ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    รวมตัวปัญหา

    ตอนนี้สมุนไรเซียนได้รวมตัวกันและเท่ากับมี 4 คน ส่วนพวกฟางเฉินเมื่อรวมตัวกับเฟยเหยาแล้วก็เท่ากับมี 3 คน ส่วนพวกลิทธิเทพอสูรก็มีเพียงธิดาอสูรและชายหน้ากากมังกรเท่านั้น“ว่ายังไงคุณหนูเสวี่ยซินเจ้าสนใจมาร่วมมือกับพวกข้าหรือไม่” ธิดาอสูรกล่าวด้วยรอยยิ้มเพราะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกนางและเสวี่ยซินกำลังเสียเปรียบคนอื่น ๆอยู่“ไม่จำเป็น” เสวี่ยซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา เสวี่ยซินนั้นเป็นคนที่หยิ่งยโสมาตั้งแต่เด็กตลอดมานางไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาเลย แม้แต่การปรากฎตัวของพวกตระกูลหยูอย่างหยูฮ่าวนางก็ยังคงดูถูกหยูฮ่าวตลอดมา“ชั่งเป็นคนที่หยิ่งยโสจริง ๆ” ชายหน้ากากมังกรกล่าว“เจ้าพวกมนุษย์บัดซบกล้าบุกลุกมายังพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา พี่น้องทั้งหลายจงมารวมตัวกันและขับไล่สังหารพวกมนุษย์เหล่านี้ซะ” ในตอนนั้นเองที่หลิวเหล่ยก็คำรามออกมาด้วยเสียงที่ดังสะนั่น“เจ้านั่นกำลังเรียกสุมนไพรเซียนทั้งหมดมาช่วยเหลืองั้นเหรอ” ความโลภกล่าวพร้อมกับหลี่ตามอง“ฮ่า ฮ่า ต่อให้เจ้าเรียกพวกมันยังไงพวกมันก็ไม่มาหรอกเพราะพวกมันถูกพวกเราสังหารจนหมดแล้ว” ชายหน้ากากมังกรกล่าวด้วยรอยยิ้ม“หึ!!!!” ธิดาอสูรเค้นเสียง เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ลงมือไม่ใช่ชายหน้ากากมังกรแต่เป็นนาง ด้วยจิตวิญญาณของนางคือเถาวัลย์มรณะทำให้นางสามารถหาตำแหน่งของสมุนไรเซียนและจัดการอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย“เป็นไปไม่ได้พี่น้องของพวกเราไม่มีทางถูกจัดการง่ายๆแบบนี้” ต้นหลิวเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“นี่เป็นเรื่องจริง สมุนไพรเซียนที่สร้างกายเนื้อได้ทั้งหมดถูกจัดการหมดแล้วนอกจากพวกเราที่อยู่ที่นี่แล้วก็ไม่เหลือใครอีกเลย” ไผ่แฝดจิตวิญญาณกล่าว“ถ้านี่เป็นเรื่องจริงพวกเราก็ต่องรีบกำจัดเจ้าพวกนี้ก่อน” หลินเหล่ยคำรามออกมาและชี้ไปทางพวกธิดาอสูร“เอาละ ธิดาศักดิ์สิทธิ์ คุณหนูเสวี่ยซิน พวกเจ้าจะเลือกสมุนไพรต้นใหนทำไมเราไม่มาแบ่งกันให้ลงตัวตอนนี้ละ” ธิดาอสูรกล่าวโดยไม่เห็นฟางเฉินอยู่ในสายตา“พวกข้าไม่ขอเข้าไปยุ่งกับการต่อสู้นี้แล้วกัน” เฟยเหยาหันไปมองพวกฟางเฉินก่อนจะค่อยๆถอยออกไป“หืม พวกเจ้าสามารถอยไปได้แต่ต้นหวู่ถงต้องเป็นของข้า” ชายหน้ากากมังกรกล่าว“น่าเสียดายที่ต้นหวู่ถงต้นนี้ไม่ได้เป็นของข้า” เหยเหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม“ถ้างั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” ชายหน้ากากมังกรพุ่งเข้าหาหวู่เถียนอี้ด้วยความเร็ว ออร่าของมังกรปะทุออกมาทำให้พลังของชายหน้ากากมังกรยิ่งป่าเถื่อนยิ่งขึ้น“ลงมือเถอะ” ฟางเฉินกล่าวร่างของฟางเฉินและหวู่เถียนอี้ระเบิดพลังออกมาพร้อม ๆกัน หวู่เถียนอี้สร้างหอกเพลิงออกมานับสิบเล่มและโจมตีออกไป ส่วนฟางเฉินเปลวเพลิงกลายเป็นสีดำทมิฬและออร่าของฟางเฉินก็กลายเป็นจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของฟางเฉินแดงฉานและพุ่งออกไป“อาชูร่าทำลายล้าง!!!!!!!!” ฟางเฉินคำราม“อะไรกัน!!!!!” ชายหน้ากากมังกรตื่นตระหนกและรีบชักหมัดที่เต็มไปด้วยปราณมังกรออกไป“ตูม!!!!!!!!!!!!” ร่างของชายหน้ากากมังกรกระเด็นไปด้านหลังราวกับกระสุนปืนใหญ่ เห็นได้ชัดว่าพลังของฟางเฉินและหวู่เถียนอี้เมื่อร่วมมือกันนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก“โห น่าสนใจแม้จะพึ่งกลายเป็นเพียงเซียนขั้นกลางแต่กลังกลับเทียบเท่ากับเซียนขั้นสูงได้เลยทีเดียว” ธิดาอสูรกล่าวด้วยสีหน้าสนใจใช่แล้วตอนนี้กฎสายเซียนในร่างของฟางเฉินพุ่งทะยานขึ้นอย่างมากหลังจากดูดซับกฎสายเซียนในเม็ดยาราชาหยางแท้เข้าไป และทันทำให้ฟางเฉินทะลวงเข้าสู่เซียนขั้นกลางได้เลย“เจ้าเด็กนี่เติบโตได้รวดเร็วขนาดนี้เลยงั้นเหรอ” เสวี่ยซินแสดงสีหน้าเย็นชาจิตสังหารปะทุออกมาจากดวงตาของนางเห็นได้ชัดว่าการคงอยู่ของฟางเฉินทำให้นางรับรู้ถึงอันตราย“พวกข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมการต่อสู้แต่เจ้าก็ยังคิดจะหาเรื่องพวกเราอีก” เฟยเหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม“บัดซบ เจ้าเด็กนี่มันแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ได้อย่างไร ท่านธิดาอสูรเห็นได้ชัดว่าเราต้องรีบจัดการเจ้าพวกนี้ก่อน” ชายหน้ากากมังกรยืนขึ้นมาและเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความแค้น“เจ้าโง่เจ้าไม่เห็นเหรอว่าเจ้าพวกนั้นกำลังรอแทงข้างหลังเจ้าอยู่” ธิดาอสูรกล่าวพร้อมกับมองไปที่พวกหลินเหล่ย“ข้าต้องขออภัยที่ไม่คิดให้รอบคอบ” ชายหน้ากากมังกรเห็นธิดาอสูรแสดงสีหน้าเย็นชาจึงตัวสั่นด้วยความกลัวและก้มหัวลง“พวกเราถอยกันเถอะ” หวู่เถียนอี้กล่าวกับฟางเฉิน“อ่า!!” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับค่อยๆถอยออกไปซึ่งเฟยเหยาเองก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่เช่นกัน“พวกนั้นมันคิดจะทำอะไรทำไมถึงถอยกลับไป” ชายหน้ากากมังกรกล่าว“ตูม!!!!!!!!”ในตอนนั้นเองเสวี่ยซินก็ลงมือกระบี่น้ำแข็งโจมตีไปยังต้นหลิวเหมันต์ทันที เห็นได้ชัดว่านางต้องการที่จะกลั่นต้นหลิวเหมันต์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งจของนาง“ส่วนข้า ข้าสนใจไฝ่แผดจิตวิญญาณมากกว่า” ธิดาอสูรโบมือเถาวัลย์มรณะก็พุ่งออกมาจากพื้นดินและเข้าโจมตีไผ่แฝดจิตวิญญาณทันที“เหลือแค่เจ้าสินะ ก็ได้ข้าจะกลั่นเจ้าก่อนจะไปกลั่นต้นหวู่ถงนั่นก็แล้วกัน” ชายหน้ากากมังกรพุ่งเข้าหาหลิวเหล่ยทางด้านพวกฟางเฉินเมื่อถอยออกไปใกลแล้วเฟยเหยาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะมองไปที่ฟางเฉินและหวู่เถียนอี้“เจ้านี่ทำให้ข้าแปลกใจจริงๆไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำให้สมุนไพรเซียนต้นหนึ่งกลายเป็นพวกได้” เฟยเหยากล่าว“พอดีพวกเรามีผลประโยชน์ร่วมกันหนะ” ฟางเฉินไม่อยากบอกความจริงและกล่าวออกมาไปสั้นๆ“เอาเถอะข้าไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก แต่จากที่ข้าดูเจ้ายอมถอยออกมาแทนที่จะสนใจไผ่แฝดจิตวิญญาณ หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่าไผ่แฝดจิตวิญญาณจะช่วยให้พลังอำนาจจิตวิญญาณดวงตาของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้” เฟยเหยากล่าว“ข้ารู้” ฟางเฉินกล่าว“แล้วทำไมถึงยอมถอยกลับมาละ” เฟยเหยากล่าว“สัญชาตญาณของข้าบอกว่าบางสิ่งที่อันตรายกำลังจะปรากฏตัว พอข้าต้องการที่จะอยู่ต่อดวงตาของข้ามันก็สั่นกระตุกและเจ็บปวดตลอดข้าเลยคิดว่าหากยังอยู่ต่ออันตรายที่ไม่อาจรับมือใหวจะปรากฎหนะ” ฟางเฉินกล่าว“เป็นแบบนั้นเองงั้นเหรอ” เฟยเหยากล่าวและแสดงสีหน้าสงสัยเห็นได้ชัดว่านางไม่เชื่อฟางเฉิน“คงเป็นราชันของชั้นที่ 5 แห่งนี้กำลังจะตื่นอย่างแน่นอน” หวู่เถียนอี้กล่าว“ราชัน หรือเจ้ากำลังจะหมายถึงราชันแห่งสมุนไพรที่พวกนั้นพูดถึง” ฟางเฉินกล่าว“ใช่แล้ว เขาคือราชันที่ปกครองชั้นที่ 5 สมุนไพรเซียนที่ทลายกฎเกณฑ์ของเส้นทางวิญญาณและกลายเป็นราชาเซียนไปแล้ว” หวู่เถียนอี้กล่าว“ราชาเซียนงั้นเหรอ ไม่แปลกใจเลย ถ้าสมุนไพรเซียนระดับราชาเซียนปรากฎตัวแม้แต่ตัวข้าก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้ด้วยเพราะระหว่างเซียนและราชาเซียนมีช่องว่างมากเกินไป” เฟยเหยากล่าว