“สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา เร่เข้ามา เร่เข้ามา วันนี้มีสินค้าพิเศษนะจ๊ะนายจ๋า” พ่อค้าร่างท้วมกำลังร้องเรียกเชิญชวนลูกค้าอยู่หน้าร้านของตน
ตลาดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวงของอาณาจักรอีเซีย เป็ตลาดที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านเดินจับจ่ายซื้อของอยู่ทั่วตลาด แผนผังของตลาดเป็ทางเดินยาว จุดสิ้นจุดเกือบจะถึงทางเข้าของราชวังเลยทีเดียว ทั้งสองข้างทางประกอบไปด้วยร้านค้าน้อยใหญ่ มีสินค้ามากมายให้เลือกหา
พ่อค้าแม่ขายต่างแข่งกันร้องะโเรียกลูกค้าอย่างสนุกสนาน บนใบหน้าผู้คนประกอบไปด้วยรอยยิ้ม แสดงให้เห็นถึงความสุขของพวกเขาอย่างชัดเจน
ทั้งๆที่เพิ่งจะเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตตก ด้วยความปรีชาสามารถของาาวิลเลียม เหตุการณ์โกลาหลที่เกิดขึ้นหลังอุกกาบาตตกจึงควบคุมให้กลับมาเป็ปกติโดยใช้เวลาไม่นาน
วิลเลียมเป็บุคคลที่มีวิสัยทัศน์มองการไกล และเป็คนที่ตัดสินใจด้วยความรอบคอบเสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์เพียงไม่นาน เขาวิเคราะห์สถานการณ์และจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทันท่วงที
ภายในอาณาจักรวุ่นวายเพียงแค่เวลาสั้นๆก็กลับมาเป็ปกติ ประชาชนเริ่มปรับตัวโดยมีกฎหมายการใช้พลัง ที่ออกโดยาาวิลเลียมควบคุมอย่างเข้มงวด จึงไม่ค่อยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นบ่อยนัก
ณ ราชวังขนาดใหญ่ สร้างขึ้นจากแร่หินที่มีความแข็งแรงที่สุดในโลก ส่องประกายแวววาวไปทั่วราชวัง ตรงโถงทางเดินมีชายชราสองคนกำลังเดินพร้อมกับสนธนาไปด้วย
“มันจะสงบแบบนี้ได้นานแค่ไหนกัน ท่านคิดว่ามันจะดีจริงๆรึ” ชายชราถามคำถามกับสหายผมขาว
“ข้าเองก็ไม่รู้หรอก ก็ต้องคอยดูกันต่อไป พวกเราเร่งหน่อยเถอะ ท่านาารอประชุมอยู่”
ได้ยินคำเตือนทั้งสองก็รีบเร่งฝีเท้า ไม่นานเงาของชายชราก็หายไปในราชวัง
ในห้องขนาดใหญ่ในราชวัง ภายในห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่12ที่นั่ง ตั้งอยู่กลางห้อง บริเวณโต๊ะปรากฏคนจำนวน12คน กำลังนั่งเตรียมหารือกันอยู่
“ในเมื่อมากันครบแล้ว เช่นนั้นเราก็เริ่มประชุมกันเลยเถอะ” าาวิลเลียมกล่าว
สิ้นเสียงของวิลเลียม สาวสวยที่นั่งอยู่ทางขวามือวิลเลียมจึงกล่าวต่อ
“งั้นเราจะเริ่มประชุมเื่ประชากรอาณาจักรกันก่อน อย่างที่ทุกท่านทราบ ตอนนี้เมืองของเรากำลังขาดแคลนประชากร ทำให้มีกำลังคนไม่พอในการป้องกันเมือง พวกท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง”
“เอาแบบนี้ดีไหม ในรอบๆเขตของเรามีหมู่บ้านน้อยใหญ่มากมาย หลังเหตุการณ์นั้น ข้าเชื่อว่าพวกเขาคงมีความวุ่นวายขึ้นเช่นกัน เราจะเปิดรับประชากรเ่าั้มาเป็ประชากรของเรา มีใบรับรองบุคคลให้ หากพวกเขามาอยู่ในเมืองของเราแล้ว ตามกฎหมายทหารเราสามารถเกณฑ์คนมาเป็ทหารเพิ่มได้ เท่านี้ก็น่าจะแก้ปัญหาได้” ชายชราคนหนึ่งกล่าวอย่างสุขุม
เมื่อทุกคนได้ฟังความเห็นของชายชรา ต่างก็พยักหน้าให้กัน แสดงถึงความเห็นด้วยกับความเห็นนี้
“เื่ประชากรและกำลังคนดำเนินการตามนี้ เริ่มเื่ต่อไปได้เลย” วิลเลียมกล่าว
“เื่ต่อไปเป็เื่เกี่ยวกับอาณาจักรรอบๆของพวกเรา” หญิงสาวกล่าวต่อ
“เื่นี้เป็ปัญหาใหญ่จริงๆ” ชายวันกลางคนเอ่ยขึ้นหลังได้ยินหัวข้อประชุม
“โลกเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราก็ต้องปรับตัวให้ทัน ไม่เช่นนั้นจะถูกทิ้งไว้ด้านหลัง” ชายอีกคนกล่าวเสริม
“พวกท่านมีความเห็นเช่นไร” หญิงสาวพูดขึ้นอีกครั้ง
หลายคนในห้องประชุมต่างนั่งเงียบ ไม่มีความเห็นใดใดออกมา วิลเลียมที่นั่งฟังมาตลอดก็กล่าวขึ้น
“การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันใหญ่จริงๆ ข้าได้ส่งสายลับเข้าไปอาณาจักรรอบๆทั้งหมดแล้ว สายลับรายงานกลับมาว่าอาณาจักรส่วนใหญ่ยังปกครองโดยราชวงศ์เดิม ฉะนั้นตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลเื่าแย่งดินแดน มีเพียงวาเลเซียที่มีการเปลี่ยนผู้ปกครอง เกิดการจราจลหลังเหตุการณ์อุกกาบาต กลุ่มโจรได้เข้าแย่งชิงอำนาจของราชวงค์ าาแห่งวาเลเซียถูกสังหาร เหล่าเชื้อพระวงศ์ก็ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย ข้ากังวลแค่ที่วาเลเซียเท่านั้น”
ได้ฟังคำของาาวิลเลียมหลายๆคนก็วางใจได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนแสดงความกังวลออกมาเช่นกัน ความเงียบปกคลุมไม่นาน วิลเลียมก็กล่าวอีกครั้ง
“เพื่อความปลอดภัยของอีเซีย ข้าจะจัดตั้งหน่วยพิเศษขึ้น หลังจากรับประชากรเข้ามาแล้ว เราจะดำเนินการสอบเพื่อเฟ้นหาคนที่มีคใามสามารถเข้าหน่วยพิเศษขึ้นทันที”
การประชุมดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วโมงจึงจะเสร็จสิ้น บรรดากลุ่มคนต่างแยกย้ายกันออกไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
มุมแห่งหนึ่งบริเวณใกล้เขตชายแดนระหว่างวาเลเซียและอีเซีย กลุ่มของพวกบิลลี่กำลังเดินทางลัดเลาะขอบชายแดน เพื่อเข้าไปยังเขตของอาณาจักรอีเซีย ชายสองและหญิงสองคนเดินทางมาด้วยความยากลำบาก กว่าจะถึงเขตชายแดนตรงนี้
เดินทางมาหลายวันก็พบเจอหมู่บ้าน ในที่สุดพวกบิลลี่ก็เข้าเขตของอีเซีย พวกเขาเดินทางต่อไปตามคำแนะนำของลิซ เนื่องจากลิซเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับอาณาจักรต่างๆ ทำให้พอรู้เกี่ยวกับอีเซียอยู่ไม่น้อย
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของอีเซีย ภายในหมู่บ้านจึงมีตลาดเล็กๆ ร้านค้ามากมายวางสินค้าเพื่อทำหารซื้อขายอย่างคึกคัก พวกบิลลี่เดินเข้ามายังส่วนของตลาดเพื่อหาของกินและหาที่พัก
พวกเขาเดินหาที่พักไม่นานนักก็พบบ้านเช่าหลังหนึ่งเข้าพอดี บ้านหลังนี้เป็บ้านเช่าขนาดเล็ก ลักษณะบ้านมีแค่ชั้นเดียว มีห้องนอน2ห้อง ปกติแล้วบ้านขนาดเล็กจะมีค่าเช่าอยู่ที่5เหรียญทองแดงต่อวัน แต่หลังเหตุการณ์อุกกาบาตตก ทำให้จำนวนคนที่เคยอยู่น้อยลงที่พักอาศัยที่ว่างยังมีอยู่มาก
ทำให้ค่าเช่าก็ถูกลงเหลือเพียง2เหรียญทองแดงต่อ1วัน พวกบิลลี่จึงตัดสินใจที่จะเช่าบ้านหลังนี้พักอาศัยทันที หลังจากตกลงกับเ้าของบ้านเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็เข้าไปในบ้านทันที
เมื่อเข้ามาในบ้านแต่ละคนก็หามุมนั่งลงเพื่อพักผ่อน เวลาผ่านไปไม่นานแต่ละคนก็พอที่จะหายเหนื่อยลงบ้าง เลคก็พูดขึ้นด้วยเสียงที่แสดงออกถึงความน้อยใจ
“พวกเ้าจำไว้เลย นั่นมันมีดสุดรักของข้าเลยนะ T-T”
“เอาน่าเลค ถ้าเราไม่ขายมีดของนายแล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเช่าบ้านละ” ลิซตอบกลับเลค
“ช่างมันเถอะ อีกสองสามวันเดี๋ยวข้าก็ลืมไปเอง”
“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันต่อดีละ เลค ลิซ” บิลลี่ถามเหล่าสหาย
“พวกเราต้องกบดานที่นี่กันไปก่อน ระหว่างที่อยู่ที่นี่ก็ต้องหาข้อมูลที่เป็ประโยชน์ด้วยเช่นกัน”
“งั้นก็ตกลงตามนี้ไปก่อน ข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนละกัน เหม็นจะตายอยู่แล้ว” เลคกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป
เมื่อได้ข้อตกลงแล้ว ต่างคนก็แยกย้ายเข้าห้อง บิลลี่เดินตามเลคเข้าห้องติดๆ ลิซลุกขึ้นจูงมือฟลอร่าเดินไปยังอีกห้องเช่นกัน
ผ่านไป1เดือน ที่พวกบิลลี่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้าน พวกเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับคนที่นี่ได้อย่างดี ระหว่างที่อยู่ที่หมู่บ้าน เลคกับบิลลี่ผันตัวเป็นักล่าเพื่อหาเลี้ยงชีพ ส่วนลิซและฟลอร่าพวกเลคให้อยู่ที่บ้านเพื่อความปลอดภัย
ใน่ที่พวกบิลลี่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน วันหนึ่งก็มีประกาศจากเมืองหลวงของอีเซีย จะมีการเปิดรับประชากรภายนอกให้มาเป็ประชากรของอีเซีย ทุกคนในหมู่บ้านต่างโห่ร้องยินดี บางครอบครัวเตรียมตัวพร้อมย้ายบ้านั้แ่วันแรกที่ได้ข่าวด้วยซ้ำ
พวกลิซก็ไม่ต่างกัน พวกเขามีแผนจะเดินทางไปยังเมืองหลวงเหมือนกัน นับว่าเป็โอกาสที่ยากจะมีอีกครั้ง ที่จะได้เป็ประชากรของอีเซียโดยมีใบรับรอง เมื่อบุคคลใดมีใบรับรองการเป็ประชากร จะสามารถเข้าอาศัยในเขตกำแพงเมืองหลวงได้และได้รับการป้องกันจากพวกสัตว์อสูรจากทหารอีกต่างหาก
ทุกคนต่างไม่อยากพลาดโอกาสครั้งนี้ หลังประกาศไม่นานก็เริ่มมีคนออกเดินทางไปยังเมืองหลวงทันที พวกบิลลี่ยังไม่รีบร้อน เนื่องจากระยะเวลารับประชากรยังเหลืออีกมาก พวกเขาจะเดินทางในอีก3วันข้างหน้า
วันเวลาเวียนมาถึงวันเดินทาง บิลลี่และเลคกำลังเตรียมรถม้าอยู่ด้านนอก ลิซกับฟลอร่าก็ขนสัมภาระของตนมายังรถม้า เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วทุกคนก็ออกเดินทางสู่เมืองหลวงทันที
ใช้เวลาเดินทางเพียง2วันพวกเขาก็มาถึงเมืองหลวง เมื่อมาถึงบริเวณทางเข้าพวกบิลลี่ก็ต้องใกับภาพตรงหน้า รถม้าจำนวนมากกำลังต่อแถวเข้าคิวเพื่อทำการคัดกรองก่อนเข้าไปยังด้านใน
“ไอ่หน้าแมว!!” บิลลี่อุทานออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ต้องรอสักครึ่งวันละมั้ง คนเยอะขนาดนี้” ลิซกล่าวกับบิลลี่
เวลาผ่านไปเกือบค่อนวันก็มาถึงคิวของพวกบิลลี่ ก่อนจะเข้าเมืองหลวง ทุกคนต้องได้รับการตรวจสอบความสามารถก่อน เพื่อทำการบันทึกข้อมูลของประชากรและหาความสามารถที่เป็ประโยชน์ต่ออาณาจักร
หากเป็ผู้ที่มีความสามารถที่อาณาจักร้า นอกจากใบรับรองแล้วยังจะได้รับบ้านพักพร้อมที่ดินจำนวนหนึ่งและได้รับตำแหน่งงานทันที นี่เป็สิทธิพิเศษที่จะได้รับ เป็คำสั่งโดยตรงของาาวิลเลียม
พวกบิลลี่เข้าตรวจสอบทีละคน การตรวจสอบผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเข้าไปยังเขตเมืองหลวง ทหารได้นำใบรับรองสีทองมอบให้กับบิลลี่และเลคส่วนลิซกับฟลอร่าเป็เพียงใบรับรองสีขาวปกติ
“ทำไมของฉันกับฟลอร่าเป็สีขาวแต่ของบิลลี่เป็สีทองล่ะ มันต่างกันยังไง”
“พวกเ้าก็รีบถามจัง ข้ากำลังจะอธิบายอยู่เชียว สีขาวเป็ใบรับรองปกติส่วนสีทองเป็ใบรับรองว่าเป็ผู้ที่มีความสามารถที่เรา้า 1ใบรับรองสีทองสามารถแลกเป็บ้านพร้อมที่ดินในส่วนด้านในได้ ข้าละอิจฉาพวกเ้าจริงๆ”
“แล้วแบบนี้หนูกับพี่ลิซจะไปอยู่ที่ไหน” ฟลอร่าถามลิซพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า
“อย่าเพิ่งร้องเด็กน้อย ผู้ที่มีใบรับรองสีทองสามารถนำครอบครัวหรือผู้อื่นเข้าไปอาศัยในบ้านได้” นายทหารอธิบายพร้อมส่งยิ้มให้กับฟลอร่า
“เฮ้ออ!! โล่งอกไป” ลิซถอนหายใจออกมาด้วยความสบายใจ
เมื่อเสร็จจากการตรวจสอบแล้ว พวกเขาก็เดินทางเข้าเขตเมืองทันที ใช้เวลาเดินทางไปยังบ้านพักครู่หนึ่งก็มาถึง พวกเขามีใบรับรองสีทอง2ใบ จึงได้รับบ้านพักติดกัน
พวกบิลลี่รีบเข้าไปยังภายในบ้านพักกันทันที ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายอย่างสวยงาม ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง สมาชิกทั้ง4จึงแยกย้ายไปยังห้องของตน เนื่องจากเป็บ้าน2หลังติดกันจึงมีจำนวนห้องนอนเพียงพอสำหรับทุกคน บิลลี่และเลคแบ่งกันคนละห้อง ส่วนฟลอร่าอยู่กับลิซด้วยกัน
ผ่านไปเพียง3วัน มีทหารกลุ่มหนึ่งมาเคาะประตูบ้านของบิลลี่ เสียงเคาะประตูผ่านไปไม่นานนัก บิลลี่ก็รีบวิ่งมาเปิดประตูตอนรับทันที เมื่อประตูเปิดออก นายทหารคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นพร้อมกับชูป้ายประกาศใบหนึ่งกางออกทางด้านหน้า
“คำสั่งของาาวิลเลียม ผู้ที่มีใบรับรองสีทองหลังจากนี้3วันให้ไปรายงานตัวที่ราชวัง” จบคำพูด นายหทารเก็บใบประกาศลงพร้อมกับหันหลังเดินออกไปทันที
เหล่าทหารจากไปไม่นาน สมาชิกอีก3คนก็เดินมายังส่วนของห้องนั่งเล่น เมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้าบิลลี่ก็แจ้งข่าวการเรียกตัวให้กับเลค
“สงสัยเรียกรวมตัวคนที่มีความสามารถที่าา้าละนะ” เลคตอบ
“แล้ววันนี้เราจะทำสวนกันไหม?” ลิซกล่าวแทรก
“ทำสิ”
“งั้นพวกนายสองคนออกไปซื้ออุปกรณ์ทำสวนมาหน่อย ฉันกับฟลอร่าจะรออยู่ที่สวน”
“ไปกันเถอะบิลลี่ จะได้รีบกลับ”
เลคและบิลลี่เดินออกไปยังตลาดเพื่อซื้อของ ส่วนลิซและฟลอร่ากก็เดินไปยังพื้นที่สวนหลังบ้านทันที ประมาณครึ่งชั่วโมงบิลลี่ก็กลับมา ่สายของวันสมาชิกทั้ง4คนช่วยกันทำสวนจนหมดวัน
“เฮ้อ!! เสร็จจนได้” เสียงอุทานดังขึ้น
หลังจากเสร็จสิ้นจากภารกิจทำสวน แต่ละคนต่างก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว ถึงเวลาอาหารค่ำของวันนี้ ทุกคนก็พร้อมหน้าพร้อมตาอยู่ที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีซุปเห็ดและขนมปังนึ่ง วางอยู่ด้านหน้าคนทั้งสี่ การรับประทานดำเนินไปครู่ใหญ่จึงจะเสร็จ สมาชิกทุกคนแยกย้ายกลับห้องของตนเพื่อพักผ่อน
แสงอรุณของเช้าวันใหม่มาเยือน หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ลิซและฟลอร่าก็เดินลงมาห้องนั่งเล่นแต่ไม่พบใคร เธอเองไม่ได้ใส่ใจอะไร เดินไปยังโซฟากลางห้องพร้อมกับฟลอร่า
อีกด้านหนึ่งบิลลี่และเลคกำลังเดินอยู่บนถนนกลางตลาด พวกเขากำลังเดินทางไปยังสนามฝึก เหตุผลของทั้งสองที่จะไปยังสนามฝึก ก็เพื่อฝึกการใช้ความสามารถของตน
ไม่ใช่เพียงเลคและบิลลี่ที่กำลังไปยังสนาม เมื่อเข้าใกล้บริเวณสนามฝึก ทั้งสองก็พบคนจำนวนหนึ่งที่กำลังไปสนามฝึกเช่นกัน คนเ่าั้บ้างก็มาเป็กลุ่ม บ้างก็มาคนเดียว
สนามฝึกแห่งนี้เป็เพียงสนามฝึกขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสนามของราชวัง แต่สนามแห่งนี้ก็ยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่พอที่จะรองรับผู้คนจำนวนมาก หาก้าใช้สนามฝึก เพียงแค่จ่ายค่าเข้าจำนวน5เหรียญทองแดงก็สามารถใช้ห้องฝึกได้
ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปยังห้องฝึก ก็เห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังมุ่งดูอะไรสักอย่าง ด้วยความสนใจทั้งสองจึงเดินเข้าไปดูด้วยเช่นกัน ทั้งสองเบียดกลุ่มคนไปยังด้านใน เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางวงล้อม พร้อมกับถือบางอย่างในมือชูขึ้นฟ้า
“นี่คือลูกแก้วอสูร พวกเ้าคงยังไม่เคยเห็นสินะ” ชายคนนั้นกล่าวพร้อมกับยืดอกขี้นด้วยความภูมิใจ
“ว้าว สุดยอด ข้าพึ่งเคยเห็นกับตาครั้งแรกเลย”
เมื่อเลคและบิลลี่เห็นชายคนนั้นกำลังอวดลูกแก้วอยู่ก็มองหน้ากันด้วยความสงสัย บิลลี่จึงหันไปถามกับชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“พี่ชาย นั่นมันคืออะไรงั้นรึ”
“เ้าคงพึ่งย้ายเข้ามาสินะ ถึงไม่รู้เื่” ชายด้านข้างตอบ
“อ่อใช่ๆ ข้าพึ่งย้ายมา แล้วสรุปมันคืออะไร”
“นั่นนะคือ ลูกแก้วอสูร”
“แล้วมันพิเศษยังไง ข้าเห็นว่าหลายคนมองด้วยความอยากได้”
“ลูกแก้วอสูรนะพิเศษอย่างมากเลยละ มันพบเจอยากมาก หากใครกลืนลูกแก้วอสูรลงไป มันจะช่วยปรับแต่งร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น นี่แหละความพิเศษของมัน” ชายคนนั้นตอบด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับกล่าวต่อ
“โลกตอนนี้มันโหดร้ายยิ่งนัก ความแข็งแกร่งเป็นาย ความอ่อนแอเป็บ่าว ในเมื่อมีหนทางแข็งแกร่งทำไมไม่อยากได้ล่ะ?”
“แล้วจะหาลูกแก้วพวกนั้นได้อย่างไร ที่ตลาดมีขายหรือไม่” บิลลี่ถามต่อ
“ฮ่าๆๆๆ ถ้าที่ตลาดมีขาย พวกเ้าก็หาซื้อไม่ทันพวกข้าหรอก ลูกแก้วอสูรมันเกิดขึ้นยากมาก มันจะอยู่ในร่างของสัตว์อสูรบางตัวเท่านั้น และมันมีอัตราที่มีต่ำมากๆ จึงพบเจอได้ไม่บ่อยนัก เท่าที่ข้ารู้ในอาณาจักรลูกแก้วอสูรตรงนี้เป็เพียงลูกที่3ที่ข้าเคยเจอ”
“ขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยตอบคำถาม”
เมื่อได้คำตอบที่้าแล้ว ทั้งสองไม่ได้ยืนอยู่อีกต่อไป พวกเขาเดินไปยังห้องฝึกของตนเพื่อฝึกฝนความสามารถทันที สองหนุ่มใช้เวลาทั้งวันในการฝึก ด้วยความเหนื่อยจากการฝึกหนัก เมื่อดวงอาทิต์ลับฟ้าไปทั้งสองก็เดินทางกลับบ้าน