บทที่ 47 นางเป็นแค่เด็กผอมแห้งอายุสั้น รับไม่ไหวหรอก (รีไรต์)
แม้ว่าแม่เฒ่าเว่ยจะไม่ได้ด่าสะใภ้เฉียนตรง ๆ แต่คำว่า ‘ต่ำทราม’ ใคร ๆ ก็ฟังออกว่าหมายถึงใคร
สะใภ้เฉียนโกรธจนตัวสั่น หายใจติดขัดไม่ทั่วท้อง
ซูโหรวเอ๋อร์กัดริมฝีปาก ไม่พูดอะไรออกมา
สีหน้าของแม่เฒ่าเว่ยดูอ่อนลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มองสะใภ้เฉียนเป็นญาติ จึงไม่ได้เชิญอีกฝ่ายเข้าไปดื่มน้ำในบ้าน เพียงแค่เอ่ยถามว่า "วันนี้เจ้ามาที่นี่ แม่สามีของเจ้ารู้หรือเปล่า"
สะใภ้เฉียนกุมมือลูกชายแน่น "แม่สามีของข้ารู้แน่นอน แม่เฒ่าเว่ย ข้ามีธุระจะมาหาท่านพอดี"
แม่เฒ่าเว่ยเพียงแค่นหัวเราะ ไม่พูดอะไร เป็นเชิงว่ามีธุระก็พูดมา
สะใภ้เฉียนผลักไหล่เด็กชาย เป็นเชิงบอกให้เขาเดินเข้ามา
เด็กชายเดินเข้าไปตามคำสั่ง
"วันนี้ข้าไม่ได้มาเที่ยวเล่น" สะใภ้เฉียนพูดอย่างองอาจ "เห็นบาดแผลบนหัวของเสี่ยวเป่าลูกชายข้าไหม?...เสี่ยวเป่าบอกมาสิ ใครเป็นคนตีหัวลูก"
ซูเสี่ยวเป่าเอาผ้าพันหัวไว้หลายชั้นแล้วพูดอย่างเอาแต่ใจว่า "แผลบนหัวของข้าเป็นฝีมือของอวี้หย่งจวี๋! เลือดออกเยอะมากเลยด้วย!"
แม่เฒ่าเว่ยพอจะเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าสะใภ้เฉียนต้องการอะไร
ตามคาด สะใภ้เฉียนพูดด้วยท่าทางดูถูกเหยียดหยามว่า "ก่อนหน้านี้ หลานชายของพวกท่าน อวี้หย่งจวี๋ ทำให้เสี่ยวเป่าของบ้านข้าได้รับบาดเจ็บ แต่เพราะก่อนหน้านั้นหลานชายของพวกท่านตกลงไปในหุบเขาเกือบตาย ข้าเห็นแก่ความเป็นญาติ จึงไม่ได้มาเอาเรื่อง อ้อ เมื่อวานซูโหรวเอ๋อร์กลับมาเอาสัมภาระ ข้าได้ยินมาว่าอวี้หย่งจวี๋หายดีแล้ว เสี่ยวเป่าของบ้านข้าก็ไม่ควรจะเจ็บตัวเปล่าใช่ไหม? แน่นอนว่าน้องสะใภ้ก็ควรจะชดใช่ค่าเสียหายสิ แต่หล่อนกลับบอกว่าไม่มีเงิน... เหอะ ๆ วันนี้ข้าจึงพาเสี่ยวเป่ามาที่นี่ด้วยตัวเอง"
ไม่ต้องพูดถึงแม่เฒ่าเว่ย แม้แต่ไป๋เสี่ยวเฟิ่งเอง พอได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็อยากจะเข้าไปฉีกปากสะใภ้เฉียน
คำว่า ‘เกือบตาย’ นี่ฟังดูไม่สบายใจเอาเสียเลย!
เดิมทีซูโหรวเอ๋อร์ก็พอจะเดาได้ว่าจุดประสงค์ในการมาเยือนครั้งนี้ของสะใภ้เฉียนคืออะไร แต่พอได้ยินคำพูดไร้ยางอายเช่นนี้หลุดออกมาจากปากของพี่สะใภ้ นางก็แทบจะสติแตก
นี่หรือญาติฝ่ายแม่ของนาง!
ซูโหรวเอ๋อร์โกรธจนตัวสั่น
"ข้าติดหนี้พวกเจ้าหรือไง"
นางพูดอะไรไม่ออก พูดวนไปวนมาอยู่เพียงเท่านี้
"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว! เจ้าเป็นหนี้ครอบครัวเรา!"
นางหัวเราะเยาะ "ตอนนั้นให้เจ้าไปแต่งงานเป็นภรรยาน้อยของลูกชายเถ้าแก่จู เพื่อให้วงศ์ตระกูลของเราดูดี มีหน้ามีตา ต่อไปถ้าตระกูลจูให้เศษเงินมาบ้าง ครอบครัวเราก็สบายไปแล้ว แต่เจ้าไม่ฟัง หลงเสน่ห์ไอ้บ้านนอกนั่นจนหัวปักหัวปำ! พ่อแม่เลี้ยงเจ้ามาตั้งหลายปี สุดท้ายก็ได้หมาป่าตาขาวอย่างเจ้านี่แหละ!"
ซูโหรวเอ๋อร์โมโหจนตัวสั่น เกือบจะเป็นลม
แม่เฒ่าเว่ยเห็นท่าไม่ดี จึงรีบตะโกนเรียก "สะใภ้รอง!"
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรู้ว่าแม่สามีหมายถึงอะไร จึงรีบเข้าไปช่วยซูโหรวเอ๋อร์ ตอนนี้นางรู้สึกสงสารน้องสะใภ้จริง ๆ ที่ต้องมาเจอครอบครัวแบบนี้
"ใจเย็น ๆ ใจเย็น ๆ นะ " ไป๋เสี่ยวเฟิ่งลูบหลังให้ซูโหรวเอ๋อร์ "อย่าไปถือสาคนพาลเลย"
"เจ้าด่าใครว่าเป็นคนพาลกัน!" สะใภ้เฉียนโต้ตอบอย่างไม่ยอมแพ้
แต่แม่เฒ่าเว่ยกลับทำหน้าเย็นชา ตะโกนสวนกลับไปเสียงดังกว่า "หุบปากไปเลย!"
เสียงของนางแหลมสูงจนสะใภ้เฉียนสะดุ้ง
แม้แต่ซูโหรวเอ๋อร์ก็ตกใจ แต่ในที่สุดนางก็หายใจได้ปกติ
แม่เฒ่าเว่ยไม่คิดจะไว้หน้าญาติอย่างคนตระกูลซูอีกต่อไป นางเอ่ยเสียงเย็นชา "แซ่เฉียน พวกเจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกหรือ! ลูกชายของเถ้าแก่จูอ้วนเป็นหมู ตอนนั้นลูกสะใภ้สามของข้าอายุแค่สิบหก พวกเจ้าก็วางแผนจะขายนางให้ไปเป็นอนุภรรยาคนที่แปดของเขา! คนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกันแบบนี้บ้าง! พวกเจ้ามันก็แค่อยากได้เงินสิบสองตำลึงนั่น ถึงคิดจะเอาลูกสะใภ้ข้าไปปลดหนี้พนัน! น่ารังเกียจ! หน้าด้านไร้ยางอาย ยังมีหน้ามาด่าลูกสะใภ้ข้าว่าเป็นหมาป่าตาขาวอีกหรือ! ... ข้าจะบอกอะไรให้นะ ซูโหร่วเอ๋อร์คือคนที่ตระกูลอวี้ทุ่มเงินทั้งบ้านจ่ายค่าสินสอดสิบตำลึงที่พวกเจ้าเรียกร้อง แล้วก็ยกเกี้ยวแดงมารับอย่างสมเกียรติ! เจ้าลองด่าอีกคำสิ!"
แม่เฒ่าเว่ยพูดเสียงเย็นยะเยือก "บอกตามตรง สมัยข้ายังสาว ๆ ที่หมู่บ้านโดนโจรปล้น ข้าก็เคยถือดาบไปสู้กับพวกมันมาแล้ว! อย่ามาทำกร่างใส่ข้า!"
สะใภ้เฉียนหน้าซีด ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
นางไม่คิดว่าแม่เฒ่าเว่ยจะปกป้องซูโหรวเอ๋อร์ได้น่ากลัวขนาดนี้
ส่วนซูโหรวเอ๋อร์ ก็ไม่คิดเช่นกันว่าแม่สามีจะปกป้องตนขนาดนี้ ตอนแรกก็แค่ตกใจ จากนั้นใบหน้าก็รู้สึกแสบร้อน สุดท้ายก็ปิดหน้าร้องไห้
ไป๋เสี่ยวเฟิงตื่นเต้นจนแทบอยากจะปรบมือให้แม่สามีดัง ๆ!
แต่ซูเสี่ยวเป่ากลับทนความน่ากลัวของแม่เฒ่าเว่ยไม่ไหว ร้องไห้โฮ วิ่งไปซบอกสะใภ้เฉียน
ซูเสี่ยวเป่าร้องไห้เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้สะใภ้เฉียนพูด
นางกอดลูกชายไว้พร้อมกับเอ่ยปลอบโยน "โอ๋ ๆ ๆ นี่แม่เฒ่าเว่ย ทำแบบนี้ทำไม ถึงอย่างไรข้าก็เป็นพี่สะใภ้ของน้องสาม พูดกับหล่อนเพียงไม่กี่ประโยคก็ถึงขั้นต้องด่ากันเลยหรือ ดูสิ ทำเอาเสี่ยวเป่าของบ้านเราตกใจหมดแล้ว"
แล้วนางก็หันไปหาซูโหรวเอ๋อร์ที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด "น้องสาม อย่าร้องไห้เลย เหมือนกับว่าพี่รังแกอะไรเจ้าอย่างไรอย่างนั้น พี่ก็แค่มาร้องขอความเป็นธรรมให้หลาน แล้วก็มาเอาค่ารักษาพยาบาลแค่นั้นเอง ดูพวกเจ้าสิ ทำท่าทางอะไรกัน"
ในน้ำเสียงของนางยังแฝงไปด้วยความน้อยใจ
แม่เฒ่าเว่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่
สะใภ้เฉียนช่างไร้มนุษยธรรมจริง ๆ ไม่สนใจกระทั้งความรู้สึกลูกของตนเองด้วยซ้ำ
ในตอนนั้นเอง อวี้หย่งหลิ่ว อวี้หย่งกุ้ย อวี้หย่งจวี๋ และซิ่งซิ่ง ก็กลับมาถึงบ้าน
อวี้หย่งจวี๋เห็นแม่ร้องไห้หนักก็ตกใจ "แม่ เกิดอะไรขึ้น?"
อวี้หย่งจวี๋รีบวิ่งไปหาซูโหรวเอ๋อร์ ตัวเขายังเล็กแต่ความโกรธนั้นมากล้น "ป้าสะใภ้รังแกแม่หรือ!"
ซูโหรวเอ๋อร์ไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าลูกจึงรีบเช็ดน้ำตา แสร้งยิ้มแล้วกล่าว "ไม่...ไม่มีอะไร แม่สบายดี..."
แต่อวี้หย่งจวี๋ไม่เชื่อ เขาหันหลังกลับไปกำบังซูโหรวเอ๋อร์ไว้ข้างหลัง แล้วจ้องมองสะใภ้เฉียนกับซูเสี่ยวเป่าด้วยสายตาดุร้าย "พวกท่านกล้ารังแกแม่ข้า ข้าจะกัดพวกท่านแน่!"
ซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกขมขื่นและอยากร้องไห้ออกมา
ซิ่งซิ่งรีบวิ่งเข้ามา ยืนข้างอวี้หย่งจวี๋ มองสะใภ้เฉียนกับซูเสี่ยวเป่า อย่างระแวดระวัง ทำท่าทางพร้อมจะร่วมเป็นร่วมตาย ร่วมกัดกับพี่ชาย
สะใภ้เฉียนเห็นซิ่งซิ่งแล้วก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะเบา ๆ "นี่คือเด็กที่แม่เฒ่าเว่ยรับมาเลี้ยงใช่ไหม? ข้าก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่ายอะไรหรอกนะ แต่พวกท่านมีเงินเหลือพอที่จะช่วยเหลือเด็กที่ไม่ใช่ญาติแบบนี้ แต่ทำไมถึงไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พวกเรา? พวกท่านไม่กลัวหรือว่าจะเป็นกรรมตามสนอง ทำให้เด็กคนนี้อายุสั้นหรือ? บุญกุศลมากมายขนาดนี้ นางเป็นแค่เด็กผอมแห้งอายุสั้น รับไม่ไหวหรอก..."
สายตาของแม่เฒ่าเว่ยเย็นชาลงเรื่อย ๆ
อวี้หย่งหลิ่วและอวี้หย่งกุ้ยโกรธมาก!
ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้อาวุโส พวกเขาคงจะเข้าไปต่อยนางแล้ว!
แต่อวี้หย่งจวี๋ไม่เหมือนกัน เด็กชายเคยชินกับความเอาแต่ใจมาตลอด เมื่อเขาได้ยินสะใภ้เฉียนสาปแช่งซิ่งซิ่ง ดวงตาของเขาก็แดงขึ้นทันที เขาพุ่งเข้าไปและผลักนางอย่างแรง!