เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
แม้ว่ายามนี้ตะวันจะยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าแต่ผู้คนในตระกูลเมิ่งกลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจนหมดประตูทางออกไม่ว่าจะเป็ทางด้านหน้า ด้านหลัง หรือช่องทางลับล้วนถูกปิดตายจนสิ้น เรียกได้ว่าแม้แต่แมลงวันสักตัวก็มิอาจผ่านเข้าออกตระกูลเมิ่งในยามนี้ได้
ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนยังสับสนว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่มีเพียงคนจำนวนน้อยนิดที่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ซึ่งคนที่ว่าก็ล้วนแล้วแต่เป็ตัวตนสำคัญของตระกูลเมิ่งแห่งนี้กันทั้งนั้น
ตึก ตึก ตึก
ในที่ดินเล็กๆ ของครอบครัวหรูเป้ยเฟิงยามนี้ปรากฏเงาร่างของผู้คนนับสิบคนกำลังเดินผ่านประตูรั้วตรงไปยังบ้านหลังเล็กซึ่งยามนี้ประตูกำลังปิดสนิทอยู่ทันทีที่เดินไปถึงหน้าประตูบ้านชายกลางคนอายุราวสามสิบปีผู้หนึ่งก็เคาะประตูไม้บานนั้นในทันใด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ตึง ตึง ตึง!
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”เสียงะโออกคำสั่งดังออกมาจากปากของผู้ที่เคาะประตู
ร่างของชายกลางคนที่กำลังหลับใหลอยู่ภายในบ้านพลันตื่นขึ้นมาเพราะถูกเสียงรบกวนทันทีที่เขาตื่นขึ้นมาเขาก็มองไปรอบตัวคล้ายกำลังมองหาบางสิ่งอยู่
“เหมยลี่! อย่าบอกนะว่าข้าเผลอหลับไป??ข้ามันเป็สามีที่ไม่ได้ความจริง ๆ !” หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมาด้วยความโกรธเขารู้สึกผิดหวังในตัวเองเป็อย่างมาก
ใน่เวลาที่เขาหลับไปไม่รู้ว่าภรรยาของเขาจะต้องเผชิญกับเื่เลวร้ายอันใดบ้างทำไมเขาถึงนอนหลับได้ลงกันนะ!!
“อิงฮวาล่ะ!...อยู่นี่เอง..ดีที่เ้ายังปลอดภัย” ชายกลางคนพลันนึกอะไรขึ้นมาได้เขามองไปรอบบ้านหลังน้อยเพื่อตามหาลูกสาวของตนแล้วเขาก็พบว่าเด็กสาวตัวน้อยแสนซุกซนนอนหลับอยู่ข้างกายเขานั่นเอง
“จะออกมาดี ๆ หรือให้ข้าพังประตูเข้าไป!”เสียงะโด้วยความเดือดดาลพลันดังขึ้นมาดูเหมือนเ้าของเสียงที่ว่าจะกำลังหงุดหงิดเป็อย่างมากที่ข้ารับใช้กล้าเมินคำสั่งของเขา
“อืออ...เกิดอันใดขึ้นเหรอเ้าคะ? ท่านพ่อ” เด็กน้อยถูกเสียงะโที่ว่าปลุกให้ตื่นขึ้นมาเธอขยี้ตาด้วยความงัวเงียก่อนจะกล่าวถามด้วยความสับสน
“ไม่มีอันใดหรอก เ้ารออยู่ตรงนี้ก่อนนะพ่อจะไปดูเสียหน่อยว่ามีใครมา”หรูเป้ยเฟิงดันร่างของเด็กน้อยให้กลับไปนอนตามเดิม เขาลูบหัวนางอย่างแ่เบาก่อนจะเดินไปยังประตูไม้ที่ล็อคเอาไว้
แม้ในใจจะมีความหวาดกลัวอยู่บ้างแต่เขาก็คิดว่าผู้ที่อยู่หลังประตูในยามนี้น่าจะมาอย่างเป็มิตรเพราะถ้าเป็คนที่อารมณ์ร้อนก็คงจะพังประตูบ้านเข้ามาแล้ว
ครึก เอี๊ยดดด
“ต้องขออภัยที่ข้าน้อยมาให้การต้อนรับล่าช้าขอรับพอดีข้าน้อยหลับลึกไปหน่อย”ทันทีที่เปิดประตูออกไปและเห็นว่าผู้มาเยือนเป็ใครหรูเป้ยเฟิงก็กล่าวขอโทษออกมาด้วยความสุภาพทันที
เครื่องแบบจอมยุทธ์สีขาวบริสุทธิ์พร้อมด้วยหมวกปีกกว้างข้างกายเหน็บกระบี่ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของตระกูลเมิ่งสลักเอาไว้กลุ่มคนตรงหน้าของเขาก็คือเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูลเมิ่งนั่นเอง! นับว่าเป็กำลังสำคัญของตระกูลเมิ่งเลยก็ว่าได้
“เฮอะ! เป็แค่ข้ารับใช้กล้าทำให้พวกข้าต้องรอนานเช่นนี้เลยรึ?” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งแค่นเสียงกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ
เ้าทาสชั้นต่ำพวกนี้รับวันยิ่งเหิมเกริมยิ่งนักถ้าไม่ติดว่าห้ามใช้ความรุนแรงโดยไร้เหตุผลข้าคงจัดการตัดแขนของมันสักข้างไปแล้ว!
“ต้องขออภัยจริง ๆ ขอรับ ว่าแต่ท่านผู้สูงส่งทุกท่านมีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ?” หรูเป้ยเฟิงทำได้แต่ก้มหัวพลางกล่าวขอโทษซ้ำไปซ้ำมาเขากล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
“ไม่ต้องถามให้มากความ! ตามข้ามาก็พอ!”ผู้ฝึกตนคนเดิมกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“เช่นนั้นขอข้าบอกกล่าวกับลูกของข้าสักครู่นะขอรับ” หรูเป้ยเฟิงที่ได้ยินคำสั่งของอีกฝ่ายก็ไม่กล้าขัดขืนอะไรเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพลางทำท่าจะเดินเข้าไปหาอิงฮวาที่นั่งมองมาทางเขาอยู่
เขาอดที่จะรู้สึกสงสัยเล็กน้อยไม่ได้ว่าทำไมลูกสาวของตนถึงมองไปทางกลุ่มผู้ฝึกตนผู้ส่งส่งด้วยสายตาเ็าแบบนั้นแต่คิดไปคิดมาก็อาจเป็เขาที่เข้าใจผิดไปเอง
“พาไปด้วยกันนั่นแหละ เร็วเข้าพวกข้าต้องไปอีกหลายที่!”ชายกลางคนผู้หนึ่งกล่าวขัดออกมาทันทีดูจากท่าทางของผู้ฝึกตนคนอื่นที่ล้วนมองชายผู้นี้ด้วยความเคารพชายกลางคนผู้นี้คงจะมีตำแหน่งสูงกว่าพวกเขาอย่างแน่นอน
ครึ่งหลัง
“ข้าทราบแล้วขอรับข้าน้อยขอตัวไปเรียกลูกสาวสักครู่นึงนะขอรับ”หรูเป้ยเฟิงกล่าวตอบรับด้วยความนอบน้อม เขาเดินเข้าไปหาอิงฮวาที่นั่งมองอยู่
“มีอะไรหรือเ้าคะ? ท่านพ่อ” เด็กสาวกล่าวถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวกล่าวถามรวมถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลชายกลางคนผู้เป็พ่อในนามเช่นตัวของหรูเป้ยเฟิงก็อดที่จะรู้สึกกล่าวโทษตัวเองในใจไม่ได้
ถ้าตัวของเขาแข็งแกร่งถ้าตัวของเขามีพลังอำนาจมากกว่านี้ ครอบครัวของเขาก็คงไม่ต้องยอมทดให้ผู้อื่นกดขี่ข่มเหงอย่างเช่นทุกวันนี้เป็แน่
“ปะ..เปล่า เดี๋ยวลูกช่วยไปกับพ่อหน่อยนะพอดีท่านผู้พิทักษ์ตระกูลเขาให้พวกเราตามไปด้วยน่ะ”ชายกลางคนตอบกลับคำถามของเด็กสาวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
ผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งทุกคนมีหน้าที่ปกป้องตระกูลเมิ่งดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงถูกยกย่องว่าเป็ผู้พิทักษ์ตระกูลนั่นเอง
“ได้เลยเ้าค่ะ!”เด็กสาวตอบรับอย่างว่าง่ายพลางลุกขึ้นยืน
“พวกข้าพร้อมแล้วนายท่าน” หรูเป้ยเฟิงกล่าวขึ้นมาที่ด้านหลังของเขามีเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
ชายกลางคนที่น่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มผู้ฝึกตนตรงหน้าชำเลืองสายตามองไปยังเด็กสาวเล็กน้อยเมื่อเขาตรวจสอบเด็กสาวให้ดีก็อดที่จะรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้
“ลูกสาวของเ้า...นางเคยได้รับการฝึกอะไรมาบ้างหรือไม่?” เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมา
“ก็มีบ้างเล็กน้อยขอรับ”หรูเป้ยเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวตอบไป
“นางได้รับการฝึกอะไรบ้าง? เ้าช่วยบอกข้าที” หัวหน้ากลุ่มผู้ฝึกตนกล่าวถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก็มีการเย็บผ้า ซักผ้า กวาดเรือน ก่อฝืนชำแหละสัตว์ เตรียมอาหาร ประมาณนี้ขอรับ”หรูเป้ยเฟิงกล่าวตอบไปตามตรง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็เขากับภรรยาช่วยกันสอนสั่ง
“...เช่นนั้นหรอกรึ พวกเราไปกันเถอะ” หัวหน้ากลุ่มผู้ฝึกตนที่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็เงียบไป
ข้าอาจจะคิดมากไปเองถ้าไม่ใช่เพราะยามนี้สถานการณ์ในตระกูลกำลังปั่นป่วนข้าคงพาตัวนางไปเข้ารับการทดสอบแล้วเอาไว้ภายหลังค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน
“ขอรับ.. ไปกันเถอะอิงฮวา” ชายกลางคนกล่าวตอบรับอย่างนอบน้อมก่อนที่จะหันกลับไปพูดกับลูกสาวของตนเองด้วยความห่วงใย
หลังจากนั้นกลุ่มผู้พิทักษ์ตระกูลก็พาสองพ่อลูกเดินไปยังบ้านของเหล่าข้ารับใช้อีกหลายครอบครัวพวกเขาล้วนทำเหมือนกันทั้งหมดก็คือเคาะประตู ะโเรียกสุดท้ายก็ออกคำสั่งให้ติดตามไปจนในตอนนี้มีมากกว่าสิบครอบครัวแล้วที่กำลังเดินอยู่รอบตัวหรูเป้ยเฟิงและซิ่วอิงฮวา
ในใจของเขาตอนนี้เป็ห่วงเหมยลี่อย่างมากแต่ก็ไม่อาจจะกล่าวหรือทำอะไรบุ่มบ่ามได้อีกอย่างเขาเดาว่าตอนนี้น่าจะเกิดเื่บางอย่างขึ้นภายในตระกูลเป็แน่มิเช่นพวกผู้พิทักษ์ตระกูลคงไม่ออกมากันมากมายขนาดนี้เพื่อตามตัวข้ารับใช้ทุกคนไปด้วยหรอก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวข้าหรูเป้ยเฟิงก็จะตามหาเ้าให้เจอ เหมยลี่....