ตอนที่ 25 ความคิดความเห็น
ถงเชียนได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ ก็รู้สึกว่าดีกว่าที่ตนเองคิดไว้อยู่บ้าง จึงยิ้มอย่างปลาบปลื้ม “พี่ซิวผิง ดูท่านสิ ที่แท้ท่านก็กระจ่างแจ้งในเื่นี้ดีนี่นา เพียงแต่ในอดีตท่านไม่ยอมคิดให้มากความ พอบัดนี้มาคิดๆ ดูแล้ว เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ในอดีตมันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยใช่หรือไม่”
มองเห็นจี้ซิวผิงมีท่าทางอยากจะอธิบาย ก็ไม่ยอมให้เขามีโอกาสเช่นนั้น “เอาเถอะ พวกเราไม่ต้องเอ่ยถึงเื่ในอดีตแล้ว ตอนนี้เรามาคิดพิจารณาดูดีกว่าว่าสิ่งที่พวกเราควรทำคืออะไร”
“ท่านกล่าวได้ถูกต้องทั้งยังคิดรอบครอบกว่าข้าเล็กน้อย ทว่านอกจากเปลี่ยนภาพลักษณ์ในใจที่พวกเขามีต่อพวกเราแล้ว ยังมีเื่อื่นที่พวกเราต้องทำอีกด้วย ท่านว่ายามนี้พวกชาวบ้าน้าสิ่งใดมากที่สุดและขาดแคลนสิ่งใดมากที่สุด”
สิ่งที่จี้ซิวผิงคิดย่อมเป็เสบียงอาหาร เงินทอง ทว่าบัดนี้แม้แต่ครอบครัวของตนก็ยังไม่มีสิ่งเหล่านี้ แล้วจะสามารถทำเื่ที่ถงเชียนคิดนั้นได้อย่างไร จึงอดที่จะขมวดคิ้วเป็ปมไม่ได้
แล้วเอ่ยอย่างเหลือเชื่อว่า “เชียนเอ๋อร์ เ้าคงไม่คิดที่จะแจกจ่ายเงินให้ชาวบ้านหรอกนะ? ถึงแม้ว่าจะเป็ความคิดที่ดี แต่ทว่าในหมู่บ้านมีชาวบ้านมากมายถึงเพียงนั้น เงินที่พวกเรามีอยู่ตอนนี้ เกรงว่าคงจะไม่พอหรอก”
ถงเชียนฟังเสียงที่เริ่มเบาลงเรื่อย ๆ ของจี้ซิวผิง แล้วจึงหัวเราะออกมาเบาๆ เสี้ยววินาทีนั้นขยับเข้าไปใกล้และกระซิบที่ข้างหูของจี้ซิวผิงว่า “พี่ซิวผิง ท่านช่างน่ารักเสียจริง”
เมื่อกล่าวเช่นนี้เสร็จ ก็รีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว แล้วไอกระแอมเบาๆ เพื่อปกปิดอารมณ์ภายในใจ จากนั้นเอ่ยเบาๆ “พี่ซิวผิง ท่านไม่ต้องกังวล ข้าไม่นำเงินไปแจกจ่ายให้ทุกคนหรอก ถึงแม้ยามนี้ข้าจะแจกจ่ายเงินออกไปจริง แต่เมื่อถึงครานั้นคงเกิดปัญหาตามมามากมาย”
“ท่านลองคิดดู หากทำเช่นนี้ในเวลานี้ เมื่อถึงคราที่มีคนมาตรวจสอบจริง จะต้องเกิดความสงสัยต่อสถานการณ์ที่ยากจะอธิบายนี้เป็แน่ พอถึงครานั้นอาจยิ่งส่งผลเสียต่อตัวท่าน ลองนึกดูอีกทีสิว่า นอกจากเงินแล้วยังมีสิ่งอื่นใดอีกบ้าง”
จี้ซิวผิงมึนงงสับสนกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วฉับพลันเมื่อครู่นั้นของถงเชียน วินาทีถัดมายังได้ยินนางเอ่ยถามเช่นนี้อีก จึงตอบไปโดยไม่ทันคิด “เสบียงอาหาร”
พอถงเชียนได้ฟังคำตอบ หัวใจที่แบกอึ้งเอาไว้จึงได้ผ่อนคลายลงมา “พี่ซิวผิงกล่าวได้ถูกต้อง ราษฎรถือเื่ปากท้องสำคัญเทียมเท่าฟ้า หากเทียบกับเื่เงินทองแล้ว สำหรับพวกเราที่นี่ ชาวบ้านย่อมสนใจเื่มีเสื้อผ้าพอใส่ มีอาหารพอกินกันเสียมากกว่า”
“ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะมีงานประจำ สามารถรับประกันได้ว่าไม่มีทางเกิดปัญหาอันใดแน่นอน ทว่าท้ายที่สุดยังมีภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อยู่ดี ถึงครานั้น พวกเขาก็จะ้าการจำหน่ายเสบียงที่มากขึ้นใช่หรือไม่ ทว่าคนทางนี้ล้วนอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน”
“แผ่นดินนี้ล้วนเหมือนกัน เดิมทีก็ไม่สามารถช่วยจัดหาสิ่งอื่นใดได้ ถ้าหากที่แห่งอื่นใช้เงินซื้อไปล่ะก็ แม้แต่เสบียงก็จะไม่เหลือ แล้วพวกเขาจะใช้สิ่งใดแลกกับเงิน พอไม่มีเงิน แล้วจะมีผู้ใดยอมขายให้พวกเขา”
“หากพวกเราสามารถอำนวยความสะดวกโดยเสนอทางแก้ปัญหาเื่เสบียงอาหารให้พวกเขาอย่างเหมาะสมล่ะก็ ในใจของพวกเขาย่อมมีจุดยืนที่แตกต่างกันออกไปใช่หรือไม่ แท้ที่จริงชาวบ้านทุกคนล้วนแล้วแต่ใสซื่อบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งนั้น ท่านดีกับเขา เขาย่อมรับรู้ได้ถึงความดีของท่าน เมื่อถึงคราวที่จำเป็ ย่อมมีชะตาที่แตกต่างกัน”
แม้ถงเชียนจะกล่าวเช่นนี้ ทว่าในใจก็ไม่อาจยืนยันได้แน่ชัด อันที่จริงคิดเื่นี้ไว้เพียงแต่ลู่ทางใน่ต้นเท่านั้น หากให้พูดอย่างละเอียดล่ะก็ ยังไม่รู้ว่าจะควรทำอย่างไรจึงจะบรรลุผลเช่นกัน ทว่าในขณะที่กล่าวอยู่นี้ ก็ได้คิดวิธีแก้ไขที่ค่อนข้างเหมาะสมได้แล้ว ความรู้สึกที่แสดงออกทางแววตาก็ดูดีน่าชื่นชม
จี้ซิวผิงได้ฟังการพิจารณาของถงเชียน ก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจการพิจารณาของนางในยามนี้ เพราะไม่เพียงแต่จะแก้ไขปัจจุบัน ที่ยังไม่ถึงขั้นลำบากยากแค้น ตรงกันข้ามกลับคิดพิจารณาปัญหาปัจจุบันในมุมมองที่กว้างขึ้น
เพียงแต่หากทำตามที่นางบอกเช่นนี้ล่ะก็ วิธีการเช่นนี้ สามารถแก้ไขสภาพปัญหายากแร้นแค้นตามการคาดการณ์ได้อย่างจริงแท้แน่นอน ทว่าความยากในการจัดหาเสบียงให้พวกเขานั้นก็ไม่ได้น้อยไปกว่าการมอบเงินให้พวกเขาเลย แม้ว่าจะไปหาซื้อจากที่อื่นมาให้พวกเขา ทว่าแหล่งน้ำที่ห่างไกลย่อมมิอาจดับกระหายได้ภายในชั่วพริบตา
“ถงเชียน ถึงแม้การวิเคราะห์นี้จะเหมาะสมก็จริง แต่อย่างไรเสียเื่นี้ หากมีคนตรวจสอบในภายหลัง ก็เป็เพียงแค่การแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ทั้งยังไม่ได้ทำสิ่งใดที่ไม่สมควร คงไม่มีใครนำเื่นี้มาพูดหรอก”
“ทว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดในยามนี้ก็คือ ประการแรกพวกเราไม่สามารถซื้อเสบียงมาได้มากมายถึงเพียงนั้น ประการที่สองต่อให้ซื้อมาได้ก็ไม่มีที่ให้เก็บ แต่ถ้าหากซื้อมาในยามนั้นคงไม่ทันการแน่นอน”
ถงเชียนได้ฟังเขาชี้ช่องปัญหาของตน ก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด ดูท่าแล้วเื่พวกนี้ เขาจะคิดได้สอดคล้องกับความเป็จริงยิ่งนักและยังจับประเด็นความคิดที่แวบขึ้นมาในหัวก่อนหน้านี้ของนาง ส่วนเื่การแก้ปัญหาโดยมอบเงินช่วยเหลือเ่าั้ ก็ยังพบเบาะแสอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งในเวลาอันสั้น
ก่อนหน้านี้ตนคิดแค่ว่าจัดหาอาหาร ถ่ายทอดความรู้และทักษะที่จำเป็ ก็คงจะสามารถช่วยพวกเขาได้แล้ว ทำเพียงเื่เดียวก็เป็ประโยชน์แก่ชาวบ้าน ทั้งยังได้ปรับชื่อเสียงในปัจจุบัน และไม่เคยคิดมาก่อนว่าระหว่างกลางยังมีปัญหาเช่นนี้ เพียงแต่ เกรงว่าต่อให้มีปัญหาอีกแค่ไหน ก็ไม่มีทางยากเกินความสามารถของคนที่มาจากโลกอนาคตเช่นตนได้
“พี่ซิวผิง พวกเราแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นกันดีหรือไม่ หาปลาให้กินหรือจะสู้สอนวิธีจับปลา ท่านคิดว่า ถ้าหากพวกเราสามารถเชิญคนมาสอนพวกเขาว่าควรปรับคุณภาพดินเช่นไร ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มผลผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แล้วทำอย่างไรถึงจะหลีกเลี่ยงภัยธรรมชาติเ่าั้ได้ ทำเช่นนี้ย่อมดีกว่าการที่พวกเรามอบเสบียงอาหารให้พวกเขาโดยตรงใช่หรือไม่”
“ในทำนองเดียวกัน ด้วยความพยายามของพวกเขาเอง จะทำให้พวกเขาได้รับวิธีการเพาะปลูกที่เหมาะสมในระยะยาว ซึ่งจะมีประโยชน์กับพวกเขาไปตลอดการดำเนินชีวิต เช่นนี้แล้วสิ่งที่พวกเขาจะได้รับ ก็จะไม่ใช่แค่เสบียงอาหารเพียงเท่านั้น”
“เมื่อถึง่เก็บเกี่ยว ก็ยังสามารถนำเสบียงอาหารไปแลกเป็เงินได้ นอกจากจะเหลือกักตุนไว้ใช้ในยามปกติแล้ว ยังสามารถใช้ในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย ทำเช่นนี้ไม่ดีกว่าหรอกหรือ เมื่อเทียบกับการมอบให้พวกเขาตรงๆ แล้ว ข้ารู้สึกว่าวิธีนี้จะเป็ที่ยอมรับของผู้คนมากกว่า”
ก่อนหน้านี้จี้ซิวผิงคิดว่าคงเป็เพราะถงเชียนได้เงินที่มั่นคงจากเถ้าแก้โรงน้ำชาแล้ว เลยคิดวิธีช่วยเหลือเื่เสบียงอาหารมาแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากในตอนนี้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่านางจะสามารถนึกวิธีนี้ออกมาได้
“ถงเชียน เ้าฉลาดจริงๆ สามารถคิดวิธีนี้ออกมาได้ สำหรับพวกชาวบ้านแล้ว หากสามารถเข้าใจวิธีการเพาะปลูก สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนได้อย่างมั่นคง ทั้งยังสามารถเป็เสาหลักช่วยพยุงครอบครัวได้ ไม่เพียงแต่จะแก้ไขปัญหาให้พวกเขา หากพูดเจาะลึกลงไปอีก ยังช่วยให้พวกเขามีเงินทองไม่ขาดมืออีกด้วย”
“หากให้เสบียงแก่พวกเขา อาจช่วยได้แค่ยามฉุกเฉิน หากให้เงินพวกเขา ก็อาจช่วยไว้ได้แค่ในระยะเวลาหนึ่ง ทว่าหลังจากทำเช่นนี้ กลับต้องมอบเสบียงให้พวกเขาอีกครั้ง รวมถึงให้เงินแก่พวกเขาต่อไปอีก”