การแลกเปลี่ยนหนังสือในวันนั้นไม่ได้จบลงแค่การไถ่โทษแต่มันกลับกลายเป็สะพานที่เชื่อมโลกสองใบเข้าหากันอย่างเงียบเชียบ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปริมหน้าต่างบานแคบที่ชั้น 4 ของห้องสมุดไม่ได้มีแค่ใบพลูที่นั่งเอนหลังพิงชั้นหนังสืออีกต่อไปแต่มีอัครินที่มักจะแอบหลบขึ้นมาใน่พักกลางวันหรือหลังเลิกซ้อมเพื่อมานั่งจุ้มปุ๊กอ่านหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้าม
ด้วยกฎของห้องสมุดที่ห้ามใช้เสียงดังพวกเขาจึงไม่ได้พูดคุยกันมากนัก แต่อัครินกลับค้นพบวิธีสื่อสารที่ทำให้ใบพลูต้องแอบอมยิ้มอยู่บ่อยๆ
นั่นคือ 'กระดาษโพสต์อิต'
‘ตัวเอกเื่นี้คิดมากจัง... เหมือนเด็กแว่นแถวนี้เลยว่าไหม? - คิน’
ข้อความลายมือหวัด ๆบนโพสต์อิตสีเหลืองถูกแปะไว้ที่หน้า 105 ของนิยายที่เขานำมาคืน ใบพลูจำได้ว่าตอนที่เปิดเจอมันครั้งแรกเธอเผลอค้อนขวับไปทางคนต้นเื่ ซึ่งกำลังทำทีเป็อ่านหนังสือเล่มอื่นแต่หางตาแอบมองปฏิกิริยาของเธออยู่เงียบ ๆ
ใบพลูหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตอบโต้ลงบนโพสต์อิตสีฟ้า แล้วแปะคืนไปในหนังสือเล่มใหม่ที่เขากำลังจะยืม
‘เขาเรียกว่ามีความรอบคอบค่ะดีกว่าตัวละครกัปตันทหารที่ชอบทำอะไรวู่วามไม่คิดหน้าคิดหลัง - พลู’
จากกระดาษแผ่นแรกกลายเป็สองแผ่น สามแผ่น และกลายเป็ธรรมเนียมปฏิบัติของพวกเขาไปโดยปริยายมุมลับในห้องสมุดแห่งนี้เปรียบเสมือน 'เซฟโซน' ที่อัครินได้ถอดหมวกกัปตันทีมผู้แบกรับความคาดหวังและใบพลูได้ถอดเกราะป้องกันความขี้อายของตัวเองออก ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดความชอบ และเื่ราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ
จนกระทั่งบ่ายวันศุกร์ที่ฝนตกพรำ...
บรรยากาศในห้องสมุดเย็นเยียบและเงียบสงัดกว่าปกติใบพลูนั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือตัวเล็กที่ซ่อนอยู่หลังชั้นวางหมวดประวัติศาสตร์เธอกำลังนั่งทำสรุปเลกเชอร์ ก่อนที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามจะถูกเลื่อนออกเบา ๆ
อัครินทรุดตัวลงนั่งสภาพของกัปตันทีมสุดฮอตวันนี้ดูไม่จืดเลย ใต้ตาของเขาคล้ำเล็กน้อยผมที่เคยเซตเป็ทรงหลุ่ยตกลงมาปรกหน้าผาก บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึง
ใบพลูเลิกคิ้วเป็เชิงถามพร้อมกับยื่นโพสต์อิตแผ่นหนึ่งไปให้เขา
‘โดนโค้ชซ่อมมาเหรอคะ?’
อัครินอ่านข้อความแล้วส่ายหน้าเบาๆ เขาไม่ได้เขียนตอบ แต่เลือกที่จะขยับริมฝีปากกระซิบด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงลม
"เมื่อคืนอ่านหนังสือเตรียมสอบจนสว่างน่ะ... แล้วเช้าก็ต้องมาซ้อมบาสต่ออีกร่างกายพี่ประท้วงจะแย่แล้ว"
ใบพลูมองท่าทางอิดโรยนั้นด้วยความเห็นใจเธอเอื้อมมือไปหยิบหนังสือของตัวเองขยับหลบให้เขามีพื้นที่บนโต๊ะกว้างขึ้น
"พี่ขออนุญาต... ชาร์จแบตแป๊บหนึ่งนะ"
พูดจบอัครินก็ฟุบหน้าลงกับท่อนแขนของตัวเองบนโต๊ะ หันตะแคงใบหน้ามาทางเธอและเพียงไม่ถึงนาที จังหวะลมหายใจของเขาก็เข้าสู่ความสม่ำเสมอเป็สัญญาณบ่งบอกว่าร่างสูงได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
ใบพลูนั่งนิ่งค้างปากกายังคงค้างอยู่ในมือ
เสียงเม็ดฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างดังเป็จังหวะผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกของคนตรงหน้า ใบพลูค่อยๆ วางปากกาลงเธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น
แว่นตากรอบหนาถูกขยับให้เข้าที่ดวงตากลมโตลอบมองใบหน้ายามหลับของชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้มองเขาชัดเจนขนาดนี้...
แพขนตาของอัครินยาวและหนากว่าผู้ชายทั่วไปสันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มขี้เล่นเสมอ ยามที่เขาหลับตาปราศจากเกราะป้องกันของความร่าเริงและความเป็ผู้นำอัครินก็ดูเหมือนแค่เด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังเหนื่อยล้าและ้าการพักผ่อน
ใบพลูเผลอเอื้อมมือออกไปในอากาศปลายนิ้วของเธอหยุดชะงักห่างจากกลุ่มผมที่ปรกหน้าผากของเขาเพียงไม่กี่เิเเธออยากจะช่วยปัดมันออกให้พ้นดวงตาของเขา แต่สติก็ดึงรั้งเธอไว้ทัน
เธอรีบชักมือกลับมากุมไว้ที่หน้าตักของตัวเองกัดริมฝีปากล่างแน่น
ตึกตัก...ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจที่เต้นรัวและดังอื้ออึงอยู่ในอกทำให้ใบพลูต้องยกมือขึ้นทาบทับมันไว้ความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามแทรกซึมเข้ามาในใจอย่างเงียบเชียบและอันตราย
ความปลอดภัยของ 'เซฟโซน'แห่งนี้กำลังถูกสั่นคลอน ไม่ใช่เพราะมีใครบุกรุกเข้ามา...
แต่เป็เพราะเธอกำลังตระหนักได้ว่า...หัวใจของเธอ เริ่มไม่ปลอดภัยจากผู้ชายที่ชื่อ 'อัคริน' อีกต่อไปแล้ว