ระหว่างทางกลับบ้าน จางเมี่ยวเจินยังคงไม่พูดอะไร ซึ่งหลินเฉียงก็เดาไม่ออกเช่นกันว่าภรรยากำลังคิดเื่อะไรอยู่ แต่เขาก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมให้อะไรมาค้างคาใจนานๆ และอีกไม่นานก็จะถึงทางเข้าหมู่บ้านเล้ว เขาจึงตัดสินใจจอดรถจักรยานเข้าข้างทาง
“เจินเจิน คุณเป็อะไร ทำไมถึงเอาแต่เงียบมาตลอดทาง หรือคุณโกรธที่ผมขอสัญญาจ้างงานคืนมาจากเ้านายของคุณ” หลินเฉียงมองภรรยาก่อนจะพูดต่อ “ที่ผมทำอย่างนั้นก็เพื่อคุณนะ เพราะถ้าคุณยังให้เขาถือสัญญาจ้างงานฉบับนั้นไว้แล้วคุณไม่ไปทำงาน เขาก็จะเอาสัญญานั้นมาเรียกร้องค่าเสียหายจากคุณ เขาจะต้องมาโทษว่าเป็เพราะคุณไม่ไปทำงานถึงทำให้เขาสูญเสียรายได้จากการขาย”
หลินเฉียงพยายามอธิบายถึงความเป็ไปได้ รวมถึงผลเสียหากจางเมี่ยวเจินทิ้งหนังสือสัญญาจ้างงานฉบับนั้นให้กับเ้าของร้าน เพราะกลโกงพวกนี้ชีวิตที่แล้วเขาเคยโดนมาแล้วทั้งนั้น
“ฉันไม่ได้คิดเื่นั้นหรอกค่ะ” จางเมี่ยวเจินซบหน้าไปบนแผ่นหลังของสามี “ฉันแค่ยังกลัวอยู่เท่านั้นเองค่ะ อาเฉียง...ฉันไม่คิดเลยว่าหัวหน้าจะกล้าทำกับฉันแบบนั้น ถ้าวันนี้ฉันไม่เชื่อคุณแล้วเดินเข้าไปในห้องนั้นและต้องอยู่กับหวงเจ๋อตามลำพัง คุณคิดว่าฉันจะปลอดภัยออกมาแบบนี้ไหมคะ”
หลินเฉียงพลิกตัวมากอดภรรยาไว้อย่างปลอบใจ เขาก็ไม่อยากจะคิดเหมือนกันว่าถ้าวันนี้เกิดเื่แบบนั้นขึ้นกับภรรยาจริงๆ เขาจะโทษตัวเองขนาดไหน หรือไม่เขาก็อาจจะถูกตำรวจจับเข้าห้องขังข้อหาทำร้ายร่างกายไปแล้วก็ได้
“คุณไม่ต้องกลัวนะ ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณเป็อันขาด” หลินเฉียงไม่อยากให้ภรรยาเศร้า เขาจึงเปลี่ยนเื่คุย “ว่าแต่ตอนนี้คุณไม่กังวลที่จะไปพบแม่กับอาสะใภ้ของผมแล้วเหรอ”
จางเมี่ยวเจินมัวแต่คิดถึงเื่ที่เ้านายกับหวงเจ๋อร่วมมือกันวางแผนที่จะทำร้ายเธอ ทำให้เธอลืมไปสนิทว่าวันนี้เธอต้องตามหลินเฉียงกลับไปที่บ้านของเขาแล้ว เธอรีบผลักสามีออกแล้วมองหน้าเขา “ฉันลืมเื่นี้ไปแล้วจริงๆ ด้วย อาเฉียง! คุณแม่กับคุณอาสะใภ้ของคุณรู้เื่ที่เราจดทะเบียนหลอกๆ กันแล้วใช่ไหมคะ”
“พวกเขารู้เื่ที่เราจดทะเบียนกันแล้วจริงๆ และพวกเขาก็รู้ด้วยว่าวันนี้ผมจะพาคุณกลับบ้าน” หลินเฉียงยิ้ม
จางเมี่ยวเจินทำหน้าใ “แล้วพวกเขาจะว่ายังไงบ้างคะ พวกเขาจะโกรธฉันหรือเปล่าที่ทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะแต่งงานกับคนอื่น”
“พวกเขาไม่รู้เื่ที่เราจดทะเบียนสมรสกันหลอกๆ แต่พวกเขารู้ว่าผมจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงที่ผมรัก” หลินเฉียงยิ้มกว้างให้ภรรยาก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวผมของเธอขึ้นทัดหู “คุณรับปากผมแล้วว่าคุณจะให้โอกาสผมได้แสดงความจริงใจกับคุณ แล้วผมจะบอกเื่พวกนั้นกับพวกเขาไปทำไมล่ะครับ เจินเจิน...ผมคิดอยู่เสมอว่าการจดทะเบียนสมรสของเราในครั้งนี้มันคือเื่จริง”
“แต่ว่าฉันยังไม่ได้ให้คำตอบกับคุณ...” จางเมี่ยวเจินก้มหน้า
“ผมบอกว่าผมรอได้ก็หมายความว่าผมรอได้สิครับ คุณไม่ต้องกดดันตัวเองเกินไปนะ เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไรเหรอคะ” จางเมี่ยวเจินถามอย่างกังวล
“วันนี้ผมมีเื่จะทำให้คุณประหลาดใจ เพราะฉะนั้นพอกลับไปถึงบ้าน คุณอย่าโกรธผมเชียวนะ”
จางเมี่ยวเจินขมวดคิ้วแน่น “คุณไม่ได้ไปทำเื่ไม่ดีลับหลังฉันใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่เื่ไม่ดีแน่นอน มันเป็เื่ที่ดีมากสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่เื่นี้ผมไม่ได้ปรึกษากับคุณก่อน ผมก็เลยกลัวว่าคุณจะโกรธที่ผมตัดสินใจคนเดียวน่ะครับ”
“มันเป็เื่อะไร คุณบอกฉันมาก่อนได้ไหม”
“กลับถึงบ้านเดี๋ยวคุณก็รู้เองนั่นล่ะครับ” หลินเฉียงขึ้นนั่งบนรถจักรยานแล้วเริ่มปั่น “ผมภาวนาว่าอย่าให้คุณโกรธ และผมก็ภาวนาอีกด้วยว่าเื่นี้จะทำให้คุณให้คำตอบกับผมเร็วๆ”
จางเมี่ยวเจินยังถามหลินเฉียงอีกหลายคำถาม แต่เขาก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงแล้วก็ชวนเธอพูดเื่อื่น จนเมื่อทั้งคู่ปั่นจักรยานเข้ามาในเขตหมู่บ้านชุนหลิ่ง น้ำเสียงของหลินเฉียงยังคงเต็มไปด้วยความสุข แต่มือของจางเมี่ยวเจินกลับมีแต่เหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด บ่งบอกว่าเธอกำลังเครียดถึงที่สุดแล้ว
หลินเฉียงไม่ได้พาภรรยาแวะไปที่บ้านของคุณอาสะใภ้ เพราะครั้งล่าสุดที่เขาโทรศัพท์หาคุณแม่หลิน คุณแม่หลินบอกว่าบ้านกับโรงเลี้ยงไก่สร้างเสร็จแล้ว เขาจึงบอกให้แม่ขนข้าวของแล้วย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ได้เลย ขาดเหลืออะไรก็เอาเงินที่เขาทิ้งไว้ให้ซื้อของจำเป็เข้าบ้านมาให้หมด วันที่เขาพาภรรยากลับจากจังหวัด เขาจะพาเธอย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่พร้อมกัน
ซึ่งคุณแม่หลินก็รับปากที่จะทำตามคำพูดของลูกชายอย่างดี ในเมื่อลูกชายจะพาลูกสะใภ้เข้าบ้าน เธอก็ต้องต้อนรับลูกสะใภ้และต้องจัดหาสิ่งของที่ดีที่สุดไว้ต้อนรับลูกสะใภ้อยู่แล้ว อีกทั้งเื่ที่เธอกับลูกชายตกลงกันไว้ว่าจะทำให้ลูกสะใภ้ประหลาดใจ เธอก็จัดเตรียมไว้อย่างดีแล้วเช่นกัน ตอนนี้แค่รอว่าลูกชายกับลูกสะใภ้จะกลับมาถึงบ้านตอนไหนเท่านั้น
ทันทีที่รถจักรยานของหลินเฉียงจอดอยู่ที่หน้าประตูรั้ว จางเมี่ยวเจินก็มองเห็นบ้านหลังใหญ่ที่มีผู้คนนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารกันเต็มไปหมด ทุกคนในงานต่างมีสีหน้ายินดีและยิ้มแย้ม การประดับตกแต่งสถานที่ที่มีแต่สีแดงมงคล รวมถึงกระดาษแดงที่ตัดเป็ตัวอักษรมงคลที่ติดอยู่ที่ประตูและผนัง จางเมี่ยวเจินหันกลับไปมองสามี
“นี่คือบ้านของคุณเหรอคะ”
“ไม่ใช่ครับ” หลินเฉียงปฏิเสธก่อนจะแก้ไขคำพูดให้เธอ “แต่นี่คือบ้านของเรา”
“แล้วทำไมถึงมีคนมาอยู่เต็มลานบ้านของเราไปหมดเลยล่ะคะ ยังมีกระดาษตัดเป็รูปอักษรมงคลพวกนั้นอีก ตกลงที่คุณบอกว่าคุณมีเื่จะทำให้ฉันประหลาดใจมันคือเื่อะไรกันแน่” จางเมี่ยวเจินหรี่ตามองสามี “คุณคงไม่ได้จะพาฉันมาร่วมงานแต่งงานของคุณกับผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ”
“โธ่...ทำไมคุณคิดว่าผมจะทำแบบนั้นล่ะครับ” หลินเฉียงยิ้มก่อนจะจูงมือเธอเดินเข้าไปในบ้าน “นี่มันงานแต่งงานของเรานะครับ ที่ทุกคนในหมู่บ้านมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ก็เพราะพวกเขาอยากมาอวยพรให้เรา”
“แต่งงาน! นี่คืองานแต่งงานของเราเหรอคะ” จางเมี่ยวเจินถามอย่างใ
แต่ยังไม่ทันที่หลินเฉียงจะตอบคำถาม คุณแม่หลินก็เดินยิ้มเข้ามาหาพวกเขา “นี่คือหนูเจินเจินใช่ไหมจ๊ะ ฉันคือแม่ของเสี่ยวเฉียงนะ เป็ยังไงจ๊ะ งานแต่งที่ฉันจัดเตรียมไว้ หนูพอใจหรือเปล่า”
“คุณ...คุณน้า...ฉัน...ฉันพอใจมากค่ะ” จางเมี่ยวเจินตอบคำถามอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก
“คุณน้าอะไรกันจ๊ะ หนูต้องเรียกฉันว่าแม่แล้วนะ” คุณแม่หลินจูงมือจางเมี่ยวเจินเดินเข้าไปในบ้าน “แต่ตอนนี้เราอย่าเพิ่งพูดเื่อื่นกันเลย ฉันจะพาเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อน”
“เปลี่ยนชุด! เปลี่ยนชุดทำไมเหรอคะ”
“อ้าว! ก็วันนี้เป็การจัดเลี้ยงงานแต่งให้หนูกับเสี่ยวเฉียง หนูก็ต้องไปเปลี่ยนเป็ชุดเ้าสาวสีแดงมาต้อนรับแขกสิจ๊ะ”
คุณแม่หลินไม่เปิดโอกาสให้จางเมี่ยวเจินได้พูดอะไรต่ออีก เพราะนี่ก็ใกล้จะค่ำมากแล้ว พิธีการต่างๆ ก็ควรจะเริ่มขึ้นได้เสียที เพราะถ้าขืนช้ากว่านี้ มีหวังแขกในงานได้หิวตายไปก่อน ถึงตอนนั้นแทนที่จะได้รับคำอวยพร ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเธออาจจะถูกคนสาปแช่งไปเลยก็ได้
จางเมี่ยวเจินถูกคุณแม่หลินจับแต่งตัวแต่งหน้าทำผมด้วยอาการมึนงง จนกระทั่งเธอถูกคุณแม่หลินพาเดินออกมาที่หน้าบ้านอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็เห็นหลินเฉียงแต่งกายด้วยชุดเ้าบ่าวที่คู่กันกับชุดของเธอยืนรออยู่ก่อนแล้ว
หลินเฉียงเดินเข้ามาหาเธอแล้วกุมมือของเธอไว้ “เื่ประหลาดใจที่ว่าคือผมแอบจัดงานแต่งงานไว้รอคุณ คุณไม่โกรธผมใช่ไหม”
จางเมี่ยวเจินส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา งานแต่งที่ยิ่งใหญ่และมีคนมาร่วมแสดงความยินดีมากมายขนาดนี้ เธอจะไม่พอใจได้อย่างไรกัน เธอไม่เคยคิดฝันมาก่อนด้วยซ้ำว่าครอบครัวของสามีจะต้อนรับเธอดีขนาดนี้ “อาเฉียง...ฉันขอบคุณคุณมากเลยนะคะ”
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลามงคลแล้ว เรามาดื่มฉลองให้กับลูกสะใภ้ของฉันกันดีกว่า” คุณแม่หลินยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “ขอให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉันครองรักกันอย่างมีความสุข และขอให้ฉันได้อุ้มหลานสาวหรือหลานชายเร็วๆ”
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของชาวบ้านดังขึ้นพร้อมกับคำอวยพรไม่ขาดสาย โดยเฉพาะคนงานทั้งยี่สิบคนและครอบครัวของพวกเขาที่ได้รับความช่วยเหลือเื่สัญญากู้ยืมที่ส่งเสียงดังยิ่งกว่าใครๆ เพราะหลังจากนี้พวกเขาจะไม่ใช่แค่คนงานสร้างบ้าน แต่พวกเขากำลังจะได้เป็คนงานในฟาร์มเลี้ยงไก่ของหลินเฉียงอีกด้วย
“หลานสะใภ้! ฉันเป็คุณอาสะใภ้ของเธอนะ เธอฟังฉันไว้ ถ้าเสี่ยวเฉียงทำไม่ดีกับเธอหรือเขารังแกเธอแม้แต่นิดเดียว ให้เธอมาบอกฉันทันที ฉันนี่ล่ะที่จะไปจัดการเขาให้” คุณอาสะใภ้หลินะโขึ้น “ยกเว้นคืนนี้ที่เขาจะรังแกเธอ ฉันยังช่วยเธอไม่ได้นะ เพราะฉันก็อยากจะอุ้มหลานสาวหรือไม่ก็หลานชายแล้วเหมือนกัน”
สิ้นเสียงของคุณอาสะใภ้หลิน เสียงเฮพร้อมกับเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หลินเฉียงหันไปยิ้มทะเล้นให้จางเมี่ยวเจิน “แม่กับอาสะใภ้อยากอุ้มหลานกันแล้ว คุณคิดว่าผมควรจะทำยังไงดี”
จางเมี่ยวเจินหน้าแดง “คุณกล้าพูดเื่แบบนี้ได้ยังไง”
“พี่ชาย! ได้เวลาส่งตัวเข้าหอแล้ว พี่อุ้มเ้าสาวเข้าห้องหอไปเถอะ ทางนี้เดี๋ยวผมกับพี่เจี้ยนกั๋วจะรับ่ต่อให้เอง” หลินฉีหนิงะโขึ้น
“ใช่ๆ โบราณว่าไว้คืนเข้าหอมีค่าดั่งทองพันชั่ง นายอย่ามาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย ฉันกับฉีหนิงจะดูแลแขกต่อให้เอง” ถังเจี้ยนกั๋วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “น้องชาย! คืนนี้นายต้องทำภารกิจให้สำเร็จนะ”
หลินเฉียงรีบอุ้มเ้าสาวแล้วหันหลังเดินเข้าบ้าน เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้เป็อย่างดี แต่พอเข้าไปในห้องหอจริงๆ หลินเฉียงก็ไม่ได้ทำเหมือนที่เขาแสดงออกไปก่อนหน้านี้
จางเมี่ยวเจินเข้าใจดีว่าเขากำลังรักษาสัญญา แต่กลับเป็ตัวเธอเองที่ไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว เขาทำเพื่อเธอถึงขนาดนี้ อีกทั้งครอบครัวของเขาก็ต้อนรับเธอดีถึงขนาดนี้ แล้วเธอยังจะเล่นตัวทำไมอีก จางเมี่ยวเจินกอดสามีและเป็ฝ่ายจูบเขาก่อน หลินเฉียงก็ไม่ได้ปฏิเสธ ค่ำคืนนั้นทั้งสองจึงได้เป็สามีภรรยากันอย่างถูกต้องสมบูรณ์