ตอนที่ 9 ความแตก
ฉีจิ่งเฮ่าเองก็เหมือนจะประหลาดใจกับท่าทางแปลกๆ ของฮูหยินใหญ่ จึงมองนางอย่างฉงนก่อนจะยิ้ม “ฮูหยินใหญ่ มีเื่อะไรหรือ”
ฮูหยินใหญ่จ้องมองเขา จากมุมของถังชิงหลวนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าฮูหยินใหญ่กำลังกัดฟันอยู่ บริเวณหลังแก้มนั้นกระตุกขึ้นมาทำให้ดูดุดันขึ้นเล็กน้อย
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเจือไปด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ ที่พยายามปั้นแต่งขึ้น “มีเื่จะให้เ้าช่วยหน่อย...ข้าจะฝากของไปให้มารดาเ้า...เ้าตามข้ามาเถอะ ข้าจะเอาของให้เ้าเอง”
ฉีจิ่งเฮ่ากุมหน้าอกไว้แล้วขมวดคิ้ว “ข้ากำลังป่วย ร่างกายไม่ค่อยดี มีสิ่งใดโปรดให้คนรับใช้ไปเอาแทนข้าเถิด ข้าคงต้องขอพักอยู่ตรงนี้สักครู่ขอรับ” มาถึงตอนนี้เขาก็ทำท่าราวกับว่าป่วยหนักขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทั้งยังขยับตัวเหมือนอยากจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็ลุกไม่ไหว
กรามของฮูหยินใหญ่กระตุกขึ้นอีกครั้ง นางพยายามที่จะรักษารอยยิ้มเอาไว้อย่างยากลำบาก “ยังมีข้อความที่จะฝากไปบอกด้วย...คนรับใช้มักพูดไม่ชัดเจน เกรงว่าจะบอกสารผิด อีกอย่างนี่ก็มิใช่เื่ของพวกเขาด้วย เ้าตามมาเถอะ ข้าจะได้สั่งความกับเ้าเอง”
พูดจบก็จ้องฉีจิ่งเฮ่าเขม็ง ดูดึงดันไม่น้อย
ฉีจิ่งเฮ่ามองนางอย่างแปลกใจ แต่ก็พอรู้สึกได้ว่าที่ฮูหยินใหญ่มาหาตนเช่นนี้จะต้องมีเื่แน่ จะไม่ไปคงไม่ได้ จึงทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับอย่างช่วยไม่ได้ “ได้ขอรับ”
พูดจบก็ค่อยๆ ก้าวลงจากตั่ง
เมื่อฮูหยินใหญ่เห็นว่าเขาตอบตกลงแล้วก็หันหลังเดินนำออกไปทันที ตอนที่หันไปยังส่งสายตาจ้องเขม็งมาที่ถังชิงหลวนแวบหนึ่ง แววตาส่งสัญญาณเตือนชัดเจน
ฮูหยินใหญ่เองก็รู้ว่าการกระทำเช่นนี้ของตน สำหรับถังชิงหลวนที่รู้เื่แล้วย่อมไม่อาจปกปิดได้
ถังชิงหลวนไม่พูดอะไร ทำแค่เพียงเก็บเครื่องช่วยฟังของตนเอง แล้วเหลือบมองไปที่ฉีจิ่งเฮ่าเล็กน้อยก่อนจะเม้มปาก ไม่คิดเลยว่าฉีจิ่งเฮ่าก็กำลังมองมาที่นางอยู่เหมือนกัน ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมองมาตรงๆ เลยด้วยซ้ำ!
แววตาของฉีจิ่งเฮ่าเต็มไปด้วยคำถาม รู้ได้ทันทีว่าเขาเห็นสายตาของฮูหยินใหญ่ที่ส่งให้ถังชิงหลวนแล้ว แค่ยังไม่เข้าใจว่านี่มันเื่อะไร
‘ไม่เป็ไร เดี๋ยวไปถึงเรือนหลังแล้วท่านก็จะเข้าใจเอง’
ถังชิงหลวนกล่าวอยู่ในใจ
ฉีจิ่งเฮ่ายังคงจ้องมองนาง อีกทั้งยังเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างที่ทำได้ยากอีกด้วย เหมือนกับว่า้าให้นางช่วยบอกเป็นัยว่าเดี๋ยวจะเกิดอะไรขึ้น! ถังชิงหลวนเม้มปาก ก้มหน้าก้มตาเก็บเครื่องช่วยฟัง ทำเป็ไม่เห็นสิ่งใด
ฉีจิ่งเฮ่าจึงจำต้องเดินตามฮูหยินใหญ่ออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในห้องตอนนี้คนที่สับสนกว่าใครก็คือกู้เย่ว์ซี เขามองตามฮูหยินใหญ่ที่เดินกัดฟันออกไปอย่างแปลกใจ จากนั้นก็มองไปที่ฉีจิ่งเฮ่าซึ่งเดินตามออกไป สุดท้ายจึงมองมาที่นางอย่างสงสัย สีหน้าเหมือนกำลังถามว่ารู้หรือไม่ว่ามีเื่อะไรกัน
ถังชิงหลวนก้มหน้าก้มตาเก็บของเสร็จพอดี นางยกกล่องแล้วลุกขึ้นยืน “ข้าขอตัวไปหาฮูหยินผู้เฒ่าก่อนนะเ้าคะ”
กู้เย่ว์ซีตอบ “อ้อ” ออกมาหนึ่งคำ ครู่หนึ่งจึงเหมือนนึกขึ้นได้แล้วรีบเอ่ยขึ้น “ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังพักผ่อนอยู่ เช่นนั้นข้าไม่ไปแล้วละกัน...”
ถังชิงหลวนพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้อง ทว่าก้าวไปได้เพียงสองก้าวก็พบว่านายท่านใหญ่กำลังเดินเข้ามาในลานบ้าน พอเจอกับนาง นายท่านใหญ่ก็เอามือไขว้หลังแล้วพยักหน้าให้ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่ากู้เย่ว์ซีกำลังเดินออกมาจากห้องจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างแปลกใจ “เ้ามาทำอะไรที่นี่?”
กู้เย่ว์ซีตอบ “เมื่อครู่นี้กำลังจะตรวจอาการให้กับจิ่งเฮ่า...แต่เขาถูกท่านแม่เรียกไปเสียก่อน พวกเราก็เลยออกมาขอรับ”
นายท่านใหญ่เองก็คงจะเห็นสองคนนั้นที่เพิ่งเดินออกไปแล้วจึงพยักหน้า แล้วเอ่ยกับถังชิงหลวนด้วยความเกรงใจเล็กน้อย “หมอหลวงซ่งก็บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าแค่เหนื่อยเกินไป พักสักหน่อยก็จะดีขึ้น คุณหนูถังยังมิได้รับประทานมื้อเที่ยงสินะ ไปหาสาวใช้ซุน บอกให้นางจัดเตรียมให้เ้าเถอะ”
ถังชิงหลวนรีบตอบ “ข้าน้อยรับทราบ นายท่านใหญ่มิต้องเป็ห่วงเ้าค่ะ”
นายท่านใหญ่หันไปพูดกับกู้เย่ว์ซี “เ้าเองก็ไปคอยดูแลด้านนอกหน่อย ยุ่งมาตลอดเช้าข้าเองก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน อยากพักสักนิด”
กู้เย่ว์ซีตอบกลับ “ขอรับท่านพ่อ...”
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียง จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง “ทำอะไร?!”
เป็เสียงที่ดังมากทีเดียว ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างก็ได้ยินกันหมดและฟังออกว่านั่นคือเสียงของฉีจิ่งเฮ่า สีหน้านายท่านใหญ่และกู้เย่ว์ซีดูใไม่น้อย มีเพียงถังชิงหลวนเท่านั้นที่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
นายท่านใหญ่เรียกกู้เย่ว์ซี “เ้าไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น”
ตรงบริเวณระเบียง ฉีจิ่งเฮ่ากำลังก้าวเท้าออกมาด้วยความโมโห ใบหน้าแดงก่ำ แน่นอนว่าจะต้องโกรธอยู่ เขาเดินออกมาจากโถงด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน
กู้เย่ว์ซีเดินเข้าไปพอดีจึงรีบยื่นมือไปคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ “เกิดอะไรขึ้น”
ฉีจิ่งเฮ่าสะบัดออกทันทีแล้วพูดขึ้นอย่างมีโมโห “เ้าก็ลองไปถามแม่เ้าเอาเองเถอะ! ผู้หญิงบ้านเ้าทำเื่...ยังไม่ทันจะคุยกันให้รู้เื่ก็ยื่นมือมาตบตีแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาแน่ใจทั้งที่ยังไม่ทันได้ถามข้าสักคำ?!”
พูดจบแล้วแต่ก็ยังโมโหอยู่ จึงหันไปะโข้ามโถง “ท่านไปถามให้แน่ชัดก่อนเถอะแล้วค่อยลงมือ! หัวของข้า พ่อข้าแม่ข้ายังไม่เคยตีด้วยซ้ำ!” ที่แท้ฮูหยินใหญ่ก็ตีศีรษะเขานั่นเอง ฉีจิ่งเฮ่าถึงได้โมโหแบบนี้
นายท่านใหญ่เองก็เหมือนจะใจนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี “เกิดอะไรขึ้น” ทางห้องโถงฮูหยินใหญ่กำลังเดินออกมาโดยมีสาวใช้สูงวัยประคองอยู่ด้านข้าง นายท่านใหญ่ะโถามทันที “วันดีๆ เช่นนี้เ้าเป็บ้าอะไรขึ้นมา?!”
ฮูหยินใหญ่หน้าแดงก่ำ สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง นางเดินออกมาด้วยอาการน้ำท่วมปาก ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
ถังชิงหลวนแค่มองดูก็รู้แล้ว ฮูหยินใหญ่คงคิดว่าเด็กที่อยู่ในท้องของกู้เซิงโหรวเป็ของฉีจิ่งเฮ่า แต่ดูจากท่าทางของฉีจิ่งเฮ่าแล้ว...หรือว่าไม่ใช่อย่างนั้น เข้าใจผิดกันงั้นหรือ
น่าแปลก ไม่ว่าอย่างไรฮูหยินใหญ่ก็เป็คนดูแลจวนมาสิบกว่าปี จะทำอะไรโดยไร้ความสุขุมรอบคอบเช่นนี้หรือ เหตุใดจึงไม่ถามไถ่ให้ชัดเจนก่อนแล้วจึงค่อยมาจัดการ โดยเฉพาะกับเื่สำคัญขนาดนี้! ตอนที่พูดคุยกับนาง ฮูหยินใหญ่ยังถึงกับบังคับให้นางสาบานด้วยซ้ำ!
แต่พอลองคิดดู บางทีอาจเป็เพราะจู่ๆ บุตรสาวของตัวเองก็ท้องโตขึ้นมา เื่แบบนี้ถือว่าน่าใมิใช่น้อย ทำให้แม้แต่ฮูหยินใหญ่ที่สุขุมรอบคอบมาโดยตลอดถึงกับลนลานขึ้นมาเช่นนี้ จึงมิได้ทำให้เื่ชัดเจนก่อนอย่างนั้นหรือ พอเห็น ‘ผู้ร้าย’ อย่างฉีจิ่งเฮ่าก็เกิดทนไม่ไหวจนต้องลงไม้ลงมือ แบบนั้นใช่หรือไม่
น่าแปลก ถามกู้เซิงโหรวให้แน่ชัดไปเลยก็ได้นี่
อย่าพูดถึงถังชิงหลวนที่กำลังรู้สึกไม่สบายใจเพราะความสงสัยที่คับอกเลย พูดถึงฉีจิ่งเฮ่าที่เดินมานั่งลงบนตั่งใต้หลังคาดีกว่า เขาเอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ทั้งบ้านของเ้าก็เป็แบบนี้! ข้าจะไม่ยอมเป็แพะรับบาปให้กับเื่เลอะเทอะแบบนี้หรอก! ผู้หญิงบ้านเ้าน่ะ...”
“ฉีจิ่งเฮ่า!” นายท่านใหญ่ะโขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทำให้เขาต้องหยุดพูด
ฉีจิ่งเฮ่าหันไปจ้องฮูหยินใหญ่ แม้ในเวลานี้เขาจะโมโหมากแต่ก็มองสถานการณ์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง “ที่แท้นายท่านใหญ่ก็ยังไม่รู้เื่นี้สินะขอรับ”
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่มองออก เพราะคนที่เหลือก็มองออกเช่นกัน นายท่านใหญ่มองฮูหยินใหญ่ที่กำลังตื่นใแล้วถามขึ้นด้วยเสียงมีอำนาจ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?! สาวใช้ของจวนเราทำเื่อะไร คนไหนกัน?! เกิดเื่อะไรที่ถึงกับต้องลงมือตีฉีจิ่งเฮ่า?!”
ฮูหยินใหญ่มีบุตรสาวเพียงคนเดียว แต่นายท่านใหญ่ยังมีบุตรสาวอีกถึงสองคน และเป็บุตรที่เกิดจากอนุภรรยา
ฮูหยินใหญ่กำลังรู้สึกใอย่างหนัก จ้องมองนายท่านใหญ่ด้วยอาการเหมือนอยากพูดแต่ไม่กล้าพูด ถังชิงหลวนยืนอยู่ข้างกู้เย่ว์ซีตรงเข้าไปประคองฮูหยินใหญ่ไว้ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านแม่ อย่าเพิ่งใจร้อนไป มีเื่อะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันเถอะ”
นายท่านใหญ่ตะคอกอีกครั้ง “พูดออกมา!”
ฮูหยินใหญ่ย่อมรู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะพูดตรงนี้ไม่ได้ จึงเดินเข้าไปแล้วเอ่ยต่อนายท่านใหญ่เบาๆ “ท่านพี่...เชิญข้างในเรือนก่อนเถอะเ้าค่ะ”
แน่นอนว่านายท่านใหญ่พอจะดูออกว่านี่มิใช่เื่ธรรมดา จึงไม่ดึงดันบังคับให้ฮูหยินใหญ่พูดในที่ที่มีคนมากมายเช่นนี้ เขาหันหลังแล้วเดินนำเข้าไปในเรือนซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ฮูหยินใหญ่ลอบมองถังชิงหลวนเล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83