ผ่านมาสองวัน ร่างกายของอ้ายอี้เอ๋อร์โดยรวมดีขึ้นมากแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษายาพิษที่ใช้ป้องกันตนเองอยู่หลายขนาน ในเมื่อจวนหนานกงอย่างไรก็ไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก นางไม่อยากถูกใครทำร้ายที่นี่ตามอำเภอใจ
นางได้เร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับทุกคนในจวนหนานกง ตลอดจนความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของบุคคลเหล่านี้อย่างรวดเร็ว
ประการแรก ยุคที่นางอยู่นี้เรียกว่ายุคราชวงศ์เอ้าอวี่ เป็ราชวงศ์ที่ไม่มีบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์
ประการที่สอง ประมุขผู้นำจวนหนานกงก็คือบิดาของนาง ‘หนานกงซวี่’ เป็คหบดีผู้มั่งคั่ง มีกิจการอยู่เป็จำนวนมาก สินค้าที่โดดเด่นที่สุดในราชวงศ์เอ้าอวี่คือผ้าไหมและเครื่องประดับของเขา อีกทั้งราคายังสูงจนน่าใ เทียบได้กับสินค้าแบรนด์เนมอย่างเบอร์เบอรี่และแอร์แม็สในปัจจุบัน
หนานกงซวี่มีเอกลักษณ์อยู่สองอย่าง คือชอบเงินกับหญิงงาม ดูจากที่เขาแต่งฮูหยินสี่คนเข้าจวน และยังมีไปหาเศษหาเลยข้างนอกจวนอีก เพียงเท่านี้คงพอจะเดาได้แล้ว
ประการต่อมา คือบรรดาภรรยาของหนานกงซวี่
ฮูหยินใหญ่ เป็คุณหนูใหญ่ของตระกูลขุนนาง ได้ให้กำเนิดบุตรชายนาม ‘หนานกงอวี้เฟิง’ เป็คุณชายใหญ่ของจวนหนานกง เขามักจะช่วยหนานกงซวี่จัดการดูแลกิจการภายนอก ในหนึ่งปีจะกลับจวนมาสองสามครั้ง จึงไม่ได้พูดคุยด้วยมากเท่าไรนัก แน่นอนว่าหนานกงอี้เอ๋อร์ไม่มีภาพความทรงจำเกี่ยวกับเขา เพียงได้ยินเสี่ยวตงเอ่ยถึงเขาสองสามครั้งว่า พี่ชายใหญ่ทำการค้าได้ดีมาก
ความเก่งกาจของคุณชายใหญ่ยิ่งทำให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่มั่นคงยิ่งขึ้น ฮูหยินใหญ่ยังให้กำเนิดบุตรสาวอีกคนหนึ่ง คือ ‘หนานกงเย่ว์’ คุณหนูสามแห่งจวนหนานกง ได้ยินมาว่าฮูหยินใหญ่รักและโปรดปรานนางมาก มีนิสัยอารมณ์ร้าย ชอบสร้างปัญหา และชอบเอาเปรียบผู้อื่น
ต่อมาคือฮูหยินรอง นางเป็คุณหนูใหญ่ในตระกูลร่ำรวยของขุนนางท้องที่ ให้กำเนิดบุตรสาวมาสองคน บุตรสาวคนโตเกิดก่อนคุณหนูสาม คือ คุณหนูรองแห่งจวนหนานกง นาม ‘หนานกงจื่อเซวียน’ เป็คนทะนงในศักดิ์ศรีของตน รูปโฉมงดงาม ฉลาดปราดเปรื่อง ได้รับการยกย่องให้เป็อัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเอ้าอวี่ ได้ยินมาว่านางมีคนในใจแล้ว เป็หนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งของราชวงศ์เอ้าอวี่--องค์ชายเอ้าเทียนฉี
บุตรสาวคนเล็กของฮูหยินรอง คุณหนูสี่แห่งจวนหนานกง รูปโฉมถือว่างดงามเช่นกัน แต่เป็คนไร้เหตุผล ชอบอวดดี ทั้งยังความรู้ยังตื้นเขิน หนานกงอี้เอ๋อร์มักถูกนางรังแกเป็ประจำ
สำหรับฮูหยินสาม ได้ยินมาว่าเป็คนงามที่ขุนนางท่านอื่นส่งมาเพื่อเอาใจเขา ฮูหยินสามนี้ให้กำเนิดบุตรสองคนเช่นกัน บุตรชายมีนามว่า ‘หนานกงฉุนลี่ว์’ คุณชายห้าแห่งจวนหนานกง เดิมทีหนานกงซวี่อยากจะมอบกิจการให้กับบุตรชายคนที่สองของตน เพียงแต่ว่าคุณชายห้าเป็คนไม่เอาไหน สอนอย่างไรก็ไม่ได้ความ โง่เขลาเบาปัญญาั้แ่เล็ก ทำให้อาจารย์ต้องปวดศีรษะเป็อย่างยิ่ง
หนานกงฉุนลี่ว์มีงานอดิเรกอยู่สามอย่าง ชอบกิน นอน และเกี้ยวคนงาม ได้ยินมาว่าเขามีความเป็มาอันโชติ่ ได้รับการตั้งชื่อจาก ‘จูเก๋อเฉิน’ ปราชญ์อันดับหนึ่งของแคว้นเอ้าอวี่ และชื่อที่มีเพียงสองตัวอักษรนี้ก็ทำให้คุณชายห้าแห่งจวนหนานกงมีชื่อเสียงในชั่วข้ามคืน กลายเป็หัวข้อสนทนาหลังอาหารของประชาชนแคว้นเอ้าอวี่ คาดว่าหนานกงซวี่คงรู้สึกเสียใจในภายหลังที่ตั้งชื่อให้ลูกชายตนด้วยชื่อนี้ ทำไมจะต้องตั้งว่าฉุนลี่ว์ด้วย พูดเพี้ยนนิดเดียวก็คงเป็ ‘ฉุ่นหลีว์’ ที่แปลว่าลาโง่ไปจริงๆ แล้ว
หนานกงอี้เอ๋อร์ลอบพึงพอใจ คำคำนี้ช่างเหมาะเจาะเกินไปแล้ว จูเก๋อเฉินผู้นี้ช่างมีความสามารถเสียจริง หากมีวาสนาได้พบกัน ก็คงต้องขอคำชี้แนะจากเขาบ้างแล้ว
ฮูหยินสามยังมีบุตรสาวอีกหนึ่งคนนามว่า ‘หนานกงเยี่ยน’ คุณหนูหกแห่งจวนหนานกง นิสัยของนางคล้ายกับคุณหนูสี่ แน่นอนว่าไม่มีทางปล่อยให้หนานกงอี้เอ๋อร์มีความเป็อยู่ที่ดี
คนสุดท้ายคือฮูหยินสี่ มารดาของหนานกงอี้เอ๋อร์ ได้ยินมาว่าเป็หญิงคณิกาจากหอนางโลม มีรูปโฉมและความสามารถครองอันดับหนึ่งของแคว้นเอ้าอวี่ ขุนนางชั้นสูงจำนวนมากต่างก็้าแต่งกับนาง แต่สุดท้ายนางเลือกแต่งให้หนานกงซวี่ผู้ร่ำรวย นางและสาวใช้คนสนิทของนางต่างถูกไถ่ตัวออกมาจากหอคณิกา
มารดาของหนานกงอี้เอ๋อร์แต่งเข้าจวนเป็ฮูหยินสี่ สาวใช้คนนั้นก็คือแม่นมของนาง ผ่านไปไม่นานฮูหยินสี่ก็ตั้งท้องหนานกงอี้เอ๋อร์ ในคืนที่ให้กำเนิด ฮูหยินสี่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคลอดหนานกงอี้เอ๋อร์ออกมา เพียงได้เห็นหน้าบุตรีก็เอ่ยออกมาสี่คำว่า ‘หนานกงอี้เอ๋อร์’ จากนั้นโฉมงามก็สิ้นใจไปในทันที
หนานกงซวี่รู้สึกเสียใจต่อการจากไปของฮูหยินสี่อยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นไม่นานจึงกลับมาอยู่ในสภาพปกติ ทั้งมองคนงามและร่ำสุราเคล้านารี ทว่าหลังจากครั้งนั้น ก็ไม่มีการแต่งฮูหยินหรือรับอนุเข้าจวนอีกเลย
อาจเป็เพราะยังไม่เจอหญิงที่มีรูปโฉมงดงามเหมือนฮูหยินสี่ มนุษย์เป็สัตว์ที่แปลกประหลาด ตอนที่ตนมีสิ่งที่ธรรมดาก็้าหาสิ่งที่ดีกว่าเดิม แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีกว่าเดิมแล้วกลับยัง้าได้สิ่งที่ดีที่สุด หลังจากสิ่งที่ดีที่สุด สายตาก็คอยแต่จะมองหาสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดต่อไป คาดว่าหนานกงซวี่คงจะคิดเช่นนี้เหมือนกัน
เพียงไม่นานหลังการจากไปของฮูหยินสี่ ด้วยเหตุที่นางสิ้นใจไปในทันทีที่คลอดหนานกงอี้เอ๋อร์ออกมา จึงทำให้หนานกงซวี่พานโกรธบุตรสาวของตนเป็อย่างมาก เป็เหตุให้เขาไม่สนใจเด็กคนนี้เท่าใดนัก
เป็อย่างนี้มาตลอดจนหนานกงอี้เอ๋อร์อายุได้สี่ขวบ ในปีนั้นจู่ๆ นางก็ป่วยหนัก ต่อมาอาการป่วยได้ทุเลาลง แต่เพียงข้ามคืนกลับมีตุ่มขึ้นเต็มใบหน้าของนาง ทำให้ใบหน้าเดิมอันขาวนวลงดงามได้หายไปด้วย
ในตอนนั้นหนานกงซวี่ถูกฮูหยินท่านอื่นเป่าหูอย่างหนัก กล่าวว่าอาจจะเป็โรคติดต่อ วันที่สองหนานกงซวี่จึงไล่บุตรสาวที่มีอายุแค่สี่ขวบของตนไปยังเรือนเล็กกลางป่าไผ่ที่อยู่ห่างไกล ปล่อยให้ใช้ชีวิตแบบตามมีตามเกิด
ยังดีที่มีแม่นมอยู่กับนางมาโดยตลอด จนนางอายุได้ 10 ปี ก็มีสาวใช้ที่ทำผิดถูกไล่ให้มาอยู่ที่นี่ นั่นก็คือเสี่ยวตง แน่นอนว่ายังมีพ่อบ้านเหลยที่มักแอบส่งเสื้อผ้ากับอาหารให้นางอยู่เป็ประจำ ตอนยังเด็กคิดว่าที่พ่อบ้านเหลยทำเช่นนี้เป็เพราะรู้สึกสงสารนาง
ต่อมาเมื่อโตขึ้นจึงพบว่าที่พ่อบ้านเหลยมักจะมาที่เรือนเล็กกลางป่าไผ่นี้อยู่ไม่ขาด ก็เป็เพราะเขาชอบพอแม่นมของนาง และตลอดมาอาจจะเป็เพราะนางที่ทำให้แม่นมยังไม่กล้าตัดสินใจออกเรือน ดังนั้นในจวนหนานกงนี้ นอกจากคนสามคนที่คอยดูแลนางแล้ว กับคนอื่นนางล้วนไม่มีความผูกพันใดๆ จะมอบให้
และสองวันมานี้ ข่าวที่ว่านางฟื้นแล้วคงจะรู้กันไปทั่วทั้งจวน คาดว่าวันสงบสุขของนางคงจบสิ้นลงแล้วจริงๆ…
ยังคิดถึงไม่ทันไร ฉับพลันประตูก็ถูกถีบให้เปิดออก มีสตรีสามนางท่าทางสง่างามกำลังเดินเข้ามา อ้ายอี้เอ๋อร์คิดอย่างกลุ้มใจ ‘นี่มาหากันเร็วเกินไปไหม’
มองสตรีทั้งสามที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาหา หนานกงอี้เอ๋อร์ได้แต่ขมวดคิ้ว นี่เป็พี่สาวอะไรกัน ถ้าหากนางจำไม่ผิด ครั้งนั้นนางถูกสามคนนี้วางแผนผลักตกบึง!
เหตุผลง่ายๆ คือไม่อาจทนมองหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มของหนานกงอี้เอ๋อร์ได้ คิดว่านางเป็ความอับอายของจวนหนานกง ดังนั้นเมื่ออยู่ในจวนจึงต้องหาโอกาสรังแกนาง
ถึงแม้ว่าคนในจวนหนานกงจะทราบดีว่าคุณหนูเจ็ดของจวนหนานกง มีหน้าตาน่าเกลียด ใบหน้าเต็มไปด้วยตุ่มพอง แต่อย่างไรก็ตาม เพราะหนานกงอี้เอ๋อร์ไม่มีความมั่นใจในตนเอง จึงเก็บตัวไม่เคยออกจากเรือนนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง และั้แ่เล็ก พี่สาวทั้งสามก็มักจะกลั่นแกล้งนางเพื่อความสนุกของตน พวกนางจึงเริ่มชินชากับใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยเม็ดตะปุ่มตะป่ำของน้องสาวแล้ว
พี่สาวทั้งสามของนางอาจจะคิดว่าลูกไม้แสบๆ คันๆ ที่แกล้งนางพวกนั้นมันน่าเบื่อเกินไป ดังนั้นทั้งสามจึงวางแผนคิดว่าจะทำอย่างไรให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มนี้ดูน่าเกลียดมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความสนุกสนานอันร้ายกาจของพวกนาง
ต่อจากนั้นละครก็ได้เริ่มขึ้น มีอยู่วันหนึ่ง พี่สาวทั้งสามคนจู่ๆ ก็มีน้ำใจกระตือรือร้นชวนน้องเจ็ดออกไปเที่ยวที่บึง น้องเจ็ดจึงรู้สึกปลื้มใจระคนประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของพวกนาง
เพราะหน้าตาอันอัปลักษณ์ แต่ไหนแต่ไรมาจึงไม่เคยออกจากจวนหนานกงมาก่อน นางจึงรู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยากเห็นว่าภายนอกเป็เช่นไร บรรดาพี่สาวราวกับรู้ความคิดของนาง จึงปรึกษากันและให้นางคาดผ้าคลุมหน้าไว้ อีกทั้งยังให้มีคนคอยคุ้มกันนางบนเรืออีกด้วย เมื่อเป็เช่นนี้ยังจะมีสิ่งใดให้ต้องกังวลใจอีก จึงตกลงเื่การไปเที่ยวบึงกันได้ หลังจากเตรียมพร้อมแล้ว คุณหนูทั้งสี่จึงได้นำผู้ติดตามไปเที่ยวบึงกันเป็จำนวนมาก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922