ไม่ลงรอย
“นี่นะของฝากจากพี่ดิน ตุ๊กตาหมีนี่นะคะ ทีพี่นะได้นาฬิกาเรือนเป็หมื่นๆ แต่พี่ดินซื้อของราคาแค่พันกว่าบาทให้น้องดาวเหรอคะ น้องดาวโป้งพี่ดินแล้วจริงๆ ด้วย คอยดูนะ ตอนกลับจากไปเรียนที่อังกฤษ น้องดาวจะไม่ซื้ออะไรมาฝากพี่ดินเลยแม้แต่อันเดียว ชิ!”
ปัถพีกับทุกคนที่นั่งรอบโต๊ะอาหารเย็น จ้องมองน้องเล็กของบ้านนั่งเบ้หน้าใส่ตุ๊กตาหมีสก็อตติสไพเพอร์[1]ในมือด้วยความขำไปตามๆ กัน
“ครับ”
เขาตอบแค่นั้น แล้วก็ยิ้ม เพราะอยากแกล้งเด็กดื้อแถมเอาแต่ใจขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ และอยากบอกให้รู้ว่า พี่ดินคนนี้ ไม่ชอบให้น้องเล็กมาใช้อำนาจบาตรใหญ่ใส่ ถ้าอยากให้ทำอะไร ก็ต้องขอหรือบอกกันดีๆ ห้ามสั่ง ซึ่งคนทั้งบ้านต่างรู้กันทั่ว จะยกเว้นก็แต่น้องเล็กของบ้านเท่านั้น
“ขี้งก!”
น้องเล็กไม่วายกระแทกเสียงใส่ด้วยความขุ่นเคือง แต่มือนั้นไม่ยอมวางเ้าหมีสะพายปี่ด้วยซ้ำ เพราะถือคติที่ว่าดีกว่าไม่ได้อะไร แต่ในใจนั้นคาดโทษพี่ใหญ่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“ถ้าน้องดาวไม่อยากได้ เอามาให้พี่สิ เดี๋ยวจะเอาไปฝากสาวๆ เอง”
ชัยชนะผู้มีเวลาได้อยู่กับครอบครัวน้อยนิด เนื่องจากกำลังเรียนแพทย์ปีสี่อยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[2] ยิ่งเรียนสูงยิ่งหาเวลาว่างได้น้อยมาก แต่เขาก็มีความสุขเมื่อได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก
และพ่อแม่ก็ไม่เคยขัดขวาง ตรงกันข้ามกลับสนับสนุนด้วยซ้ำ แม้อีกใจจะห่วงกิจการของพ่อไม่น้อย แต่เขาก็อุ่นใจเมื่อมีพี่ใหญ่มาช่วยอยู่แล้ว ต่อให้ยายคอยพูดกรอกหูต่างๆ นานา ว่าไม่ให้ไว้ใจพี่ชายใหญ่ของบ้านยังไง
แต่เขาก็เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง ว่าพี่ต่างสายเืคนนี้ จะไม่ทำเื่ไม่ดีให้กับครอบครัวเขาแน่ และเขาก็รักพี่คนนี้ไม่ต่างจากรักน้องทั้งสองเลยด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่ยายพูดอะไรไม่ดี เขาจึงได้แต่ยิ้มให้ยายแล้วปล่อยผ่านไป
“เื่อะไรน้องดาวจะให้พี่นะล่ะคะ”
“งั้นก็อย่าบ่นสิจ๊ะ”
“ใครจะเหมือนพี่นะล่ะคะ ได้นาฬิกาแพงๆ แล้ว ก็พูดได้สิคะ ชิ!”
“ขี้บ่นจังเลยนะเรา ถ้าไม่เอาก็ให้พี่ได้ พี่ก็จะเอาไปให้สาวๆ เหมือนกัน ของฝากจากนอกใครจะไม่ชอบกันจ๊ะ มีแต่น้องดาวนี่ล่ะ บ่นไม่หยุดเลย”
ชัยธวัธเหน็บด้วยใบหน้าเจือยิ้มไม่ห่างหาย เพราะเป็คนอารมณ์ดี ใจเย็น เห็นอะไรเป็เื่ง่ายๆ ไปหมด นิสัยนี้ทุกคนรู้ดีว่าได้มาจากคุณปู่ชัยแบบเต็มๆ ตอนเด็กก็มักจะขลุกอยู่กับท่านประจำ ท่านมักจะเล่นเปียโนให้ฟังทุกวัน จึงไม่แปลกที่เขาจะรักดนตรี รักเสียงเพลง จนตัดสินใจกำลังเรียนดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก ปีสอง ในมหาวิทยาลัยมหิดล[3]
“ไม่ต้องเลยพี่วัธอะ ได้ปี่สก๊อตซ์ราคาตั้งเกือบห้าหมื่นแล้วก็พูดได้สิ”
“ก็เรายังเด็กนี่นา เล่นของแพงๆ เดี๋ยวเสียหายหมดกันพอดี กินข้าวเถอะ มัวแต่คุย พี่ดินหิวแย่แล้ว”
ชัยยุทธ์ปรามลูกสาวพร้อมกับยิ้มน้อยๆ แววตานั้นอ่านได้โดยง่ายว่ารักและเอ็นดูลูกสาวยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
“คุณพ่อก็อีกคน ได้ปากกาด้ามละเป็หมื่นๆ คุณแม่ก็ได้น้ำหอมขวดละเป็หมื่นๆ คุณยายก็ได้ชุดกาแฟเครื่องเงินราคาเป็หมื่นๆ จากร้านหรูในย่านถนนรีเจนน์ มีน้องดาวได้หลักพันอยู่คนเดียว น้องดาวโป้งพี่ดินแล้วจริงๆ ด้วย ชิ!”
“ของน้องดาวพี่ก็ซื้อจากห้างแฮร์รอดส์[4]เชียวนะครับ”
ริมฝีปากที่เคลือบไว้ด้วยลิปกรอสนั้นเบ้น้อยๆ ใส่พี่ใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของพ่อผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะ นิ้วโป้งซ้ายก็ยกขึ้นยื่นไปทางพี่ด้วยความขุ่นเคือง แต่ทุกคนกลับเห็นเป็เื่ขบขันไปเสียอย่างนั้น ไม่ถือเอานิยายใดๆ เลย นั่นยิ่งทำให้ขุ่นเคืองหนักเข้าไปอีก
“พรุ่งนี้คุณพ่อเข้าออฟฟิศกี่โมงครับ”
ปัถพีนั้นแม้จะขำและรู้ว่าตัวเองแกล้งน้องเล็กเกินไปหน่อย แต่ก็อยากสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้ขอบเขตหรือรู้ว่าใครเป็ใครเอาไว้ก่อน เพราะน้องถูกทุกคนในบ้านตามใจมากมาย จนเขากลัวว่าจะเสียเด็กไปแล้ว เลยเลือกที่จะไม่ให้ความสนใจน้อง แล้วหันไปหาพ่อ ขณะหย่อนกุ้งนึ่งลงไปถ้วยน้ำจิ้มรสเด็ด
“วันจันทร์ก็ต้องไปเช้าหน่อย พ่อมีประชุมตอนแปดโมง”
ชัยยุทธ์กำลังมองปลานึ่งบ๊วย ที่ดุจเดือนตักมาใส่จานให้หันไปมองลูกด้วยความสงสัย
“ดินถามทำไมเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมจะได้ตื่นให้ทันไปพร้อมคุณพ่อไงครับ”
“เอ้ย! เพิ่งมาได้แค่วันเดียว จะทำงานเลยเหรอ พ่อว่าพักสักอาทิตย์สองอาทิตย์หรือไม่ก็สักเดือนเลยไม่ดีกว่าเหรอ กว่าจะจบดอกเตอร์ไม่ใช่ง่ายๆ นะ แล้วทำงานที่นั่นก็เหนื่อยแสนเหนื่อย”
“ไม่เป็ไรครับ คุณพ่อลืมไปแล้วเหรอครับ ว่าผมจบนานแล้ว ทำงานที่นั่นตั้งสองปี หายเหนื่อยไปตั้งนานแล้วครับ ตอนนี้อยากไปช่วยงานคุณพ่อเร็วๆ มากกว่าครับ”
“แม่ว่าก็ดีนะพ่อยุทธ์ มีคนไปช่วยจะได้ไม่เหนื่อย ไม่ต้องโหมงานหนักเหมือนเมื่อก่อนไงล่ะจ๊ะ นายดินยังหนุ่มยังแน่น ทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่เหนื่อยหรอก ดีแล้วล่ะที่รีบไปทำงาน เข้าตำราที่ว่าอยู่บ้านท่านไม่นิ่งดูดาย แม่ชอบ”
ชัยยุทธ์ไม่ค่อยจะชอบใจในน้ำคำของแม่ยาย ที่มีต่อลูกชายนอกสายเืของเขาเอาเสียเลย แต่ก็ไม่อยากใส่ใจหรือไม่อยากว่าอะไร เพราะเกรงใจภรรยา อีกทั้งก็ไม่อยากถือสาคนแก่ ที่มักจะหวงสมบัติพัสถานเอาไว้ให้ลูกหลานในไส้ด้วย เขาเลยเงียบ ปัถพีเองก็ทำแบบเดียวกับพ่อราวกับรู้กัน
“ดินลองกั้งทอดกระเทียมสิจ๊ะ แม่สั่งให้ป้าใจเลือกเอาแต่ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยนะ กินเยอะๆ ให้สมกับที่ไม่ได้อยู่บ้านหลายปี นี่ๆ เดี๋ยวแม่แกะให้”
ดุจเดือนดูเหมือนจะเข้าใจทั้งสามีและแม่ของตัวเองไม่น้อย ว่าต่างรู้สึกยังไง และยังเข้าใจลูกนอกไส้อีก เลยรีบเอาอกเอาใจเป็การชดเชย
“คุณแม่แกะให้พี่ดินคนเดียวเหรอคะ ไม่แกะให้น้องดาวด้วยเหรอคะ”
ทุกคนไม่วายหันไปมองใบหน้าเล็กเรียว ที่กำลังบูดบึ้งน้อยๆ เมื่อมองไปหาแม่ ผู้กำลังกุลีกุจอเอาอกเอาใจพี่ใหญ่จนลืมลูกคนเล็กไปเสียสนิทใจเลย
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ เอกซ์หก แล่นเข้าไปจอดในช่องผู้บริหารระดับสูง ใต้อาคารบีบีแอล สูงสามสิบแปดชั้น กระเป๋าเอกสารหนังแท้ ถูกอุ้งมือหนาคว้าไปถืออย่างรวดเร็ว พอๆ กับสองเท้าก็ก้าวไปหาลิฟต์อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน เพื่อจะได้มีเวลาทำธุระส่วนตัว ก่อนเข้าประชุมกับคณะกรรมการบริษัทสักสิบนาที
“สุนเตรียมเอกสารไว้บนโต๊ะแล้วนะคะ จะรับเครื่องดื่มเย็นๆ ก่อนมั้ยคะ”
พอมาถึงชั้นสามสิบแปด สุนทรีย์ผู้เป็เลขาหน้าห้อง ก็รีบกุลีกุจอต้อนรับอย่างดี ด้วยการตรงมาช่วยหิ้วกระเป๋า เดินนำไปหาประตู มีป้ายทองเหลืองอักษรสีดำเขียนเอาไว้ว่า ‘Executive Vice President International Business Unit’[5] เขาพยักหน้ารับเพื่อเป็การขอบคุณ แล้วรีบเข้าไปหาเอกสารด้านใน
คว้าหนึ่งในห้าแฟ้มติดมือมาด้วย ขณะเดินออกไปเข้าห้องน้ำ เพราะอยากใช้เวลาอันน้อยนิดในนั้นอ่านด้วย พอออกมาก็มีชาเย็นกับขนมตาลวางรออยู่แล้ว หูนั้นฟังเลขารายงานความคืบหน้าระหว่างออกไปคุยกับลูกค้าข้างนอก มือหนึ่งนั้นถือแฟ้มควบคู่กับการอ่านไป อีกมือส่งขนมเข้าปากตามด้วยยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ
รู้ดีว่าการประชุมคณะกรรมการจะยืดยาวไปถึงค่ำ หรือไม่ก็ดึก เพราะจะต้องถูกผู้ใหญ่ลากไปเปิดหูเปิดตาต่อเป็แน่ เลยอยากทำให้ท้องอิ่มไปก่อน จะได้มีสมาธิในการทำงาน กันพลาด กันถูกคนไม่ชอบหน้าคอยมาขัดแข้งขัดขา ซึ่งสมัยเขามาทำงานตอนเรียนในเมืองไทยนั้นไม่มี
แต่พอพ่อเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วมีผู้ถือหุ้นอื่นเข้ามาเกี่ยวด้วย และเขาถูกมองว่าอายุกับประสบการณ์นั้นน้อยสุด หากจะเทียบกับตำแหน่งที่สูงเกินหน้าเกินตาคนอื่น จึงไม่แปลกที่จะมีคนหมั่นไส้ หรือมีคนมาคอยสกัดดาวรุ่ง หรือคอยเลื่อยขาเก้าอี้อยู่อย่างต่อเนื่อง
“มันจะใหญ่มาจากไหนนักหนาวะ กับอีแค่เด็กจรจัดที่คุณยุทธ์เก็บเอามาเลี้ยง คุณยุทธ์ก็คงไม่ได้อะไรกับมันนักหรอก ถือว่าตัวเองจบดอกเตอร์เลยทำเป็กร่าง ทำเป็อวดเก่งไปเท่านั้น สักวันฉันจะจัดการให้มันกระเด็นออกไปเลี้ยงวัวอยู่ที่ฟาร์มใดฟาร์มหนึ่งของบริษัทให้ได้”
นั่นคือคำพูดของบางคนที่กระเด็นมาเข้าหู ซึ่งฟังดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าเขาเอามากๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะเสียเวลาไปต่อปากต่อคำ เลยขอเลือกเอาการกระทำที่สำคัญกว่าคำพูดมาไว้ต่อสู้ดีกว่า อย่างน้อยๆ ก็มีผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนรักและเมตตา ไม่ได้ใจคนพวกนี้ก็ไม่เห็นจะเป็อะไร
ชายหนุ่มวางแฟ้มในมือลง แล้วคว้าอีกแฟ้มที่มีชื่อติดไว้บนนั้นว่า ‘งบการเงิน/ผลประกอบการของ บริษัท บีแอลแอล โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)’ ขึ้นมาอ่านต่อและอย่างรวดเร็ว เพราะสิบนาทีที่มีนั้นใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว เขาไม่อยากให้พ่อต้องเสียหน้าหรือถูกคนอื่นมองไม่ดีถ้าเขาไปสาย แม้พ่อจะอยู่ในตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร[6] และถือหุ้นใหญ่สุดก็ตาม
อีกทั้งไม่อยากให้เขตทัต ผู้อยู่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ[7] และเคยเป็พี่เลี้ยงให้เขามาั้แ่เริ่มก้าวเข้ามาช่วยงานในบริษัท แบบไม่เต็มตัวกระทั่งถึงตอนนี้ต้องผิดหวัง เพราะเขตทัตจะเคร่งครัดในเื่ตรงต่อเวลามาก ซึ่งเขาเองก็ยึดถือแบบเดียวกันมาโดยตลอด นั่นทำให้ไม่มีปัญหาเลย ตอนทำงานอยู่ในอเมริกาหลังจบดอกเตอร์ก็เช่นกัน
พ่อนั้นหมายมั่นปั้นมือจะให้เขาขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการภายในแปดถึงสิบปีนี้ หลังจากเขตทัตเกษียณ แล้วจะต้องขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาต่อไป
ซึ่งเขตทัตเองก็เคยบอกเขา นับั้แ่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามาทำงานเต็มตัวหลังกลับจากอังกฤษ แต่เป็การรู้กันแค่ไม่กี่คน เพื่อไม่ให้คนอื่นที่หมายปองตำแหน่งนี้ไม่พอใจ
“มีอะไรส่งไลน์ไปได้เลยนะครับพี่สุน”
เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แล้วหอบแฟ้มทั้งหมดเดินตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ เจอพ่อตอนออกจากห้องทำงานมาพอดี แววตาที่พ่อมองเขานั้น สื่อได้ว่าห่วงใยยิ่งชนิดไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ ด้วยซ้ำ
เขายื่นมือไปรับแฟ้มจากพ่อมาช่วยถือด้วยความหวังดีและอยากแบ่งเบาภาระ แม้จะเป็เพียงเื่เล็กน้อยยังไงก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสเขาจะไม่รีรอที่จะทำเลย
“อ้าว! มากันแล้วเหรอครับสองพ่อลูก”
มนัสผู้อยู่ในตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร[8] นั่งอยู่ในห้องก่อนแล้วเงยหน้าจากแฟ้มมาทักทายกับยิ้มให้ ปัถพียกมือไหว้ด้วยท่าทีนอบน้อม เขาทำแบบนี้กับทุกคน
แม้แต่พนักงานตำแหน่งต่ำกว่า แต่มีาุโกว่า เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็ลูกเ้าของบริษัทด้วยซ้ำ เขาจะเอาตัวเองไปวางไว้ในฐานะลูกจ้างทั่วไปแทนเสมอ
“สวัสดีครับพี่ยุทธ์ พี่นัส ผมไม่ได้มาสายใช่มั้ยครับ”
เดชาผู้อยู่ในตำแหน่งประธานกรรมการตรวจสอบ และตำแหน่งกรรมการอิสระเข้ามาเป็คนต่อไป ปัถพีรีบยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม แล้วเลื่อนเก้าอี้ให้ในฐานะตัวเองอายุน้อย และตำแห่งต่ำสุดในทีม แต่เขาก็จะเลือกปฏิบัติกับคนที่หยิบยื่นมิตรไมตรีให้เท่านั้น
“โอ้ว! เราสองคนอุตส่าห์มาเร็ว ยังมีคนมาก่อนอีก”
ส่วนคนที่มองเขาในทางอคติ หรือเหยียดหยันถึงชาติกำเนิดเขาให้ได้เห็นบ่อยครั้งอย่างประทีป ผู้อยู่ในตำแหน่งกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระนั้น เขาทำแค่ยกมือไหว้แล้วไม่ขอยุ่งอะไรด้วย
เอาแต่ก้มหน้าสนใจกับเอกสาร เพราะจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ และแม้จะถูกว่าตรงๆ เกี่ยวกับงานที่เขารับผิดชอบอยู่ยังไง เขาก็จะพยายามไม่ตอบโต้
“งั้นวันหลังเราต้องมาเร็วกว่านี้นะครับท่าน”
ปารณเอ่ยด้วยท่าทีใจเย็นและด้วยท่าทีนอบน้อม แม้เขาจะอยู่ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการสายงานการผลิต[9] ในวัยสามสิบห้า ทำงานในบริษัทมาสิบสามปี หรือั้แ่เรียนจบปริญญาจากออสเตรเลียมากับตำแหน่งพนักงานธรรมดา ไต่เต้าขึ้นจนได้เป็ผู้บริหารระดับสูง เงินเดือนหลายแสนบาท
แถมยังเป็หนึ่งในสามคนที่พ่อต่างสายเืของเขาอุปถัมภ์ค้ำชูมาั้แ่เรียนจบชั้นประถมในต่างจังหวัด เพราะฐานะทางบ้านยากจน แม้พ่อแม่จะเป็พนักงานในบริษัทแต่ก็ไม่อาจจะส่งเสริมลูกชายคนโตอย่างปารณให้ไปไกลกว่านั้นได้ และดูเหมือนปารณจะมาไกลกว่าคนที่ถูกอุปถัมภ์ในสายตาของปัถพี
เพราะสองคนนั้นเรียนจบปริญญาตรีในประเทศ จบแล้วก็เข้าทำงานในบริษัทย่อยใกล้ภูมิลำเนา และมีครอบครัวไปแล้ว ผิดกับปารณที่ดิ้นรนจนได้ไปเรียนต่างประเทศ กลับมาก็ทำงานบริษัทย่อยไม่กี่ปี ก็ได้ย้ายเข้ามาทำในสำนักงานใหญ่ เพราะเป็คนขยันบวกทะเยอทะยานในสายตาเขา
นั่นทำให้เขาไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ ด้วยััได้ถึงความไม่เป็มิตรั้แ่เขาเข้ามาทำงานในตำแหน่งบริหารระดับเดียวกันแล้ว และรู้ๆ กันอยู่ว่า ปารณเองก็หมายตาตำแหน่งกรรมการผู้จัดการไว้เช่นกัน
พอมีเขาเข้ามาทำงานเลยไม่เป็ที่พึงพอใจของอีกฝ่ายั้แ่นั้น เขาจึงต้องระมัดระวังการทำงานทุกอย่างไม่ให้พลาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและจะส่งผลถึงวันข้างหน้า
แม้พ่อจะสามารถยกตำแหน่งนี้ให้เขาได้แบบสบายๆ เลยก็ตาม แต่ก็ต้องคำนึงถึงจิตใจของคณะกรรมการบริษัท เพราะถ้าได้คนไม่เก่ง ประสบการณ์น้อย หรือมือไม่ถึง ก็จะส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงมาหาบริษัทอยู่ดี และแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูง หรือก้าวหน้าเร็วยังไง
“น้องๆ ไม่มีใครอยากเข้ามาทำงานในบริษัทแล้ว ยกเว้นน้องดาว แต่ก็เป็ผู้หญิง คงทำอะไรได้ไม่มากหรือทำได้ไม่นาน ก็ต้องแต่งการแต่งงาน พ่อก็มีแค่ดินนี่ล่ะ ที่เป็ความหวัง แล้วพ่อก็เชื่อว่า ดินจะเดินตามรอยพ่อทุกอย่าง พ่อมีััพิเศษนับั้แ่เจอหน้าดินครั้งแรกแล้ว ซินแสเองก็บอกพ่อไว้แบบนั้น ดินอย่าทำให้พ่อผิดหวังนะ”
นั่นคือคำบอกแรกของพ่อ ตอนเขาเข้ามาทำงานในบริษัทเมื่อสองปีก่อน แม้ว่าเขาจะเกลียดการแข่งขัน หรือเกลียดการถูกมอง ถูกนินทาต่างๆ นานาทั้งที่มีคนมาบอกและได้ยินกับหูตัวเอง
ว่าเป็ลูกบุญธรรม มีภูมิหลังเป็เด็กจรจัดมาก่อนยังไง แต่เขาก็ไม่เก็บมาใส่ใจ แล้วเดินหน้าตอบแทนผู้มีพระคุ้นล้นหัว เพราะถ้าไม่มีพ่อ ป่านนี้เขาก็อาจจะระหกระเหินอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรืออาจจะไม่มีชีวิตรอดมาจนป่านนี้ก็เป็ได้
“ยอดเซลควอร์เตอร์[10]นี้ขึ้นมาอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ต้องยกความดีให้ดินนะ ขอบคุณมากเลย และหวังว่าควอร์เตอร์หน้าจะเพิ่มขึ้นอีกนะดิน”
สมภพ ผู้เป็หนึ่งในคณะกรรมการบริษัท[11]อมยิ้มน้อยๆ ขณะมองไปมาหา สองมือของเขาก็รีบยกไหว้ขอบคุณคำชมนี้อย่างนอบน้อม ซึ่งเป็อะไรที่ผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนชอบใจ
“แต่ถ้าไม่ได้ ดินจะอดโบนัสนะ”
ชัยยุทธ์แซวกลับด้วยท่าทีไม่จริงจังนักในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเขาแล้ว รู้ดีว่าพ่อกำลังสอนว่าอย่าอยู่
“ครับท่านประธาน”
เขารับคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และมักจะเรียกพ่อแบบนี้เวลาอยู่ในห้องประชุม หรือต่อหน้าคนอื่น ด้วยไม่อยากให้ความใกล้ชิดมาทำให้เสียการปกครอง
“งั้นเป็อันว่าปิดประชุม แล้วเราไปต่อที่ผับดีกว่านะ นานๆ ทีจะหนีเมียมาได้ ต้องใช้เวลาให้คุ้มหน่อย”
สมภพเ้าเดิมเอ่ยติดตลก ทำเอาทุกคนหัวเราะครืน แล้วต่างรีบลุกจากเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า เพราะประชุมยาวนานถึงสี่ชั่วโมง จึงถึงเวลาที่จะได้ไปผ่อนคลายบ้างแล้ว
=======================
โปรเด้งๆ มาแล้วจ้า รีบโหลดเลยจ้า
shorturl.at/hoR18 <=ร้อยรวยใจ ลด 43% 400 เหลือ 229 อีก 6 วัน
shorturl.at/dMSU1 <=เหลี่ยมอสูร ลด 54% 149 เหลือ 69 อีก 7 วัน
shorturl.at/yDEH2 <=ราคีสีชมพู ลด 47% 149 เหลือ 79 อีก 7 วัน
shorturl.at/dfBLW <=เมียทาสสวาท ลด 41% 388 เหลือ 229 อีก 7 วัน
shorturl.at/kHTX8 <=วิมานมาร์คีย์ ลด 39% 311 เหลือ 189 อีก 7 วัน
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
