ค่ำคืนอันเงียบสงัดมาเยือนบ้านตระกูลหลิวอีกครั้ง แสงเทียนริบหรี่เพียงดวงเดียวที่ถูกจุดไว้ในห้องนอนเพียงห้องเดียวของบ้าน ทิ้งให้ส่วนที่เหลือจมอยู่ในเงามืดอันอบอุ่น คุณนายหลิวอี้ จัดเตรียมที่นอนบนพื้นไม้เก่าๆ อย่างคุ้นเคย ผืนผ้าบางๆ ที่ใช้รองนอนถูกปูเรียงกันเป็สามแถว โดยมี หลิวฉิง กับลูกน้อยวัยทารกของนางนอนอยู่ริมสุดติดกำแพงด้านหนึ่ง ถัดมาคือพื้นที่สำหรับคุณนายหลิวอี้ ส่วน หวังฉี นั้นได้พื้นที่ริมสุดอีกด้านหนึ่งติดกับผนังห้อง
เมื่อทุกคนล้มตัวลงนอน ความเงียบก็เข้าปกคลุม มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหลิวฉิงและเสียงครางแ่เบาของทารกน้อย หวังฉีนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนัง พยายามสงบจิตใจให้สงบ แต่ในอกกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะควบคุมได้ เขารับรู้ถึงความใกล้ชิดของเรือนร่างอันอ่อนนุ่มของสองแม่ลูกที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่คืบ
ร่างของ คุณนายหลิวอี้ ที่นอนอยู่ตรงกลางนั้นถูกปกคลุมด้วย ผ้าห่มผืนบางเบา ที่เผยให้เห็นรูปทรงที่งดงามเกินกว่าหญิงวัย 47 จะมีได้ บั้นท้ายอันอวบอิ่มสมบูรณ์แบบ ที่ถูกกระแสลมเย็นพัดผ่านอย่างแ่เบา ยิ่งขับเน้นส่วนโค้งส่วนเว้าให้ดูน่าปรารถนา ชวนให้สายตาของหวังฉีไม่อาจละไปได้ ผ้าเนื้อบางแนบไปกับผิวเนื้อ ราวกับเป็การเชิญชวนให้จินตนาการโลดแล่น เขาจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่กะพริบตา ราวกับจิตรกรที่กำลังดื่มด่ำกับผลงานชิ้นเอกตรงหน้า มันเป็ภาพที่ผสมผสานความบริสุทธิ์ของยามหลับใหลเข้ากับความเย้ายวนอันแสนเร่าร้อนได้อย่างลงตัว
'นี่แหละ...คือสิ่งที่ข้าปรารถนามาตลอดชีวิต!' หวังฉีคิดในใจ เขาสูดหายใจลึกๆ เพื่อรวบรวมสติและพลังปราณที่เพิ่งเริ่มบ่มเพาะมาเมื่อวันก่อน ค่ำคืนนี้จะเป็การทดสอบครั้งแรกของ "วิชาลับพิฆาตนารี" ที่เขาเพิ่งค้นพบ
หวังฉีค่อยๆ พลิกตัวนอนหงาย แล้วค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปใกล้ร่างของคุณนายหลิวอี้อย่างช้าๆ แ่เบาราวกับเงา เขาขยับเข้าไปจนกระทั่งมือของเขาสามารถเอื้อมถึงหัวไหล่ของคุณนายหลิวอี้ได้โดยไม่ยากเย็นนัก ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก
ดวงตาของเขามองไปยังใบหน้าของคุณนายหลิวอี้ที่หลับพริ้มอย่างสงบ ปราศจากการระแวงใดๆ หวังฉีหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อรวบรวมสมาธิ และจินตนาการถึง "ความปรารถนาที่ลึกซึ้งที่สุด" ของตนเอง พลังปราณเสน่หาที่บ่มเพาะมาเริ่มไหลเวียนไปรวมกันที่ปลายนิ้วของเขาอย่างช้าๆ
"ััแห่งราคะ..."
ปลายนิ้วเรียวของหวังฉีค่อยๆ แตะลงไปบน หัวไหล่ของคุณนายหลิวอี้อย่างแ่เบา ราวกับกลีบดอกไม้ร่วงหล่น มันเป็ััที่บางเบาเสียจนแทบไม่รู้สึก แต่กระแสพลังปราณที่อุ่นร้อนแต่ละเอียดอ่อนได้ถูกส่งผ่านปลายนิ้ว เข้าสู่ผิวเนื้ออันอ่อนนุ่มของสตรีผู้นอนหลับอย่างช้าๆ
มันได้ผล!
เพียงเสี้ยวอึดใจ ร่างของคุณนายหลิวอี้ก็ กระตุกเล็กน้อย ดวงตาของนางยังคงปิดสนิท แต่หวังฉีสังเกตเห็นได้ถึงลมหายใจของนางที่เริ่มถี่ขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อที่หัวไหล่คลายตัวลง และเพียงไม่นาน... เสียงครางแ่เบาแสนเย้ายวนก็ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของคุณนายหลิวอี้!
เป็เสียงครางที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด ไม่ใช่เสียงครางด้วยความเ็ป แต่มันคือเสียงของสตรีที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความฝันอันแสนสุขสม หวังฉีรู้ทันทีว่า มันได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ!
รอยยิ้มร้ายกาจขยายกว้างบนใบหน้าของหวังฉี ความมั่นใจของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็ทวีคูณ ไม่รอช้า เขาค่อยๆ เคลื่อนปลายนิ้วลงต่ำอย่างช้าๆ แ่เบา เลื่อนผ่านแผ่นหลังที่อุ่นผ่าว ก่อนจะมาหยุดลงที่บริเวณ บั้นท้ายอันอวบอิ่ม ของคุณนายหลิวอี้
เขาเริ่มต้น ลูบไล้เบาๆ อย่างแเี ราวกับกำลังลูบไล้ผ้าไหมเนื้อดี ปลายนิ้วัักับส่วนเว้าส่วนโค้งของบั้นท้ายอย่างแ่เบา พร้อมกับค่อยๆ ส่งกระแสปราณเสน่หาเข้าไปอย่างต่อเนื่อง แต่ละครั้งที่ลูบไล้ เขาจะเน้นย้ำไปที่ส่วนที่อ่อนไหวที่สุด ปลายนิ้วของเขาค่อยๆ ััลงไปที่ร่องท้ายอย่างระมัดระวัง พยายามให้ััเป็ไปอย่างเป็ธรรมชาติที่สุด ราวกับเป็เพียงการขยับตัวตามปกติในยามหลับ
"อืมมม..."
เสียงครางของคุณนายหลิวอี้ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ร่างของนาง สั่นเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตไปทั่วร่าง แต่ไม่ได้ตื่นขึ้นมา นางยังคงหลับตาพริ้ม แต่ใบหน้ากลับปรากฏร่องรอยของความเคลิบเคลิ้ม หลงใหล ราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในภวังค์์ที่ไม่อยากตื่น
หวังฉีมองเห็นได้ว่า แท่งสวาทของเขาเริ่มกระตุกและบวมเป่งขึ้น ราวกับจะทะลักออกมาจากกางเกงที่รัดรึง ความปรารถนาอันรุนแรงพุ่งพล่านไปทั่วทั้งกาย อยากจะพุ่งทะยานเข้าไปความสุขสมที่อยู่ตรงหน้าให้สิ้น แต่แล้ว... สติที่ยังหลงเหลือเพียงน้อยนิดก็กลับมาเตือนเขา
'ใจเย็นไว้หวังฉี! การหว่านเมล็ดพันธุ์ต้องค่อยเป็ค่อยไป! ใจร้อนงานจะเสียเปล่า!'
เขาสูดหายใจลึกๆ และตัดสินใจ หยุดการกระทำนั้นลง อย่างช้าๆ หวังฉีถอนปลายนิ้วออกอย่างแ่เบาที่สุด เพื่อไม่ให้คุณนายหลิวอี้รู้สึกตัว แล้วค่อยๆ คลานถอยกลับมายังที่นอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็จังหวะ และร่างกายก็ร้อนรุ่มไปหมด
เมื่อแสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในห้อง หวังฉีตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนอ่อนเพลียเล็กน้อยจากการฝึกปราณและความตื่นเต้นเมื่อคืน เขามองไปยังคุณนายหลิวอี้ที่เพิ่งจะพลิกตัวตื่นขึ้นมา นางดูเหมือนยังคงหลับใหลอยู่ในห้วงความฝันอันแปลกประหลาด ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยของความสุขสมจางๆ
คุณนายหลิวอี้ บิดตัวไปมาอย่างแช่มช้า ราวกับกำลังยืดเส้นยืดสาย ดวงตาของนางยังคงปิดสนิท ทว่า หว่างขาของนางกลับรู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกวาบหวามที่ซึมซาบไปทั่วบริเวณนั้น เป็ความรู้สึกที่นางไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน มันทั้งน่าประหลาดใจและน่าค้นหา
เมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะอาหารเช้า บรรยากาศยังคงเป็ปกติ มีเพียงหวังฉีเท่านั้นที่เก็บซ่อนความลับอันน่าตื่นเต้นไว้ในใจ
"เฮ้อ..." คุณนายหลิวอี้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าของนางดูหม่นหมองลงเล็กน้อย "สมบัติที่อาต๋า (สามีที่ป่วยตายของหลิวฉิง) ทิ้งไว้ให้ก็ใกล้จะหมดแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงดี"
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางศีรษะของหวังฉี ดวงตาของเขาเบิกโพลงกว้าง เขาจะปล่อยให้ MILF ในฝันของเขาต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ได้อย่างไรกัน! นี่มันไม่ใช่แค่เื่ของความหื่นกระหายอีกต่อไป แต่มันคือ โอกาส! โอกาสที่จะแสดงให้สองแม่ลูกเห็นว่าเขาไม่ใช่แค่ "เด็กน้อยผู้น่ารัก" แต่เป็ "บุรุษที่พึ่งพาได้"
"แม่ขอรับ!" หวังฉีเปล่งเสียงออกมาอย่างหนักแน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความมุ่งมั่น "ผมจะออกไปทำงาน! จะไม่ยอมให้พวกเราต้องอดอยากแน่นอนขอรับ!"
คำพูดของหวังฉีทำให้คุณนายหลิวอี้และหลิวฉิงมองเขาด้วยความประหลาดใจ สายตาของพวกนางยังคงมีความเอ็นดู แต่แววตาของหวังฉีในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่พวกนางไม่เคยเห็นมาก่อน