บทที่ 13 ช่างเป็ผู้หญิงที่ร้ายกาจราวกับงูพิษ
"ใช่แล้ว เด็กผู้หญิงที่ท่านประธานพามาก็เป็เด็กที่น่ารักอ่อนโยน ไม่น่าจะเป็ฝีมือของเธอหรอก"
"ถ้าคุณทำก็ยอมรับไปสิ อย่ามาปฏิเสธ เด็กยืนอยู่ไกลขนาดนั้น คุณเป็ผู้ใหญ่แล้วยังจะมาโยนความผิดให้เด็กอีกเหรอ?"
"คนเรานี่ดูแค่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ"
"......"
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ ดูถูกเลขาหลี่กันอย่างไม่ไว้หน้า
เลขาหลี่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีในบริษัทอยู่แล้ว เธอเป็นังจิ้งจอกไร้ยางอาย ชอบจีบผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว และตอนนี้ยังถูกถังโย่วโย่วก่อเื่จนมีข่าวว่ารังแกเด็กอีก
เลขาหลี่โกรธมาก แต่ไม่สามารถระบายออกมาได้ เพราะเธอไม่มีหลักฐาน
ในขณะที่ทุกคนกำลังด่าว่าเลขาหลี่ไร้ยางอายอยู่นั้น เสียงอ่อนหวานของเด็กน้อยก็ดังขึ้น "อย่าด่าพี่สาวเลยค่ะ พี่สาวเป็คนดีนะ ยังให้หนูดื่มน้ำเย็นด้วย"
"น้ำเย็น??"
ประโยคแรกที่ถังโย่วโย่วพูดออกมายังพอฟังได้ แต่ครึ่งหลังที่เธอพูดออกมาทำให้ทุกคนต้องอุทานด้วยความใ
เสียงด่าทอเลขาหลี่ดังขึ้นอีกครั้ง
"ผู้หญิงคนนี้เหมือนงูพิษจริง ๆ กล้าให้เด็กเล็กขนาดนี้ดื่มน้ำเย็นได้ยังไง?"
"ใคร ๆ ก็รู้ว่าระบบย่อยอาหารของเด็กบอบบางที่สุด ถ้าดื่มน้ำเย็นแล้วมันไปกระตุ้นลำไส้ เป็หวัดหรือป่วยขึ้นมาจะทำยังไง?"
"ใช่ ๆ ใจร้ายเหลือเกิน น่ารังเกียจ แต่งตัวดูดีแต่ใจคอโหดร้ายขนาดนี้"
ถังโย่วโย่วยืนอยู่ด้านข้าง ดวงตากลมโตเปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยม เมื่อได้ยินทุกคนประณามเลขาหลี่ เธอรู้สึกสะใจเป็ที่สุด ดวงตากะพริบถี่ ๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ทุกคนอย่าว่าพี่สาวเลยค่ะ โย่วโย่วไม่ได้ดื่มน้ำเย็น ไม่ได้ดื่มจริง ๆ"
คำพูดของเธอดูเหมือนจะเป็การแก้ต่างให้เลขาหลี่ แต่แล้วเธอก็พูดต่อว่า "หนูตั้งใจจะดื่มน้ำร้อน แต่พี่สาวดื่มหมดแล้ว หนูเลยไม่ได้ดื่ม"
ประโยคกำกวมแบบนี้ไม่ใช่การอธิบายหรอก แต่เป็การผลักเลขาหลี่ลงหลุมไฟต่างหาก เธอคิดว่าไฟยังไม่แรงพอ จึงต้องเติมฟืนอีกกำ
เมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว เลขาหลี่หันมามองถังโย่วโย่วด้วยสายตาเดือดดาล ช่างเป็เด็กปากกล้าที่รู้จักพูดจาเอาตัวรอด อายุยังน้อยแต่กลับรู้จักใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น นี่เป็สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน เลขาหลี่โกรธจนกัดฟันกรอด อยากจะกระโจนเข้าไปฉีกใบหน้ากลม ๆ ของถังโย่วโย่วให้ได้
ถังโย่วโย่วรู้สึกถึงสายตาของเธอ จึงทำปากยื่นพร้อมสีหน้าไร้เดียงสามองเลขาหลี่ สายตานั้นดูเหมือนจะบอกว่า คุณจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?
"ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้ทำ ฉันรินน้ำร้อนให้ แต่เธอไม่ยอมดื่มแล้วบังคับให้ฉันดื่มแทน พวกคุณอย่าเชื่อคำพูดของเธอนะ เธอกำลังหลอกพวกคุณอยู่" เลขาหลี่หันไปอธิบายกับทุกคนอย่างทำอะไรไม่ถูก
ตอนนี้มีถังโย่วโย่วอยู่ด้วย ทุกคนต่างเข้าข้างเธอกันหมด ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเลขาหลี่อีกแล้ว
"พูดไม่คิดเลยนะ เด็กตัวเล็ก ๆ แบบนี้จะโกหกใครได้?"
"ฉันว่าคุณโดนเปิดโปงแล้ว เลยโกรธล่ะสิ!"
"ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
ถึงตอนนี้เลขาหลี่จะมีแปดปากก็อธิบายอะไรไม่ได้แล้ว ทุกคนในสำนักงานต่างพากันออกมายืนประณามเลขาหลี่
ถังโย่วโย่วยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ราวกับกวางน้อยที่หลงทาง แต่ความจริงแล้วเธอกำลังยืนดูการแสดงของทุกคนอยู่ ทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก ในตอนนั้นชางโหยวที่เพิ่งเลิกประชุมเดินออกมาจากทางเดินพอดี เขายังไม่ทันเดินออกมาจากระเบียงก็ได้ยินเสียงของทุกคนเสียแล้ว
เมื่อเขาเดินออกมาจากระเบียง สิ่งแรกที่เห็นคือถังโย่วโย่วที่ยืนอยู่อย่างเดียวดายที่ด้านข้าง จากนั้นก็เห็นเลขาหลี่กำลังถูกทุกคนประณามด่าทอ
เมื่อเห็นภาพนี้ ชางโหยวก็โกรธทันที
เขาโยนแฟ้มเอกสารลงบนพื้น เสียงดังปั้ก! ทุกคนได้ยินเสียงนั้นต่างสะดุ้งและหันไปมอง เห็นชางโหยวที่มีสีหน้าไม่พอใจ
"พวกคุณกำลังทำอะไร?! ที่นี่เป็บริษัท ไม่ใช่ตลาดสด!"
"จะทะเลาะอะไรกัน?! ถ้าจะทะเลาะก็ออกไปทะเลาะข้างนอก"
เลขาหลี่เห็นชางโหยวก็เหมือนเห็นผู้มาโปรด เธอรีบเดินมาหน้าชางโหยวเตรียมจะเล่าเื่ความวุ่นวายที่ถังโย่วโย่วก่อไว้ แต่กลับถูกเสียงหวานใสของถังโย่วโย่วแย่งพูดก่อน
"คุณลุง! อุ้มหนูหน่อย"
เ้าตัวน้อยอาศัยร่างเล็ก ๆ วิ่งตรงไปหาชางโหยว ดึงกางเกงของเขาพลางพูดเสียงอ้อน ๆ
ชางโหยวก้มลงมองเธอ เห็นถังโย่วโย่วน้ำตาคลอ น่าสงสาร สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขายื่นมือไปอุ้มถังโย่วโย่วขึ้นมาด้วยสีหน้าอ่อนโยนผิดปกติ "เป็อะไรไปหรือโย่วโย่ว มีใครรังแกหนูหรือเปล่า?"
ส่วนถังโย่วโย่วทำหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด ริมฝีปากเล็ก ๆ เม้มแน่น ดูเหมือนไม่ได้รับความเป็ธรรมอย่างถึงที่สุด เมื่อชางโหยวเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารจนทนไม่ไหว เขารีบอุ้มถังโย่วโย่วขึ้นมาต่อหน้าทุกคนแล้วพูดปลอบเสียงนุ่มนวล "ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง โย่วโย่วของเราเป็นางฟ้าตัวน้อย ถ้าร้องไห้แล้วจะไม่น่ารักเลย"
สีหน้าของชางโหยวทำเอาทุกคนตะลึง เป็ภาพที่น่าตกตะลึงจนฟ้าดินต้องะเื
เมื่อครู่ยังทำหน้าดุดันราวกับจะกินคนเข้าไปได้ แต่กลับถูกเด็กน้อยตัวกลมทำให้อ่อนโยนลงได้ ดูท่าทางตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคุณพ่อลูกอ่อนเลย
เมื่อเห็นถังโย่วโย่วไม่ยอมพูด ชางโหยวจึงมองไปที่ทุกคนแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า "เื่มันเป็ยังไงกันแน่?"
เลขาหลี่ก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและกำลังจะเอ่ยปาก แต่แล้วก็ได้ยินเสียงพูดคุยอื้ออึงดังมาจากด้านหลัง
"ประธานชาง คุณไม่รู้หรอกว่าเลขาหลี่ทำอะไรเลวร้ายไว้บ้าง"
"เธอให้เด็กน้อยดื่มน้ำเย็น เก็บน้ำร้อนเอาไว้ดื่มเอง"
"ถ้าเธอจะระบายอารมณ์ก็ไม่ควรมาระบายกับเด็กสิ แถมยังเอากระดาษในเครื่องพิมพ์ออกมาหมดแล้วบอกว่าเด็กเป็คนทำ"
"คุณดูเด็กน้อยสิ หน้าตาน่ารักเหมือนนางฟ้าตัวน้อยจะทำเื่แบบนั้นได้ยังไงกัน? นี่มันชัดเจนแล้วว่าเลขาหลี่เป็คนทำ แต่ยังจะโยนความผิดให้เด็กน้อยอีก ช่างเป็ผู้หญิงที่ร้ายกาจเหมือนงูพิษจริง ๆ มันเกินไปแล้วนะ!"
"......" เลขาหลี่พูดไม่ทันจบประโยค คนที่อยู่ด้านหลังก็พูดทุกอย่างที่เธอตั้งใจจนหมดแล้ว
เื่นี้ทำให้เลขาหลี่โกรธจนแทบจะเป็ลม
ชางโหยวได้ยินคำพูดของพวกเขา เสียงทุ้มต่ำก็แฝงไปด้วยความน่าขนลุก ราวกับจะกลืนกินเลขาหลี่ทั้งเป็ "สิ่งที่พวกเขาพูดเป็ความจริงหรือ เลขาหลี่?"
"ประธาน… ประธานชาง ฉันไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ! มันเป็การใส่ร้ายจริง ๆ!" เลขาหลี่ร้องด้วยความคับแค้นใจ "อย่าว่าแต่เป็ลูกนอกสมร... อ๊ะ ไม่ใช่ค่ะ หลานสาวของคุณเลย แม้แต่เด็กแปลกหน้าฉันก็ไม่กล้าทำแบบนั้นค่ะ"
"แล้วพี่สาวไม่ได้รินน้ำเย็นให้หนูเหรอ?" ตอนนี้ถังโย่วโย่วโผล่หน้าเล็ก ๆ ออกมาจากอ้อมอกของชางโหยว ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตา
"......" เลขาหลี่ถึงกับพูดไม่ออก
"น้ำร้อนที่หนูรินให้ พี่สาวไม่ได้ดื่มไปหมดแล้วเหรอ?"
"......" เลขาหลี่ถึงกับสำลักอีกครั้ง
"คุณลุงคะ ดูสิคะว่าพี่สาวทำกับหนูถึงขนาดไหน แต่ก็ยังไม่ยอมรับอีก ฮือ ๆ ๆ"