D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    เปิดฉาก 3

     

                    “แจ่มเลยแทน! ได้แอเรียมาสองใบ!” เสียงเอ็ดเวิร์ดที่เลือกการ์ดจากยาน2 ลำที่ร่วงไปแล้วตะโกนบอก

                    “เมื่อกี้ตอนออกสตาร์ทก็ได้มาอีกใบหนึ่งพี่” บลานซ์ว่า

                    “เยี่ยม!” แทนพูดเสียงสูง

                    “เฮ้ย! แล้วไอ้ที่มันกำลังบินตรงมาที่เรานั่นมันอะไร!” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงตื่นเมื่อได้เห็นภาพยานบิน 3 ลำกำลังพุ่งตรงมาที่พวกเขายานที่ว่าเป็นระดับซิลเวอร์ 2 ลำและคอปเปอร์อีก 1 ลำ...

                    “ซวยแล้วดิงานนี้...” แทนบ่นออกมา “พวกดามัสกัสเฟลมที่เจ้าบลานซ์สอยมันไปตะกี้น่ะสิพี่”

                    “พวกมันยิงใส่เราก่อนนะ” บลานซ์รีบบอกทันที

                    “ถ้าอย่างนั้นคราวนี้เรายิงมันก่อนบ้าง” แทนแสยะยิ้ม

                    “จัดเลยบลานซ์...พี่รอชม!” เอ็ดเวิร์ดสนับสนุนทันที

                    “ถ้าอย่างนั้นก็จัดการเลยก็แล้วกัน”บลานซ์พูดพร้อมเอื้อมมือไปหยิบการ์ดที่เตรียมไว้เพื่อการยิงปืนลำแสงสตาร์ไดแมนชัน “ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนยานที่ต้องทำลายจัดการให้ครบเจ็ดลำไปเลยก็ดี” เขาพูดพร้อมกับทาบการ์ดระดับ 12ดาวลงบนหน้าจอปืนลำแสง หลังจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังออกมา

                    “ทเวลฟ์...สตาร์ไดแมนชันแคนนอน!” เมื่อสิ้นเสียงลงลำแสงสีแดง 12 สายก็พุ่งตรงไปที่ยานระดับคอปเปอร์เป็นเป้าหมายแรก...

            ‘ระเบิดไม่เหลือซาก’น่าจะอธิบายสภาพขอยานลำที่ว่าได้เป็นอย่างดี

                    “มาอีกแล้วๆ!” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงดังแล้วจัดการเอามือสองข้างถูกันเมื่อเห็นภาพการ์ดจำนวน4 เด็คปรากฏออกมาให้เขาเลือกเก็บไว้เป็นสินสงคราม

                    “ไรว้า...ไม่มีแอเรียเลยกระจอกจริงไอ้พวกนี้”เอ็ดเวิร์ดบ่นออกมาเมื่อไม่พบการ์ดแอเรียในเด็คที่ปรากฏออกมา

                    “เลเวลแบบพี่มีหน้าไปว่าเขาอีกเรอะ” แทนว่า

                    “เฮ้ย! พูดอย่างนี้พี่โกรธนะเว้ยแทน!”เอ็ดเวิร์ดเสียงดังทันที “พี่เลเวล 89 แล้วนะ” เขาพูดด้วยสีหน้าภูมิใจ

                    “เคยฆ่ามอนด้วยตัวเองไปกี่ตัวล่ะพี่” แทนหรี่ตามอง

                    เอ็ดเวิร์ดตีหน้าเข้มนิ่งคิดจนในที่สุดก็ต้องหันมาตอบผสมยิ้มแห้งๆ “ไม่เคยเลยแฮะ...” เขาว่า

                    แทนพยักหน้าเนือยก่อนจะพูดต่อ“เอาเหอะพี่...ผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจัดการเลือกการ์ดให้เสร็จดีกว่า ถ้าไม่มีแอเรียก็เอาการ์ดที่มันดาวเยอะๆ ไว้ก่อนอย่างน้อยก็เอาไว้ให้บลานซ์สอยลำอื่น”

                    “ระวัง!” บลานซ์ตะโกนบอกพวกแทนเมื่อเขาเห็นยานระดับซิลเวอร์อีก2 ลำที่เหลืออยู่โจมตีเข้าใส่

                    “บาเรีย!” เสียงจากระบบดังขึ้นพร้อมกับบาเรียอันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นตรงส่วนหน้าของไฮเวย์สตาร์...แต่เป็นส่วนท้ายยานฟลายอิ้งฟิน

                    ลำแสงที่ถูกยิงโจมตีถูกบาเรียสีน้ำเงินเข้มป้องกันเอาไว้ได้แต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทำเอายานสั่นไปมาแทนและเอ็ดเวิร์ดล้มลงไปนอนวัดพื้นไม่รู้ตัวหลังจากนั้นบลานซ์ก็เตรียมตัวหยิบการ์ดอีกใบหนึ่งขึ้นมาเพื่อจะโจมตีใส่ศัตรูที่บินโฉบไปมา

                    “แย่แล้ว...ระบบยังไม่คูลดาวน์” บลานซ์พูดเสียงเครียดเมื่อรู้ว่าอาวุธปืนลำแสงยังไม่สามารถใช้ได้อย่างน้อยๆ ต้องรออีก 30 วินาที

                    “เวร...”แทนซึ่งกำลังลุกขึ้นยืนบ่นออกมาทันที

                    “กินเมนทอสดิ...จะได้เย็นๆ” เอ็ดเวิร์ดยังมีอารมณ์พูดเรื่องไร้สาระ

                    “ฮอลล์คูลก็ได้มั้งวะครับพี่” แทนผสมโรง

                    “ระวัง! เราคงต้องกางบาเรียป้องกันได้อย่างเดียว!”บลานซ์ตะโกนออกมาพร้อมกับเตรียมเรียกใช้บาเรียแต่ก่อนที่จะได้เรียกใช้บางอย่างก็ทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนไป

                    ลำแสงสีเหลืองทองขนาดใหญ่พาดผ่านท้องฟ้า...หลังจากนั้นยานระดับซิลเวอร์ทั้ง2 ลำก็เสียหายหนัก...ตามด้วยร่างของมนุษย์บินด้วยความเร็วสูงไปเหยียบบนห้องบังคับการยานบิน1 ใน 2 ลำที่ว่า...

                    เธอแทงหอกลงไปในห้องบังคับการ…

                    “แองเจิ้ลอินเตอร์เซพเตอร์!(Angel Interceptor)” เสียงหญิงสาวในชุดเกราะสีขาวผู้มีปีกทั้ง 6 เรียกใช้สกิลประกายแสงและพายุระยิบระยับถูกปลดปล่อยออกจากปลายหอกระดับ 20 ดาวสีดำทะมึน...ชาโดว์ลองกินุสหลังจากนั้นค่าความเสียหายก็เกิดขึ้นกับผู้เล่นที่อยู่ในห้องบังคับการยานบิน

                “27,689!”                        “27,876!”                        “27,329!”                        “27,190!”                                                “27689!”                         “347,769!”

                “27,665!”                        “27,349!”                        “27,297!”                        “27,574!”                                                “27,274!”                        “345,873!”

            “27,520!”                        “27,781!”                        “27,487!”                        “27,929!”                                                “27,689!”                        “348,341!”

            “27,675!”                        “27,991!”                        “27,348!”                        “27,956!”                                                “27,732!”                        “347,642!”

                    เพลย์เยอร์ที่อยู่ในห้องบังคับการได้รับความเสียหายกว่าหนึ่งแสนในขณะที่ตัวยานบินเองที่ระบบในเกมนี้เปรียบเทียบเป็นมอนสเตอร์ได้รับความเสียหายมากถึงหลักล้าน...

                    ผู้เล่นที่ถูกโจมตีสลายไปพร้อมกันหลายคนแต่ยังมี 2 คนสุดท้ายที่เหลืออยู่หญิงสาวผมสีเงินยาวสลวยเรียกการ์ดออกมาอีก 1 ใบเธอเรียกใช้พร้อมกับจัดการส่งมอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาเข้าไปในห้องบังคับการ...โนเอลดัสท์วิงก์จักรกลเผ่าพันธุ์เทวทูตผู้มีปีกเป็นฝุ่นผงสีน้ำตาลที่รวมตัวกัน ซัมมอนระดับ 17ดาวของเธอ...หญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดหากเป็นการรบบนท้องฟ้า

                    มิร่าไนติงเกล หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม...ยูเรก้าสิบสองปีก

                    หญิงสาวผู้นั้นผละจากยานบินลำเดิมซัมมอนที่เธอเรียกออกมาโจมตีเข้าใส่ผู้เล่นที่เหลือจนแหลกสลายในตอนนี้ร่างของเธอทะยานไปที่ยานบินอีกหนึ่งลำที่อยู่ใกล้และเมื่อเธอยืนอยู่บนดาดฟ้าของยานลำที่ว่า มิร่าก็ควงหอกของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มเรียกใช้การ์ดอีกครั้ง

                    “เมจิก!” การ์ดเวทมนต์ถูกเรียกใช้มันคือการ์ดระดับ 14 ดาวที่มีผลทำให้อาวุธในมือของผู้เรียกใช้ขยายขนาดขึ้นและมีพลังโจมตีเพิ่มมากกว่าเดิมถึง5 เท่าเป็นเวลา 5 วินาที...การ์ดคาถาไฟว์ฟอร์ไฟว์เซคคัน

     

     




     
     

                    มิร่าเรียกใช้การ์ดที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้อาวุธในมือสลายไปแต่หลังเธอเรียกใช้การ์ดเวทมนต์ใบที่ว่าเรียบร้อยแล้วหอกสีดำในมือของเธอก็ไม่ได้แหลกสลายไปแต่อย่างใดหอกชาโดว์ลองกินุสขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 5 เท่าตามชื่อการ์ดที่ถูกใช้งาน หลังจากนั้นเธอก็ใช้สกิลที่เคยใช้ออกมาต่อหน้าแทนและบลานซ์ในอุโมงค์ลำนำเทวา...

            “ไดมอนด์เฮอริเคน! (DiamondHurricane)” เสียงเรียกใช้สกิลดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของมิร่าวาร์ปไปอยู่ด้านในยานบิน เธอหันปลายหอกสีดำลงพื้นตามด้วยใช้มือทั้งสองข้างปักมันลงไปอย่างรวดเร็ว พายุหมุนที่มีประกายแวววาวของอัญมณีก่อตัวขึ้นและโหมกระหน่ำรุนแรง

            “986,576!”          “988,298!”          “985,013!”          “988,986!”

            “984,098!”          “987,014!”          “989,243!”          “983,352!”

            “988,328!”          “983,923!”          “981,324!”          “988,432!”

            “982,487!”          “987,106!”          “989,980!”          “986,718!”

            “981,198!”          “985,383!”          “980,256!”          “984,035!”

                    ท่าที่เธอใช้ออกมาทรงพลังเพราะการ์ดเวทมนต์ที่เพิ่มพลังให้อาวุธในมือพายุอัญมณีโจมตีใส่ส่วนต่างๆ ของยานบินค่าความเสียหายนั้นมากเกินกว่าที่ชิ้นส่วนบางชิ้นจะทนรับไหวการ์ดเมจิกไฟว์ฟอร์ไฟว์เซคคันอาจจะเสี่ยงสำหรับคนอื่น แต่สำหรับหอกในมือของมิร่านั้นไม่เป็นเช่นนั้น...เพราะชาโดว์ลองกินุสนั้นไม่มีวันสูญสลาย

     

     


     
     

            หลังจากสร้างความเสียหายด้วยการโจมตีเมื่อครู่มิร่ารู้ได้ว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ เธอหยิบการ์ดอีกใบหนึ่งขึ้นมาแล้วพูดเบาๆก่อนที่จะเรียกใช้การ์ดใบที่ว่า

            “ในยานบินลำนั้นมีเพื่อนของเราแล้วก็คุณเซบาสเตียนอยู่ด้วย...ห้ามทำร้ายพวกเขา”

            หลังสิ้นเสียงพูดของเธอหญิงสาวก็เทเลพอร์ตมาอยู่นอกยานแล้วเรียกใช้การดใบที่เตรียมไว้...

            “แอเรีย!” การ์ดแอเรียระดับ Cน้ำตกจันทราดารีย่าถูกเรียกใช้งาน ซึ่งในตอนนี้มันปรากฏออกมาในรูป...ซัมมอน!

     

     

                    เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้ปรากฏร่างหญิงสาวที่ไม่ได้ใหญ่โตกว่าร่างของผู้เรียกใช้แต่อย่างใดเรือนผมของเธอเป็นเส้นแสงที่พลิ้วไหว ดวงตาสีเงินจับจ้องไปที่เบื้องหน้าเธอรู้สึกได้ถึงศัตรูตรงหน้าจันทร์เสี้ยวเรืองแสงสีแดงถูกเรียกให้มาปรากฏบนมือของเธอหลังจากนั้นชุดสีขาวที่ส่องแสงเรืองๆของเธอก็พลิ้วไหว...ซัมมอนแห่งจันทราพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่ยังหลงเหลือ

                    “เรดมูนจังค์ชั่น (Red MoonJunction)” เมื่อสิ้นเสียงที่ว่าดวงจันทร์สีแดงในมือก็ถูกปลดปล่อยพลังออกมา มันพุ่งเข้าใส่ยานบินตรงหน้า หลังจากนั้นก็ระเบิดออกเป็นแสงสีแดงสดสว่างวาบ...

                    “75,912!”            “75,027!”

                      “75,326!”            “75,981!”

                    “75,632!”            “78,027!”

                     “77,093!”            “75,127!”

                    เพียงแค่การโจมตีแรกของเธอศัตรูที่เหลืออยู่ก็ถูกทำให้สลายไปในขณะนั้นเองมิร่าที่จัดการศัตรูเรียบร้อยเร่งความเร็วของตัวเองแล้วพุ่งไปที่ยานบินของพวกแทนด้วยสกิลของเธอ

                    “สกายแดช! (Sky Dash)”สกิลที่ถูกเรียกใช้คือสกิลของเหล่าวิงก์ไนท์ที่จะทำให้เคลื่อนตัวพุ่งไปในทิศทางบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วหลังจากเรียกใช้สกิลนี้สองสามครั้งสุดท้ายมิร่าก็มายืนอยู่ส่วนหน้าของยานไฮเวย์สตาร์ที่หันหน้าออกไปด้านหลังของฟลายอิ้งฟิน

                    ผมสีเงินของเธอปลิวสะบัดเพราะแรงลมแทน บลานซ์ และเอ็ดเวิร์ดตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นพวกเขารู้ดีว่ามิร่านั้นมีพลังมาก...แต่ไม่เคยคิดว่าจะมากถึงขนาดที่เห็นอยู่

                    “พวกนายเป็นอะไรไหม...เราไม่ยอมให้ใครทำอะไรเพื่อนๆของเราหรอก แล้วยิ่งไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณเซบาสเตียนแน่ๆ ”เสียงหญิงสาวผมสีเงินที่ในตอนนี้ย่อตัวชันเข่าอยู่พูดออกมาด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “เราและเทวลฟ์วิงก์ไม่ยอมให้เพื่อนๆ ต้องเป็นอันตราย”

                    “ปีกของพวกเราจะโอบอุ้มความรักและพวกพ้องใช่ไหมคะหัวหน้ามิร่า...” เสียงเรนที่เข้ามาในห้องบังคับการของไฮเวย์สตาร์เอ่ยขึ้น

                    “แน่นอน...เราเชื่ออย่างนั้น” มิร่ายืนยัน

                    ในขณะที่บทสนทนายังไม่สิ้นสุดยานลำหนึ่งโผล่พ้นทางโค้งที่ด้านหลังออกมา ยานบินขนาดยักษ์ที่มีสีดำสนิทยานระดับสูงที่สุดในการแข่งนี้...เฟทเดสทรอยเยอร์

                    “นิกกี้! ยานแม่ของเฮลเกทอยู่ข้างหลัง! ไม่รู้จะโจมตีมาหรือเปล่า!”เสียงบลานซ์ตะโกนบอกนิกกี้ที่บังคับฟลายอิ้งฟินอยู่

                   “เตรียมเปลี่ยนฟอเมชั่น!” เสียงนิกกี้ดังตอบกลับมาหลังสิ้นเสียงของเธอยานไฮเวยสตาร์ที่อยู่ในยานฟลายอิ้งฟินที่ขนาดใหญ่กว่าเคลื่อนตัวไปทางด้านหน้าหลังของยานฟลายอิ้งฟินหัวยานไฮเวย์สตาร์กำลังเคลื่อนไปด้านหน้าก่อนจะปักหัวลงแล้วเคลื่อนตัวหันหน้าไปทางด้านเดียวกับฟลายอิ้งฟินสุดท้ายท้องยาน 2 ลำก็ประกบแนบกัน

                    มิร่ากระโจนออกจากตัวยานเธอบินอยู่กลางอากาศพร้อมกับซัมมอนของการ์ดแอเรียที่เรียกออกมาสุดท้ายยานไฮเวย์สตาร์ก็ถูกหมุนให้ด้านบนตัวยานขึ้นมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องยานทั้ง 2 ลำถูกยึดไว้ด้วยใยเหนียวและทนทานที่พวกแทนได้มาจากป่าอาถรรพ์และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย....บลานซ์ก็เรียกไปยังห้องบังคับการของยานฟลายอิ้งฟิน

                    “เตรียมใช้เครื่องยนต์แอเรียบูสเตอร์...”

                    “ฟลายอิ้งฟินพร้อม...” เสียงนิกกี้ตอบกลับมา

                    “สิบ...เก้า...แปด...เจ็ด...หก...”บลานซ์เริ่มนับถอยหลังขณะที่ในมือของเขามีการ์ดแอเรียระดับ G อยู่ 1 ใบการ์ดน้ำพุสีเลือดที่ได้มาจากการจัดการคนของเฮลเกทที่โอเอซิสกลางทะเลทราย