บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมหลวงของแคว้นเหลียง บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของมนตร์ดำและความกำหนัดที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็ไอสีชมพูจางๆ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาตำหนักสาดส่องลงมากระทบร่างของ ไป๋หลิน ที่นอนระทดระทวยอยู่บนซากเตียงไม้แกะสลัก ผิวพรรณของนางที่เคยขาวผ่องราวหิมะบัดนี้กลับมีลวดลายเส้นเืสีทองบางๆ ปรากฏขึ้นทั่วร่าง ซึ่งเป็สัญญาณว่าพลังปราณจากการ "กลืนกิน" บุรุษทั้งสี่ในตอนก่อนหน้ากำลังหลอมรวมเข้ากับชีพจรของนางอย่างสมบูรณ์
ฮองเฮาแคว้นเหลียง สตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดและมีใบหน้าพิมพ์เดียวกับไป๋หลิน ยืนทอดทัศนาผลงานชิ้นเอกของนางด้วยสายตาที่เ็าและไร้ซึ่งความรักเยี่ยงมารดา นางก้าวเข้าไปหาเหล่าบุรุษที่บัดนี้กลายเป็เพียงซากิญญาที่ยังมีลมหายใจ—ชินอ๋องที่สูญเสียสง่าราศี, มู่เฉินที่ดาบหักสะบั้น, เยี่ยนเฉิงที่สิ้นไร้อาณาจักร และอาเฉิงทาสผู้ซื่อสัตย์ที่ร่างโชกเื
"เ้าพวกบุรุษผู้โง่เขลา..." ฮองเฮากล่าวเสียงเรียบพลางโบกมือให้นางกำนัลนำ 'แท่นพิธี' ที่ประดับด้วยอัญมณีสีชาดออกมา "พวกเ้าใช้ร่างกายย่ำยีลูกสาวข้ามานาน วันนี้พวกเ้าต้องทำหน้าที่สุดท้าย... คือการเป็ 'เครื่องรีด' หยดน้ำตาแห่งความตายจากร่างของนาง เพื่อให้ข้าได้รับพลังะ!"
## บทลงทัณฑ์ที่ต้องแลกด้วยิญญา
ฮองเฮาสั่งให้นางกำนัลกรอก 'สุราลืมเลือน' ให้แก่ชายทั้งสี่ สุรานี้จะปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้นโดยไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจและความทรงจำทางศีลธรรม มีเพียงความหิวโหยในกามารมณ์ที่ถูกทวีคูณด้วยมนตร์ดำ
"ใครที่สามารถทำให้นางหลั่งน้ำตาแห่งความสุขสมที่เจือความสยดสยองออกมาได้เป็คนแรก... ข้าจะให้คนผู้นั้นรอดชีวิตไปครองแคว้นเหลียงร่วมกับข้า!"
ข้อเสนอของฮองเฮาเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย มู่เฉินและชินอ๋องที่สติเริ่มพร่าเลือนด้วยฤทธิ์ยาและพลังปราณที่ตีกลับ เริ่มมองไปที่ไป๋หลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความรักที่เคยมีกลายเป็ความกระหายที่จะเอาตัวรอด และความโกรธแค้นที่ถูกนางหลอกใช้กลายเป็แรงขับเคลื่อนทางเพศที่รุนแรง
มู่เฉิน เป็คนแรกที่พุ่งเข้าหาไป๋หลิน เขาไม่ได้กอดนางด้วยความอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน ทว่าเขากลับใช้โซ่ที่เคยล่ามคอเขาพันธนาการข้อมือของนางไว้กับหัวเตียง เสียงโซ่เหล็กกระทบกันดังแสงใส ขณะที่มือใหญ่ของเขาคว้าคางไป๋หลินบังคับให้นางเงยหน้าขึ้นมองเขา
"ไป๋หลิน... ในเมื่อเ้าทำให้ข้าต้องกลายเป็คนทรยศ... ข้าก็จะทำให้เ้าต้องร้องขอความตายอยู่ใต้ร่างข้า!" มู่เฉินคำรามด้วยเสียงที่แหบพร่า พลางฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอระหงของนาง รสชาติเค็มของเหงื่อไคลปนกับความหวานของกลิ่นกายนางทำให้เขาเมามันยิ่งขึ้น
ไป๋หลินกรีดร้องอย่างสุดเสียง เสียงของนางก้องกังวานไปทั่วตำหนัก ร่างกายของนางบิดเร้าตอบสนองต่อพละกำลังของมู่เฉินอย่างน่าละอาย แม้จิตใจจะต่อต้าน แต่ร่างกายที่ถูกปรับแต่งด้วยมนตร์ดำกลับหลอมละลายไปกับััที่รุนแรง พลังปราณสีทองในร่างของนางเริ่มหมุนวนและแผ่ซ่านออกมาตามเหงื่อที่อาบชุ่มผิว ทำให้ทุกจุดที่ถูกััเปล่งประกายระยิบระยับ
ทว่าน้ำตาที่ไหลออกมายังคงเป็น้ำตาแห่งความเ็ป ไม่ใช่หยดน้ำตาเม็ดสุดท้ายที่ฮองเฮา้า น้ำตาเ่าั้ใสเหมือนคริสตัล แต่ไม่มีประกายไฟสีดำที่เป็สัญญาณของพลังะ
"ยังไม่พอ..." ฮองเฮาพึมพำด้วยความไม่พอใจ "นางต้องรู้สึกถึงความสุขสมและความสยดสยองในเวลาเดียวกัน เ้าทำได้แค่นี้หรือ มู่เฉิน?"
คำท้าทายของฮองเฮาทำให้มู่เฉินเกิดความโกรธ เขาจับไหล่ไป๋หลินแรงขึ้น ทำให้นางต้องโค้งตัวไปตามท่าทางที่เขา้า "เ้าอยากให้ข้าทำอะไรมากกว่านี้หรือ?" เขาถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่บิดเบี้ยว
"ทำให้นางต้องขอร้อง... ทำให้นางต้องร้องไห้ด้วยความสุขและความเ็ปไปพร้อมกัน" ฮองเฮาตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ "ใช้ทุกวิธีที่เ้าคิดได้ เพื่อให้ได้น้ำตาเม็ดสุดท้ายมา"
ชินอ๋องและเยี่ยนเฉิงเห็นดังนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขาพุ่งเข้ามารุมทึ้งร่างของไป๋หลินกลายเป็พายุราคะที่ซับซ้อนและอัปยศที่สุด ชินอ๋องใช้ความแค้นในฐานะสามีที่ถูกสวมเขามาเป็แรงส่ง เขาจับผมยาวของนางดึงให้เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยมองนางด้วยความรักบัดนี้เต็มไปด้วยความ้าที่จะเห็นนางต้องทุกข์ทรมาน
"เ้าเคยทำให้ข้าอับอายต่อหน้าข้าราชการทั้งราชสำนัก วันนี้ข้าจะทำให้เ้ารู้สึกถึงความอับอายนั้นบ้าง" ชินอ๋องกระซิบข้างหูนาง ลมหายใจร้อนของเขาทำให้ไป๋หลินสั่นระริก
เขาบดขยี้เกียรติยศของนางด้วยการกระทำที่ต่ำช้าที่สุดเท่าที่เขาจะจินตนาการได้ มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่มั่นใจ ราวกับกำลังแกะสลักผลงานศิลปะ ทุกการััของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะทำลายความภาคภูมิใจของนาง
ขณะที่เยี่ยนเฉิงพยายามจะใช้เสน่ห์ของกษัตริย์ที่สูญเสียทุกอย่างเข้าล่อลวงจิติญญาของนาง เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงเหมือนสองคนก่อน แต่เขากลับใช้ความอ่อนโยนที่ปนความโหดร้าย มือของเขาเคลื่อนไหวเหมือนศิลปินที่กำลังวาดภาพ ทุกเส้นััเต็ไปด้วยความรักที่บิดเบี้ยวและความ้าที่จะ
"ไป๋หลิน... เ้ารู้ไหมว่าข้ารักเ้ามากเพียงใด?" เยี่ยนเฉิงกระซิบด้วยเสียงที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง "ข้ายอมสูญเสียอาณาจักรเพื่อเ้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อเ้า... แต่เ้ากลับทิ้งข้าไป วันนี้ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าการทิ้งข้าไปนั้นเป็ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงเพียงใด"
ไป๋หลินรู้สึกเหมือนถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ ท่ามกลางเสียงหอบพร่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องตำหนัก ร่างกายของนางถูกดึงไปในทิศทางต่างๆ โดยมือของบุรุษทั้งสาม แต่ละคนต่างมีวิธีการและจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ
นางเห็นใบหน้าของบุรุษทุกคนที่นางเคยหลอกใช้ บัดนี้พวกเขากำลัง "แก้แค้น" นางด้วยวิธีที่นางเคยใช้ควบคุมพวกเขา นั่นคือการใช้ความใคร่เป็อาวุธ ความรู้สึกผิดและความเ็ปเริ่มปนเปกับความสุขทางกายที่นางไม่อาจปฏิเสธได้ ร่างกายที่ถูกปรับแต่งด้วยมนตร์ดำตอบสนองต่อทุกการััอย่างรุนแรง
เสียงครางของนางเริ่มเปลี่ยนไป จากเสียงร้องเ็ปกลายเป็เสียงครางที่เต็มไปด้วยความสับสน ระหว่างความเ็ปและความสุข ระหว่างความเกลียดชังและความปรารถนา น้ำตาที่ไหลออกมาเริ่มมีประกายแปลกๆ แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่ฮองเฮา้า
"ยังไม่พอ... ยังไม่พอ!" ฮองเฮาะโด้วยความหงุดหงิด "พวกเ้าต้องทำให้นางรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่แท้จริง!"
ในมุมมืดของห้อง อาเฉิง ที่นอนาเ็สาหัสจ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่พร่ามัว เขาเป็คนเดียวที่ไม่ได้ถูกฤทธิ์ยาควบคุม เพราะร่างกายของเขามีพิษดอกบัวขาวของไป๋หลินอยู่มากเกินไป พิษนั้นกลับกลายเป็เกราะป้องกันที่ทำให้เขายังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่ เขารู้ดีว่าหากไป๋หลินหลั่งน้ำตาเม็ดสุดท้ายออกมา นางจะสิ้นใจทันที และฮองเฮาจะกลายเป็ะที่ไม่มีใครโค่นได้
ความเ็ปในใจของเขาเมื่อเห็นผู้หญิงที่เขารักถูกทรมานนั้นแสนสาหัส แต่เขารู้ว่าเขาต้องรอจังหวะที่เหมาะสม เขาค่อยๆ คลานเข้าไปใต้แท่นพิธีและพบกับ 'กลไกเพลิง' ที่แคว้นเหลียงซ่อนไว้สำหรับทำลายหลักฐานหากพิธีผิดพลาด กลไกนั้นเชื่อมต่อกับถังน้ำมันที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น หากถูกจุดชนวน จะทำให้ทั้งตำหนักะเิและไฟไหม้
"พระชายา... ข้าจะไม่ยอมให้ใคร... ได้น้ำตาของท่านไป..." อาเฉิงพึมพำด้วยเสียงที่แ่เบา มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปหาคันโยกของกลไก
ขณะที่ไป๋หลินกำลังจะขาดใจเพราะการรุมเร้าของสามบุรุษ ร่างกายของนางสั่นระริกอย่างรุนแรง เหงื่อไคลไหลราวสายน้ำ และเสียงครางที่ออกมาจากลำคอเริ่มมีทำนองที่แปลกประหลาด เป็การผสมผสานระหว่างความเ็ปและความสุขที่ทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกถึงพลังแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น
ฮองเฮาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาใกล้และกระซิบที่ข้างหูนาง เสียงของนางเ็าราวน้ำแข็ง "รู้ไหมไป๋หลิน... ความจริงแล้วเ้าไม่ใช่ลูกของข้า... แต่เ้าคือ 'ร่างทรง' ที่ข้าชิงมาจากตระกูลไป๋ั้แ่วันที่เ้าเกิด เพื่อรอรับพลังจากบุรุษเหล่านี้... และไป๋ชิงกับไป๋หลิงที่เ้าเห็น ก็เป็เพียง 'เปลือกนอก' ที่ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบเ้า!"
คำพูดของฮองเฮาเหมือนฟ้าผ่าฟาดลงมาใส่หัวไป๋หลิน นางเบิกตากว้าง ความเ็ปจากร่างกายมลายหายไปทันทีเมื่อเจอความจริงที่สั่นะเืิญญา ทุกอย่างที่นางทำมาตลอดชีวิต การฆ่าฟัน การทรยศ การขายศักดิ์ศรี... ทั้งหมดคือแผนการที่ถูกกำหนดไว้โดยสตรีที่นางเรียกว่าแม่
"ไม่... ไม่จริง..." ไป๋หลินส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง "ท่านโกหก! ข้าคือลูกของท่าน! ข้าคือเ้าหญิงแคว้นเหลียง!"
"เ้าหญิงแคว้นเหลียง?" ฮองเฮาหัวเราะเสียงแหลม "เ้าหญิงตัวจริงตายไปั้แ่เกิดแล้ว เ้าเป็เพียงตัวแทนที่ข้าเลี้ยงมาเพื่อวันนี้ เพื่อเก็บเกี่ยวพลังจากบุรุษที่เ้าหลอกหลอน และเพื่อให้ข้าได้น้ำตาเม็ดสุดท้ายที่จะทำให้ข้าเป็ะ!"
"แล้วพ่อของข้าล่ะ? กษัตริย์แคว้นเหลียง?" ไป๋หลินถามด้วยเสียงสั่น
"เขาก็เป็เพียงหุ่นเชิดที่ข้าควบคุม" ฮองเฮาตอบอย่างไร้ความรู้สึก "ข้าคือผู้ปกครองแคว้นเหลียงตัวจริง เขาเป็เพียงหน้ากากที่ข้าใช้ปกปิดตัวตน"
ความแค้นที่สั่งสมมาทั้งหมดพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ไป๋หลินหยุดดิ้นรน นางกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของนางดังกลบเสียงครางของบุรุษรอบกาย เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเ็ป ความโกรธแค้น และความสิ้นหวังที่ปนเปกัน
"ฮ่าฮ่าฮ่า... เช่นนั้นข้าก็เป็เพียงหุ่นเชิดเหมือนกัน!" นางหัวเราะจนน้ำตาไหล "ทุกอย่างที่ข้าทำ ทุกคนที่ข้าฆ่า ทุกคนที่ข้ารัก... ทั้งหมดเป็เพียงการแสดงที่ท่านเขียนบทไว้!"
บุรุษทั้งสามหยุดการเคลื่อนไหว พวกเขาจ้องมองไป๋หลินด้วยความใ เสียงหัวเราะของนางทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวอย่างแปลกประหลาด
"เช่นนั้น... ท่านก็จงเอา 'น้ำตา' ของข้าไปเสียเดี๋ยวนี้!" ไป๋หลินะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
นางรวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่าง พลังสีทองที่หมุนวนอยู่ในร่างกายเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ นางพุ่งเข้ากอดมู่เฉินและชินอ๋องไว้แน่น ไม่ใช่การกอดด้วยความรัก แต่เป็การกอดที่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะพาพวกเขาไปสู่ความตาย
นางไม่ได้มองพวกเขาเป็ศัตรูอีกต่อไป แต่นางมองพวกเขาเป็ 'เชื้อเพลิง' ที่จะใช้ในการทำลายทุกอย่างในห้องนี้ นางหลับตาลงและนึกถึงเพียงสิ่งเดียว... ความพินาศย่อยยับของทุกคนในห้องนี้ รวมทั้งตัวนางเองด้วย!
พริบตานั้น ดวงตาของไป๋หลินเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ พลังปราณในร่างของนางเริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง ทำให้อากาศในห้องร้อนขึ้นจนแทบจะระอุ หยดน้ำตาเม็ดหนึ่งที่ใสบริสุทธิ์ทว่ามีประกายไฟสีดำอยู่ข้างในค่อยๆ ไหลออกจากดวงตาข้างซ้าย
"น้ำตาเม็ดสุดท้าย! เอามาให้ข้า!" ฮองเฮาพุ่งตัวเข้าหาไป๋หลินด้วยความละโมบ
ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วของฮองเฮากำลังจะััหยดน้ำตา อาเฉิงก็ดึงคันโยกกลไกเพลิงะเิแท่นพิธีทันที!
"ตู้มมมมมม!"
เปลวไฟสีม่วงที่เกิดจากมนตร์ดำะเิออกท่วมห้องบรรทม ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนแรงจนเผาผลาญทุกสิ่ง ร่างของไป๋หลินลอยเด่นอยู่กลางอากาศ พลังที่ถูกบีบคั้นถึงขีดสุดทำให้โซ่ที่ล่ามข้อมือของนางขาดสะบั้น นางคว้าหยดน้ำตาของตนเองไว้แล้ว 'กลืน' มันลงไปในปากเสียเอง!
"ในเมื่อท่านอยากได้... ข้าก็จะทำลายมันทิ้งเสีย!"
แรงะเิทำให้ฮองเฮากระเด็นไปปะทะผนังจนร่างแหลกเหลว ชินอ๋องและมู่เฉินถูกคลื่นพลังซัดหายไปในกองเพลิง ทว่าในขณะที่ตำหนักกำลังจะถล่มลงมา มือหนาที่คุ้นเคยกลับพุ่งออกมาจากเงามืดหลังม่านเพลิงและคว้าเอวของไป๋หลินไว้
เขามิใช่ชินอ๋อง มู่เฉิน หรือเยี่ยนเฉิง...
แต่เขาคือบุรุษที่สวมเกราะสีเงินที่มีรอยเืสลักเป็คำว่า 'ฏ' และที่สำคัญที่สุด... บนใบหน้าของเขามี 'หน้ากากครึ่งซีก' ที่ทำจากหยกชิ้นเดียวกับปิ่นของอาเฉิง!
"ไป๋หลิน... การแสดงจบลงแล้ว ถึงเวลาที่ 'เ้าของที่แท้จริง' ของเ้าจะมารับตัวเ้ากลับไปลงทัณฑ์เสียที!"
เสียงของเขาคือเสียงที่นางเคยได้ยินในความฝันยามเด็ก... เสียงของบุรุษที่นางเคยคิดว่านางสั่งปะาไปเมื่อสิบปีก่อน!