“หากสิบวันผ่านไปแล้วยังไร้ข่าวจากในวัง ถึงเวลานั้นข้าจะช่วยท่านทวงความเป็ธรรมกลับมา ไม่ให้ท่านต้องทนรับความอัปยศโดยเปล่าประโยชน์แน่นอน”
เมื่อได้ยินคำของท่านจิ่วผู้นี้ ใจที่หนักอึ้งของเจี่ยจวงก็พลันเบาสบาย
ใบหน้าปรากฏความตื้นตันจนดวงตาแดงเรื่อ พลางกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ท่านจิ่ว เมื่อวานท่านบอกว่าสามารถรักษาอาการโง่เขลาของลูกข้าได้ เื่นี้เป็ความจริงหรือไม่”
“ในเมื่อข้าเอ่ยออกไปแล้วย่อมเป็ความจริงที่สุด สองเดือนให้หลัง ข้าจะคืนลูกชายที่ปกติให้เ้าเอง”
ทันทีที่เจี่ยจวงได้ยินเช่นนั้น น้ำตาแห่งความปีติพลันเอ่อท้น เขาพยายามขยับตัวลงจากเตียง ตั้งท่าจะคุกเข่ากราบขอบคุณ แต่กลับถูกหยุดไว้ก่อน
“รอจนรักษาโรคสำเร็จแล้วค่อยขอบคุณก็ยังไม่สาย ข้ามีเทียบยานี้อยู่ ท่านจงรีบไปจัดหาให้ครบถ้วน ข้าจะได้เริ่มรักษาลูกชายท่านโดยเร็ว”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เคยตรวจชีพจรของเจี่ยเจิ้งชูมาก่อน และพบว่าเขาไม่ได้โง่เขลาั้แ่กำเนิด แต่เป็เพราะถูกวางยาพิษั้แ่อยู่ในครรภ์จนสมองได้รับความเสียหาย
แม้ว่าพิษจะลึกจนยากแก้ไข แต่ก็หาใช่ว่าจะไร้หนทางรักษา ขอเพียงเซียวจิ่วเอ๋อร์ลงมือ เขาก็มีหวังแล้ว
เจี่ยจวงรับกระดาษใบนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา รีบสั่งคนไปตามหาสมุนไพรตามรายการที่เซียวจิ่วเอ๋อร์ให้ไว้ นางกำชับให้เขาพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนจะหาโอกาสออกจากเรือน พร้อมทั้งคว้าตัวเ้าเด็กที่แอบดูอยู่บนขอบหน้าต่างออกมาด้วย
“จิ่วเอ๋อร์ ข้าจะได้กลับไปเป็เด็กผู้ชายเมื่อไหร่!” หลังจากออกจากจวนสกุลเจี่ยได้ไม่นาน เ้าเด็กดื้อก็ถามขึ้นพลางทำหน้าบูดบึ้ง
“ไม่ใช่เ้าหรือที่พูดไว้ว่าอยากปลอมตัวเป็เด็กหญิงผู้งดงาม”
“ข้าไม่อยากเป็เด็กผู้หญิงแล้ว! มันเย็น่ล่าง!”
ซิงซิงบ่นไปพลาง ใช้มือข้างหนึ่งกุมที่เป้ากางเกง อีกมือหนึ่งจับก้น ท่าทางนั้นทำเอาเซียวจิ่วเอ๋อร์หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
ซิงซิงเห็นนางหัวเราะเยาะก็หน้าแดงจนเหมือนลูกท้อสุก รีบก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสบตานาง
“เอาล่ะๆ” เซียวจิ่วเอ๋อร์ย่อตัวลงอุ้มเขาขึ้นมา พลางพูดปลอบอย่างใจดี “ถ้าเ้าไม่ชอบใส่กระโปรงจริงๆ พรุ่งนี้ข้าจะให้เ้ากลับไปเป็เด็กผู้ชายดีหรือไม่”
“ดี!” ซิงซิงเชิดหน้า ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ยังแสดงความน้อยใจ “ข้าจะกลับไปเป็เด็กผู้ชาย!”
เขาโอบคอเซียวจิ่วเอ๋อร์ออดอ้อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมองรอบตัวด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “เราจะไปที่ไหนกันหรือ”
“ถนนมืด”
ที่ด้านตะวันตกของเมืองหลวงมีถนนสายหนึ่งที่ห่างไกลผู้คน เรียกกันว่าถนนมืดหรือทางผ่านิญญา ถนนสายนี้ไม่ใช่ถนนธรรมดา และคนทั่วไปใช่ว่าจะพบเจอได้ง่าย เพราะมีการใช้เวทพรางตาที่ทางเข้า
เซียวจิ่วเอ๋อร์ใน่นี้หาเงินได้ไม่น้อย โดยเฉพาะสองวันที่ผ่านมา นางได้เงินจากเจี่ยจวงที่ยัดตั๋วเงินใส่มือให้นางอย่างมากมาย กอปรกับการปลอมตัวเป็ชายชราที่ไม่มีใครจำได้ นางจึงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะมาเดินสำรวจถนนมืดที่ร่ำลือกันว่ามีทุกสิ่งขาย
นางพาซิงซิงมายังตำแหน่งที่สืบมาได้ โชคดีเหลือเกินที่ใช้เวลาเพียงสองเค่อก็พบทางเข้า แต่เมื่อมาถึงนางกลับยืนนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิด
“จิ่วเอ๋อร์ เ้าเป็อะไรหรือ” ซิงซิงเอื้อมมือมาแตะใบหน้าของนางด้วยความสงสัย “เหตุใดถึงไม่เข้าไป”
“อืม…”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้วอย่างลังเล มองทางเข้าที่พรางตาไว้ก่อนจะหันไปถามซิงซิงว่า
“เ้าคิดว่าเวทพรางตานี้ทำได้ดีหรือไม่”
“ข้าว่ามันไม่ดีเท่าไหร่!” ซิงซิงตอบอย่างมั่นใจ
“ใช่ไหม? ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน!”
เล่าลือกันว่าทางผ่านิญญานั้นหายากและมีอาคมพรางตาซับซ้อน แต่เมื่อครู่นางเดินมาถึงที่นี่ก็พบว่าต้นหลิวข้างทางเป็ของปลอม
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังมองเห็นกำแพงขาวและประตูดำที่ซ่อนอยู่หลังต้นหลิวนั้นได้อย่างชัดเจน
พลังอาคมระดับนี้ยังกล้าเอามาใช้หลอกผู้คนอีกหรือ หรือนางมาผิดที่ เป็เพียงที่เลียนแบบ?
เซียวจิ่วเอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักประตูดำบานนั้นเข้าไป ควันหมอกบางเบาค่อยๆ จางหาย นางก้าวเดินไปก่อนจะต้องตกตะลึงกับทิวทัศน์อันคึกคักเบื้องหน้า
ตรอกแคบๆ สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยแผงขายของเรียงรายติดกันเป็พรืด
พ่อค้าแม่ค้าเ่าั้แต่งกายกันตามสบาย บ้างพิงกำแพง บ้างนั่งบนพื้น แผงขายของที่อยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยสินค้าที่นำมาขาย ทั้งโอสถ ตำราวิชาคาถา และของจิปาถะที่แปลกประหลาดนานาชนิด แต่ที่สำคัญที่สุดคือมีเตาหลอมโอสถที่เซียวจิ่วเอ๋อร์กำลังตามหา
นางจูงมือซิงซิง พยายามไม่แสดงท่าทางให้ดูเหมือนว่าเป็คนบ้านนอกเพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรก เดินทอดน่องชมไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งนางเห็นสิ่งหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะเก่าๆ นางเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นแล้วก้าวตรงเข้าไปทันที
พ่อค้าคนขายเป็ชายวัยกลางคน พอเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาก็รีบยิ้มแย้มแบบมืออาชีพทันที
“จะซื้อของหรือ ้าชิ้นไหนเป็พิเศษหรือไม่”
“อันนี้!” เซียวจิ่วเอ๋อร์โบกมือไปที่เตาหลอมโอสถเก่าคร่ำคร่าชิ้นหนึ่งที่ถูกกลบทับอยู่ใต้กองเครื่องราง
เตาหลอมโอสถนั้นทั้งด่างดำและเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน ผิวภายนอกของมันยังมีรอยร้าวขนาดใหญ่หลายแห่ง ดูเผินๆ ไม่เหมือนของที่ใช้งานได้เลย
คนอื่นที่เห็นของไร้ค่าเช่นนี้คงไม่ชายตามองเป็ครั้งที่สอง แต่เซียวจิ่วเอ๋อร์กลับจ้องมองอย่างมั่นใจ พลางเอ่ยถามตรงๆ “ราคาเท่าไหร่”
ชายกลางคนได้ยินก็มีท่าทางอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นหนึ่งข้าง
“ห้าแสนตำลึงทอง”
“เ้าปล้นกันหรือ?!” เซียวจิ่วเอ๋อร์ใจนพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าชายคนนี้จะหน้าเืยิ่งกว่าเจี่ยจวงเสียอีก
“นี่ตาแก่ เ้าจะไปรู้อะไร” ชายคนนั้นขมวดคิ้ว ยืดตัวตรง สลัดท่าทางผ่อนคลายเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วเริ่มพูดจาโน้มน้าวอย่างจริงจัง
“เตาหลอมโอสถนี้คือสมบัติที่ว่ากันว่าเคยถูกใช้โดยจอมมารในตำนาน! แม้มันจะเก่าไปหน่อยในตอนนี้ แต่มีอายุเป็พันปี หากซื้อมาวางประดับไว้เป็ของโบราณ ก็ถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์!”
“ข้าขำกลิ้งเสียจริง! เ้าบอกมาสิว่ามันมีค่าอะไร ปริร้าวขนาดนี้ เอาไปเป็กระโถนยังรั่วเลย!”
“ถ้ามันไร้ค่า เ้าจะซื้อทำไมล่ะ” ชายกลางคนเลิกคิ้วขึ้น พลางยิ้มเยาะ “เ้าก็มองออกว่ามันเป็ของล้ำค่าใช่หรือไม่”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่ได้ตอบอะไร
คำพูดของเขาก็ไม่ผิด เพราะนี่คือสมบัติล้ำค่า แถมยังเป็ของดีมากด้วย
เหมือนกับที่ทางผ่านิญญามีการใช้อาคมพรางตา เตาหลอมโอสถนี้เองก็ถูกลงอาคมไว้เช่นกัน
เซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่รู้ว่าคนอื่นมองเห็นเตานี้เป็อย่างไร แต่สำหรับนาง เตาหลอมโอสถที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นดินหนาๆ นี้กลับเปล่งแสงสีขาวจางๆ ออกมา
แสงนั้นนุ่มนวล แต่ส่องสว่างไม่หยุด ราวกับไข่มุกเรืองแสงที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลลึก มันเหมือนกับกำลังเรียกร้องให้นางเข้าไปใกล้
ห้าแสนตำลึงทอง ตัวเลขนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ทรัพย์สินทั้งหมดของเซียวจิ่วเอ๋อร์รวมกันยังมีเพียงสองแสนตำลึง นางเคยคิดว่าคงเพียงพอ แต่ใครจะไปคิดว่ามันไม่พอ
ชายกลางคนมองชายชราตรงหน้า สีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดอะไรอยู่นานก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกล่าวว่า
“ถ้าท่านมีเงินไม่พอ เช่นนั้นข้าจะลดราคาให้หน่อยก็แล้วกัน!”
“ลดได้เท่าไหร่” เซียวจิ่วเอ๋อร์ตาวาว รีบถาม
“ลดให้หนึ่งหมื่น ขายท่านในราคาแค่สี่แสนเก้าหมื่นตำลึงทอง!”
“...” เซียวจิ่วเอ๋อร์แทบจะกลั้นใจไม่สบถด่าไปถึงบุพการีของเขา นางเพียงฝืนยิ้มเยาะยิ้มแหยแล้วถามเสียงเรียบว่า
“พ่อหนุ่ม กล่าวเช่นนี้ เ้าไม่เคยโดนสังคมลงโทษหรืออย่างไร”
ถึงกับกล้ารังแกคนแก่! ทำเช่นนี้ไม่กลัวถูกสังคมประณามหรืออย่างไร!
เซียวจิ่วเอ๋อร์ที่ผ่านทั้งอดีตชาติและชาตินี้มาด้วยชีวิตสอง่วัย ไม่เคยต้องต่อรองราคาซื้อของมาก่อน เพราะนางไม่เคยยากจน
ไม่นึกเลยว่า...ชีวิตคนเราย่อมต้องพบกับบทเรียน
ครั้งแรกที่ต่อรองราคา นางก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง! ตอนนี้สิ่งเดียวที่เซียวจิ่วเอ๋อร์อยากทำก็คือ กลายเป็โจรเสียให้รู้แล้วรู้รอด กอดเอาเตาหลอมโอสถที่นางอยากได้แล้ววิ่งหนีไปเลย!