เล่มที่ 1 บทที่ 12 ปีศาจขั้นเยาหวัง
บัดนี้หลินเฟยไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเขาเลยสักนิด
หลังจากเห็นอสรพิษั์าเ็ หลินเฟยก็ไม่ได้ไล่ตามมันไปอีก แต่กลับรีบหยิบขวดหยกที่วางทิ้งไว้ขึ้นมา โดยไม่สนใจว่าไอมรณะจะกลั่นเป็หยดน้ำพุเหลืองได้สักหยดหรือยังเขาเปิดขวดออก ก่อนจะโยนเข้าไปในปากของอสรพิษั์ทันที...
“หวังว่าจะได้ผลนะ ไม่เช่นนั้นแย่แน่...”
หลินเฟยมองตามขวดหยกที่ถูกโยนเข้าปากอสรพิษั์ ต่อให้ชาติก่อนผ่านความเป็ตายมามากมายเพียงใดแต่เวลานี้ก็ยังอดเป็กังวลไม่ได้จริงๆ...
ราวกับว่าเวลากำลังเดินช้าลง...
หลินเฟยรู้สึกถึงความชื้นจากฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อในที่สุดอสรพิษั์ก็หยุดโจมตี มันค่อยๆหดหัวอันใหญ่โตขยับห่างออกไปลำตัวยาวนับร้อยจ้างที่บิดกระส่ายในน้ำก็หยุดนิ่งราวกับถูกพลังบางอย่างสะกดเอาไว้ อยู่ดีๆก็สงบนิ่งขึ้นมาทันที
“เฮ้อ...” หลินเฟยทิ้งลมหายใจยาว กระชับกระบี่ในมือแล้วเดินไปที่ริมฝั่ง
“ศิษย์...ศิษย์พี่หลิน ระ...ระวังด้วย...” ไม่ง่ายเลยกว่าจะทลายปราการน้ำแข็งที่ห่อหุ้มตนเองออกมาได้ ศิษย์น้องซูล้มลุกคลุกคลาน พยายามถอยออกจากแม่น้ำหยินทว่าพอเขาหันกลับไป ก็เห็นหลินเฟยที่กำลังรนหาที่ตาย กำลังเดินไปทางริมแม่น้ำอาจเป็เพราะมโนธรรมในใจ หรือไม่ก็กลัวว่าหากหลินเฟยตายตัวเขาจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย ทั้งที่เป็คนเห็นแก่ตัว แต่ก็กลับเอ่ยปากเตือนหลินเฟยจนได้...
หลินเฟยไม่ได้สนใจอะไร เขาเพียงยกมือขึ้นทำท่าให้เงียบเสียงสองตาเอาแต่จดจ้องอสรพิษั์ที่จู่ๆก็สงบลง
หนึ่งคนหนึ่งอสรพิษประจันหน้ากันเป็เวลาถึงหนึ่งเค่อเต็มๆ จากนั้นหลินเฟยจึงเอ่ยออกมา
“มานี่!”
“หื้อ?” ได้ยินดังนั้น ศิษย์น้องซูถึงกับใสองขาพลันก้าวถอยหลังไปหลายสิบก้าว
แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาจะถอยไปเพื่ออะไรในเมื่อศิษย์พี่หลินไม่ได้เรียกเขานี่นา...
‘บ้าเอ๊ย...’
หลังจากที่ตั้งสติได้ ทันทีทันใดศษย์น้องซูก็ใจนร้องไห้ออกมา...
เพราะหลังจากที่ศิษย์พี่หลินเอ่ยเรียกตน ส่วนหัวอันมหึมาของเ้าอสรพิษั์ก็ขยับเข้ามาจริงๆ
“หมดกัน...” เห็นเช่นนั้น ศิษย์น้องซูจึงเสียใจอย่างมากหากรู้ว่าเป็แบบน เขาจะรนหาที่ตายเดินทางมาที่แม่น้ำหยินนี้เพื่ออะไรกันศิษย์พี่หลินเองก็ไม่ต่าง ทั้งที่มีโอกาสหนีแล้ว ทำไมยังรนหาที่ตายอีกแถมยังจะดื้อดึงเรียกเ้าอสรพิษั์นั่นให้เข้ามา จะเรียกมันมาทำไมเรียกให้มันมากินพวกข้าหรือ?
แต่ทว่า...
สิ่งที่เห็นกลับทำให้ศิษย์น้องซูต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
หลังจากที่ศีรษะใหญ่โตของเ้าอสรพิษั์ขยับเข้ามาศิษย์พี่หลินกลับยื่นมือออกไปตบสองที และดูเหมือนว่าปากของเขาจะพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ด้วยพอฟังดูดีๆ ถึงรู้ว่าศิษย์พี่หลินกำลังด่าสั่งสอนมันอยู่
“ข้าสั่งให้เฝ้าของ แต่ดูเ้าสิ แอบมาเที่ยวเล่นที่แม่น้ำหยินแถมยังทำตัวเหมือนพวกปีศาจ ไล่กินมนุษย์อีก คิดจะแข็งข้อกับข้าหรืออย่างไร?”
จะว่าไปก็แปลก ทั้งที่เมื่อครู่เ้าอสรพิษั์ยังดูดุร้ายแต่หลังจากที่ศิษย์พี่หลินว่ากล่าว มันกลับก้มหัวลงอย่างว่าง่ายราวกับให้ศิษย์พี่หลินตบทำโทษมันได้สะดวกขึ้น...
“พอแล้ว อย่ามาทำเป็เชื่อง ไสหัวกลับแม่น้ำหยินไป ไว้อีกสองวันข้าจะไปหาไปซะสิ!”
เมื่อจบคำ หลินเฟยก็ตบหัวของมันเบาๆ เ้าอสรพิษั์ก็หดหัวของมันกลับไป ก่อนจะผงกหัวอันใหญ่โตของมันราวกับกำลังตอบรับก่อนจะค่อยๆดำกลับลงใต้แม่น้ำการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทำให้ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นน้อยๆ เพียงไม่นานก็สงบลงพ้นไปจากสายตาของพวกเขา...
“เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว กลับกันเถอะ” หลินเฟยก้มลงเก็บลูกแก้วปีศาจบางส่วนที่พื้นขึ้นมาครั้งนี้เสียหายหนักจริงๆ หลายวันมานี้สังหารปีศาจไปหลายร้อยตน ไม่ง่ายเลย กว่าจะรวบรวมลูกแก้วจนกลั่นเป็หยดน้ำพุเหลืองได้แต่ก็กลับต้องสูญเปล่าไปกับเ้าตะกละนั่น การจะหลอมแยกอาวุธที่ไม่สมประกอบเช่นนี้ สงสัยคงต้องลำบากอีกหลายวันเสียแล้ว...
“ศิษย์...ศิษย์พี่หลิน เมื่อ...เมื่อกี้...” ในตอนนี้เองศิษย์น้องซูใจนพูดไม่เป็ภาษาสายตาที่มองหลินเฟยบ่งบอกว่าตกตะลึงยิ่งกว่าตอนเห็นอสรพิษั์
ต่อให้จะไม่รู้เื่อย่างไร เขาก็รู้ดีว่าเ้าตัวเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ปีศาจธรรมดาดูแล้วอาจจะเป็จอมปีศาจขั้นเยาวังเลยก็ได้ ปีศาจขั้นเยาหวังหมายถึงอะไรน่ะหรือ? มันก็คือปีศาจที่มีอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าดิน สามารถล่มน้ำล่มทะเลได้เลยทีเดียวอย่างไรล่ะทั้งผู้บำเพ็ญขั้นมิ่งหุนหรือขั้นจิงตัน เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมปีศาจขั้นเยาหวังแล้วถือว่าเป็เพียงขนมหวานของมันเท่านั้น การปรากฏตัวของมัน ดูท่าแล้ว ทั่วทั้งสำนักเวิ่นเจี้ยนคงมีแต่เ้าสำนักคนเดียวเท่านั้นที่ต่อกรกับมันได้
ทว่าเมื่อกี้นี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าศิษย์พี่หลินจอมปีศาจตนนั้นกลับเชื่องเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ปล่อยให้ดุด่าได้ตามใจหากไม่ได้เห็นกับตาก็คงไม่มีใครเชื่อว่านี่คือเื่จริง
น่าขัน ที่ก่อนหน้านี้เขาคิดจะแย่งศาสตราวุธขั้นอิงฝูของศิษย์พี่หลิน...
ยังดีที่อสุรกายกุ่ยเย่ชาปรากฏตัวเสียก่อนทำให้แผนร้ายของเขาล่มไม่เป็ท่า ไม่อย่างนั้นล่ะก็ตอนนี้เขาคงเป็ขนมให้เ้าอสรพิษั์นั่นเคี้ยวเล่นแล้ว...
พอมาคิดดูแล้ว ศิษย์น้องซูก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้เจอกุ่ยเย่ชาขึ้นมา....
“ไม่มีอะไร แค่รู้จักกันน่ะ” หลินเฟยไม่สนว่าศิษย์น้องซูจะคิดอย่างไรหลินเฟยกำลังปวดใจ เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ ไม่ง่ายเลยที่จะรวบรวมไอมรณะเ่าั้ได้แต่ทุกอย่างก็หายวับไปกับตา....
“ใช่ๆ ข้าจะเก็บความลับนี้ให้ศิษย์พี่เอง” ได้ยินดังนั้นศิษย์น้องซูก็คิดได้ว่าหลินเฟยน่าจะ้าให้เขารักษาความลับ
จะว่าไปก็ใช่ คนอย่างศิษย์พี่หลินคงจะมีความลับมากมาย เื่ที่รู้จักกับอสรพิษั์ขั้นเยาหวังเองก็คงเป็หนึ่งในความลับของศิษย์พี่หลินล่ะมั้งการได้มีส่วนรู้เห็นในความลับก็ถือว่าเป็บุญวาสนาที่สั่งสมมาหลายชาติแล้วเขายังจะกล้าถามอะไรอีก คิดได้ดังนั้น ศิษย์น้องซูก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา...
“เอาล่ะ กลับกันก่อนเถอะ”
ทั้งคู่เดินออกจากลุ่มแม่น้ำหยิน มุ่งหน้าสู่ถ้ำเสวียนปิงอันหนาวเหน็บ เดินสวนกับศิษย์เฝ้าเวรสองคนที่ออกจากห้องที่มีกระถางไฟพอดี พวกเขาคิดจะสอบสวนหลินเฟย แต่กลับถูกศิษย์น้องซูผลักออก...
“ถอยไป พวกเ้าคิดว่ามีสิทธิแตะต้องตัวคนอย่างศิษย์พี่หลินได้เลยหรือ? เร็วเข้า รีบไปเตรียมน้ำแกงขิงให้ศิษย์พี่ดื่มอุ่นร่างกายแล้วก็ไปเอาเหล้าชั้นดีในห้องข้ามาด้วย...” หลังจากสั่งสอนศิษย์ที่เฝ้าเวรทั้งคู่แล้วศิษย์น้องซูก็รีบหันมาส่งยิ้มประจบประแจงให้หลินเฟยทันที
“ศิษย์พี่หลิน ที่นี่อากาศหนาวเย็น สภาพอากาศก็แสนเลวร้ายหากท่านไม่รังเกียจก็ย้ายไปพักที่ห้องของข้าเถอะ อย่างน้อยห้องของข้าก็ยังพอมีกระถางไฟให้ความอบอุ่น...”
“...” หลินเฟยพูดไม่ออกกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือของศิษย์น้องซู
แน่นอนว่าหลินเฟยไม่คิดปฏิเสธ เดิมทีถ้ำเสวียนปิงก็มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเลวร้ายอยู่แล้วหากมีผู้นำของที่นี่อย่างศิษย์น้องซูเป็ที่พึ่ง หากคิดจะทำการอะไรก็คงจะง่ายขึ้น
หลังจากนั้นหลายวัน หลินเฟยยังคงวนเวียนอยู่ที่แม่น้ำหยิน ทุกๆวันจะตามล่าสังหารปีศาจสิบตนเพื่อแยกเอาไอมรณะบนลูกแก้วิญญาของพวกมันออกมาก่อนจะใส่ลงขวดหยกเพื่อกลั่นเป็หยดน้ำพุเหลืองถึงแม้เ้าศิษย์น้องที่ชื่อซูหยวนนั่นจะเตือนอยู่หลายครั้ง แถมคิดจะใช้อำนาจในตำแหน่งช่วยเปลี่ยนงานให้แต่มีหรือว่าหลินเฟยจะยอม
วันแล้ววันเล่าผ่านไป ไอมรณะในขวดหยกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆจวนจะกลั่นเป็น้ำพุเหลืองหยดที่สองได้แล้ว...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------