ณ ยอดเขาลู่ซาน庐山 เขตเจียงซี
ไต้เทียนอ๋องกับเซียวเยี่ยนหลงยืนมองลงมายังน้ำตกเบื้องล่าง
จอมมาร์เอ่ยปากชวนพร้อมยื่นไหสุรา“ดื่มเหล้าย้อมใจก่อนสักหน่อยไหม”
แต่เ้าชายรู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยจึงปฏิเสธ
“ไม่ละปกติข้าไม่ดื่มในเวลาทำงาน”
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกวูบแล้วนิมิตเห็นเซียนฝึกหัดคนหนึ่งกลืนกินยาเม็ดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเกิดรัศมีเรืองรองทั่วตัวแล้วก็หัวเราะลั่นฟ้า
เมื่อได้สติเพราะไต้เทียนอ๋องร้องทักเ้าชายก็เหาะลงจากเบื้องสูงลงไปยังถ้ำข้างน้ำตก ซึ่งมีเซียนหลิวกาน 刘赣คุ้มครองมณีนักษัตรมะเมีย
เซียวเยี่ยนหลงใช้อิทธิฤทธิ์ปีศาจแหวกม่านน้ำตกให้เปิดออก
เผยให้เห็นปากถ้ำใหญ่อยู่เื้ั
จอมมารทั้งสองก็เหาะเข้าไปยังถ้ำนั้น
พบเป็เซียนตนหนึ่งนั่งภาวนาอยู่บนหินก้อนใหญ่กลางถ้ำ
“ท่านใช่ไหม ที่ดูแลรักษามณีนักษัตรปีมะเมีย?”
เซียนเฒ่าลืมตาขึ้น ตอบคำถาม
“ถูกต้องแล้ว มาเอาไปสิ อยู่ในหีบด้านหน้าข้านี่แหละ”
เซียวเยี่ยนหลงเหลือบมองก็เห็นหีบสีทองใบน้อยวางอยู่
จึงเปิดออกดู ก็พบเป็อัญมณีสีแดงสด แล้วหยิบมันขึ้นมาพิจารณา
“ให้ข้าจริง ๆ หรือ ท่านไม่หวงบ้างหรือ?”
“ข้าก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมให้เป็ภาระ เอาไปเสียจะได้ไม่เสียเวลาบำเพ็ญของข้า” เซียนตอบแล้วหลับตาเข้าสมาธิดังเดิม
จอมมารน้อยงุนงงที่ได้มณีมาอย่างง่ายดายแต่ก็ไม่ซักถามอะไรต่อ จึงรีบออกจากถ้ำพร้อมไต้เทียนอ๋อง
จอมมาร์ถามขณะเหาะออกจากหุบเขานั้น
“เ้าคิดว่ามณีนั้นเป็ของปลอมหรือเปล่าไยเ้าเซียนนั่นจึงให้เรามาอย่างง่ายดายนัก”
“ข้าก็ไม่รู้ ถึงอย่างไรก็นำมันไปให้ท่านหมัวหวางเถิดจะได้เสร็จสิ้นภาระกิจไปอีกขั้นหนึ่ง”
ในตำหนักมารของหมัวหวาง
ชุนฮวาพยายามจะปลิดชีพตนเองแต่หมัวหวางห้ามไว้ทัน
“ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าคิดสั้น” จอมมารกล่าวขณะเอามีดตัดผืนผ้าที่หญิงสาวเตรียมแขวนคอตนเอง
“ข้าอยากเจอหน้ายายมิเช่นนั้นข้ายอมตายเสียดีกว่า”
หมัวหวางยืนนิ่งครู่หนึ่งจึงกล่าว
“เอาอย่างนี้แล้วกันข้าจะให้สมุนของข้าไปรับยายมาอยู่ด้วยกันในตำหนัก เ้าจะได้หายคิดถึง ดีไหม”
ชุนฮวาพยักหน้ารับเริ่มมีสีหน้าชื่นบานขึ้น แต่ก็ยังแฝงแววตาที่เศร้า
ณ เมืองจี่หนาน (济南市)เขตซานตง (山东)
เกิดความวุ่นวายในเมือง เมื่อผู้คนระงับความโกรธไม่ได้ทะเลาะทำร้ายกันเองทั่วเมือง หลังจากไปดื่มน้ำจากน้ำพุศักดิ์สิทธิของหมู่บ้าน
จือชางได้รับรายงานจึงลงไปช่วยเจียวถิงก็ขอติดตามไปด้วย
ทั้งสองไปถึงเมืองจี่หนานก็พบผู้คนนับร้อยนับพันกำลังแออัดยัดเยียดวุ่นวายพยายามจะบุกเข้าไปในจวนเ้าเมือง เพื่อลากท่านอ๋องออกมาทำร้าย เนื่องจากเห็นภาพหลอนว่าเ้าเมืองเป็ปีศาจ
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจพันธนาการอารมณ์ (情縛魔)
พลังพิเศษ: ดูดซับและขยายอารมณ์ด้านลบของเทพเซียนไม่ว่าจะเป็ความโกรธ ความอิจฉา หรือความอาลัยอาวรณ์ให้รุนแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้พวกเขาสู้กันเอง
จุดอ่อน: การฝึกฝนจิตใจให้ว่างเปล่าไร้อารมณ์หรือพลังแห่งความเมตตาที่บริสุทธิ์
“พวกแกอยู่ไหนเ้าปีศาจแน่จริงก็ออกมาสู้กันสิ” เจียวถิงท้าทาย
จือชางพยายามแผ่พลังเทพเยือกเย็นให้ชาวเมืองสงบแต่ยังไม่ได้ผล
ปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ก็ครอบงำเจียวถิง
ขุดอารมณ์อิจฉาของหล่อนที่มีต่อชิงหลิงขึ้นมา
กลายเป็ความโกรธบ้าคลั่ง
หล่อนโผเข้ากอดจือชาง
“ไม่นะ เจียวถิง อย่าทำอย่างนี้ ไม่ ไม่” ชายหนุ่มพยายามปัดป้อง
นักรบสาวจูบเขา
ชิงหลิงตามมาเห็นพอดีจึงเกิดความเข้าใจผิด
จือชางเหลือบไปเห็นรีบผลักตัวเจียวถิงออก
“มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะองค์หญิง”
แต่ชิงหลิงไม่ฟังคำแก้ตัว จึงเหาะหนีไป
ขุนพลหนุ่มสับสนกับสถานการณ์จึงนึกถึงเ้าแม่เสวี่ยนหนี่
ทันใดก็มีสุรเสียงดังมาจากท้องฟ้า
“จือชางเอย จงทำจิตให้สงบว่างเปล่า
แล้วแผ่ความรัก ความเมตตาอันบริสุทธิ์
ให้ทุกสรรพชีวิตในเมือง
แล้วเ้าจะพบทางออก”
ขุนพลเจิ้งฝูจึงรวบรวมสมาธิให้จิตนิ่ง
เมื่อแผ่เมตตาออกไป อำนาจของมารปีศาจก็คลายตัว
จนสลายไปในที่สุด
เจียวถิงฟื้นคืนสติ
“นี่ข้าเป็อะไรไป..” หล่อนงุนงงขณะยืนท่ามกลางชาวเมือง
“เรากลับ์กันเถิด มีเื่ต้องไปแก้ปัญหาอีก”จือชางชักชวน
ณ ตำหนักมารหมัวหวาง
ยายของชุนฮวามาอยู่ด้วยในตำหนักแล้ว
“ท่านยาย หลานคิดถึงท่านมาก” สาวชาวป่าโผเข้ากอดหญิงชรา
“ยายก็คิดถึงเ้ามากนะ ชุนฮวาเอ้ย”
สองยายหลานกอดกันแน่น
แม้จอมมารหมัวหวางเองได้เห็นก็มีน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง
“ท่านหมัวหวาง ชุนฮวาขออนุญาตทำครัวได้ไหมคะ
ข้าจะทำเสี่ยวหรงเปาให้ยายกิน ทั้
งยังแบ่งส่วนหนึ่งให้ท่านได้ชิมด้วย”
หญิงสาวถามด้วยสายตาอ้อนวอน
จอมปีศาจจึงตอบ
“อ๋อ ได้สิ พวกเ้าจงไปเตรียมทุกสิ่งที่นาง้า”หมัวหวางสั่งสมุน
“ขอบพระคุณมากค่ะ” ชุนฮวาน้อมคำนับ
เมื่ออาหารว่างทำเสร็จ
ชุนฮวายกมาให้ยายชุดหนึ่ง
ให้หมัวหวางชุดหนึ่ง
จอมมารใช้ตะเกียบคีบมาชิม
“น้ำซุปในไส้ขนมกระจายเต็มปาก
รู้สึกชุ่มช่ำ กลมกล่อมยิ่งนัก
เ้าทำอาหารได้อร่อยจริง ๆ
มันทำให้ข้าคิดถึงใครบางคน...“
ใครบางคน คือเมียที่ตายจากไปของเขา
ครั้งหนึ่ง นางเคยทำให้กิน
ภาพอดีตกับปัจจุบัน
ช่างคล้ายคลึงไม่ผิดเพี๊ยน
หากว่านางคือคนเดียวกัน
กับเมียข้าก็ดีน่ะสิ
จอมมารคิดแล้วเดินออกไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืน
แม้จะเกลียดกลัวจอมอสูรหมัวหวาง
แต่ชุนฮวาก็เริ่มมีความรู้สึกแปลก ๆ
คล้ายมีแรงดึงดูดบางประการ
ให้หล่อนอยากทำดีกับเขา
ณ อุทยานสระทิพย์ สรวง์
องค์หญิงชิงหลิงนั่งใต้ต้นเหมยดึงดอกไม้มาเด็ดกลีบโยนลงในสระน้ำทีละใบ สายตาก็มองลงไปบนผิวน้ำ
แล้วก็ปรากฏเงาของจือชางในสระนั้น
“ท่านยังไม่หายเคืองข้าอีกหรือ” เสียงขุนพลหนุ่มเอ่ยถาม
ธิดาเง็กเซียนหันไปมองแวบหนึ่งก็บิดตัวหันไปอีกทาง
พร้อมหลบหน้าไม่ตอบ
“เจียวถิงนางโดนปีศาจเข้าสิง อาละวาดควบคุมตนเองไม่ได้จึงทำอะไรไม่งามให้ท่านเห็น หาใช่เจตนาของข้าไม่ ขออย่าทรงโกรธเคืองเลย”
เจิ้งฝูพยายามอธิบาย
“ท่านไม่เจตนา แล้วนางล่ะ เจตนาหรือเปล่า
หากว่านางมีใจให้ท่าน แล้วท่านจะคิดอย่างไร”
องค์หญิงถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ข้าคิดกับนางเพียงแค่พี่น้องเป็สหายวิ่งเล่นกันมาแต่เยาว์วัย หาได้คิดเกินเลยเชิงชู้สาวไม่”ขุนพลยืนยันหนักแน่น
องค์หญิงหันมายิ้ม “ท่านกล่าวจริงหรือ ถ้าโกหกของให้เป็ลูกเต่านะ”
จือชางเด็ดดอกไม้ช่อหนึ่งส่งให้ชิงหลิง
“หากข้าโป้ปดต่อท่าน ขอให้หัวใจของข้าแหลกเหมือนดอกไม้ในมือท่านเถิด”
ขุนพลหญิงถือดอกไม้แล้วหลบหน้ายิ้มด้วยความเขินอาย
แต่ใกล้เคียงกันนั้น
ยังมีสายตาของใครบางคนแอบมองอยู่
เป็หนี่หวงอิ๊น เจียวถิงที่ซ่อนอยู่หลังก้อนหินใหญ่
หล่อนเจ็บแค้นในใจ
พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
สี่ห้องหัวใจของหล่อนนั้น
ใจหนึ่งต้องภักดีต่อชิงหลิงผู้เป็หัวหน้า
ใจหนึ่งนั้นหวงแหนจือชางที่แสนรัก
ใจหนึ่งริษยาองค์หญิงที่เหนือกว่าในความรัก
ใจหนึ่งอยากแก่งแย่งไขว่คว้ามา
มีเพียงคำว่า คุณธรรม
ที่ยังขังใจเธอไว้
มิให้เตลิดหนี
นี่หรือ คือไฟปรารถนา
ณ ตำหนักมารหมัวหวาง
บนลานกว้างในเขตแดนปีศาจนั้น
เสียงจื้อจุนหมัวหวางประกาศก้อง
“เหล่าขุนพล เสนาอำมาตย์ ตัวแทนจอมมารจากเมืองน้อยใหญ่จงฟัง
ข้ามีนโยบายใหม่ในการสร้างแนวร่วมก่อตั้งอาณาจักรมารของเรา
หนึ่งคือ จะไม่ใช้ความรุนแรงกับชาวเมืองหรือเ้าเมือง
สองใช้ผลประโยชน์เป็ตัวล่อ โดยการจ่ายเงินให้ประชาชน
หัวละสามร้อยอีแปะเพื่อเรียกคะแนนเสียงความนิยมจากชาวบ้าน
สาม แบ่งผลประโยชน์ให้ผู้เป็แนวร่วมระดับผู้นำชุมชน
ั้แ่ผู้ใหญ่บ้าน สิบหมู่บ้านรวมเป็หนึ่งโหม่ว
หัวหน้าโหม่ว สิบคนเลือกผู้นำคนหนึ่งเป็นายอำเภอ
นายอำเภอสิบคน เลือกเ้าเมือง
ให้ผู้นำเหล่านี้ได้ส่วนแบ่งจากภาษีที่เราเรียกเก็บจากราษฏร
และค่าผ่านทางของคนต่างชาติที่เข้ามาค้าขาย
ด้วยวิธีการนี้ ประชาชนจะเข้ามาร่วมมือกับเราจำนวนมาก
แต่ถ้าใครต่อต้าน จะไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ
เมื่อรับทราบแล้ว จงนำไปปฏิบัติได้”
“รับทราบ” เสียงที่ประชุมร้องรับพร้อมกัน
ยามค่ำคืนนั้น ในห้องพักส่วนตัว
เซียวเยี่ยนหลงนอนหลับฝันไป
เขาฝันเป็ชายไม่ปรากฏใบหน้า
ถูกกระบี่แทงเข้ากลางอก
จากนั้นร่างชายนั้นก็สลายหายไป
แล้วเขาก็ใตื่น
“ นี่เราฝันบ้าอะไรอีกเนี่ย ชายคนนั้นเป็ใคร”
หลายวันต่อมา ณ เมืองเจิ้งติ้ง เขตเหอเป่ย
“ เมืองน้อยใหญ่ทั่วแคว้นแดนจงหยวน มีศาลเ้ามากมายถูกชาวบ้านทุบทำลายกลายเป็เศษอิฐ เศษไม้ เทพเซียนไร้ผู้ศรัทธากราบไหว้”
เทพารักษ์รายงานต่อจือชางที่มาสอบสวนจุดเกิดเหตุ
ชิงหลิงที่ไปสอบถามชาวบ้าน ได้รับคำตอบคือ
“พรรคมารจ่ายเงินให้ครอบครัวเรา คนละสามร้อยอีแปะ
แล้วพวกเทพเซียนล่ะ เคยให้อะไรเราไหม
มีแต่จะรอรับของเซ่นไหว้ และเงินทำบุญ?
พวกข้าต้องกิน ต้องใช้นะ
ศรัทธามันกินไม่ได้...”
องค์หญิงได้ฟังก็ทำสีหน้าไม่ถูก
พิจารณาดูก็ไม่น่าเป็เพราะปีศาจเข้าสิง
แต่เพราะความโลภอยากได้เงินทอง
จึงถูกมารควบคุมได้ง่ายดาย
จือชางกับชิงหลิงจึงกลับไปรายงานองค์เง็กเซียน
ทรงมีพระบัญชาด่วนที่สุด
“จงนำบัตรสัญญา์ไปมอบราษฎรที่ยากจนสามารถไปรับข้าวสาร อาหารแห้ง ของใช้จำเป็ ตามร้านค้าที่ร่วมเป็ตัวแทนของเราทุกหมู่บ้านเพื่อเรียกพลังศรัทธาจากมวลชนกลับคืนมา
ร้านค้าใดที่ร่วมโครงการ เขาจ่ายไปหนึ่งส่วนข้าจะเติมให้สิบส่วน”
จากนั้น ชาวโลกก็แตกแยกเป็สองฝ่าย
นิยมพรรคมาร ฝ่ายหนึ่ง
นิยมเทพเซียน ฝ่ายหนึ่ง
แต่ก็มีบางกลุ่ม
ไม่นิยมฝ่ายใดเลย
เพราะไม่หวังผลประโยชน์อันใด
ศึกระหว่างเทพ และมาร ยังคงดำเนินไป
รอวันปะทุ ดุจูเาไฟที่สงบนิ่ง
ความจริงจากอดีตชาติ จะเปิดเผยในไม่ช้านี้แล้ว
จบตอนที่ 8
( แต่งจบตอนวันที่ 10 ก.ค. 68 วันอาสาฬหบูชา )