บทที่ 19 จัดการเื่บ้านเช่า
ความจริงแล้ว หยางเฉินไม่สามารถพูดความในใจของเขาออกมาได้
หลี่ซิงเหอเรียนจบแค่มัธยมต้น ส่วนเขาจบจากมหาวิทยาลัยตำรวจ แม้ไม่คำนึงถึงวุฒิการศึกษา พวกเขาก็เป็คนรุ่นเดียวกัน ถึงแม้ตอนนี้เธอจะหนีออกมาจากหมู่บ้านได้แล้ว แต่พ่อของเธอก็ยังเป็พ่อในสายเื มันดูเป็ไปได้ยากเหลือเกินถ้าจะแต่งงานกับเธอ เพราะดูเหมือนว่าแต่งไปก็เหมือนกับแต่งงานกับครอบครัวที่มีปัญหา
หลังจากหยางเฉินสอบเข้าตำรวจได้แล้ว เขาก็ได้เข้าทำงานที่สถานีตำรวจ เพื่อนร่วมงานต่างรู้ว่าเขาเป็ชายโสดที่มีอนาคตสดใส เขาไม่อยากพลาดโอกาสอื่น ๆ ที่จะได้เจอกับหญิงสาวที่จะมาเป็ภรรยาในอนาคต แต่ความคิดพวกนี้เขาไม่สามารถบอกหลี่ซิงเหอได้ เพราะอีกใจหนึ่ง… เขาไม่อยากเสียเธอไป ถึงเขาจะไม่ได้ชอบเธอ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดออกมาอย่างไร
"ช่างเถอะ ๆ ฉันไม่ถามแล้ว"
หยางเฉินที่เธอรู้จักมาตลอดเกือบยี่สิบปีเป็แค่หยางเฉินในหมู่บ้านเคาซานเท่านั้น พอออกมาจากนอกหมู่บ้าน เด็กผู้ชายที่เติบโตมาด้วยกันกลับกลายเป็คนแปลกหน้าได้ขนาดนี้
เธอพอจะเดาได้บ้าง แต่สิ่งที่เธอเดานั้น อาจทำให้มิตรภาพอันบริสุทธิ์ยี่สิบปีของทั้งสองคนเกิดรอยร้าวที่ยากจะเยียวยา ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด เธออยากฟังความคิดที่แท้จริงของเขา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่อยากพูดอย่างตรงไปตรงมาสักเท่าไร ถ้าเป็อย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ
"ส่งฉันแค่นี้แหละ ขอบคุณที่มาช่วยดูบ้านเช่าด้วยนะ ฉันจะไปรับแม่เอง"
หยางเฉินเห็นเธอไม่ซักถามต่อ ก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก การใช้ชีวิตในเมืองหลวงไม่ใช่เื่ง่าย อีกไม่นานเธอคงต้องมาขอความช่วยเหลือจากเขาอีกแน่ ๆ แค่นี้ก็มากพอแล้ว
"ส่วนเื่ของลุงหลี่… ที่บ้านเธอยังคงสงบดีนะ ซิงเหอ พวกเขาคงไม่ตามเธอมาถึงที่นี่หรอก เธอไม่ต้องกังวลนะ"
ถ้าเงินของเธอไม่ได้ขโมยมาจากที่บ้าน แล้วเธอได้เงินมาจากไหนกันแน่? นี่คือคำถามที่หยางเฉินเก็บไว้ในใจมาตลอด่สองวันมานี้ แต่เขาก็อดทนเอาไว้ ไม่กล้าถามออกไป
หลี่ซิงเหอพยักหน้าอีกครั้ง "อืม ขอบคุณนะ"
เธอรู้ถึงความสงสัยในใจของหยางเฉิน แต่เธอไม่มีความจำเป็ที่ต้องอธิบายอะไรต่อ หลังจากโบกมือลาแล้ว เธอจึงหมุนตัวเดินไปรับแม่ด้วยตัวเอง
ใน่หลายวันต่อมา หลี่ซิงเหอและหยางเฉินต่างก็ยุ่งกับเื่ของตัวเอง พวกเขาไม่ได้เจอกันอีก หยางเฉินรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเธอจะหิวโหยอีกหรือเปล่า?
ส่วนหลี่ซิงเหอกลับยุ่งจนแทบไม่มีเวลาว่าง ในพื้นที่มิติของเธอ มีจำนวนไก่และเป็ดกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผลผลิตทั้งไข่และผักก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
เมื่อชื่นชมผลงานของตัวเองในพื้นที่มิติแล้ว จึงรีบกลับมาสู่ชีวิตจริง
สองห้องนอน ห้องทางทิศใต้ให้แม่อยู่ นอกจากซื้อหม้อ ชาม ทัพพี และอุปกรณ์ในครัวที่จำเป็แล้ว ยังซื้อโทรทัศน์สีเครื่องเล็ก ๆ ด้วย เพื่อไม่ให้แม่เบื่อใน่เวลาที่เธอออกไปขายของไม่กี่ชั่วโมง เธอจึงกัดฟันซื้อ 'ของฟุ่มเฟือย' ชิ้นใหญ่นี้ไว้ล่วงหน้า
การจัดเตรียมบ้านใหม่ต้องซื้อของมากมายจริง ๆ โชคดีที่การค้าขายในตลาดกลางคืนได้เป็กำไรล้วน ๆ และเธอก็ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ
เย็นวันนั้น หลี่ซิงเหอกำลังผัดอาหารในครัวส่วนกลางเช่นเคย
"น้องสาว อาหารที่ผัดนี่หอมจังเลยนะ กลิ่นลอยเข้าจมูกมาแต่ไกลเลย ทำยอดถั่วลันเตาผัดน้ำมันหมูใช่ไหม?"
หลี่ซิงเหอหันไปมองตามเสียงเรียกนั้น คนที่ยืนมองอยู่เป็ป้าวัยกลางคน ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน เธอตอบอย่างสุภาพว่า "ใช่ค่ะ ผัดด้วยน้ำมันหมู ป้ามาทำอาหารเหมือนกันเหรอคะ?"
"จ๊ะ พวกเธอเพิ่งย้ายมาเหรอ?"
"ใช่ค่ะ เพิ่งเช่าบ้านไม่กี่วันมานี้เอง"
"อ๋อ งั้นฉันรู้แล้วว่าพวกเธอเช่าที่ไหน บ้านของเหล่าหลิวใช่ไหม บ้านที่หน่วยงานเลือกให้น่ะ พวกเรารู้จักเขากันหมด ฉันแซ่หวัง อยู่บ้านฝั่งโน้น ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็เรียกฉันได้นะ" พูดจบเธอก็ชี้ไปทางบ้านของตัวเอง
"ขอบคุณป้าหวังมากค่ะ"
หลี่ซิงเหอรู้สึกไม่ชินกับความเป็กันเองของผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จัก เธอจึงเร่งมือทำอาหารให้เร็วขึ้น เมื่อผัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปิดเตา และเช็ดเตาให้สะอาดเรียบร้อย
"ป้าคะ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"อ้อ ได้จ้ะ"
เธอถือยอดถั่วลันเตาผัดน้ำมันหมูและไข่เจียวร้อน ๆ กลับบ้านอย่างร่าเริง หวังฟางจัดเตรียมชามตะเกียบและข้าวสวยไว้รอเธอเรียบร้อยแล้ว
ข้าวที่หุงเป็ข้าวผสมระหว่างข้าวสาลีกับข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างไม่มีกลิ่นหอม แต่เมื่อผสมกับข้าวสาลีแล้วทำให้มีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น ่นี้เธอก็ขายของได้มากขึ้นด้วย พอข้าวฟ่างหมด จึงคิดว่าครั้งหน้าจะซื้อแต่ข้าวสาลีอย่างเดียวก็พอ
ไข่ที่หลี่ซิงเหอใช้ทำไข่เจียวเป็ไข่ที่ได้จากพื้นที่มิติของเธอ ไข่แดงมีขนาดใหญ่และสีเข้มกว่าปกติ แม้จะคนกับไข่ขาวจนเข้ากันแล้ว ไข่ที่เจียวมาก็ยังคงเป็สีส้มสดใส แม้แต่ไข่ไก่บ้านแท้ ๆ ก็ไม่มีสีสวยขนาดนี้ พอทอดเสร็จก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง ท้องของเธอเริ่มหิวขึ้นมาแล้ว
แม่ลูกนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันตามปกติ "ลูก แม่รู้สึกว่าร่างกายแม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว อีกไม่กี่วันก็คงแข็งแรงดี ถ้าหายแล้วแม่จะไปขายของกับลูกที่ตลาดกลางคืนนะ"
"ได้ค่ะ แต่รอให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้ก่อนนะคะ อีกสองสามวันหนูจะพาแม่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล" เธอจะให้แม่ไปขายของด้วยไม่ได้เด็ดขาด! เพราะแม่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอได้ของมาจากไหน ถึงคนอื่นจะเดินผ่านไปมา แต่ก็ไม่มีใครสังเกตว่าตะกร้าของเธอมีผักออกมาไม่รู้จบ แต่ถ้าแม่อยู่ด้วยตลอดจะต้องรู้ความลับของเธอแน่ ๆ !
ในขณะที่หวังฟางกำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น หลี่ซิงเหอพยายามนึกวิธีที่จะทำให้แม่เลิกคิดเื่นี้ให้ได้
ที่ห้องครัวส่วนกลางด้านนอก เพื่อนบ้านทำอาหารเสร็จแล้ว จึงเรียกสามีและลูกชายมากินข้าว บนโต๊ะอาหารพวกเขากำลังเล่าเื่ที่เพิ่งเจอหลี่ซิงเหอ "ตอนที่ฉันทำอาหาร ได้เจอกับครอบครัวที่เช่าบ้านของเหล่าหลิวด้วยนะ เธอออกมาทำอาหารคนเดียว คงเหมือนที่เหล่าหลิวบอกนั่นแหละ เธออยู่กับแม่สองคน ไม่มีผู้ชายในบ้านเลย หลายวันมานี้ก็ไม่เห็นผู้ชายเข้าออกบ้านเลยด้วย"
ผู้ชายสองคนกินข้าวไปพลางฟังไปด้วย ผู้หญิงคนเดียวในบ้านจึงพูดต่อ "แต่ว่าเด็กคนนั้นหน้าตาดีจริง ๆ ผิวขาวดูสบายตา น่าเสียดายที่มือเธอดูหยาบเหลือเกิน ดูทีเดียวก็รู้ว่าเป็ 'มือที่ทำงานหนักมาตลอด' คงโดนใช้งานมาไม่น้อยเลย"
ชายวัยกลางคนพูดแทรก "เสียดายอะไร แสดงว่าเด็กคนนั้นเป็คนขยันขันแข็งดี"
ผู้หญิงคิดครู่หนึ่ง "นั่นก็จริงนะ แสดงว่าไม่ได้เป็คนอ่อนแอ แถมฐานะทางบ้านก็ดูไม่ได้แย่อะไร อยู่กันสองคนกินกันสองอย่าง มีทั้งยอดถั่วลันเตาผัดน้ำมันหมูและไข่เจียวเหลืองอร่ามเต็มจาน น่ากินจริงเชียว แต่ไม่รู้ว่าทำไมบ้านถึงไม่มีผู้ชายสักคน! ไม่งั้นถ้าครอบครัวดี ก็น่าจะเหมาะกับหวังจื้อซินลูกชายเราดีนะ"
ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้น "แม่ครับ ตอนนี้ในหัวแม่นอกจากจะหาคู่ให้ผมแล้วไม่มีเื่อื่นเลยเหรอ?"
"แล้วจะให้ทำไงล่ะ แม่ก็แก่แล้ว ลูกก็เข้าโรงงานรับ่ต่อจากแม่แล้ว เื่งานก็เป็ไปด้วยดี ต่อไปก็ต้องคิดเื่แต่งงานสร้างครอบครัว ให้พวกเราอุ้มหลานสิ"
ชายวัยกลางคนพยักหน้า "แม่ลูกพูดถูกแล้ว ลูกมีงานทำมั่นคงแล้ว ก็ต้องรีบคิดเื่แต่งงานแล้วล่ะ แต่ว่า ยังไงก็ลองหาในโรงงานของรัฐเราก่อนเถอะ อายุแค่นี้ไม่ต้องรีบร้อนอะไรหรอก"
"จริงด้วย ลองดูในโรงงานว่ามีใครที่เหมาะสมกับลูกไหม ถ้าพวกลูกทั้งสองคนมีงานประจำกันทั้งคู่ พ่อกับฉันก็จะได้ไม่ต้องกังวลอะไรอีก"
***
หลี่ซิงเหอกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว บอกลาแม่ก่อนจะไปตั้งแผงที่ตลาดกลางคืนเฟิงเล่อเหมือนเคย
เธอยังคงอยู่ในแผงที่ทำเลไม่ดีที่สุดของตลาด เพราะเธอเพิ่งเข้ามาใหม่ เธอยังไม่อยากมาแย่งที่ของพ่อค้าแม่ค้าเ้าเก่า จึงอยู่ที่เดิมมาหลายวันแล้วโดยไม่ย้ายไปไหน
แผงของเธอยังจัดไม่เสร็จ ก็มีลูกค้ามายืนรอแล้ว!
ในตลาดกลางคืนมีร้านเดียวที่ขายไข่ไก่พื้นเมืองและไข่เป็ดฟองใหญ่ รวมถึงผักป่านานาชนิดที่สดกรอบเหมือนเพิ่งเก็บมาอีกด้วย ชื่อเสียงของแผงหลี่ซิงเหอแพร่กระจายไปทั่วตลาดและย่านที่อยู่อาศัยใกล้เคียงในเวลาเพียงไม่กี่วัน
วันนี้เป็วันเสาร์ คนในเมืองทำงานกันแค่ครึ่งวัน ่บ่ายและวันพรุ่งนี้เป็วันหยุด ดังนั้นวันนี้น่าจะมีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามากันมาก เธอหวังว่าวันนี้จะได้เงินเยอะ ๆ เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว มุมปากของเธอยกขึ้นเป็รอยยิ้มพลางตบกระเป๋าสะพายเบา ๆ