ทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 40 แต่งในนาม

            “เจ้าคงเป็นคุณชายถังหย่งเจ๋อกระมัง” โจวม่านหรูยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ “ไม่คิดว่าหมู่บ้านถังเจี่ยจะมีบุรุษรูปงามเช่นนี้”

            ถังหย่งเจ๋อขมวดคิ้ว เหตุใดคุณหนูตระกูลใหญ่ถึงได้พูดจาไม่ระวังเช่นนี้ แต่เขาไม่คิดที่จะเก็บมาใส่ใจ จึงพูดเรื่องของตนเอง “ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกัน ข้ามีเรื่องอยากมาพูดกับเจ้าให้เข้าใจก่อน”

            “เจ้าลองว่ามาสิ” โจวม่านหรูไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าบิดากับมารดาจะหาใครให้มาแต่งกับนาง อย่างไรชื่อเสียงของนางในอำเภอเสียนหู่ก็ไม่เหลือแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะให้นางแต่งกับใครนางก็ไม่สนใจทั้งนั้น

            ถังหย่งเจ๋อก็ไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลา “หากข้าแต่งกับเจ้าก็จะยกให้เจ้าเป็นฮูหยินเอกแค่คนเดียว แต่ขออย่างเดียวเรื่องอนุภรรยา เจ้าอย่าได้เข้ามายุ่ง”

            “ยังไม่ทันแต่งเจ้าก็อยากรับอนุเข้ามาเสียแล้ว” โจวม่านหรูหัวเราะ “แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าเจ้ายังซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองอยู่บ้าง เช่นนั้นข้าขอถามได้หรือไม่ว่าหญิงในดวงใจของเจ้าคนนั้นคือใคร”

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่าเมื่อข้ารับนางเจ้ามา เจ้าก็อย่าไปยุ่งกับนางก็พอ”

            “เช่นนั้น...” โจวม่านหรูยิ้ม “หากข้าจะรับนายบำเรอเข้ามาสักคนเล่า เจ้าจะยอมหรือไม่”

            “หากเป็นเช่นนั้น ข้ากับเจ้าก็คงต้องเป็นสามีภรรยากันแต่ในนามเท่านั้น” ถังหย่งเจ๋อตอบเสียงเรียบ บุรุษจะมีอนุหรือเลี้ยงนางบำเรอไว้หลายคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สตรีคิดจะเลี้ยงนายบำเรอ เรื่องนี้เขาจะยอมรับได้อย่างไรกัน

            “เป็นสามีภรรยากันแต่ในนาม? เจ้าไม่ต้องการผู้สืบสกุลหรืออย่างไร”

            “ข้าสามารถให้อนุกำเนิดบุตรให้ข้าได้ ส่วนเจ้าก็รับหน้าที่เป็นแม่ใหญ่ของพวกเขาไป”

            “ดูไปแล้วเจ้าคงไม่ได้อยากแต่งกับข้าจริงๆ เจ้าแค่ต้องการตำแหน่งบุตรเขยของนายอำเภอเท่านั้นใช่หรือไม่” โจวม่านหรูจ้องถังหย่งเจ๋อเขม็ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “ก็ดี ข้าแค่ต้องการบุรุษสักคนมาแต่งงานเพื่อบังหน้า เพราะคนที่ข้าชอบจริงๆ กลับเป็นบุรุษที่แต่งงานแล้ว และดูเหมือนเขากับภรรยาจะรักกันมากเสียด้วย”

            “ในเมื่อเจ้าชอบผู้ชายคนนั้นมาก ทำไมเจ้าไม่ใช้อำนาจของนายอำเภอโจวบังคับให้บุรุษผู้นั้นหย่ากับภรรยาเขาไปเสียเล่า”

            “ในเมื่ออีกไม่นานเราก็จะเป็นสามีภรรยากันแล้ว ข้าก็จะไม่ปิดบังเจ้า คนที่ข้าชอบชื่อว่ากู้เยี่ยนเฉิง เขาแต่งกับหญิงชาวนานามว่าถังหลี ดูเหมือนพวกเขาจะอาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกับเจ้ากระมัง”

            “ใช่ พวกเขาอาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกับข้า และถังหลีก็คือญาติผู้น้องของข้า” ถังหย่งเจ๋อถามสิ่งที่ตนเองสงสัย “ในเมื่อพวกเขาเป็นเพียงบัณฑิตและชาวบ้านธรรมดา แล้วทำไมเจ้าถึงจัดการกับพวกเขาไม่ได้”

            “ก็เพราะตระกูลเฟิ่งจากเมืองหลวงอย่างไรเล่า เจ้าอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนั้นเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าโรงงานทำผักดองนั้นเป็นความร่วมมือของถังหลีกับคุณชายใหญ่เฟิ่ง ท่านพ่อของข้ายังสืบไม่รู้ถึงเบื้องหลังของตระกูลเฟิ่ง เขาจึงสั่งห้ามไม่ให้ข้ากับน้องชายไปยุ่งกับถังหลี ข้าก็เลยยังแย่งกู้เยี่ยนเฉิงมาจากนางไม่ได้”

            ถังหย่งเจ๋อรู้สึกเหมือนตนเองถูกปิดหูปิดตา ท่านพ่อบอกแต่เพียงว่าโรงงานทำผักดองของถังหลีเป็นความร่วมมือของนางกับคุณชายตระกูลใหญ่ แต่ท่านพ่อไม่ได้บอกว่าตระกูลใหญ่นั้นเป็นถึงตระกูลใหญ่ที่มาจากเมืองหลวง แสดงว่าบุรุษที่ชาวบ้านชมว่าหล่อเหลาที่มาในวันเปิดโรงงานคงเป็นคุณชายใหญ่เฟิ่งกระมัง แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้พบ

            แต่ถึงแม้จะรู้ว่าถังหลีร่วมกับคุณชายใหญ่เฟิ่งเปิดโรงงาน แต่เรื่องนั้นมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา เพราะเขารู้มาว่าท่านพ่อกำลังวางแผนที่จะยึดโรงงาน ส่วนตัวเขาก็ไม่ได้สนใจโรงงานนั้นแม้แต่น้อย เพราะเขาสนใจแค่อยากได้ถังหลีมาเป็นอนุของเขาเท่านั้น

            “ในเมื่อเจ้าไม่ปิดบังข้า เช่นนั้นข้าก็จะไม่ปิดบังเจ้าเช่นกัน” ถังหย่งเจ๋อพูดต่อ “ท่านพ่อของข้าวางแผนที่จะยึดโรงงานนั้นมา หากเรื่องนี้สำเร็จ ถังหลีย่อมได้รับผลกระทบ และความสัมพันธ์ของนางกับกู้เยี่ยนเฉิงคงไม่เหมือนเดิม เพราะที่พวกเขาแต่งงานกันอาจเป็นเพราะกู้เยี่ยนเฉิงเห็นว่าถังหลีเป็นเจ้าของกิจการและสามารถเลี้ยงดูเขาได้ก็เป็นได้ หากสองคนนั้นมีปัญหากันจริง เราก็มาร่วมมือกันเถอะ เจ้าเอาตัวกู้เยี่ยนเฉิงไป ส่วนถังหลีก็มอบให้ข้า”

            “สตรีที่เจ้าพอใจคือถังหลี? เจ้าเพิ่งบอกกับข้าว่านางเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าไม่ใช่หรือ” โจวม่านหรูหัวเราะเสียงดัง “ที่แท้บัณฑิตเช่นเจ้าก็มีความลับอันน่าละอาย แม้แต่ญาติผู้น้องของตนเองก็ยังหลงรัก แต่ก็ดี...หากเจ้าสมหวัง ตัวข้าก็จะสมหวังด้วย เช่นนั้นเรามาร่วมมือกันเถอะ”

     

            “ท่านลุงใหญ่ เชิญด้านในก่อนเจ้าค่ะ” ถังหลีเดินออกจากบ้านเพื่อจะไปโรงงานก็เห็นถังไช่ยืนหน้าเครียดรออยู่หน้าบ้านแล้ว

            “เจ้ากำลังจะไปโรงงานหรือ?” ถังไช่ทักด้วยท่าทีห่างเหิน

            “เจ้าค่ะ เช้านี้ข้าว่าจะเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยในโรงงานสักหน่อย เพราะอีกไม่กี่วันก็จะต้องส่งผักดองเข้าเมืองหลวงแล้ว ว่าแต่ท่านลุงมีธุระอะไรถึงมาหาข้าแต่เช้าเจ้าคะ” ถังหลีแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทางที่ถังไช่แสดงออก “ท่านลุงเชิญดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ”

            ถังไช่ยกชาขึ้นมาจิบและคิดในใจว่าเป็นชาดี ชารสชาติดีเช่นนี้คงมีราคาไม่น้อย ดูท่าแล้วโรงงานผักดองคงทำกำไรได้มากจริงๆ ดีล่ะ...หากข้ายึดโรงงานมาได้ อย่าว่าแต่ใบชาชั้นดี แม้แต่สุราชั้นดีเขาก็จะซื้อมาดื่ม

            “หลีเอ๋อ ลุงได้ยินข่าวลือไม่ดีบางอย่างมา”

            “ข่าวลืออะไรหรือเจ้าคะ”

            “มีคนไปบอกว่าเจ้าใส่ของต้องห้ามลงไปในผักดอง เพราะผักดองของเจ้ามีรสชาติต่างจากที่อื่น ไม่ว่าใครได้ลองชิมก็ล้วนติดใจและอยากกลับมาชิมอีก” ถังไช่ถามด้วยท่าทางจริงจัง “เจ้าไม่ได้ใส่ของต้องห้ามลงไปในผักดองใช่หรือไม่”

            ถังหลีขมวดคิ้ว “ท่านกำลังสงสัยว่าข้าใส่ฝิ่นลงไปในผักดองหรือเจ้าคะ”

            เมื่อไม่กี่ปีก่อน ฝ่าบาทได้ทำการปราบปรามและห้ามนำฝิ่นมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ในด้านการแพทย์ก็ไม่ได้รับอนุญาต เพราะเหตุการณ์ตอนนั้นมีชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่ติดฝิ่น บ้านเมืองเกิดโจรขโมย ทั้งยังทำให้ขาดแรงงานชายและทหาร วิกฤติในแคว้นต้าเยี่ยนเวลานั้นนับว่ารุนแรงยิ่งกว่ามีข้าศึกมาบุกรุกจากภายนอกเสียอีก ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้ปราบปรามฝิ่นอย่างจริงจัง และโทษของการฝ่าฝืนก็คือประหารชีวิตสถานเดียว

             “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่ช่วงนี้มีข่าวลือเกิดขึ้นมากมาย และสินค้าของเจ้าก็ทำให้คนติดจริงๆ” ถังไช่ทำท่าคิด “เจ้าเป็นเพียงสตรี ยกหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยนี้ให้ข้าแทนดีหรือไม่ อย่างไรข้าก็เป็นลุงใหญ่ของเจ้า ทั้งยังเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน มีข้าออกหน้า ย่อมไม่มีใครกล้ามาสงสัยเจ้าแน่นอน”

            “ท่านลุงอยากให้ข้ายกโรงงานให้ท่านดูแลหรือเจ้าคะ” ถังหลีเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายแล้ว เมื่อก่อนนางคิดว่าท่านลุงใหญ่เป็นบิดาที่มีความรักและเป็นห่วงลูกชาย จึงพยายามกีดกันเจ้าของร่างเดิมไม่ให้เข้าใกล้ถังหย่งเจ๋อ แต่มาวันนี้นางถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วลุงใหญ่ไช่ก็ไม่ต่างจากคนอื่นที่มีความเห็นแก่ตัวและนึกถึงผลประโยชน์ของตนเอง โรงงานแห่งนี้นางสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ หากโรงงานมันจะไปต่อไม่ได้ นางก็จะเป็นคนทำลายมันด้วยมือของนางเอง

            “ยกให้อะไรกัน ข้าแค่จะเข้าไปดูแลงานแทนเจ้า ส่วนเจ้าก็รอรับส่วนแบ่งก็พอ” ถังไช่ตีหน้าขรึม “แต่ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วย เจ้าก็รอแก้ไขปัญหาที่จะตามมาเองก็แล้วกัน แต่เจ้าอย่าลืมว่าตอนนี้คุณชายใหญ่เฟิ่งไม่ได้อยู่ที่นี่ เจ้าตัวคนเดียวจะไปทำอะไรได้”

            “เช่นนั้นก็ขอบคุณลุงใหญ่ที่มาเตือน อย่างไรข้าคงต้องนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับพี่ชายและสามีดูก่อนเจ้าค่ะ”

            ถังหลีเดินไปส่งลุงใหญ่ไช่อยู่หน้าบ้าน ยังไม่ทันที่นางจะหมุนตัวกลับเข้าบ้านด้วยซ้ำ ถังหย่งเจ๋อก็มาหานางอีกคน

            “หลีเอ๋อ” ถังหย่งเจ๋อเรียกพร้อมกับเดินเข้าไปหาถังหลี “ได้ยินว่ามีคนอยากร้องเรียนเกี่ยวกับผักดองของเจ้า เจ้ารู้เรื่องนี้แล้วใช่หรือไม่”

            “ลุงใหญ่เพิ่งมาบอกข้าเมื่อสักครู่นี้เองเจ้าค่ะ” ถังหลีมองถังหย่งเจ๋ออย่างไม่แสดงอารมณ์ นางอยากจะรู้ว่าสองพ่อลูกนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ “ท่านอยากมาเตือนหรือท่านมีวิธีแก้ปัญหามาแนะนำเจ้าคะ”

            “หากเจ้าฟังแล้วก็อย่าเข้าใจเจตนาข้าผิด”

            “ท่านพูดมาเถิดเจ้าค่ะ” ถังหลีแสร้งยิ้ม

            แต่ถังหลีไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของนางทำให้ถังหย่งเจ๋อใจเต้นแรง เขาเกือบจะลืมรอยยิ้มสดใสของนางไปแล้ว “เรื่องโรงงาน ยกให้ท่านพ่อของข้าเป็นคนจัดการให้เจ้าดีหรือไม่ แม้ท่านพ่อของข้าจะเป็นเพียงหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ในที่ว่าการอำเภอเขาก็มีเส้นสายอยู่ไม่น้อย หากเกิดปัญหา ท่านพ่อยังจะช่วยออกหน้าและแก้ไขปัญหาให้เจ้าได้ หรือบางทีเรื่องนี้ข้าอาจจะช่วยเจ้าได้”

            “ท่านจะช่วยข้าอย่างไรหรือเจ้าคะ”

            ถังหย่งเจ๋อคว้ามือของถังหลีไปกุมไว้ “หลีเอ๋อ เจ้าก็รู้ว่าข้ารู้สึกอย่างไรกับเจ้า และเจ้าก็เคยชอบข้าเหมือนกันไม่ใช่หรือ ตอนนี้แม้ว่าเจ้าจะแต่งงานแล้ว แต่ข้าก็จะไม่รังเกียจเจ้า ข้ายินดีรับเจ้าเข้าไปเป็นอนุ ขอแค่เจ้ารับปากว่าเจ้าจะหย่ากับกู้เยี่ยนเฉิง ข้าจะให้คุณหนูโจวช่วยออกหน้าไปพูดกับท่านนายอำเภอโจวให้ ต่อให้โรงงานของเจ้าถูกคนร้องเรียน เจ้าก็จะไม่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน”

            ถังหลีชักมือกลับ “พี่หย่งเจ๋อ ข้านับถือท่านแบบพี่ชายและไม่เคยคิดเกินเลยกับท่าน หากเมื่อก่อนข้าทำอะไรให้ท่านเข้าใจผิด ข้าก็ขอโทษด้วย อีกอย่างตอนนี้ข้าแต่งงานแล้ว และข้าก็รักสามีของข้ามาก ขอท่านอย่าได้พูดเช่นนี้ออกมาอีก ไม่เช่นนั้นข้าคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องมาเจอกันให้ลำบากใจแล้ว”

            “เจ้าไม่กลัวว่าโรงงานของเจ้าจะถูกสั่งปิดและเจ้าจะถูกจับไปลงโทษหรือ” ถังหย่งเจ๋อโมโหทันทีเมื่อได้ยินถังหลีบอกว่ารักผู้ชายคนอื่นต่อหน้า “เรื่องนี้กู้เยี่ยนเฉิงไม่มีทางช่วยเจ้าได้ มีเพียงข้าเท่านั้นที่ช่วยเจ้าได้”

            “ท่านบอกว่าท่านช่วยข้าได้ แต่เมื่อกี้ท่านบอกกับข้าว่าคุณหนูโจวจะช่วยออกหน้าไปพูดกับนายอำเภอโจวให้ข้าได้ ตกลงแล้วท่านกับคุณหนูโจวมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่”

            ถังหย่งเจ๋อคว้ามือถังหลีมากุมไว้อีกรอบเพราะคิดว่านางเข้าใจตนเองผิด “แม้ข้ากับคุณหนูโจวตกลงที่จะแต่งงานกัน แต่เราก็ทำข้อตกลงกันไว้ว่าเราจะแต่งงานกันในนามเท่านั้น นางจะไม่ห้ามและจะไม่เข้ามายุ่งหากข้าจะรับเจ้าไปเป็นอนุ หลีเอ๋อ...เจ้าไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว ข้าไม่อาจยกให้เจ้าเป็นภรรยาเอกหรือภรรยาเท่าเทียมได้ ทำได้แค่ให้เจ้าเข้าไปเป็นอนุเท่านั้น”

            “ถังหย่งเจ๋อ! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงมาชี้นิ้วสั่งให้ข้าไปเป็นอนุของเจ้า ไสหัวเจ้าออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้” ถังหลีตะโกนขึ้นพร้อมกับใช้มือตบไปที่หน้าของถังหย่งเจ๋ออย่างแรง “ตบนี้เพื่อเตือนให้เจ้ารู้ว่าอย่ามาดูถูกข้า ข้าไม่เคยคิดที่จะไปเป็นอนุของใคร ส่วนเรื่องโรงงาน เจ้าไม่ต้องมาเดือดร้อนแทน เจ้ากลับบ้านของเจ้าไปเถอะ ต่อจากนี้เราอย่ามาเจอกันอีกเลย”

            “หลีเอ๋อ!” ถังหย่งเจ๋อกุมแก้มตนเองไว้อย่างไม่อยากเชื่อว่านางจะกล้าตบหน้าเขา “เจ้าตบข้า”

            “ข้าทำได้มากกว่านี้อีกหากเจ้ายังไม่เลิกพูดจาดูถูกและคิดสกปรกกับข้า” ถังหลีจ้องถังหย่งเจ๋อเขม็ง “สามีของข้าออกจะดีปานนั้นแล้วข้าจะมาสนใจกับผู้ชายที่ไม่ความคิดเป็นของตัวเองและยังเป็นผู้ชายที่คิดจะเกาะชายกระโปรงผู้หญิงเพื่อไต่เต้าขึ้นไปสู่อำนาจทำไม ข้าขอบอกเอาไว้เลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่มีวันยกโรงงานให้พวกเจ้าเป็นอันขาด”

            “ดี! เจ้าจำคำของเจ้าไว้ให้ดี มันต้องมีสักวันที่เจ้าต้องไปคุกเข่าขอร้องข้า” ถังหย่งเจ๋อเดินกลับบ้านอย่างโมโห 

            ชาวบ้านหลายคนมาฟังไม่ทันว่าถังหย่งเจ๋อกับถังหลีทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่ถังหย่งเจ๋อดูเหมือนจะโกรธถังหลีมาก หลายคนเริ่มคิด แล้วโรงงานของถังหลีจะอยู่รอดได้หรือหากนางไปมีเรื่องกับครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้าน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน