(จบ)ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80

    ตอนที่ 31 ให้ฉันอยู่ที่นี่เพื่อรับใช้ผู้คน

    ตอนที่ 31 ให้ฉันอยู่ที่นี่เพื่อรับใช้ผู้คน


            ใบหน้าหล่อเหลาของเฉินเจียเหอเริ่มเคร่งขรึมเล็กน้อย


            เขา๻้๵๹๠า๱เข้าไปหยุดเธอ แต่เธอยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสดใสเต็มไปด้วยประกายของความหวัง


            เขาจึงไม่อาจเข้าไปหยุดเธอในที่สาธารณะเช่นนี้ได้


            “จะมาเป็๲ช่างทำผมชั่วคราวเหรอ?” เถ้าแก่เนี้ยเงยหน้าขึ้นมองเธอ “คนเมืองอย่างคุณดูเหมือนไม่ได้ขาดแคลนเงินสักหน่อยนี่”


            “น้องสาวของฉันทำงานอยู่ที่ร้านอาหารตรงข้าม ฉันจึงอยากหางานทำที่นี่เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับหล่อนมากขึ้น เราจะได้ดูแลกันและกันได้น่ะค่ะ”


            “น้องสาวเหรอ? ใครคือน้องสาวของคุณ?” เถ้าแก่เนี้ยค่อนข้างคุ้นเคยกับพนักงานร้านอาหารดี จึงถามขึ้น


            “หลินเยี่ยน คนที่ค่อนข้างเก็บตัวน่ะค่ะ”


            เถ้าแก่เนี้ยเชื่อคำพูดของหลินเซี่ย แต่ยังคงไม่เชื่อในฝีมือของเธอ ท้ายที่สุดเธอก็ยังดูเด็กเกินไป


            “คุณพี่ ธุรกิจร้านตัดผมของคุณได้รับความนิยมมากจนจัดการคนเดียวไม่ไหว ในฐานะช่างตัดผมเหมือนกัน ตอนฉันเห็นลูกค้ายืนต่อแถวรอทำผม ฉันทั้งรู้สึกกังวล และเกิดอาการคันไม้คันมือ คุณให้โอกาสฉันทดลองทำหน่อยได้ไหม ฉันดัดผมให้คุณพี่ได้ หรือถ้ามีลูกค้าคนไหนยอมให้ฉันจัดแต่งทรงผมเพื่อทำการทดสอบ ถ้าฉันผ่านเกณฑ์ค่อยว่าจ้างฉันก็ได้”


            เถ้าแก่เนี้ยถามลูกค้าในร้าน “พวกคุณคนไหนอยากให้หล่อนลองตัดผมให้ไหม?”


            ถัดจากพวกเธอมีเด็กสาวสองคนและคุณลุงหนึ่งคน


            เมื่อเด็กสาวทั้งสองได้ยินคำพูดของหลินเซี่ย พวกหล่อนต่างส่ายหัวปฏิเสธ โดยบอกว่าไม่กล้าเสี่ยง


            หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไว้ผมประบ่าไม่ยอมให้หลินเซี่ยลองทำผม เนื่องจากใกล้วันปีใหม่แล้ว หล่อนไม่๻้๵๹๠า๱เสี่ยงให้ผมตัวเองเสียหาย เพราะมันจะส่งผลต่ออารมณ์ของตนเอง


            หลินเซี่ยรู้สึกกังวลเล็กน้อยในขณะที่เธอ๻้๵๹๠า๱ใช้เฉินเจียเหอมาพิสูจน์ทักษะของเธอ ติดตรงที่ว่าชายคนนี้มีผมสั้นมากแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มเติมเลย


            หลินเซี่ยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากมุ่งเป้าไปที่คุณลุงที่กำลังหลับอยู่บนเก้าอี้


            เธอถามอย่างจริงจังว่า “คุณลุงคะ อนุญาตให้ฉันตัดผมได้ไหม?”


            “ฉันรับประกันว่าคุณลุงจะต้องพึงพอใจ ดูทรงผมลูกชายฉันสิ นี่ก็เป็๲ฝีมือของฉันเอง”


            หลินเซี่ยดึงหู่จือที่อยู่ด้านข้างเฉินเจียเหอเข้ามา


            แม้ว่าผมของหู่จือจะสั้นมากเช่นกัน แต่มันถูกตัดอย่างประณีตมาก


            ทุกคนไม่คาดคิดมาก่อนว่า เด็กสาวอย่างเธอจะมีลูกชายตัวใหญ่ขนาดนี้


            หู่จือเองก็ตกตะลึง


            คุณลุงพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้ สาวน้อย ตัดผมให้ลุงหน่อยแล้วกัน ถ้ามันไม่เรียบร้อยก็คงต้องโกนหัวแล้วล่ะ”


            “ขอบคุณมากเลยค่ะคุณลุง ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”


            ชายคนนี้เหมาะกับทรงผมแนวสลิคแบค เพียงสะพายกระเป๋าหนังไว้ใต้วงแขน ก็ทำให้เขาดูเหมือนเ๽้าของธุรกิจขนาดย่อมที่มีฐานะคนหนึ่ง


            หลินเซี่ยจึงตัดผมทรงหวีเสยสลิคแบคให้เขา เพราะมันเหมาะกับบุคลิกของคุณลุงมาก


            คุณลุงมองตัวเองในกระจก เสยผมไปด้านหลังพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม


            “ตัดออกมาได้ดีทีเดียว เถ้าแก่เนี้ย ผมคิดว่าคุณควรจ้างแม่หนูคนนี้นะ”


            เถ้าแก่เนี้ยได้สังเกตเทคนิคการตัดของหลินเซี่ยโดยตลอด เห็นว่าทั้งการเคลื่อนไหวของมือและแรงกดเวลาใช้กรรไกรนั้นมีความเป็๲มืออาชีพมาก


            เมื่อมองแวบแรกเธอก็ดูเหมือนช่างตัดผมมืออาชีพ


            “คุณพี่ ถ้าคิดว่าฝีมือฉันผ่าน ฉันจะอยู่ช่วยคุณพี่ทำงานที่ร้านสักสองถึงสามวัน ฉันคุ้นเคยกับการดัดผมสไตล์ฮ่องกง ไม่ว่าจะลอนใหญ่หรือลอนเล็ก ฉันทำได้หมด”


            “คุณดัดผมแบบเวินปี้เสีย*ได้ไหมคะ?” เด็กสาวด้านข้างถามด้วยความสงสัย

            *溫碧霞 (Irene Wan) เซ็กซี่สตาร์ชาวฮ่องกงยุค 80


            หลินเซี่ยยิ้มและพยักหน้ารับ


            “ได้ค่ะ”


            “คุณทำงานนานกว่านี้ได้ไหม? ฉันจะจ่ายเงินเดือนให้” เถ้าแก่เนี้ยพึงพอใจกับผลงานของหลินเซี่ยมาก ตอนนี้หล่อนกำลังขาดแคลนลูกจ้างในร้าน และ๻้๪๫๷า๹เธอมาทำงานให้


            “ฉันคงทำนานกว่านี้ไม่ได้ และคงต้องไปหลังวันปีใหม่ ฉันช่วยคุณได้เฉพาะ๰่๭๫ที่ยุ่งที่สุดก่อนวันปีใหม่เท่านั้นแหละค่ะ” หลินเซี่ยกล่าว “แค่จ่ายเงินเดือนฉันในฐานะลูกจ้างชั่วคราว โดยจ่ายวันต่อวันก็พอค่ะ”


            “ได้ รอสักครู่นะ ฉันจะม้วนผมให้ลูกค้าก่อน แล้วเราค่อยคุยรายละเอียดกัน”


            เฉินเจียเหอดึงหลินเซี่ยออกไปข้างนอกและถามว่า “คุณอยากทำงานที่นี่เหรอ?”


            “ใช่ค่ะ ฉันไม่อยากให้ทักษะที่มีอยู่ต้องสูญเปล่า”


            “ปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว กลับบ้านกันเถอะ” เฉินเจียเหอมองเธอขณะพยายามเกลี้ยกล่อมภรรยาของเขา


            หลินเซี่ยมองเขาด้วยรอยยิ้ม “ฉันอยู่ที่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ เลยคิดว่าทำไมไม่ทำงานที่นี่สักสองถึงสามวันเพื่อหารายได้พิเศษสักหน่อย”


            “๻ั้๫แ๻่คุณแต่งงานกับผม ผมเลี้ยงดูคุณได้โดยที่คุณไม่ต้องหาเงินด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แล้วผมจะให้สมุดบัญชีธนาคารเงินเดือนในภายหลัง”


            เฉินเจียเหอรู้สึกรำคาญเล็กน้อยกับความโง่เขลาของเขา


            เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาลืมให้ค่าครองชีพแก่เธอ ครั้นนึกถึงเมื่อวานนี้ที่เธอกระตือรือร้นพาหู่จือไปร้านสะดวกซื้อหลังหาเงินได้หนึ่งหยวนห้าเหมา เขารู้สึกอยากตบหน้าตัวเองขึ้นมา


            เธอกลับมาจากเมืองโดยไม่มีเงินติดตัวสักหยวน และเธอไม่ได้รับของหมั้นที่เขามอบให้กับตระกูลหลินแม้แต่น้อย


            หลินเซี่ยอธิบาย “มันไม่ได้เกี่ยวกับเงินค่ะ ถ้ากลับไปฉันคงเอาแต่นอนบนเตียงเตา แม่ของคุณคงรำคาญเมื่อเห็นฉัน มันคงดีกว่าที่ฉันจะมาทำงานที่นี่ และใช้เวลาที่ว่างเว้นกระชับความสัมพันธ์กับน้องสาว”


            “ผมจะไม่ปล่อยให้แม่มารบกวนคุณอีก”


            เฉินเจียเหอตั้งใจแน่วแน่ที่จะปกป้องเธอ


            เขาไม่เห็นด้วยที่จะให้เธอจะทำงานที่นี่เช่นกัน


            ภายในใจนึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย กลัวว่าเมื่อเธอเริ่มทำงานที่นี่ เธอจะไม่อยากกลับไปบ้านของเขาอีก


            เขารู้ดีถึงจุดประสงค์ที่เธอมาแต่งงานกับเขา


            เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้ด้วยท่าทางสดใสมีชีวิตชีวา เขาก็รู้สึกกลัว


            แม้จะเตรียมใจไว้แล้วตอนที่แต่งงานกับเธอ แต่เมื่อเห็นว่ามีความหวัง เขาจึงไม่เต็มใจที่ยอมรับความจริงที่โหดร้ายนั้น


            เถ้าแก่เนี้ยเดินออกมาและเห็นว่าใบหน้าของเฉินเจียเหอหม่นหมอง ราวกับว่าเขาไม่๻้๪๫๷า๹ให้ภรรยามาทำงานที่นี่ แต่หล่อนเพิ่งเห็นฝีมือยอดเยี่ยมของหลินเซี่ย และอยากให้เธอทำงานที่นี่มาก


            เถ้าแก่เนี้ยถามด้วยรอยยิ้ม “ไม่ทราบว่าฉันควรเรียกคุณว่าอะไรดี?”


            “คุณพี่ ฉันชื่อหลินเซี่ยค่ะ”


            หลินเซี่ยกลัวว่าเฉินเจียเหอจะกล่าวห้าม เธอจึงรีบพูดว่า “ฉันได้ปรึกษาเ๹ื่๪๫นี้กับคนรักแล้ว เขาเห็นด้วยที่ฉันจะทำงานที่นี่ค่ะ ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะยินดีรับฉันไหม”


            “เสี่ยวหลิน เธอคาดหวังเงินเดือนเท่าไหร่?” เถ้าแก่เนี้ยถาม


            “คุณพี่ ค่าตัดผมที่นี่ราคาเท่าไหร่คะ? แล้วค่าดัดผมราคาเท่าไหร่?” หลินเซี่ยถามกลับโดยไม่ได้ตอบคำถาม


            เถ้าแก่เนี้ยตอบว่า “ตัดผมราคาหนึ่งหยวน ส่วนดัดผมราคาห้าหยวน”


            เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลินเซี่ยก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “มันไม่ถูกเลย”


            มันเป็๞ราคาเดียวกับเมืองไห่เฉิง


            เถ้าแก่เนี้ยบอก “นี่เป็๞ร้านเก่าแก่ ฉันมาจากร้านตัดผมของรัฐ และมีประสบการณ์มาก”


            “ดีเลยค่ะ งั้นฉันขอค่าตัดผมห้าเหมา และค่าดัดผมสองหยวน ส่วนที่เหลือเป็๞ของคุณ”


            เถ้าแก่เนี้ยกล่าวยิ้ม “เสี่ยวหลิน ค่าจ้างของเธอไม่ถูกเลยนะ”


            “คุณพี่ คุณไม่สามารถตัดผมลูกค้าหลายหัวด้วยตัวเองภายในวันเดียว แทบไม่ต้องพูดถึงการดัดผมเลย ฝีมือฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณ คุณเองก็เห็นแล้วว่าฉันสามารถตัดผมได้เร็วแค่ไหน ถ้าฉันตัดผมให้ลูกค้าหนึ่งคน คุณจะได้รับเงินครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากจะมีรายได้เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ปล่อยให้ลูกค้าผิดหวัง”


            หลินเซี่ยกลัวว่าเถ้าแก่เนี้ยจะเปลี่ยนใจ เธอจึงเริ่มสาธยายสรรพคุณของตัวเอง “ฉันไม่ได้คิดราคาถูกขนาดนี้ตอนที่ทำงานในเมืองไห่เฉิงด้วยซ้ำ ฉันทำงานที่นี่เพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับน้องสาวมากขึ้น ไม่อย่างนั้นฉันจะไปสมัครทำงานร้านตัดผมอีกร้านหนึ่ง”


            เถ้าแก่เนี้ยมองลูกค้าอีกสองถึงสามคนที่ทางเข้าประตู หล่อนพยักหน้ารับทันที “เอาล่ะ วันนี้ลองทำสักครึ่งวันก่อนแล้วกัน ถ้าเธอมีฝีมือตรงตามมาตรฐานของเรา เธอสามารถมาทำงาน๰่๭๫สองถึงสามวันนี้ได้เลย แล้วเราจะจ่ายเงินตามอัตราที่เธอระบุ” 


            “ได้ค่ะ”


            เถ้าแก่เนี้ยเดินกลับไปดูแลลูกค้า หลินเซี่ยหันมองชายหนุ่มร่างสูงด้วยสีหน้าจริงจังและเริ่มโน้มน้าวเขา


            “ฉันจะกลับบ้านหลังเลิกงานตอนเย็นและจะไม่ค้างคืนที่นี่ ถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณสะดวก ช่วยปั่นจักรยานมาส่งและรับฉันกลับตอนเย็นได้ไหมคะ?”


            “คุณก็เห็นว่าผู้คนในเมืองนี้มีทรงผมที่ค่อนข้างเรียบง่าย ฉันอยากใช้ทักษะที่มีเพื่อทำให้ทุกคนดูดีที่สุดในวันปีใหม่ มันเป็๞วิธีการรับใช้ผู้คนอย่างหนึ่งน่ะค่ะ”


            หลินเซี่ยเอื้อมมือไปคว้าแขนของเฉินเจียเหอแ๵่๭เบาพร้อมทำท่าทางเ๯้าเล่ห์ “ผู้หญิงก็ควรจะมีงานของตัวเองเหมือนกัน แม่ของคุณไม่ชอบขี้หน้าฉัน แล้วจะให้ฉันอยู่บ้านเฉย ๆ เพื่อให้ท่านดูถูกฉันยิ่งกว่าเดิมได้ยังไง คุณยอมให้ฉันทำงานที่นี่นะคะ เพื่อที่ฉันจะได้ใกล้ชิดกับน้องสาวมากขึ้นด้วย”


            เฉินเจียเหอไม่ได้ตอบสิ่งใด หลินเซี่ยก้มหน้าพูดกับหู่จือว่า “หู่จือ ถ้าฉันได้เงินแล้ว ฉันจะซื้อประทัดให้เธอนะ”


            หู่จือหยักหน้ารับอย่างมีความสุข “ได้ครับ”


            เฉินเจียเหอ “!!!”

    ………………………………………………………………………………………………………………………….

    สารจากผู้แปล

    พี่เหอปล่อยให้เซี่ยเซี่ยมีงานของตัวเองเถอะค่ะ เป็๲คนรักกันก็ต้องไม่ลืมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เติบโตด้วยนะคะ

    ไหหม่า(海馬)