“อ๊ะ พี่เวิร์คเหมือนจะมาแล้วครับ” มิวพูดขึ้นสมเป็นนักดนตรีที่หูดีขณะที่ร่างผมทองวัยมัธยมกำลังยืนอยู่กับพลพรรคที่หน้าห้องชั้นสิบสาม พลันเจ้าตัวก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังก้าวเข้ามา“มาช้าจังเลยนะ…” เรวดีเอ่ยพร้อมกันหันไปทางต้นเสียงและเมื่อเวิร์คมาถึง สายตาเพื่อนพ้องทุกคนก็ต่างตกตะลึงกับร่างผมแดงที่เดินมา “สวัสดีทุกคน” เจ้าตัวทักทาย“แกเป็นใคร ใครกันเนี่ย!?” เรอุทานก่อนใครเพื่อน! “พี่เวิร์คหายไปไหน? นี่ต้องเป็นด็อพเพิลเก็งเงอร์แน่!” มิวออกความเห็นพลางเดินล้อมผมแดงเป็นวงกลมประดุจเต้นรอบกองไฟกับเรวดี“จริงด้วย มิวพูดถูก เวอร์ชันสะอาด! สะอาดแบบนี้มันใครกัน” “ใช่ครับ ใครอ่ะ พี่เวิร์คอยู่ไหน กลับมาที!” “พูดเหมือนฉันสกปรกมาตลอดในสายตาพวกแกเลยอ่ะ น้อยใจ” เวิร์คบุ้ยปากเป็นเลขสามพลางมองสหายหญิงกับเด็กน้อยต่างวัยแซวตัวเองอยู่“ไม่เอาน่ามายเฟรนด์ทุกคน อย่างน้อยก็รู้จักแต่งตัวดูดีก็ดีแล้วนี่จริงไหม?” หญิงสาวผมน้ำตาลกล่าวพลางเพ่งมองการแต่งกายของเวิร์ค “ถึงจะแฟชั่นจะต้องปรับจูนสักหน่อยก็เถอะนะ” “อะอ้าว? แววไพลินกลับมาแล้วหรือ? ของฝาก…” “ไม่มีจ้ะ ให้มิวกับเรและคนในคอนโดหมดแล้ว ซอรี่นะ” “อะไรเนี่ย? พูดไม่ทันจบเลยนะ” เวิร์คคำราม ก่อนตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงขนานใหญ่“สนิทกันดีนะครับพวกเขาเนี่ย” คิดเอ่ยกับสองบรรณาธิการ “รู้สึกอยากแจมด้วยจัง” บอกพลางมองด้วยสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยกับหัวเราะแห้ง ๆ “ก็เป็นชาวคอนโด เป็นสมาชิกบอร์ดเดียวกันมานานนี่” เสือเอ่ย “อ๊ะ คุณคิดๆ น้าขอลายเซ็นคิดสักหน่อยได้ไหมเอ่ย นี่ไง น้าไปหยิบมาจากชั้นหนังสือ ใช่เรื่องนี่หรือเปล่าเอ่ย” วิมลยังคงถือตะกร้าจ่ายตลาดอยู่ เพิ่มเติมคือเธอมีหนังสือปกแข็งมาด้วยเล่มหนึ่งหนังสือเรื่อง ค่ำคืนสุดสะพรึง โดย คิดนั่นเอง“ใช่ครับ” นักเขียนตอบ น้ำเสียงกับสีหน้าแช่มชื่นปรกติทันทีที่เห็นผลงานตนเอง“แม่ครับ หยิบมาได้ไงไม่บอกผมก่อนล่ะ!” มิวแทรกทันทีที่เห็นแม่มากับนิยาย เขารีบคว้าจากมือมารดา ทำหน้าตกใจเหมือนไปยุ่งของลับสุดหวง“เอ๊ะ นั่นมันค่ำคืนสุดสะพรึงปกพิเศษตีพิมพ์ครั้งที่13นี่?” คิดเอ่ย“มิวเขาชอบอ่านแนวนี้ น้าเคยจัดชั้นหนังสืออยู่ก็เลย” ร่างสาวผิวสีน้ำผึ้งกล่าว “เจอตัวจริงแบบนี้ต้องขอลายเซ็นไว้สิลูก” “แม่…” มิวลากเสียงกระอักกระอ่วนใจ เขานิ่งครุ่นคิดไปชั่วครู่ ก่อนหันไปทางคิดด้วยสีหน้าขัดเขินแก้มแดงก่ำ สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจยื่นหน้าปกมาให้แก่นักเขียนหนุ่มชื่อดัง“พี่คิด…ผะ ผมขอ…ได้ไหมครับ” “ได้สิ จัดเต็มเลย” คิดยิ้มพลางหยิบปากกาหัวทองมาเขียนชื่อให้ มิวเองก็ทำหน้าสะกดกลั้นความดีใจเอาไว้ ระหว่างเขียนชื่อหยิก ๆ บนหนังสือเล่มหนา นายเวิร์คก็เดินมาราวกับว่ารู้จังหวะ“อะไรกันเหรอ? กำลังเขียนอะ…เฮือกกกก ค่ำคืนสุดสะพรึง!” ดวงตาของหนุ่มผมแดงเบิกถลนออกมาพร้อมโพล่งอุทานเสียงสั่นเคลือ เขาหันไปที่คิดกับมิว นิ้วชี้ยกขึ้นไปยังคิด เอนคองุนงงก่อนพูดเสียงประหลาดใจ “แปลว่าคิด ตะ ตัวจริงนายก็คือ นายก็คือ…!!!” “ก็กะจะเซอร์ไพส์แต่ใช่ ...เล่มนี้เขียนเองแหละ!” คิดตอบ คำตอบนี้ทำเอาเวิร์คอ้าปากขากรรไกรค้าง เขาไม่ทันจะเอ่ยอะไร ร่างบางของแววไพลินก็พุ่งมาหาคิดในทันที“นี่ๆ ขอถ่ายรูปหน่อยนะ ป่ะ เร! มาถ่ายกับคุณคิดกัน!” หญิงสาวจากต่างประเทศโพล่งแทรกกลาง เธอจับมือเรวดีมาด้วยพร้อมกล้องสีสันสดใสที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับของเธอ“ทำไมฉันต้องแจกด้วยล่ะ…ไม่ลากสิ” เรวดีเบ้ปากแต่ก็ยอมเดินตามมาด้วย“ของมันต้องมีไง ของมันต้องมี เอ้า มิวด้วยมาถ่ายรูปหน่อย one two แชะ!” ถ่ายนักเขียนเสร็จก็หันไปพูดด้วยรอยยิ้ม “Thank you!” “ยินดีครับ เอ๊ะ เวิร์คหายไปไหนแล้วล่ะ” คิดบอกพลางหันซ้ายขวา“ในรูปตะกี้ ผมเห็นวิ่งตาเหลือกตัวปลิว ให้ผมเดาคงจะไปขนเอาคอลเลคชั่นหนังสือมาน่ะครับ” นักสืบจิ๋วสันนิษฐาน“โอ ตายแล้ว เวิร์ควิ่งทำภาพเบลอหมด” แววไพลินร้องหัวเสียด้วยความเสียดายภาพเมื่อกดดูรูปที่ตนถ่ายไปเมื่อครู่“อย่างกะชัตเตอร์กดติดวิญญาณหลอน!” เรวดีออกความเห็นหน้านิ่ง“แหม ครื้นเครงก็ดีแล้วครับ แต่พวกเราจะเรื่องถ่ายรายการกันเหมือนไงดีล่ะครับเนี่ย?” พี่ป่องเท้าสะเอวแล้วบ่นกับคุณอิ่ว“เอาเถอะครับพี่ป่อง เพราะเดี๋ยวของจริงมันก็ต่อจากนี้แหละครับ” ร่างผมยาวทิ้งท้ายก่อนหันมองไปทางคุณชายเล็กน้อย