หลังจากเหตุการณ์ในเช้านั้นหยางต้าหลงก็เป็อันต้องจากเมืองหลงซานไปพร้อมกับคู่หมั้นของเขา มู่ซินอ้างว่าสตรีเดินทางเพียงลำพังนั้นอันตรายยิ่งสมควรให้คู่หมั้นอย่างหยางต้าหลงคอยคุ้มกันจึงจะถูกคุณชายหยางแม้จะคิดแย้งในใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องร่วมเดินทางไปกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าที่แสนอ่อนแอ
‘ขั้นวรยุทธ์สูงสุดในใต้หล้าคือขั้นเก้า หากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าอย่างนางเป็สตรีอ่อนแอผู้อื่นมิเป็ไส้เดือนดินไปหมดแล้วหรือ?’
นั่นคือความในใจของหยางต้าหลงที่ไม่อาจกล่าวออกไปได้
ทางด้านเทียนิชู เมื่อพี่ชายร่วมสาบานจากไปแล้วชีวิตของเขาก็สงบลงมากเด็กน้อยช่วยงานในโรงเตี๊ยมอย่างขยันขันแข็ง ได้เงินกลับไปบ้านทุกๆ สัปดาห์ในวันหยุดเขาก็จะช่วยงานบิดามารดาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนทั้งสองต้องไล่เด็กชายไปช่วยเลี้ยงน้องแทนสองพี่น้องจึงสนิทกันมากแม้ว่าิชูจะไม่ได้พบหน้าน้องสาวทุกวันก็ตาม
เทียนฮวาเป็ทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงยิ่งแม้ฤดูหนาวจะหนาวเสียจนเมืองหลงซานกลายเป็สีขาวโพลนเพราะหิมะที่ตกหนัก ทารกน้อยเทียนฮวาที่เพิ่งจะหัดคลานก็หาได้ป่วยไข้ไม่ทั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้เตาถ่านและผ้าห่มหนานุ่มที่บิดาซื้อหามาให้นี่นับเป็ปีแรกที่ครอบครัวสกุลเทียนไม่มีผู้ใดป่วยเลยตลอดหน้าหนาวและต้นฤดูใบไม้ผลิที่ตามมา
“ท่านแม่ท่านร้องไห้ทำไมหรือขอรับ?”
ิชูเอ่ยถามมารดาในคืนหนึ่งทีแรกเด็กชายตั้งใจจะลุกไปเข้าห้องน้ำทว่ากลับพบมารดานั่งน้ำตาไหลอยู่ข้างเปลของฮวาเอ๋อร์ทีแรกหัวใจของเด็กชายกระตุกวูบด้วยกลัวว่าน้องน้อยของตนจะเป็อะไรไป แต่ท่าทางของมารดาก็ไม่คล้ายว่าจะมีเื่ร้ายเกิดขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกชูเอ๋อร์”
ฮูหยินเทียนกล่าวพลางโอบร่างน้อยเข้ามากอด
“แม่แค่กำลังมีความสุขเท่านั้นเองทำเ้าใเสียแล้ว”
นางกล่าวพลางลูบผมนุ่มๆที่ปล่อยยาวสยายของบุตรชายเบาๆ ั์ตาเรียวรีสีรัตติกาลทอดมองลูกชายของตนอย่างอ่อนโยนใบหน้าใต้แสงจันทร์ของิชูในยามนี้ดูอ่อนหวานน่ารักราวกับเด็กผู้หญิงชั่วขณะหนึ่งผู้เป็มารดาคนปัจจุบันก็พลันตั้งคำถามกับตัวเองว่าชายหญิงที่ให้กำเนิดบุตรหน้าตาน่ารักเช่นนี้ได้จะมีหน้าตาเป็อย่างไร
“ท่านแม่มีความสุขแล้วเหตุใดจึงร้องไห้เล่าขอรับ?”
ระหว่างที่ฮูหยินเทียนกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองิชูก็ถามขึ้นอย่างไร้เดียงสา เรียกรอยยิ้มจากมารดาได้เป็อย่างดี
“ชูเอ๋อร์นี่เรียกว่าน้ำตาแห่งความสุขแม่มีความสุขมากจนหลั่งน้ำตาด้วยความยินดี”
นางอธิบายริมฝีปากอวบอิ่มของนางคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็รอยยิ้มที่ละมุนละไมชวนให้อบอุ่นในหัวใจเป็อย่างยิ่ง
“ที่แท้ผู้คนเวลาเป็สุขก็ร้องได้เช่นกันลูกไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักเขาทราบได้จากสีหน้าและแววตาของมารดาว่านางไม่ได้โกหกหรือปิดบังแต่กระนั้นเด็กน้อยก็ยังรู้สึกสงสัยั้แ่จำความได้จนถึงเดี๋ยวนี้เขาไม่เคยเห็นมารดาหลั่งน้ำตาแห่งความสุขเช่นนี้ออกมาเลยแสดงว่าจะต้องมีบางสิ่งที่พิเศษและแตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างแน่นอน
“แล้วท่านแม่มีความสุขเื่อะไรหรือขอรับ?”
ิชูเอียงคอถามเขาต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งใดที่ทำให้มารดามีความสุขเด็กชายตั้งใจว่าจะนำสิ่งนั้นมาให้มารดามากๆ นางจะได้มีความสุขตลอดเวลา
ฝ่ายฮูหยินเทียนผู้ไม่ล่วงรู้ถึงความคิดของบุตรชายก็คลี่ยิ้มอ่อนหวานรั้งร่างเล็กเข้ามากอดแน่นขึ้น ตอบว่า
“แม่มีความสุขที่ครอบครัวของเรามีความสุข ไม่ต้องทนทุกข์เหมือนเมื่อก่อนลูกเองก็มีความสุขใช่ไหมชูเอ๋อร์?”
“ขอรับข้าเองก็มีความสุข อยากมีความสุขอย่างนี้ตลอดไปเลย”
เด็กน้อยส่งยิ้มกว้างให้มารดาสองแขนกอดตอบนางเอาไว้แน่น ตอนนี้เขามีความสุขมากจริงๆ