ชายหนุ่มจ้องมองสมุนไพรมากมาย ที่เคยอ่านเจอและไม่เคยอ่านเจอในตำราใจก็บังเกิดความยินดีลิงโลด มันที่ชอบในการศึกษาปรุงยาเป็ทุนเดิมจึงสนใจสมุนไพรเหล่านี้ไม่น้อย ขณะที่กวาดตามองไปรอบๆสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับต้นไม้ชนิดหนึ่งต้นสูงสองฉื่อลำต้นเล็กเปล่งแสงสีเขียวมรกตประกายระยิบระยับดูงดงามแผ่กลิ่นไอแห่งชีวิตออกมาอย่างล้นหลามผู้ใดที่ได้ััจะรู้สึกสบายกายไปถึงดวงจิต
ชายหนุ่มเกิดความพึงพอใจในต้นไม้นี้อย่างบอกไม่ถูกยิ่งมองก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของบางสิ่งในกาย คล้ายว่ามันเชื่อมต่อถึงกันได้และเมื่อหนิงเฟยหลงเข้าไปใกล้ ต้นไม้ต้นนั้นก็ยิ่งเปล่งแสงมรกตเข้มขึ้นกว่าเดิมและพลังชีวิตที่แผ่ออกมาก็มากกว่าเดิม
หนิงเฟยหลงไม่ค่อยเข้าใจกับเหตุการณ์นี้เท่าไหร่นักรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง เหมือนว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากตัวมันและต้นไม้สีมรกตนั่น
“พวกท่านรู้จักต้นไม้นั่นหรือไม่”หนิงเฟยหลงถามพลางชี้ไปทางที่ต้นไม้ที่เปล่งแสงสีเขียวมรกตอยู่
พวกองครักษ์หันไปมองทางที่ชายหนุ่มชี้ไป ชงหยางคิดชั่วครู่จึงตอบ“พวกข้าน้อยไม่แน่ใจนักมันคงจะเป็...ต้น...ต้นชีวิตโลกาในคัมภีร์พฤกษา์ได้กล่าวไว้ว่า มันเกิดมาจากพลังแห่งโลกดูดซับพลังของโลกไว้ ในขณะที่เป็เมล็ดอยู่ใช้เวลาดูดซับนับพันปีจึงจะเริ่มกลายเป็ต้นขนาดย่อมสูงหนึ่งชุ่นและทุกๆหนึ่งพันปีจะสูงขึ้นทีละหนึ่งชุ่น”ฟังถึงตรงนี้แววตาของทุกคนต่างทอประกายขึ้นมา
“โอ้!”ชงหยางกล่าวไม่ทันจบก็มีเสียงแทรกขึ้นมา“เช่นนี้ต้นเล็กๆนี่ก็ไม่ใช่อายุสองหมื่นกว่าปีหรอกรึเนี่ย!”ชงเป่าและพวกที่เหลือถึงกับตกตะลึง!ต้นเท่าเนี่ยอายุตั้งสองหมื่นกว่าปี!
“พี่ชงหยางกล่าวต่อ” หนิงเฟยหลงมองดูต้นชีวิตโลกาอย่างสนอกสนใจ
ชงหยางพยักหน้าตอบรับแล้วกล่าวต่อ“ต้นชีวิตโลกามีประโยชน์สำหรับผู้ฝึกยุทธ์มาก หากได้ฝึกฝนพร้อมดูดซับพลังบริสุทธิ์นี้เข้าไปจะทำให้จิตใจมั่นคงสงบนิ่งฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วพลังยุทธ์เพิ่มพูนมันเป็สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ขอบเขตแดนพลัง ที่้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแดนพิภพ้าเป็อย่างมากมันจะช่วยทะลวงขอบเขตได้อย่างง่ายดาย”เมื่อรับฟังจบหน้าของพวกมันก็อยู่ในอาการตะลึงลาน!
ทะลวงขอบเขตอย่างง่ายดาย!!!
เดิมทีการทะลวงระดับนั้นยากแล้ว ขอบเขตชั้นสูงนั้นไม่ต้องกล่าวถึงจากขอบเขตแดนกายเข้าสู่ขอบเขตแดนพลังได้ก็นับว่าเก่งกาจแล้วถึงอย่างนั้นก็ต้องใช้เวลานับเป็ปีในการทะลวงขอบเขตแดนพิภพเล่าย่อมต้องเป็ขอบเขตที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วหล้าใฝ่ฝัน เป็ขอบเขตที่ควบคุมชะตาชีวิตของคนทั่วปฐี! หากแต่การที่จะเข้าไปอยู่ขอบเขตนั้นยากนัก จำเป็ต้องมีพลังที่เปี่ยมล้นและเริ่มรับรู้ถึงพลังของฟ้าดินให้ได้
ผู้ฝึกยุทธ์มากมายไม่สามารถที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตแดนพิภพได้ทำให้มีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพเพียงหนึ่งในหลายสิบล้านคนได้ในทวีปหนานโจวนับเป็ตัวเลขอันน้อยนิดแต่ก็ทำให้แผ่นดินสั่นะเืได้
ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหนิง ก็มีจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพอยู่นั่นคือ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันนาม‘หนิงเทียน’ถึงแม้จะมีขอบเขตแดนพิภพเพียงคนเดียวแต่ตระกูลหนิงกลับมีอำนาจอย่างกว้างขวางอาณาเขตกว้างใหญ่ทางตอนใต้ของแคว้นเยว่นับพันนับหมื่นลี้และชนชั้นพิภพยังนับเป็เสาหลักของแคว้นอีกด้วย สิ่งนี้เป็เครื่องยืนยันว่า บุคคลที่อยู่ในขอบเขตแดนพิภพนั้นย่อมเป็ผู้ที่อยู่แนวหน้าของแคว้นไม่สิ! ของทวีปแน่นอน!!
“ถ้าข้าได้ต้นชีวิตโลกากลับไปที่ตระกูลละก็...คงจะดีไม่น้อย......ไม่สิมันต้องดีมากแน่ๆ!” ชายหนุ่มคิดหาวิธีที่จะต้นชีวิตโลกาแต่ก็จนปัญญาด้วยสัตว์อสูรที่เฝ้าอยู่รอบๆ“เฮ้อ..นี่ถ้าข้าแข็งแกร่งมีพลังยุทธ์....ช่างมันเถอะ”หนิงเฟยหลงนึกถึงเื่ราวในอดีตขึ้นมาสีหน้าก็หม่นหมองลงในใจพลันเจ็บแปล๊บจุกที่หน้าอก มันแหงนหน้าขึ้นจ้องมองท้องฟ้าที่ดวงอาทิตย์เริ่มจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกขอบฟ้านี่มันใกล้จะเย็นแล้ว!
จากนั้นสีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้น “ทุกคนเราต้องเร่งมือตรงนี้ยังไม่ใช่จุดที่มีสมบัติเราต้องเข้าไปอีกก่อนจะมืด!” หนิงเฟยหลงรีบออกคำสั่งเดินนำหน้าขบวนต่อไป ขบวนของชายหนุ่มเดินทางอย่างทุลักทุเลเข้าไปในส่วนลึกของป่า
ในที่สุดชายหนุ่มก็หยุดเดิน นั่นเพราะมันเข้ามาถึงส่วนลึกของป่าแล้วและสิ่งที่อยู่ข้างหน้านั่นคือ วิหารโบราณที่ค่อนข้างเก่าแก่ เหมือนว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ทว่าในวิหารได้ปลดปล่อยพลังบางอย่างออกมา ที่มีแรงกระเพื่อม!สร้างความกดดันทั่วบริเวณโดยรอบ ทำให้พวกมันต้องสั่นสะท้าน!!