ะุสังหารพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงเป้าหมายคือขั้วหัวใจของผมอย่างไร้ปราณี วินาทีนั้น Mเหยียดยิ้มเพราะมั่นใจว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม แต่ทว่า สิ่งที่เธอคาดหวังจะเห็นกลับกลายเป็ความว่างเปล่า
“เกี๊ยะ!อย่ามาแตะต้องนายท่านของข้านะเฟ้ย!”
เสียงประกาศกร้าวของเกียร์ดังขึ้นพร้อมกับร่างเหล็กที่พุ่งทะยานออกมาจากเงามืดด้านหลังของผมราวกับสายฟ้าแลบในพริบตานั้น วงจรอาคมฉุกเฉินที่ผมสลักไว้ในแกนกลางของมันก็ถูกกระตุ้นทำงานขั้นสูงสุดร่างของเ้าอีกาเหล็กขยายขนาดขึ้นเล็กน้อยขนโลหะนับร้อยชิ้นสั่นะเืและพับซ้อนกันอย่างรวดเร็ว
มันกางปีกทั้งสองข้างออกกว้างก่อนจะตวัดมาประสานกันเบื้องหน้าผมกลายเป็โล่เหล็กกล้าทรงโค้งที่สลักด้วยลวดลายรูนสีทองสว่างไสว
ตึง!!!
เสียงะุกระทบกับโล่ปีกเหล็กดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟสาดกระจายไปทั่วห้องแรงปะทะมหาศาลไม่อาจทำให้โล่มีชีวิตชิ้นนี้ะเืแม้แต่น้อยเกียร์ในโหมดป้องกันดูสง่างามและน่าเกรงขามผิดกับภาพลักษณ์นกปากมากที่ทุกคนเคยเห็นภาพตรงหน้าทำให้โธมัสและแขกทุกคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใสุดขีด
และนั่นคือจังหวะที่ผมรอคอยรอยยิ้มท้าทายที่ผมส่งให้ M เมื่อครู่คือกับดักที่ล่อให้เธอเผยช่องว่างออกมา
ในขณะที่ทุกคนยังตะลึงกับโล่เหล็กของเกียร์ผมเบี่ยงตัวหลบหลังโล่อย่างพริ้วไหวเพียงเสี้ยววินาที แล้วพุ่งทะยานเข้าประชิดตัว Mราวกับเงาที่มองไม่เห็น ท่ามกลางความสับสนของเธอผมใช้มือซ้ายคว้าข้อมือที่ถือปืนของเธอแล้วบิดออกตามหลักสรีรศาสตร์อย่างแม่นยำจนปืนหลุดลอยขึ้นฟ้า
ไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัวผมหมุนตัวเข้าหาพร้อมกับวาดมือขวาอ้อมไปล็อกลำคอของเธอจากด้านหลังในท่าที่สมบูรณ์แบบขาข้างหนึ่งเกี่ยวรั้งจุดศูนย์ถ่วงของเธอจนล้มลงมาพิงอกผมในสภาพที่ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียวทุกท่วงท่าดูไหลลื่น สง่างาม และรวดเร็วปานการเต้นรำที่เต็มไปด้วยอันตราย
"ศิลปะการต่อสู้แบบประชิดตัวน่ะมันมีไว้จัดการกับพวกที่คิดว่าอาวุธในมือคือทุกสิ่งอย่างเธอนี่แหละ"ผมกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ ขณะที่มือซ้ายรับปืนที่ลอยลงมาได้อย่างมั่นคง
โธมัสที่เห็นคู่หูถูกจับในพริบตาใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาตัดสินใจละสายตาจากอาเธอร์แล้วหันปากกระบอกปืนตรงมาที่ผมทันทีนิ้วของเขากำลังจะเหนี่ยวไก
แต่ในจังหวะเส้นยาแดงผ่าแปดนั้นเองผมไม่ได้ขยับตัวหลบ เพราะผมรู้ดีว่ามีใครบางคนในห้องนี้ที่รอจังหวะนี้อยู่เช่นกัน
ปัง!
เสียงปืนนัดเดียวดังสนั่นหวั่นไหวแต่ะุไม่ได้พุ่งมาจากโธมัส หรือมาจากปืนในมือของอาเธอร์ แต่มันพุ่งมาจากโต๊ะด้านซ้ายะุนัดนั้นแม่นยำราวจับวางมันพุ่งเข้าปะทะกับตัวปืนในมือของโธมัสจนเกิดประกายไฟแรงปะทะมหาศาลทำให้ปืนกระเด็นหลุดจากมือเขาลงไปกองกับพื้นพรมทันที
ผมหันไปมองเ้าของะุที่ขัดขวางมัจจุราชได้ทันท่วงทีอีธาน ฮันท์เลย์ ยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมห้องท่าทางนิ่งสงบที่ดูเหมือนแขกธรรมดาในตอนแรกหายวับไปราวกับถูกกระชากหน้ากากทิ้งแทนที่ด้วยร่างที่ดูมั่นคงและเฉียบคมดุจใบมีดปืนพกในมือของเขาดูเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายและควันดินปืนสีเทายังคงอ้อยอิ่งอยู่ที่ปากกระบอก
"ในที่สุดก็ตามจับตัวแกได้สักทีนะ'T'...และเธอด้วย 'M'"
อีธานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจและเยือกเย็นผิดกับตอนที่แนะนำตัวกับผมในตอนแรกแววตาของเขาที่เคยมองผมอย่างว่างเปล่าบัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความมุ่งมั่นของผู้ชำนาญการ
เขาลดปืนลงเล็กน้อยในองศาที่พร้อมจะลั่นไกต่อได้ทุกวินาที"ฉันติดตามร่องรอยพวกแกมานานเกินไปแล้วและไม่คิดเลยว่าพวกแกจะกล้าลงมือสังหารเป้าหมายที่ฉันได้รับคำสั่งมาให้คุ้มครองได้สำเร็จถึงในที่แบบนี้..."
เขากวาดสายตามองร่างที่ไร้ิญญาของเซอร์ไอแซกด้วยความเสียดายเพียงวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาจ้องเขม็งที่มือสังหารทั้งสอง"แต่ถ้าการเสียชีวิตของเซอร์ไอแซกจะกลายเป็เหยื่อล่อชั้นดีที่ทำให้ฉันลากคอระดับหัวกะทิอย่างพวกแกเข้าคุกได้ภารกิจคุ้มกันที่ล้มเหลวครั้งนี้ ก็ถือว่าบรรลุผลในความหมายของงานสืบสวน"
ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าคนอย่างเขาไม่มีทางแค่มาทำธุระแถวนี้แน่ๆท่าทางการนั่งอ่านจดหมายอย่างสงบนิ่งนั่นคงไม่ใช่แค่การฆ่าเวลาแต่มันคือการเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านรหัสลับหรือไม่ก็เป็การวางหมากเพื่อรอให้ปลาฮุบเหยื่อซึ่งก็คือการที่นักฆ่าเผยตัวออกมานั่นเอง
"เกี๊ยะ!นายท่านดูเ้าหมอนี่สิ เท่แย่งซีนพวกเราไปหมดเลย"เกียร์บ่นพึมพำพลางบินกลับมาเกาะที่ไหล่ผมหลังจากที่มันทำหน้าที่เป็โล่ปัดป้องะุได้อย่างสุดยอด"ข้าอุตส่าห์โชว์หล่อ แต่โดนปืนกระบอกเดียวขโมยสปอตไลท์ไปซะงั้น"
ผมยิ้มมุมปากขณะที่ล็อกตัวMไว้แน่น "คุณอีธาน... หรือผมควรจะเรียกคุณว่า เ้าหน้าที่พิเศษดีล่ะครับ?ดูเหมือนมื้อค่ำวันนี้เราจะมีแขกที่น่าสนใจเกินคาดจริงๆ"
อีธานลดปืนลงเล็กน้อยแต่สายตายังคงคมกริบเขาคลี่ยิ้มบางๆ ให้ผมด้วยความนับถือ "สมกับเป็ท่านที่ปรึกษา 'ดัสก์บอร์น' จริงๆ นะครับ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเ้าเฮย์สคู่แข่งของผมถึงได้ชมนักชมหนาไม่ยอมหยุด"
เขาขยับสูทให้เข้าที่พลางก้าวเข้ามาใกล้"คุณมองออกแม้กระทั่งตัวตนที่แท้จริงของผมแถมความสามารถในการไขคดีก็เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดโดยเฉพาะทักษะการต่อสู้เมื่อครู่นี้... คุณจับตัว M ได้ง่ายดายเหลือเกินทั้งที่หน่วยของผมตามไล่ล่าเธอมาหลายรอบแต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้ง"
อีธานถอนหายใจยาว"ตอนแรกผมกะว่าจะยอมบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคุณที่สถานีตำรวจอยู่เหมือนกันถึงมันจะทำให้ผมเสียหน้าต่อหน้าเ้าเฮย์สไปบ้าง แต่เพื่อลากคอพวกนี้มาลงโทษผมก็ยอมเพราะพวกมันมีทักษะการปลอมตัวที่แเีจนจับตัวได้ยากที่สุดในยุโรป"
"ผมสังเกตเห็นคุณดูสงบนิ่งผิดปกติในสถานการณ์ที่คนทั่วไปควรจะสติหลุดครับแถมสายตาที่คุณมองผู้ตาย มันไม่ใช่สายตาของแขกแปลกหน้าแต่เป็สายตาของคนที่มีความหลังร่วมกันผมเลยเดาได้ไม่ยากว่าคุณต้องมีเื้ัที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ"ผมตอบกลับพลางเพิ่มแรงล็อกที่แขนเล็กน้อยเพื่อให้ M รู้ว่าอย่าริอ่านขัดขืน
"นี่พวกนาย!มัวแต่จะมาชมกันอยู่ได้ เห็นหัวฉันบ้างไหม" M ตวาดขึ้นมาทำลายบรรยากาศเท่ๆของพวกเราทันที "ภารกิจล้มเหลวก็ซวยพอแล้วยังต้องมาฟังพวกแกอวยกันเองอีกเหรอ!"
"หุบปากซะM!"อีธานะโใส่ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนเธอสะดุ้งเงียบไปทันทีก่อนที่เขาจะตวัดสายตาและปลายกระบอกปืนไปทางโธมัส "และนาย T อย่าคิดแม้แต่จะขยับนิ้วออกจากตรงนั้นเด็ดขาดถ้าไม่อยากให้ะุนัดต่อไปเจาะเข้าที่กลางกบาลแทนตัวปืน!"
"โอเค!โอเค! ฉันไม่ขยับไปไหนทั้งนั้นแหละ!" T รีบชูมือขึ้นเหนือหัวพลางตอบสวนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงลนลาน
"เกี๊ยะ!นายท่านดูสิ เ้าพวกนี้ตอนโดนจับได้นี่จ๋อยเป็มดเลยนะ"เกียร์บินโฉบไปมาพลางหัวเราะเยาะ "แถมเ้าหน้าที่อีธานนี่ก็ดุใช่ย่อยแฮะนายท่านควรจ้างเขามาเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวแทนเ้าอาเธอร์นะเกี๊ยะ!"
อาเธอร์ที่ได้ยินเกียร์พูดสบประมาทแบบนั้นก็หน้าแดงก่ำอ้าปากเตรียมจะเถียงขาดใจเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืน แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อประสาทััของผมก็กระตุกวูบด้วยความรู้สึกผิดปกติอย่างรุนแรงและดูเหมือนประสาทััของเกียร์จะไวกว่าผมมันะโก้องออกมาทันที
“เ้านาย!ระวัง!”
สิ้นเสียงเตือนกระจกหน้าต่างภัตตาคารแตกกระจายละเอียดเป็ผุยผงพร้อมกับลูกะุปริศนาความเร็วสูงพุ่งฝ่าความมืดเข้ามา เป้าหมายชัดเจนคือหัวของ Mที่ผมล็อกตัวไว้!
ผมไม่รอช้าเหวี่ยงร่างของเธอลงกระแทกพื้นพรมทันทีเพื่อให้พ้นวิถีะุนั่น “เกียร์!ปกป้องเป้าหมาย!”
“รับทราบเกี๊ยะ!”
เ้าอีกาเหล็กตอบรับคำสั่งในเสี้ยววินาทีมันพุ่งทะยานไปอยู่เบื้องหน้าของ T ที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดก่อนจะขยายปีกเหล็กกล้าออกเป็โล่สะท้อนแสงสีทองสว่างจ้าเพื่อรับะุอีกนัดที่พุ่งเข้ามาหมายหัวของT ในจังหวะไล่เลี่ยกัน
เคร้ง!
เสียงหัวะุปะทะโล่เหล็กดังก้องไปทั่วห้องผมรีบกลิ้งตัวไปที่ใต้ขอบหน้าต่างเพื่อหาจุดอับสายตาพลางกวาดตามองออกไปยังตึกฝั่งตรงข้ามที่มืดมิดเพื่อหาตำแหน่งของพลซุ่มยิงขณะที่อีธานที่ปฏิกิริยาไวไม่แพ้กันก็เล็งปืนไปทางหน้าต่างด้วยสายตาคมกริบแต่กลับไม่พบร่องรอยของใครเลยแม้แต่เงา
สุ่มยิงจากระยะไกลงั้นเหรอ?แม่นยำขนาดนี้แถมยังรวดเร็ว... นี่มันไม่ใช่มือสังหารธรรมดาแล้ว!
T และ M ที่รอดตายหวุดหวิดจากการช่วยเหลือของผมและเกียร์ตอนนี้ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ แววตาที่เคยอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวต่อองค์กรที่พวกเขาเคยภักดี
ผมมองพวกเขาสลับกับทิศทางที่ะุพุ่งออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ดูท่า...องค์กรของพวกคุณคงไม่อยากให้พวกคุณเข้าห้องสอบสวนเพื่อคายความลับออกมาสินะ”ผมกระซิบเสียงต่ำ “พวกเขาตั้งใจจะฆ่าปิดปากพวกคุณเดี๋ยวนี้เลย!”
“ระ...เราต้องออกไปจากตรงนี้! พวกมันไม่ยอมหยุดแน่!” M บอกด้วยความหวาดผวา
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง...”ผมเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อให้เธอได้สติ“ผมสั่งให้เ้าหน้าที่แอบล้อมพื้นที่ด้านนอกไว้ั้แ่ก่อนที่ผมจะจับพวกคุณแล้วตอนนี้พวกเขาคงกำลังไล่ล่าคนยิงอยู่”
ไม่นานนักเ้าหน้าที่นายหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ท่านที่ปรึกษาครับ! เราตรวจสอบพื้นที่โดยรอบตึกฝั่งตรงข้ามแล้วแต่ไม่พบร่องรอยของคนยิงเลยครับ ดูเหมือนมันจะถอนตัวออกไปทันทีหลังจากที่ะุสองนัดแรกพลาดเป้า”
M กับ T ที่ได้ยินดังนั้นก็พรูลมหายใจออกมาพร้อมกันราวกับยกูเาออกจากอกแม้จะถูกจับแต่การอยู่ในห้องขังของตำรวจก็ยังปลอดภัยกว่าการตกเป็เป้าสังหารขององค์กรตัวเอง
อีธานเดินเข้ามาหาผมพลางเก็บปืนเข้าซอง“ต้องขอบคุณในความรอบคอบของคุณจริงๆ ครับท่านที่ปรึกษาที่ช่วยวางกำลังพลไว้ข้างนอกล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นเราคงเสียพยานปากสำคัญไปแล้ว”
เขามองไปที่นักฆ่าทั้งสองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น“ผมคงต้องขอตัว M กับ T กลับไปที่หน่วยของผมเดี๋ยวนี้นะครับ ผมมีคำถามมากมายที่รอให้พวกเขาส่งคำตอบอยู่”
ดูเหมือนอีธานจะรีบมากก็นะ... ตามจับมาตั้งนานกว่าจะรวบตัวได้แถมเกือบจะถูกฆ่าปิดปากไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ถึงผมจะยังสงสัยอยากรู้เื่องค์กรนี้มากแค่ไหนแต่คงต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของอีธานจัดการไปก่อน ส่วนรายละเอียดที่เหลือผมค่อยไปเค้นถามจากเขาในภายหลังก็ยังไม่สาย
“โชคดีกับการสอบสวนนะครับคุณอีธาน”ผมกล่าวลาพลางสั่งให้อาเธอร์และเ้าหน้าที่ที่อีกคนช่วยคุมตัวคนร้ายออกไปพร้อมกับอีธานส่วนเ้าหน้าที่ที่เหลือก็อยู่จัดการเคลียร์สถานที่และจัดการร่างของอดีตทหารผู้ล่วงลับ
เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ความสงบเกียร์ที่เพิ่งคลายโหมดป้องกันออกก็เริ่มบินวนรอบตัวผมพร้อมกับบ่นอุบอิบ “เกี๊ยะ!นายท่านดูสิ! ขนนกเหล็กอันเงางามของข้ามีรอยบุบจากะุไปตั้งสองจุด!แบบนี้มันไม่สวยเลยนะเกี๊ยะ! ข้า้าการซ่อมบำรุงด่วน!”
ผมส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะหันไปหาพ่อบ้านเคนที่ยืนรอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล“ผมหวังว่ามาดามเ้าของร้านจะไม่ถือสาเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นในร้านของเธอนะครับพรมเปื้อนไปหน่อย แถมหน้าต่างก็แตกเสียด้วย”
พ่อบ้านเคนหัวเราะเบาๆ“เื่แค่นี้ไม่เป็ปัญหาเลยครับท่านที่ปรึกษา ในทางกลับกันมาดามคงต้องขอบพระคุณท่านอย่างสูงที่ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของร้านเอาไว้ไม่ให้ที่นี่กลายเป็สถานที่ตายเปล่าของอดีตทหารผู้ทรงเกียรติ”
ผมหัวเราะตอบพ่อบ้านเคนเบาๆก่อนจะปรายตาไปเห็นจูเลียนที่แอบหลบอยู่หลังมุมห้องด้วยท่าทางตื่นๆ “จูเลียน...หวังว่าอาหารที่เตรียมไว้จะยังเอาไปอุ่นให้พวกเราทานได้นะ?”ผมถามเขากึ่งขำกึ่งจริงจัง
จูเลียนสลัดคราบความตื่นตระหนกทิ้งไปทันทีเขากลับมาทำท่าทางนอบน้อมในแบบบริกรชั้นเลิศอีกครั้ง “ได้แน่นอนครับท่านที่ปรึกษา!ครัวของเราพร้อมทำมื้อพิเศษให้ท่านใหม่เดี๋ยวนี้เลยครับ!”
เขาผายมือเชิญผมและพ่อบ้านเคนออกไปจากห้องVIPที่เต็มไปด้วยรอยเืและเขม่าปืนเพื่อมุ่งหน้าสู่โต๊ะอาหารตัวใหม่ที่สงบสุขกว่าเดิม
“เกี๊ยะ! งั้นขอสเต็กวากิวชิ้นโตๆ ชดเชยค่าซ่อมขนให้ข้าด้วยนะนายท่าน”
ในขณะที่แสงไฟในภัตตาคารหรูกลับมาสว่างไสวอีกครั้งเพื่อสะท้อนภาพความล้มเหลวของเหล่านักฆ่าทว่าในอีกด้านหนึ่งของเมือง... ณ ตรอกแคบที่แสงตะเกียงส่องไปไม่ถึงมุมมืดแห่งหนึ่งในลอนดอนกลับปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่หนาวเหน็บผิดปกติจนน่าขนลุก
ชายคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในเงามืดนั้นท่าทางของเขาลนลานและเร่งรีบราวกับกำลังหนีปีศาจที่ตามหลอกหลอนในอ้อมแขนของเขากระชับปืนยาวดัดแปลงลำกล้องหนาพิเศษเอาไว้แน่นตัวลำกล้องที่บุด้วยทองเหลืองยังคงมีไอความร้อนกรุ่นและกลิ่นกำมะถันจางๆบ่งบอกว่ามันคือต้นตอของเสียงกัมปนาทและะุที่้าปิดชีพคนในภัตตาคาร
เบื้องหน้าของเขาคือร่างของหญิงสาวลึกลับที่สวมเสื้อคลุมยาวปิดบังมิดชิดั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าเธอยืนหันหลังให้เขาอย่างสงบนิ่งราวกับเป็ส่วนหนึ่งของความมืดมิดในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้
ชายคนนั้นรีบทรุดตัวลงก้มหัวเคารพเธอด้วยความยำเกรงสูงสุดพลางวางอาวุธลงข้างตัวอย่างระมัดระวังก่อนจะรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ
“เรียนหัวหน้า...Mกับ T จัดการสังหารเป้าหมายได้สำเร็จตามคำสั่งครับแต่... แต่พวกเขาถูกจับกุมตัวไปได้โดยเ้าหน้าที่พิเศษอีธาน ฮันท์เลย์และที่ปรึกษาที่ชื่อดัสก์บอร์นครับ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมตรอกนั้นอยู่ครู่หนึ่งหญิงสาวในชุดคลุมไม่ได้หันกลับมามองแม้แต่น้อยแต่เสียงที่เอ่ยออกมานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจและเย็นเฉียบจนบรรยากาศรอบข้างคล้ายจะจับตัวเป็น้ำแข็ง
“นั่นหมายความว่า...นายเองก็ทำงานพลาดด้วยสินะ?”
คำถามสั้นๆแต่แฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันทำเอาชายที่ก้มหัวอยู่ถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ
“ต... ต้องขออภัยด้วยครับท่านหัวหน้า!” ชายคนนั้นรีบละล่ำละลักขอชีวิตมือที่ยันพื้นอยู่สั่นสะท้าน “ผ... ผมขอโอกาสอีกครั้งครับ!ให้โอกาสผมอีกเพียงครั้งเดียว รอบนี้ผมจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!”
หญิงสาวที่ยืนหันหลังอยู่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่บรรยากาศที่กดดันเมื่อครู่จะค่อยๆ สลายไปเธอกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายและสบายๆ ราวกับเื่เมื่อครู่เป็เพียงเื่ลมฟ้าอากาศ
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก... สองคนนั้นน่ะยังไม่รู้ความลับลึกๆขององค์กรเรามากมายขนาดนั้น ปล่อยให้พวกมันอยู่กับหน่วยงานของอีธานไปก่อนเถอะ เผื่อในอนาคตพวกมันจะมีประโยชน์ในฐานะหมากที่เราวางไว้”
“เข้าใจแล้วครับท่านหัวหน้า...”ชายคนนั้นลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่รอดตายมาได้ “แล้ว...เราจะดำเนินการตามแผนขั้นต่อไปเลยไหมครับ?”
“พักไว้ก่อน...” หญิงสาวตอบทันควัน “่นี้องค์กรของเรายังไม่ควรขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้ากองทัพตำรวจลอนดอนกำลังตื่นตัวเกินกว่าที่จะลงมือ”
เธอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสั่งการ“นายเองก็ไปได้แล้ว F... หวังว่ารอบหน้าฉันคงไม่ต้องเห็นความผิดพลาดซ้ำสองอีกนะ”
“ร... รับทราบครับท่านหัวหน้า!”
F รีบถอยห่างออกมาแล้วหายลับไปในความมืดของตรอกอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและแผ่นหลังของหญิงสาวลึกลับที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
หญิงสาวคนนั้นก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ เป็เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่แฝงไปด้วยพิษร้าย
“อีธาน... ไม่คิดเลยว่ารอบนี้นายจะตามพวกเราทัน” เธอรำพึงออกมากับสายลมเย็น“และที่ปรึกษาดัสก์บอร์นสินะ... ดูท่าหลังจากนี้เราคงจะได้เจอกันอีกบ่อยๆ แน่”
เธอหันหน้ากลับมาเล็กน้อยเผยให้เห็นเพียงมุมปากที่เหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่ร่างของเธอจะเลือนหายไปกับความมืดมิดของกรุงลอนดอนราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นั้แ่แรก