะ สารวัตรเอาพวกมันสองคนไปขัง พรุ่งนี้ส่งพอ 8 โมง รีบส่งฟ้องมันเลย”
แม้ยงศิลป์จะพยายามขอประกันตัวแต่ดูเหมือนว่าทางเ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิเสธการประกันตัวดังกล่าว ยงศิลป์รู้สึกท้อใจในกระบวนการยุติธรรมเป็อย่างยิ่งมันและไตรภพถูกต้อนเข้าไปในห้องขังเดิมอีกครั้งหนึ่ง
เวลาผ่านไปประมาณห้านาทีเสียงฝีเท้าหลายคู่เดินมาทางห้องขังของไตรภพและยงศิลป์ เป็ชายร่างั์จำนวนห้าคนไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขาสั้นที่มีลวดลายต่างกัน เดินเข้ามาในห้องขังเ้าหน้าที่ตำรวจที่พาพวกมันทั้งห้ามาล้วนมีสีหน้าตื่นกลัว
เ้าหน้าที่ตำรวจที่พามานั้นเป็เพียงเ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งจากผู้กำกับการให้พานักโทษร้ายแรงที่กำลังจะส่งตัวไปเรือนจำจังหวัดมายังห้องขังนี้พวกมันทั้งห้าคนล้วนเป็อาชญากรคดีปล้นฆ่าผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลจอมพระ จังหวัดน่านก่อเหตุะเืขวัญ พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับทั้งยังกลบข่าวขบวนการตัดไม้ทำลายป่าอย่างสิ้นเชิง
“งานง่าย ๆ”
หนึ่งในชายทั้งห้าคนมองหน้าไตรภพและยงศิลป์พวกมันเองได้รับคำสั่งจากผู้กำกับให้ซ้อมชายทั้งสอง ห้ามปราณีอย่างเด็ดขาด ทั้งยังได้รับอนุญาตให้ฆ่าทั้งสองคนในห้องขังนี้แล้วพวกมันจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีในเรือนจำจังหวัด
ทางด้านผู้กำกับหลังจากได้รับคำสั่งจากพันเอกเสถียรพ่อของชยุตพลจึงสั่งการให้มีปฏิบัติการฆ่าชายทั้งสองในคุกโดยทำเหมือนให้เป็เื่ทะเลาะวิวาทของผู้ต้องหาเองแม้ตัวมันจะหวั่นใจบ้างหากมีผู้ต้องหาเสียชีวิตในกองปราบจังหวัดจริงแต่เมื่อได้รับการรับรองมาจากพันเอกเสถียร มันจึงคลายใจลง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
เสียงประตูห้องผู้กำกับดังขึ้นมันเอ่ยอนุญาตให้ผู้มาใหม่เข้ามา ชายอายุราว ๆ ห้าสิบปีและสามสิบห้าปีเดินเข้ามาในห้อง ก่อนที่จะนั่งลงโดยที่ไม่มีคำอนุญาตจากเ้าของห้อง
“ท่านจักรภพ คุณปรีชา”
ผู้กำกับสะดุ้งจากที่นั่ง รีบลุกขึ้นสุดตัวชายตรงหน้าของมันนั้นเป็ถึงหัวหน้าแก๊งเชิ้ตดำแก๊งที่มีอิทธิพลที่สุดในจังหวัดน่านตัวมันเองเคยตามผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่านไปประชุมระดับสูงเกี่ยวกับความมั่นคงทางชายแดนในที่ประชุมแห่งนั้นประกอบด้วยเ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจังหวัดหลายคนทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับบัญชาการทหารในจังหวัด และชายตรงหน้าของมัน
“ท่านมาที่นี่มีธุระอะไรหรอครับ จริง ๆไม่ต้องลำบากมาที่นี่ด้วยตัวเองเลย ให้ผมไปหาท่านที่บ้านก็ได้นะครับ”
ผู้กำกับกล่าวประจบจักรภพทันทีชายตรงหน้าเป็คนที่ไม่อาจตอแยได้ แม้แต่ผู้บังคับบัญชาการระดับสูงสุดในจังหวัดยังต้องไว้หน้าจักรภพหลายส่วนแล้วตัวมันเองเป็แค่ผู้กำกับการกองปราบจังหวัดจะสามารถเทียบกับผู้บังคับบัญชาได้อย่างไร
“ปล่อยคุณไตรภพซะ”
ปรีชาเอ่ยเสียงเย็นถมึงตามองผู้กำกับอย่างไม่ไว้หน้า ทันทีที่มันได้รับไลน์แจ้งเตือนจากไตรภพมันรีบรายงานจักรภพ รีบมาที่กองปราบจังหวัดในทันที
“ไตรภพ ? คนไหนครับท่าน”
ผู้กำกับพยายามนึกชื่อผู้ต้องหามันคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จึงยกหูโทรศัพท์ตามสารวัตรฝ่ายสอบสวนมาพบที่ห้องทันที
“ท่านผู้กำกับครับ ไตรภพ คือ หนึ่งในผู้ต้องหาสองคนที่ก่อเื่ในร้านMoon Star ครับ”
ทันทีที่ฟังคำรายงานจากสารวัตรสอบสวนเหงื่อเม็ดโป้งไหลลงบนหน้าสารวัตรอย่างไม่รู้ตัว มันมองจักรภพด้วยความรู้สึกกล้า ๆกลัว ๆ
“ปล่อยคน”
“คะ คะ ครับ”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของจักรภพ มันรับคำเสียงสั่น ก่อนที่จะสั่งให้ลูกน้องของมันตรงหน้ารีบไปปล่อยตัวไตรภพให้เร็วที่สุดมันภาวนาให้ผู้ต้องหาที่มันส่งไปในห้องขังทั้งห้าคนนั้นยังไม่ทำอะไรชายหนุ่มทั้งสอง
“ไม่ต้อง รีบพาฉันไป เร็วเข้า!”
จักรภพไม่รอให้ผู้กำกับพาไตรภพออกจากห้องขังมันบังคับให้ผู้กำกับพาไปที่ห้องขังทันทีผู้กำกับเดินนำทางให้กับจักรภพและปรีชาด้วยความรู้สึกกังวลหากเข้าไปที่ห้องขังแล้วไตรภพและยงศิลป์ถูกกระทืบจนาเ็สาหัสหรือถูกฆ่าในห้องขังขึ้นมา ตัวมันเองคงไม่พ้นที่จะเผชิญเคราะห์กรรมแสนสาหัส
เพียงระยะเวลาไม่กี่อึดใจผู้กำกับได้นำจักรภพและปรีชามาถึงห้องขัง มันเปิดประตูอย่างกล้า ๆ กลัว ๆยังไม่เห็นสภาพด้านในห้องขังเนื่องจากต้องเปิดประตูบานใหญ่ซึ่งเป็ทางเข้าของโซนผู้ต้องขังก่อน
“นะ นะ นี่!”
ทันทีที่ผู้กำกับเห็นสภาพด้านหน้ามันตกตะลึงยิ่งกว่าความกังวลก่อนหน้านั้นอีก ภาพตรงหน้าเป็ภาพที่น่าสยดสยองเป็อย่างมาก
ภาพตรงหน้านั้นเป็ภาพของชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้ามีสภาพที่ดูไม่ได้ ใบหน้า ลำตัว ล้วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำสีม่วง ั์ตาเหลือกโปนไม่เห็นลูกตาสีดำกางเกงขาสั้นเต็มไปด้วยคราบปัสสาวะ ร่างกายแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่มุมหนึ่งของห้องขัง
“ขอบคุณผู้กำกับมากนะ ที่ส่ง 5คนนี้มาเล่นกับฉัน กำลังเบื่อ ๆ อยู่พอดีเลย”
ไตรภพยิ้มให้กับผู้มาใหม่พลางส่งสายตาทักทายจักรภพและปรีชาก่อนหน้านี้ชายทั้งห้าต่างปรี่เข้ามาเพื่อจะทำร้ายยงศิลป์และตัวมันเอง มันจึงสั่งสอนชายทั้งห้าไปเล็กน้อยอย่างหอมปากหอมคอ พอที่จะทำให้พวกมันทั้งห้ามีสภาพแบบที่เห็น
“ยืนอึ้งอะไร ปล่อยคนสิวะ”
จักรภพรีบพูดขึ้น เรียกสติของผู้กำกับมันพยักหน้าให้เ้าหน้าที่ตำรวจหน้าของขังไขกุญแจห้องของปล่อยยงศิลป์และไตรภพออกมาข้างนอก
“บอสครับ”
“บอสครับ”
จักรภพและปรีชาโค้งตัวลงเคารพชายหนุ่มตรงหน้าท่ามกลางความตกตะลึงของผู้กำกับ เ้าหน้าที่ตำรวจ และยงศิลป์ต้องบอกก่อนนะว่าฐานะของจักรภพสูงส่งแค่ไหนในจังหวัด แล้วทำไมถึงเรียกไตรภพว่า ‘บอส’ กัน
“ลำบากพวกนายแล้ว”
“ไม่เลยครับบอส”
จักรภพรีบพาไตรภพและยงศิลป์ออกมานอกห้องขังทันทีมันมองสภาพชายฉกรรจ์ห้าคนในห้องขังด้วยความเรียบเฉยตัวมันเองเป็ผู้ฝึกยุทธ์ในระดับขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 3จึงไม่นับว่าเป็เื่แปลกอะไร การละเล่นกับคนธรรมดาแบบนี้ไม่ใช่แค่ไตรภพที่ทำได้แม้แต่ปรีชาก็สามารถอัดพวกมันเหล่านี้ได้เช่นกัน
ปรีชาได้รับการถ่ายทอดการฝึกยุทธ์จากจักรภพด้วยความวิริยะอุตสาหะมากกว่าสิบปีทำให้มันสามารถบรรลุเป็ผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 1แม้จะฝึกมาหลายปี ก็ไม่สามารถที่จะเลื่อนไปสู่ขั้นที่ 2ทำให้มันเกิดความท้อแท้ใจในความก้าวหน้าของพลังยุทธ์