“ข้าคิดว่าเสียนอ๋องยังไม่เหมาะสม หากเปลี่ยนเป็ผู้อื่นขึ้นครองบัลลังก์แทน สถานการณ์กับแคว้นข้างเคียงอาจจะดีขึ้น หรือไม่เราอาจเปลี่ยนจากามาเป็ความร่วมมือทางการค้าก็ได้เ้าค่ะ”
ก่อนหน้านี้ซูหยุนหรานเลือกที่จะบอกกับฉินจื่อฉิงไปว่าโลกที่นางจากมาเป็โลกคู่ขนานกับโลกของเขา เพราะนางไม่อยากให้เขารับรู้ว่าเขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต แม้แต่สุสานที่ใช้ฝังศพยังถูกสร้างไว้ในที่ห่างไกล กว่านักโบราณคดีจะขุดค้นพบสุสานและศึกษาประวัติของเขามาเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ผู้คนก็แทบจะลืมเลือนราชวงศ์สุ่ยและแคว้นต้าสุ่ยไปหมดแล้ว
เมื่อซูหยุนหรานคิดจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของสามี เช่นนั้นนางต้องเริ่มั้แ่การขัดขวางไม่ให้เสียนอ๋องมีโอกาสได้ขึ้นครองบัลลังก์ ไม่เช่นนั้นสามีของนางก็ต้องไปออกรบกับแคว้นข้างเคียง เพียงเพราะความโง่เขลาและวิสัยทัศน์ในการปกครองที่แสนคับแคบของเสียนอ๋อง สามีของนางต้องยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องแคว้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำว่าอ๋องนอกราชวงศ์ที่เกิดมาพร้อมดวงหายนะ‘ไม่ได้! เพื่อช่วยสามี ข้าต้องเปลี่ยนว่าที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ให้ได้’
“เ้าคงไม่ได้อยากให้ข้าขึ้นไปนั่งอยู่บนตำแหน่งนั้นกระมัง” ฉินจื่อฉิงรีบปฏิเสธ “หากเ้าคิดเช่นนั้นก็เลิกคิดไปได้เลย ข้าไม่ชอบใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงสูงแล้วอ่านฎีกาและนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดกับขุนนางเฒ่าเ่าั้ไปวันๆ ข้า้าออกรบเพื่อปกป้องชาวบ้าน ขอโทษนะหรานหราน...หากเ้าอยากเป็มารดาของแผ่นดิน ข้าคงให้เ้าไม่ได้”
“ข้าอยากเป็มารดาของแผ่นดินที่ไหนเ้าคะ ข้าก็ไม่ชอบใช้ชีวิตอยู่ในวังหลังไปตลอดชีวิตเช่นกัน” ซูหยุนหรานยิ้มให้สามี “ท่านพี่เ้าคะ ท่านก็รู้ว่าข้าเป็คนที่มาจากอีกโลกหนึ่ง นอกจากความสามารถด้านการแพทย์ บางครั้งข้ายังสามารถทำนายอนาคตได้ด้วย อย่างเช่นเื่ของเสียนอ๋อง แม้จะระบุเวลาไม่ได้แน่ชัด แต่ข้าสามารถบอกได้ว่าหลังจากที่เสียนได้ขึ้นครองบัลลังก์ เขาจะสร้างความเสียหายให้แคว้นมากขนาดไหน แม้กระทั่งยอมสละดินแดนเพื่อแลกกับสัญญาสงบศึกกับแคว้นข้างเคียง แต่ถึงอย่างนั้นแคว้นต้าสุ่ยของเราก็ยังถูกข้าศึกบุกมาโจมตี สุดท้ายแคว้นก็ล่มสลาย ราชวงศ์สุ่ยก็ล่มสลายไปเช่นกันเ้าค่ะ”
“ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเลยรึ?” ฉินจื่อฉิงขมวดคิ้ว “แต่ทหารที่ข้าวางกำลังไว้ตามแนวชายแดนล้วนเป็ทหารกล้าที่มากความสามารถ พวกเขาไม่น่าปล่อยให้ศัตรูตีฝ่ามาได้โดยง่าย”
“หากเกิดาขึ้นพร้อมกันทุกทิศเล่าเ้าคะ”
“หากเป็เช่นนั้นจริง แคว้นต้าสุ่ยก็ถึงคราวล่มสลายแล้ว” ฉินจื่อฉิงพูดเสียงเครียด
“ท่านพี่ไม่ต้องกังวลไปเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานยิ้ม “ขอแค่ท่านเชื่อข้าแล้วหาผู้ที่เหมาะสมให้ขึ้นมารับตำแหน่งรัชทายาท เท่านี้เราก็จะเปลี่ยนอนาคตได้แล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“ก็ถูกของเ้า” ฉินจื่อฉิงทำท่าคิด “นอกจากเสียนอ๋อง ข้าเห็นว่ารุ่ยอ๋องเหมาะสมที่สุด หนึ่งคือเขาเป็องค์ชายที่เกิดจากฮองเฮา และตระกูลเดิมของฮองเฮายังเป็ตระกูลแม่ทัพ ตระกูลเื้ันับว่าแข็งแกร่งยิ่ง และอีกเหตุผลหนึ่งคือรุ่ยอ๋องมีความสามารถในการใช้คน แต่ไม่นานมานี้ข้าได้ยินว่ารุ่ยอ๋องล้มป่วยกะทันหัน ฮองเฮาจึงเลิกล้มความตั้งใจที่จะให้เขาเข้าร่วมศึกแย่งชิงบัลลังก์กับองค์ชายพระองค์อื่น”
“รุ่ยอ๋องป่วยเป็อะไรหรือเ้าคะ”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ”
“ท่านพี่มั่นใจหรือไม่เ้าคะว่ารุ่ยอ๋องเป็ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะขึ้นเป็รัชทายาท”
“องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองไม่สนใจบัลลังก์ องค์ชายสามหรือก็คือเสียนอ๋องคงไม่ต้องพูดถึง รายนั้นคงอยากขึ้นเป็รัชทายาทวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ ส่วนองค์ชายสี่กับองค์ชายห้าแม้พวกเขาจะสนใจ แต่ฝ่าาคงไม่ยกบัลลังก์ให้พวกเขาหรอก เพราะพวกเขาเกิดจากสนมที่ไม่มีครอบครัวหนุนหลัง นอกจากเสียนอ๋อง ข้าก็ไม่เห็นว่าใครจะเหมาะเท่ารุ่ยอ๋องอีกแล้ว”
“เช่นนั้น...” ซูหยุนหรานยิ้มประจบสามี “ท่านพี่พาข้าเข้าพบรุ่ยอ๋องได้หรือไม่เ้าคะ ข้าอยากตรวจดูอาการเขาสักครั้ง”
“รุ่ยอ๋องกับข้าไม่มีเื่บาดหมาง หากจะเข้าพบเขาย่อมเป็ไปได้ เพียงแต่อาการป่วยของเขายังถูกปิดเป็ความลับ ข้าเกรงว่าฮองเฮาจะไม่ยินยอมให้เ้าไปรักษาน่ะสิ”
“หากเป็ท่านตากับท่านลุงช่วยออกหน้า ท่านพี่คิดว่าเื่นี้พอจะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะ” ซูหยุนหรานช่วยคิด
“เซียนเยี่ยเคยเล่าให้ข้าฟังว่าผู้าุโตระกูลไป๋ถูกฮองเฮาเรียกพบ แต่ตระกูลไป๋คงรักษาไม่ได้ ตระกูลแพทย์ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงตระกูลซูกับตระกูลลั่ว แต่ข่าวลือที่ว่าท่านแม่ของเ้าขโมยตำราแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วไป เื่นี้คงทำให้ฮองเฮาลังเลที่จะเรียกให้ท่านตากับท่านลุงของเ้าเข้าพบ ส่วนตระกูลซูคงเป็ไปไม่ได้ เพราะฝ่าามอบสมรสพระราชทานให้เสียนอ๋องกับซูชิงหว่านไปแล้ว ฮองเฮาไม่มีทางเรียกใช้คนตระกูลซูอย่างแน่นอน” ฉินจื่อฉิงลูบคางอย่างใช้ความคิด “ด้วยชื่อเสียงของโรงหมอลั่วอันคังเวลานี้ ข้าคิดว่าปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าจัดการก็ไม่น่าเป็ปัญหา”
ซูหยุนหรานหอมแก้มสามีไปหนึ่งที “ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านพี่ต้องช่วยข้าได้”
“รางวัลของเ้าดูจะน้อยไปหน่อยนะ”
“น้อยไปหรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานโน้มไปกระซิบข้างหูสามี “เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะชดใช้ให้”
ฉินจื่อฉิงลุกขึ้นยืนอย่างมีมาด “นานแล้วที่ข้าไม่ได้ไปเดินหมากกับรุ่ยอ๋อง ถือโอกาสที่วันนี้มีเวลาว่าง ข้าแวะไปเล่นหมากกับเขาสักกระดานสองกระดานก็แล้วกัน”
ณ จวนรุ่ยอ๋อง
“เ้าว่าอย่างไรนะ! ผู้ใดมาขอพบรุ่ยอ๋อง” ฮองเฮาถาม
“ฉิงอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รายงาน
“เ้ากับฉิงอ๋องพบกันบ่อยรึ” ฮองเฮาหันมาถามบุตรชาย “หรือว่าอาการป่วยของเ้าจะเกี่ยวกับความอัปมงคลของเขา”
“เสด็จแม่กล่าวอะไรเช่นนั้น ท่านก็รู้ว่าพี่ชายช่วยชีวิตข้ามาแล้วหลายครั้ง สำหรับข้าเขาคือดาวนำโชคที่คอยคุ้มครองข้า เสด็จแม่อย่าอคติกับพี่ชายนักเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“พี่ชายอะไรกัน! เวลานี้ฉินจื่อฉิงไม่ได้เป็คนของราชวงศ์แล้ว หากมีผู้ไม่หวังดีมาได้ยิน เ้าอาจถูกปลดจากตำแหน่งอ๋องได้”
“มีตำแหน่งอ๋องแล้วจะมีประโยชน์อะไร เวลานี้แม้แต่ลุกจากเตียงยังเป็เื่ยากสำหรับข้า หากแลกได้ข้าอยากเอาตำแหน่งอ๋องแลกกับสุขภาพที่ดีของข้าคืนมามากกว่า ใช้ชีวิตอยู่แต่บนเตียงเพื่อรอความตาย ชีวิตแบบนี้มีค่าอะไรกัน” รุ่ยอ๋องถอนหายใจ “ข้าไม่อยากทะเลาะกับเสด็จแม่ด้วยเื่นี้แล้ว เอาเป็ว่าเสด็จแม่อยู่รอพบพี่ชายด้วยกันหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“รุ่ยเอ๋อลูกแม่ เ้าอย่าเป็เช่นนี้ได้หรือไม่ แม่ส่งคนออกไปตามหาหมอมากฝีมือจากทั่วแคว้น แม่เชื่อว่าอีกไม่นานคงเจอหมอที่รักษาอาการป่วยของเ้าได้” ฮองเฮาจับมือบุตรชายไว้แน่นพร้อมน้ำตาคลอ “เ้าอย่าได้ท้อใจไป แม่เห็นอย่างนี้แล้วปวดใจนัก”
“เสด็จแม่...” รุ่ยอ๋องกลั้นน้ำตา เสด็จแม่มีเขาเป็บุตรเพียงคนเดียว หากเขาจากไปแล้วเสร็จแม่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร
“เอาล่ะ...เพื่อให้เ้าสบายใจ วันนี้แม่จะอยู่พบฉิงอ๋องกับเ้าด้วยก็แล้วกัน หากไม่พูดถึงเื่ความโชคร้าย ฉิงอ๋องก็เป็คนเดียวที่คอยช่วยเหลือและคอยอยู่เคียงข้างเ้ามาตลอดจริงๆ” ฮองเฮายกผ้าขึ้นมาซับน้ำตา “ใครก็ได้ไปเชิญฉิงอ๋องเข้ามา”
“ฉินจื่อฉิงคำนับฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ” ฉินจื่อฉิงโค้งตัวคำนับ
“ไม่ต้องมากพิธี มีแต่คนกันเองทั้งนั้น” ฮองเฮามองฉินจื่อฉิงอย่างพิจารณา “ั้แ่มีภรรยาดูหน้าตาเ้าสดใสขึ้นมาก”
อย่างไรฮองเฮาก็เลี้ยงฉินจื่อฉิงมาหลายปีก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวไปยังตระกูลฉิน แม้ปากจะบอกว่าเขาเป็ดาวหายนะ แต่ในใจลึกๆ ของพระนางก็ยังรักและเอ็นดูเขาอยู่เหมือนเดิม
“เสด็จแม่ตรัสได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ พี่ชายดูหน้าตาสดใสกว่าเมื่อก่อนมากจริงๆ ข้าอยากรู้แล้วสิว่าพี่สะใภ้ของข้าคนนี้เป็คนเช่นไร ทำไมถึงทำให้พี่ชายของข้าดูเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้” รุ่ยอ๋องยิ้มให้พี่ชาย “ว่าแต่พี่ชายมาพบข้าด้วยเื่ใด”
“ไม่ได้พบพระองค์เสียนาน จึงคิดว่าจะมาชวนเดินหมากเล่นสักกระดานพ่ะย่ะค่ะ” ฉินจื่อฉิงตอบกลับอย่างสุภาพ
“จื่อฉิง...” ฮองเฮาเห็นท่าทางเหินห่างนั้นก็รู้สึกปวดใจ “เ้ายังโทษที่ข้าปล่อยให้ฝ่าาส่งเ้าไปอยู่กับตระกูลฉินอยู่หรือ ตอนนั้นข้าทำอะไรไม่ได้จริงๆ เ้าก็รู้ถึงแม้ข้าจะมีตำแหน่งฮองเฮา แต่ความโปรดปรานที่ฝ่าามีต่อข้ากลับไม่เท่าเสียนกุ้ยเฟย หรือแม้แต่พระมารดาของเ้า ข้ายังสู้ไม่ได้”
“ฮองเฮาอย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยโทษว่าเป็ความผิดของพระองค์” ฉินจื่อฉิงรีบคุกเข่า “บุญคุณที่พระองค์เลี้ยงดู กระหม่อมจำได้ไม่เคยลืมพ่ะย่ะค่ะ”
แม้บุคลิกของฉินจื่อฉิงดูเป็คนเ็า แต่ความจริงแล้วเขาให้ความสำคัญกับความรู้สึกเป็อย่างมาก เขาถูกฮองเฮาเลี้ยงดูมาหลายปี ความรักความผูกพันของฮองเฮาที่มีต่อเขา เขาย่อมััได้ เหมือนรุ่ยอ๋องหรือน้องหกของเขา นอกจากคนตระกูลฉินแล้วก็มีน้องหกคนนี้ที่เขายอมนับญาติด้วย
“เอาเถอะ...ให้พวกเ้าสองพี่น้องมีโอกาสได้คุยกัน ข้าจะเข้าครัวไปทำขนมกุ้ยฮวาของโปรดของพวกเ้ามาให้” ฮองเฮาพูดจบก็เดินออกไป
“พี่ชาย ทำไมวันนี้ถึงว่างมาหาข้าได้” รุ่ยอ๋องพูดยิ้ม “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านมาเดินหมาก หรือว่ารู้เื่อาการป่วยของข้าแล้วจึงอยากมาเยี่ยม”
“อาการป่วยของเ้าเป็อย่างไร? หนักหรือไม่? แล้วหาหมอที่จะมารักษาได้หรือยัง” ฉินจื่อฉิงถามอย่างไม่อ้อมค้อม
รุ่ยอ๋องหัวเราะ “ปากก็บอกไม่เป็ห่วงข้า แต่ดูคำถามของท่านสิ ข้าไม่รู้ว่าจะเลือกตอบคำถามไหนก่อนแล้ว”
“ตอบคำถามไหนก่อนก็ได้ แค่ตอบมาให้หมดก็พอ”
รุ่ยอ๋องถอนหายใจ “เสด็จแม่ส่งคนออกไปตามหาหมอมารักษาให้ข้าแล้วขอรับ แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาเจอ”
“เ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าโรงหมอลั่วอันคังสามารถรักษาคนด้วยวิธีผ่าตัดได้” ฉินจื่อฉิงถาม
“ไม่เคยขอรับ” รุ่ยอ๋องส่ายหน้า
“ให้ข้าพาหมอมาตรวจดูอาการให้เ้าสักหน่อยหรือไม่”
“โรงหมอลั่วอันคังของท่านหมอลั่วฝานน่ะหรือขอรับ” รุ่ยอ๋องถอนหายใจ “ข้าคิดว่าเสด็จแม่คงไม่ยอมหรอก”
“เป็เพราะตำราแพทย์ของตระกูลลั่วที่ถูกขโมยไปน่ะหรือ หากข้าจะบอกว่าวิชาแพทย์ที่ว่าไม่เกี่ยวกับตำราแพทย์เล่มนั้นเล่า เ้าคิดว่าฮองเฮาจะยินยอมให้ข้าพาหมอมาตรวจดูอาการของเ้าหรือไม่”
“เื่นั้นข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันขอรับ” รุ่ยอ๋องส่ายหน้า
“ยินยอม!” ฮองเฮารีบเดินเข้ามา “ฉิงเอ๋อ ไม่ใช่ว่าข้าเชื่อข่าวลือเื่ตำราแพทย์ที่หายไปจึงไม่เรียกลั่วฝานให้มาตรวจดูอาการรุ่ยเอ๋อ แต่ข้าเคยทำผิดกับเขาไว้จึงไม่กล้าไปขอความช่วยเหลือจากเขา แต่หากครั้งนี้โรงหมอของเขามีทางช่วยรุ่ยเอ๋อได้ ต่อให้ต้องไปคุกเข่าขอร้องข้าก็ยินดีที่จะทำ”
“ฮองเฮากับท่านตามีเื่เข้าใจผิดกันอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ พระนางพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเป็เื่ใด หากไม่ใช่เื่ร้ายแรง กระหม่อมคิดว่าท่านตาไม่น่าจะขัดข้อง” ฉินจื่อฉิงไม่เคยรู้เื่ที่ฮองเฮากับลั่วฝานมีปัญหากันมาก่อน
ฮองเฮาพูดอย่างละอายใจ “ที่ลั่วเจินเจินกับซูจิ้นจงมีโอกาสได้พบกันก็เป็เพราะข้า”