บทที่ 12 กลับเรือน
ซินเอ๋อร์นางเดินเข้ามาที่ห้องอ่านตำราก็ได้หยิบหนังสือหย่าของท่านอ๋องด้วยความดีใจ หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนชีวิตใหม่ของนาง เมื่อนางได้ในสิ่งที่้าก็ได้เดินออกไปมองแผ่นหลังของโม่อี้หลานและเดินออกไปนอกตำหนักเพื่อไปเย้ยหยันพระชายาเหมยลี่
ฝั่งด้านหนานลี่นางได้มานั่งอยู่ริมหน้าต่างจ้องมองดูบรรยากาศด้านนอกจู่ๆก็เกิดคิดถึงยุคปัจจุบันของตนเอง ปานนี้สภาพของนางจะเป็อย่างไรจะมีผู้คนโศกเศร้าเสียใจที่นางจากไปหรือไม่ จู่ๆ จี่ซุนก็ได้เดินเข้ามาหานางอย่างตื่นตระหนก
“พระชายาเพคะ พระชายา” หนานลี่รีบลุกขึ้นยืนและไปหาจี่ซุน
“มีเื่อันใดเ้าต้องตื่นตระหนกเช่นนี้แถมยังเอะอะโวยวายเสียงดัง”
“พระชายารองซินเอ๋อร์มาขอเข้าพบเพคะ วันนี้ต้องเป็วันที่ไม่ดีเป็แน่ั้แ่ที่หม่อมฉันดูแลพระชายามานี่เป็ครั้งแรกที่พระชายารองมาหาเพคะ” หนานลี่ก็นึกเอะใจซินเอ๋อร์จะมาหานางทำไมกัน นางจึงรีบไปที่ห้องโถงของตำหนักเพื่อต้อนรับซินเอ๋อร์
“เ้าให้สาวใช้ไปนำชามาต้อนรับชายารองเถิดหากไม่มีเื่สำคัญนางคงไม่มาหาข้าเป็แน่ ส่วนข้าจะไปดูนางเอง”
“เพคะ” จี่ซุนได้รับคำสั่งจากหนานลี่และเดินไปบอกสาวใช้อีกคนก่อนจะเดินตามพระชายาเหมยลี่
“หม่อมฉันถวายบังคมพระชายาเหมยลี่เพคะ ” ซินเอ๋อร์โค้งคำนับลงเคารพพระชายาเหมยลี่ทั้งๆที่ในใจนางมิได้จะเคารพนางแม้แต่น้อย
“ไม่ต้องมากพิธีเ้ามาหาเพราะมีเื่สำคัญใช่หรือไม่ นั่งที่เก้าอี้เถิด” หนานลี่ผ่ายมือให้ซินเอ๋อร์นั่งลงที่เก้าอี้ต่อหน้านาง
“พระชายาเหมยลี่รู้ได้เช่นไรเพคะ ว่าหม่อมฉันมีเื่สำคัญ”
“หากไม่ใช่เื่สำคัญเ้าคงไม่โผล่มาหาข้าที่ตำหนักแห่งนี้เป็แน่ วันๆเ้าตัวติดอยู่กับเอวของท่านอ๋องไม่ห่างกายเข้าเื่เถิดที่เ้ามาหาเพราะเื่อันใด” หนานลี่จำได้ในนิยายตัวละครตัวนี้นั้นช่างมีจิตใจที่ริษยาอยากแย่งชิงทุกอย่างมาเป็ของตน นางจึงทำชั่วได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ แถมยังเคยกลั่นแกล้งพระชายาเหมยลี่อีกด้วย แต่ว่าครั้งนี้หนานลี่จะไม่ยอมให้นางมาทำเช่นนี้กับนางอีก
“เช่นนี้ก็ดีเพคะ หม่อมฉันเองก็ไม่อยากจะตีสองหน้าเข้าหาพระชายาเช่นกัน เอ๊ะไม่สิข้าจะเรียกท่านว่าพระชายาอีกต่อไปเพราะต่อจากนี้ท่านไม่ได้เป็อันใดกับท่านอ๋องอีก นี่คือสิ่งที่ท่าน้า หนังสือหย่า ในเมื่อท่านได้สิ่งที่้าแล้วก็เก็บเสื้อผ้าออกไปจากจวนนี้ซะ แล้วอย่ากลับมาให้ท่านอ๋องได้พบเจอท่านอีก ” ซินเอ๋อร์วางหนังสือหย่าลงบนโต๊ะ ในตอนแรกนางคิดว่าพระชายาเหมยลี่ต้องเสียใจคร่ำคววญด้วยความโศกเศร้า หากแต่ว่านางไม่เห็นน้ำตาของพระชายาแม้แต่น้อยกลับกลายเป็รอยยิ้มเต็มใบหน้า
“ดี ดี เช่นนั้นข้าฝากบอกท่านอ๋องด้วย จากนี้อย่าได้พบเจอกันอีกและข้าขอให้เ้าได้พบกันสิ่งที่เ้า้า” หนานลี่หยิบหนังสือหย่าขึ้นมาเปิดอ่านและยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะหันไปบอกจี่ซุน
“จี่ซุนเ้าส่งพระชายารองซินเอ๋อร์แทนข้าทีเพราะข้าจะไปเก็บเสื้อผ้าอาอรณ์ในที่สุดวันที่ข้าจะได้รับอิสระก็มาถึง” ซินเอ๋อร์ไม่เข้าใจพระชายาเหมยลี่แม้แต่น้อย นางคิดว่าจะได้เห็นนางเสียใจราวกับใจจะขาดกลับกลายเป็เช่นนี้ นางไม่สาแก่ใจสักนิด แถมยังรู้สึกหงุดหงิดใจเป็อย่างมาก
“เชิญพระชายารองเพคะ ”จี่ซุนเชิญซินเอ๋อร์ออกไปนอกตำหนักเมื่อหมดธุระแล้ว
“ไม่ต้องส่งข้า ข้ากลับเองได้เ้าไปช่วยนายหญิงของเ้าเถิดอย่าลืมเก็บของให้หมด เพราะข้าไม่อยากจะให้ข้าวของของนายเ้าอยู่ในจวนของท่านอ๋องเป็สิ่งของไม่ดี ” นางพูดจบก็ได้เดินออกไปจากตำหนัก
ฝั่งด้านของหนานลี่นางขับร้องเพลงเบาๆอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเดินถือถุงผ้าของตนกำลังเดินออกประตูห้อง จี่ซุนก็ได้เดินเข้ามาหา
“พระชายาเก็บข้าวของเสร็จแล้วหรือเพคะ”
“ใช่แล้ว อีกอย่างเมื่อวานนี้ข้าเก็บเสื้อผ้าไปแล้ว เ้าลืมไว้ที่โรงเตี้ยมนั้นหรือไม่ ต้องเข้าไปเอาก่อนจะกลับเรือนของข้า ข้าคิดถึงท่านพ่อท่านแม่เหลือเกิด รีบเดินทางกันเถิดครั้งนี้ข้าจะพาเ้ากลับถึงเรือนก่อนไฟจะมืด” หนานลี่จ้องมองแดดที่ส่องก็ดูเหมือนยังไม่สาย ทั้งสองก็ได้เดินออกจากจวนของโม่อี้หลาน เมื่อหนานลี่ยืนอยู่หน้าจวนก็หันกลับไปมองพร้อมยิ้มออกมาและโค้งคำนับลงหน้าจวนนั้น
“ลาก่อน ชีวิตที่แสนเศร้าของพระชายาเหมยลี่ ต่อจากนี้จะมีเพียงคุณหนูเหมยลี่ผู้ที่เกิดใหม่ผู้นี้ ข้าจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าขอบคุณท่านที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่ข้า” หนานลี่โน้มตัวลงขอบคุณพระชายาที่เป็พระชายาเหมยลี่จริงๆที่ให้กลับมาแก้ไขอดีต
ทั้งสองออกเดินทางโดยที่มีชายผู้หนึ่งมองนางที่กำลังจะเดินออกไปอย่างช้าๆ พร้อมเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
ไม่นานหนานลี่กับจี่ซุนก็มาถึงโรงเตี้ยมเถ้าแก่ก็จำพวกนางได้และเก็ขของไว้ให้ จี่ซุนเดินเข้าไปเอาไม่นานก็กลับมาพร้อมถุงผ้า ทั้งสองจึงออกเดินจากต่อ แต่ระหว่างทางนางก็ได้เห็นเด็กชายที่เคยช่วยไว้ บัดนี้เด็กผู้นั้นกลับกลายเป็พ่อค้าตัวน้อยที่ไม่มอมแม้มแถมยังดูสะอาดสะอ้านขึ้นอีกด้วย ทำให้นางยืนมองดูอย่างภาคภูมิใจ
จี่ซุนได้พานางเดินทางมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนหลังใหญ่โต ก่อนจะเดินไปเคาะประตูเรือนด้านหน้าสักครู่ก็ถูกเปิดออก ชายฉกรรจ์ที่เฝ้าหน้าประตูก็ได้เปิดออก เมื่อเห็นว่าเป็พระชายาเหมยลี่มาก็ยิ้มแย้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะะโบอกทุกคนในเรือน
“พระชายาเหมยลี่เสด็จกลับมา รีบไปบอกใต้เท้ากับฮูหยินเร็ว”
“ทำไมต้องะโเสียงดังด้วย ข้าแค่กลับมาเรือนเท่านั้นเ้าทำเป็เื่ใหญ่” หนานลี่พูดกับบ่าวที่เปิดประตูและย่างเท้าเข้ามาด้านใน ก็ต้องพบเจอบ่าวรับใช้มากมายที่มายืนต้อนรับนางอย่างอบอุ่นทุกคนล้วนมีรอยยิ้มที่ยินดีในการมาของนาง ทำให้หนานลี่ทำตัวไม่ถูก สักพักก็มีหญิงรุ่นแม่เดินออกมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักความเมตตาทำให้นางรู้ว่าผู้นี้ต้องเป็มารดาของนางแน่ๆ
“ถวายบังคมพระชายาเหมยลี่” หนานลี่เมื่อเห็นว่าผู้เป็แม่จะทำการเคารพนางจึงรีบไปจับมือและตัวไม่ให้นางต้องเคารพตนเอง
“ท่านแม่ท่านอย่าทำเช่นนี้เ้าค่ะ เพราะต่อจากนี้ข้ามิใช่พระชายาของท่านอ๋องอีกต่อไป ข้าเป็เพียงคุณหนูเหมยลี่ของท่านแม่เท่านั้น” หนานลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มเรียบ
“ไฉนเป็เช่นนั้น อย่าบอกนะว่าท่านอ๋องไม่รักเ้า ดูแลเ้าไม่ดีข้าจะนำเื่นี้ไปแจ้งต่อฝ่าา” เสียงเข้มขรึมดังออกมาทำให้ทุกคนต้องหันไปมองรวมถึงหนานลี่ด้วย