บทที่ 04 เริ่มออนไลน์
“ตรู๊ด ตรู๊ดหมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้กรุณาฝากข้อความหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณนี้ค่ะ ตรู๊ด…”
ได้ยินเสียงจากปลายทางที่ตอบกลับด้วยระบบอัตโนมัติแล้วมีนจึงวางสายไปอย่างช่วยไม่ได้…
‘เอ๊ะ? ทำไมยัยน้ำไม่รับสายนะ? รึว่ากำลังเล่นเกมอยู่เนี่ย’ มีนคิดในใจ พร้อมกับเหลือบมองตัวเลขในนาฬิกา ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือข้างหัวนอน
‘งั้น...ลองเข้าเกมดูก่อนแล้วกัน’ คิดได้ดังนั้นสาวมีนจึงเปิดฝาเครื่องสลีปแคปซูลออก ก่อนจะหย่อนตัวเองลงไปข้างในตัวเครื่องฯพร้อมกับกดปุ่มปิดฝาแบบอัตโนมัติ
เมื่อเข้าไปอยู่ด้านในเครื่องสลีปแคบซูลหญิงสาวจึงได้ลองตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องตามคู่มือที่ได้อ่าน โดยตั้งเอาไว้ให้เครื่องทำการปลุกในตอน6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ก่อนจะเริ่มเปิดโปรแกรมเกม “Destiny ofWars” ในหน้าต่างเมนูหลัก ซึ่งได้ติดตั้งเอาไว้แล้ว
หลังจากเปิดตัวเกมขึ้นมาระบบจึงเริ่มทำการสแกนคลื่นสมองของผู้ใช้งาน...
เมื่อหญิงสาวหลับตาลง ความรู้สึกที่ััได้ มีเพียงแค่ความรู้สึกวูบคล้ายกับตกจากที่สูงเป็เวลาสั้นๆ ก่อนที่ความรู้สึกดังกล่าวจะหายไป และเมื่อลืมตาอีกครั้งก็พบว่า ตัวเองมาอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับโบสถ์คริสต์สีขาวแห่งหนึ่งดูเก่าแก่และมีมนต์ขลังซึ่งภายในโบสถ์ฯ ถูกประดับประดาไปด้วยคริสตัลหลากสีห้อยเป็ระย้าอยู่บนเพดานผนังโดยรอบมีภาพเขียนสีโบราณ พร้อมด้วยอักขระแปลก ๆ กำกับเอาไว้คล้ายกับเป็การอธิบายเื่ราวในภาพส่วนด้านในสุดของห้องโถง มีรูปปั้นของเทพธิดาแสนสวยขนาด 2 เท่าของคนจริงยืนอยู่ในท่าประทานพรตรงหน้ารูปปั้นยังมีผู้ชายวัยชราหนวดยาวท่าทางใจดีคนหนึ่งยืนสงบนิ่งหันหลังให้รูปปั้นดังกล่าว โดยชายชราคนนั้นได้หันหน้ามองมาทางหญิงสาวด้วยแววตาอันเป็มิตร…
“สวัสดี ท่านนักผจญภัย…” ชายชราสูงวัยเอ่ยปากทัก
“สวัสดีค่ะ” มีนตอบ
“ผมมีนามว่า ‘อเล็กซ์’ เป็ผู้ดูแลวิหารแห่งนี้ทั้งหมดและผมจะเป็ผู้ให้คำแนะนำกับนักผจญภัยเช่นท่าน...”
“ท่านนักผจญภัย...้ารับฟังเื่ราวของดินแดนนี้หรือไม่?”
มีนคิดว่า ในเมื่อตัวเองก็ไม่ได้มีธุระอะไรในเกมอีกทั้งเพื่อนสนิทอย่างสาวน้ำก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ ตัวเองยังมีความชื่นชอบในการเรียนรู้เื่ราวเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสิ่งของและสถานที่ต่าง ๆ เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นมีนจึงตอบชายชราตรงหน้าไปว่า “ได้ค่ะ”
จากนั้นอเล็กซ์จึงเริ่มบอกเล่าเื่ราวให้หญิงสาวได้รับรู้ไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของฉากในห้อง ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์และเื่ราวที่ได้ดำเนินขึ้นในขณะนั้นเสมือนหนึ่งว่า มีนยืนรับชมภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ในมุมมองของบุคคลที่สาม
“อดีตกาลนานนับแสนล้านปีที่แล้ว มีเทพเ้าองค์หนึ่งได้สร้างสรรพสิ่งขึ้นมา......”
และแล้วหญิงสาวก็ยืนรับฟังอย่างตั้งใจจนกระทั่งเื่ราวได้จบลงแม้มันจะกินเวลายาวนานร่วมชั่วโมงก็ตาม...
สาวมีนถึงกับเหงื่อไหลมือเท้าเย็นด้วยความตื่นเต้นเนื่องจากความงดงามดูอลังการของภาพฉากต่าง ๆ ที่สมจริงราวกับว่า ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
หลังจากเล่าเื่ราวจนจบ อเล็กซ์ก็ได้เอ่ยปากถามสาวมีนว่า“ท่านนักผจญภัย...ท่าน้าทราบข้อมูลและคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการผจญภัยในดินแดนนี้หรือไม่?”
มีนจึงตอบในทันทีว่า “้า ค่ะ”
“ดินแดนแห่งนี้ ประกอบไปด้วย......”
หลังจากฟังคำแนะนำจบ อเล็กซ์จึงกล่าวกับหญิงสาวว่า “ท่านนักผจญภัย…โปรดตั้งชื่อและปรับแต่งรูปลักษณ์ของท่าน”
หลังจากมีนได้ดู CG (Computer Generated) เื่ราวอันสุดอลังการของเกมนี้แล้วก็เกิดความรู้สึกร่วมขึ้นมาเป็อย่างมาก ราวกับว่าตัวเองได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งแฟนตาซีและเวทมนตร์ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงอยากลองตั้งชื่อสวย ๆ ที่มีความสอดคล้องกับชื่อตัวเองดูสักครั้งจึงกล่าวกับชายชราตรงหน้าว่า “ชื่อ...มนตรา ค่ะ”
ทันทีที่มีนได้ทำการยืนยันชื่อของตนกับอเล็กซ์ก็มีเสียงหวาน ๆ ของสตรีวัยสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาในหัว
“ระบบฯ ได้ทำการบันทึกชื่อของท่านเรียบร้อยแล้ว”
“ผู้เล่นมนตราท่านสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ที่จะใช้สำหรับการผจญภัยได้ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ จากรูปลักษณ์เดิมของท่านท่าน้าที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวเกรงว่า หากตัวเองเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาให้ผิดแปลกไปจากเดิมเพื่อน ๆ ของตนอาจจะจำไม่ได้ ดังนั้นมีนจึงกล่าวตอบไปว่า “ไม่ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตรา ระบบฯ ได้สร้างตัวละครของท่านเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังประมวลผลค่าสถานะของท่าน ขอให้ท่านสงบนิ่งเป็เวลา 1 นาทีค่ะ”
……
……
“ระบบฯ ทำการประมวลสำเร็จแล้วท่านสามารถเรียกดูค่าสถานะของตัวละคร ได้ที่แถบเมนูหลัก ขอให้สนุกกับการผจญภัยค่ะ”
“ขอแสดงความยินดีท่านเป็ผู้เล่นคนแรกที่ได้ค่าLUCK 999 แต้ม ผู้เล่นมนตรา ได้รับฉายา [ผู้มากับดวง]ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับ {กล่องสมบัติสีรุ้ง} เป็รางวัล จำนวน 1 กล่องค่ะ”
……
“ท่านมนตรา มีคำถามอะไรอีกไหม?” อเล็กซ์ถามขึ้น หลังจากรับรู้ได้ว่าขั้นตอนการสร้างตัวละครของหญิงสาวสิ้นสุดลงแล้ว
สิ้นเสียงแจ้งเตือนของระบบฯ ตัวมีนที่ยังรู้สึกมึนงงอยู่จึงไม่ได้สนใจที่จะอ่านรายละเอียดของตัวละครตามคำแนะนำสุดท้ายของระบบนักแต่พอได้ยินเสียงอเล็กซ์พูดขึ้นมา หญิงสาวจึงตอบกลับอีกฝ่ายไปว่า “หนูขอดู...ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ก่อนได้ไหมคะ?”
“ทำไมรึ ท่านมนตรา?” อเล็กซ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“หนูเห็นว่ามันสวยดี หนูอยากจะขอชมภาพเหล่านี้ใกล้ ๆ หน่อยนะคะเอ่อ...พอดีหนูไม่รีบค่ะ”
“ได้สิ ท่านมนตรา เชิญตามสบายเลยครับ หากดูเสร็จแล้ว...หรือมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมก็ผมถามได้นะครับผมยินดีตอบ...”
“ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นสาวมีนก็เดินไล่ดูภาพจิตรกรรมฝาผนังฯ ไล่เรียงกันไปทีละภาพตามเื่ราวที่ตัวเองได้ดูในCGแต่สิ่งที่แตกต่างกัน...กลับเป็ส่วนของคำบรรยายที่อยู่ใต้ภาพเขียนเหล่านี้เพราะพวกมันถูกกำกับและอธิบายไว้ด้วยอักขระตัวเล็ก ๆ ซึ่งอักขระคำบรรยายเหล่านี้...หากไม่สังเกตก็จะไม่เห็นว่ามันแตกตางจากคำบรรยาย ซึ่งเป็ภาษาอังกฤษที่อยู่ใน CG เท่าใดนัก
เมื่อสาวมีนเห็นคำบรรยายใต้ภาพอย่างชัดเจนเต็มสองตาแล้วก็อดที่จะเก็บความรู้สึกตื่นเต้นดีใจเอาไว้แทบไม่ได้ เพราะภาษาที่ใช้บรรยายนั้นกลับเป็ภาษาโบราณอันแปลกตาที่ตนไม่มีความคุ้นชินเลยสักนิด...
แต่...สาวมีนเป็ใครล่ะ
สิ่งที่เห็นเหล่านี้หาใช่ปัญหาสำหรับผู้คลั่งไคล้อักขระและภาษาโบราณอย่างสาวมีนแต่อย่างใดยิ่งมีรูปภาพประกอบคำบรรยายไว้ด้วยแล้ว มันง่ายเสียยิ่งกว่า การแก้ปริศนาหรือเกมทายคำใบ้เสียอีก
เมื่อได้นำคำบรรยายจากหลาย ๆ ภาพมาปะติดปะต่อกันมีนก็พอจะเดาความความหมายของแต่ละตัวอักษรได้ราว 60–70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
พออเล็กซ์เห็นสาวมีนเริ่มตีความอักขระได้บางแล้วจึงลองเอ่ยถามไปว่า “ท่านมนตรา ท่านอ่านข้อความเหล่านี้ออกด้วยหรือ?”
หญิงสาวได้ยินอเล็กซ์ถามดังนั้น จึงตอบไปว่า “ก็พอเดาได้บ้างนิดหน่อยค่ะแต่ก็ติดอยู่หลายตัวอักษรที่หนูยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ”
อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงยิ้มแล้วตอบว่า “ท่านสงสัยอะไรก็ถามมาได้เลยผมยินดีจะตอบทุกคำถามที่ท่านอยากรู้”
“ขอบคุณค่ะ” มีนตอบกลับด้วยความยินดี ก่อนจะถามว่า “คุณอเล็กซ์คะ ภาษาเหล่านี้เรียกว่าอะไรคะ?”
อเล็กซ์ได้ยินหญิงสาวถาม จึงอธิบายให้อีกฝ่ายฟังโดยย่อ“นี่...คือภาษาเทพโบราณฯ ซึ่งในโลกใบนี้ ถือเป็ภาษาที่สูงส่งลึกลับและแฝงไปด้วยพลังแห่งเทพ โดยองค์เทพีผู้สร้างโลกเป็ผู้บัญญัติภาษานี้ขึ้น...”
“ต่อมาเมื่อมีมนุษย์เกิดขึ้นบนโลก...มนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่สามารถเข้าถึงและรองรับพลังในส่วนนี้ได้มนุษย์จึงได้แต่คิดค้นภาษาของตัวเองขึ้นมาใช้งานจนภาษาเทพแทบจะเลือนหายไปจากดินแดนมนุษย์ แต่ทว่าก็ยังมีมนุษย์บางส่วนที่พอจะเข้าใจและมีพลังพอที่จะเข้าถึงภาษาแห่งเทพนี้ได้ ซึ่งคนเหล่านี้ พวกมนุษย์จะเรียกว่า ‘นักเวท’ ดังนั้นในโลกมนุษย์เบื้องล่างที่ท่านกำลังจะไปผจญภัยอยู่นั้นจึงมีน้อยคนนักที่จะเข้าใจภาษาเทพนี้ และหากสังเกตให้ดีภาษาเทพในโลกมนุษย์ก็ยังสามารถพบเห็นได้อยู่บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่นในตำราเวทมนตร์โบราณสถาน อาวุธเวทมนตร์ต่าง ๆ ที่มีการสลักอักขระเวทกำกับไว้ เป็ต้น...”
“แล้วภาษาเทพโบราณนี่ ถ้าไม่ใช่นักเวท...จะสามารถเรียนได้ไหมคะ?” มีนถามด้วยความอยากรู้
“ได้สิ...หากนับเพียงแค่ความเข้าใจของมนุษย์ทั่วไปพวกมันก็พอที่จะเข้าใจความหมายของอักขระเหล่านี้ได้บ้าง แต่พวกมันกลับไม่สามารถจะเอื้อนเอ่ยหรือขีดเขียนอักขระเหล่านี้ออกมาได้เพราะเนื่องจากการเปล่งเสียง หรือการเขียนภาษาเทพได้นั้น จำเป็ต้องใช้พลังเวทมนตร์ในตัวมาเป็สื่อนำพลังร่วมด้วยอีกทั้งในคำบางคำหรืออักขระบางอักขระนั้น ยังเป็คำที่แฝงไว้ด้วยพลังงานขั้นสูงซึ่งทำให้ผู้ใช้ต้องสูญเสียพลังเวทจำนวนมากในการเรียกใช้...”
“เมื่อพลังเวทมีไม่เพียงพอ...พวกมันจึงไม่สามารถเรียกใช้อักขระเ่าั้ออกมาในบทร่ายเวทได้”
“หรือจะเรียกว่า เข้าใจแต่ไร้พลัง...ก็ยากจะสำเร็จ” อเล็กซ์กล่าวอธิบาย
เมื่อได้ยินดังนั้น มีนจึงถามฝ่ายตรงข้ามต่ออีกว่า “แล้วถ้าหนูอยากเข้าใจในภาษาเทพคุณอเล็กซ์พอจะสอนให้หนูได้ไหมคะ?”
อเล็กซ์เผยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบหญิงสาว “หากท่านมนตราอยากเรียนผมก็สามารถสอนให้ได้แต่มีข้อแม้หนึ่ง...ท่านมนตราต้องกราบผมเป็อาจารย์...ท่านมนตรา ทำได้หรือไม่?”
ขณะที่มีนกำลังคิดตามที่อเล็กซ์พูด จู่ ๆก็มีข้อความจากระบบฯ แจ้งขึ้นมาในหัวของตน
“ผู้เล่นมนตรา ้ารับภารกิจ‘ศิษย์ของเทพแห่งปัญญา’ หรือไม่?”
เมื่อได้เห็นหญิงสาวทำหน้าสงสัย ว่าข้อความที่ระบบบอกกับตนคืออะไรอเล็กซ์จึงกล่าวว่า “ท่านมนตรา ลองเรียกดูรายละเอียดของภารกิจฯ จากหน้าต่างระบบได้”
หลังจากมีนได้กดเมนูภารกิจฯ ก็พบว่า มีรายชื่อของภารกิจที่เพิ่งได้รับมาปรากฏอยู่...
ภารกิจ:[ศิษย์ของเทพแห่งปัญญา] ภารกิจลับ: ระดับ SS
เทพแห่งปัญญา“อเล็กซ์” ผู้เฝ้าประตูแห่งโลกหล้า...ผู้คอยนำทางนักผจญภัยมือใหม่ไปสู่ดินแดนแห่งความท้าทายผู้ปรารถนาจะเห็นความสงบสุขกลับคืนสู่โลกใบนี้ก่อนสิ้นอายุขัยและ้าผู้สืบทอดความรู้และปณิธานแห่งตน...
เงื่อนไข:
- ระดับ 1
- มีความเข้าใจภาษาเทพอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์
- เป็ผู้ที่อเล็กซ์ให้ความสนใจ
รางวัลภารกิจ
- ได้เป็ศิษย์อเล็กซ์
- ได้รับทักษะ [อ่านภาษาเทพ]
บทลงโทษ
- ไม่มี
หลังจากอ่านเสร็จ หญิงสาวจึงตอบชายสูงวัยตรงหน้าไปว่า“หนู้าเป็ศิษย์คุณอเล็กซ์ค่ะ”
จากนั้นก็มีข้อความจากระบบเด้งขึ้นมา...
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับภารกิจศิษย์ของเทพแห่งปัญญา”
……
“ผู้เล่นมนตรา สำเร็จภารกิจศิษย์ของเทพแห่งปัญญา”
……
“ผู้เล่นมนตราได้เป็ศิษย์ของเทพแห่งปัญญา”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับทักษะ [อ่านภาษาเทพ] ค่ะ”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับภารกิจ‘เรียนรู้ภาษาเทพ’ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดด้วยค่ะ”
ภารกิจ:[เรียนรู้ภาษาเทพ] ภารกิจ: ระดับ S
เรียนรู้ภาษาเทพ
เงื่อนไข:
- ระดับ ไม่จำกัด
- เวลา ไม่จำกัด
รางวัลภารกิจ
- ได้รับทักษะ [อ่านภาษาเทพ]
- ได้รับทักษะ [พูดภาษาเทพ]
- ได้รับทักษะ [เขียนภาษาเทพ]
บทลงโทษ
- ไม่มี
“เอาล่ะ ต่อไปนี้ ให้เ้าเรียกข้าว่า ‘อาจารย์’ เข้าใจไหม?” อเล็กซ์เอ่ยกับหญิงสาว ด้วยบทบาทและน้ำเสียงที่เปลี่ยนแปลงไป
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” มีนตอบอย่างสุภาพ
จากนั้นอเล็กซ์จึงหันมากล่าวกับหญิงสาวในทันที “ดีมาก...ถ้าอย่างนั้นก็มาเริ่มกันเลยแล้วกันก่อนอื่นข้าจะสอนเ้าเกี่ยวกับความหมายของอักขระทั้งหมดก่อน เมื่อเ้าได้รู้ความหมายของอักขระทั้ง108 อักขระแล้วข้าจะฝึกให้เ้าออกเสียงและสอนวิธีเขียนให้ดูรอบหนึ่ง จากนั้นค่อยสอนขั้นต่อไปแล้วกัน...”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” มีนตอบคำอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย
จากนั้นอเล็กซ์ก็เปิดชั่วโมงเลคเชอร์ให้แก่หญิงสาวในทันที...
เวลา 5 ชั่วโมงผ่านไป...ไวเหมือนโกหก
2ชั่วโมงแรก เป็ชั่วโมงบรรยาย และ 3 ชั่วโมงถัดมาเป็ชั่วโมงแห่งการถามตอบของอาจารย์ลูกศิษย์คู่นี้ โดยอเล็กซ์จะทำการยกตัวอย่างอักขระขึ้นมาให้หญิงสาวแปลความหมาย ซึ่งมีนก็แปลได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่อเล็กซ์สอนได้อย่างไม่มีตกหล่นผิดเพี้ยนจนทำให้อเล็กซ์รู้สึกพอใจในพัฒนาการของอีกฝ่ายเป็อย่างยิ่ง...
“เก่งมากศิษย์ข้า...”
“ต่อไป...ข้าจะสอนเ้าเกี่ยวกับการผสมคำ การร้อยเรียงอักขระ และข้อห้ามในการผสมคำ...”
“คำบางคำ...เมื่อนำมาต่อกันแล้ว จะส่งผลเกื้อหนุน แต่บางคำ...กลับไม่สามารถนำมาต่อกันโดยตรงได้จะต้องมีคำอื่นมาเชื่อมจึงจะสำแดงพลังออกมาและคำบาง...จะมีเพียงคำที่อยู่ในระดับเดียวกันเท่านั้น จึงจะสามารถนำมาร้อยเรียงเชื่อมต่อกันได้...”
“อักขระเวทมนตร์แต่ละตัว จะมีระดับขั้นของมันอยู่ โดยจะแบ่งเป็ชุดอักขระ ‘ขั้นต้น’ ‘ขั้นกลาง’ และ ‘ขั้นสูง’ ซึ่งแต่ละขั้น ก็จะใช้พลังเวทมนตร์ในการเรียกใช้งานในปริมาณที่ต่างกัน...”
“เอาอย่างนี้...ข้าจะค่อย ๆ สอนเ้าอย่างเป็ขั้นเป็ตอน ตกลงหรือไม่?”อเล็กซ์พยายามอธิบายช้า ๆ ในส่วนที่มันคิดว่า อาจจะยากเกินไปสำหรับหญิงสาว
เมื่อเห็นมีนก็รับฟังด้วยสีหน้า “งงงง”อเล็กซ์จึงกล่าวว่า “เ้าไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเดี๋ยวข้าจะค่อย ๆ อธิบายให้เ้าฟังอย่างช้า ๆ หากเ้าสงสัยในขั้นตอนไหนก็ถามแทรกขึ้นมาได้ในขณะนั้นเลย เ้าไม่ต้องกลัวว่าจะเสียมารยาท...”
เมื่ออเล็กซ์เปิดทาง หญิงสาวจึงตอบว่า “เ้าค่ะท่านอาจารย์ หนูจะพยายามนะเ้าคะ”
…………
จากนั้นอเล็กซ์จึงเริ่มต้นชั่วโมงเลคเชอร์ในรอบที่ 2
และแล้วเวลาในเกมก็ผ่านไปอีก 10 ชั่วโมง…
“ทีนี้...เ้าพอจะเข้าใจเกี่ยวกับอักขระเวทมนตร์บ้างแล้วใช่ไหม?”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
“ท่าทางเ้าดูเหนื่อย ๆ นะ ก่อนที่ข้าจะสอนบทต่อไปให้เ้า ข้าจะให้เ้าพักผ่อนก่อนสัก1 ชั่วโมง” อเล็กซ์เอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มมีท่าทีอ่อนล้า
“ในระหว่างนี้...ข้าจะสอนให้เ้าพักผ่อนอย่างถูกวิธี ซึ่งมันจะทำให้เ้าสามารถเรียนรู้สิ่งที่ข้าจะสอนในขั้นต่อไปได้ง่ายขึ้น...”
“อันดับแรกให้เ้านั่งในท่าที่คิดว่า ‘สบายที่สุด’ จากนั้นก็หลับตาลงอย่างช้า ๆ”
“เ้าพยายามอย่าคิดอะไรให้ฟุ้งซ่าน แต่ให้เ้าพยายามััถึงพลังแห่งธรรมชาติรอบๆ ตัวของเ้า ในวิหารแห่งนี้ มันหนาแน่นไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติ ซึ่งมากกว่าในดินแดนของมนุษย์ถึง10 เท่า เ้าลองทำตามที่ข้าบอกมาแล้วกันข้าเชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ภาษาเทพของเ้าอย่างแน่นอน”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” หลังจากตอบคำของอีกฝ่าย มีนจึงหลับตาลงอย่างว่าง่าย
ใน่ 10 นาทีแรกนั้น หญิงสาวพยายามััพลังที่อเล็กซ์ได้บอกมาแต่กลับไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังงานที่ว่านั่นเสียที จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ
แต่เมื่ออเล็กซ์รับรู้ว่าอีกฝ่ายยังทำไม่ถูกวิธีอเล็กซ์จึงกล่าวกับหญิงสาวเบา ๆ ว่า “เ้าไม่ต้องรีบร้อนปล่อยตัวตามสบาย ทำจิตให้ว่าง ผ่อนคลายความรู้สึก ปลดปล่อยกระวนกระวายใจทิ้งไปเสีย...ค่อยๆ ใช้ัันึกถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวเ้า เอาตัวเ้าเป็ศูนย์กลาง แล้วพยายามจับััสิ่งต่างๆ ที่มากระทบตัวเ้า ไม่ว่าจะเป็ความร้อน ความเย็น สายลม แสงแดด เสียงน้ำตกเสียงนกร้อง...”
“สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เ้าค่อย ๆ ฟัง ค่อย ๆ ัั เมื่อจิตเ้านิ่ง...ก็จะสามารถััรับรู้ถึงการคงอยู่ของสิ่งเ่าั้ได้เอง...”
มีนเชื่อฟังและทำตามที่อเล็กซ์บอก พร้อมกับปล่อยอารมณ์ความรู้สึกให้เป็ไปตามธรรมชาติ...
และเมื่อเวลาผ่านไปอีก 10 นาที เสียงจากระบบฯ จึงดังขึ้นมาในหัวของมีนว่า...
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับทักษะ [ััแห่งเวทมนตร์] [ขั้นต้น 1/100] ค่ะ”
ในขณะที่มีนใและกำลังจะลืมตา กลับเป็เสียงอเล็กซ์ที่พูดดังขึ้นมาก่อนว่า“เ้าไม่ต้องไปสนใจเสียงนั้น คอยประคองความรู้สึกเมื่อครู่เอาไว้ให้ได้นานๆ แค่นั้นก็พอ...”
“และก็ไม่ต้องหยุดจนกว่าข้าจะบอก เข้าใจตามนี้นะ...”
มีนก็ผงกศีรษะและตั้งใจทำตามที่อเล็กซ์บอกส่วนอเล็กซ์นั้นก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะไขว้เขวจนสมาธิหลุดจึงยกนิ้วขึ้นมาชี้ตรงกึ่งกลางหน้าผากของอีกฝ่าย เพื่อปิดระบบการแจ้งเตือนให้แก่หญิงสาวอีกทางหนึ่ง...
มีนจมอยู่ในภวังค์แห่งการััธรรมชาติไปนานกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว แต่ผู้เป็อาจารย์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะบอกให้อีกฝ่ายหยุดเสียที…
เวลายิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า มีนยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองสามารถัักับพลังแห่งธรรมชาติรอบตัวได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น…
…………
“เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน”
ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมา ก่อนจะพบว่าอเล็กซ์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าซึ่งห่างจากตนไปประมาณ 2เมตร ได้ส่งยิ้มมาให้ด้วยความอ่อนโยน
ซึ่งตัวมีนเองก็ไม่รู้หรอกว่า อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรดังนั้นหญิงสาวจึงเปิดปากถามไปว่า “ท่านอาจารย์ยิ้มอะไรหรือเ้าคะ?”
ได้ยินเช่นนั้นอเล็กซ์จึงตอบเฉลยแก่หญิงสาวว่า “เ้าไม่รู้ใช่ไหมว่าตัวเอง...ใช้เวลาไปนานเท่าไหร่แล้ว?”
“ไม่ทราบเลย เ้าค่ะ” มีนตอบคำอีกฝ่ายอย่างใสซื่อ
“3วัน...เต็ม” อเล็กซ์กล่าวพร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาชี้ตรงกึ่งกลางหน้าผากของสาวมีนอีกครั้ง ทันใดนั้นเองเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯ ก็ดังระรัวขึ้นมาในหัวของหญิงสาวทันที
“ท่านผู้เล่นมนตรา ได้รับการเลื่อนระดับทักษะ[ััแห่งเวทมนตร์] [ขั้นต้น 30/100] ค่ะ”
…
“ท่านผู้เล่นมนตรา ได้รับการเลื่อนระดับทักษะ[ััแห่งเวทมนตร์] [ขั้นต้น 100/100] ค่ะ”
“ทักษะ [ััแห่งเวทมนตร์][ขั้นต้น 100/100] เลื่อนระดับเป็ [ััแห่งเวทมนตร์][ขั้นกลาง 1/100] ค่ะ”
...
...
“ท่านผู้เล่นมนตรา ได้รับการเลื่อนระดับทักษะ[ััแห่งเวทมนตร์] [ขั้นกลาง 20/100] ค่ะ”
“เ้าลองอ่านรายละเอียดของทักษะที่เ้าได้รับมาสิ” อเล็กซ์เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มอันเมตตา
จากนั้นสาวมีนจึงเปิดหน้าต่างค่าสถานะในแถบเมนูคำสั่งของตนออกมาดู…
ทักษะ:[ััแห่งเวทมนตร์] [ขั้นกลาง 20/100]
- เพิ่มค่าพลังเวทมนตร์สูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์
- ลดเวลาในการร่ายเวทมนตร์ 10 เปอร์เซ็นต์
- เพิ่มการฟื้นฟูเวทมนตร์ 20 เปอร์เซ็นต์
- สามารถรับรู้พลังแห่งธรรมชาติได้
- สามารถดูดซับพลังธรรมชาติมาใช้ฟื้นฟูพลังเวทของตัวเองได้(ทักษะเรียกใช้) ดูดซับพลังธรรมชาติมาใช้ฟื้นฟูพลังเวทมนตร์ 10 เปอร์เซ็นต์ คูลดาวน์ 8 นาที
- สามารถเปลี่ยนพลังชีวิตมาเป็พลังเวทมนตร์ได้ (ทักษะเรียกใช้)(ยังไม่สามารถใช้งานได้)
- สามารถเปลี่ยนพลังเวทมนตร์มาเป็พลังชีวิตได้ (ทักษะเรียกใช้)(ยังไม่สามารถใช้งานได้)
หลังจากอ่านคำอธิบายทักษะจบตัวมีนเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ก่อนจะเอ่ยถามอเล็กซ์ว่า “ท่านอาจารย์เ้าคะ?หนูอ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีเ้าค่ะ”
อเล็กซ์จึงตอบว่า “ไม่เป็ไรเ้าค่อย ๆ ศึกษาไป...”
“แต่ที่ข้าอยากให้เ้าได้รับทักษะนี้มาใช้ฟื้นฟูพลังเวทของเ้า...เพราะมันจำเป็ต่อการเรียนภาษาเทพในขั้นต่อไปเนื่องจากการที่เ้าออกเสียง หรือขีดเขียนอักขระเวทมนตร์ได้นั้น จำเป็ต้องใช้พลังเวทมนตร์มาร่วมด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ เ้ายังมีค่าพลังเวทมนตร์อยู่ในระดับต่ำเ้าจึงไม่สามารถออกเสียงหรือเขียนอักขระในบางตัวได้...”
“และการที่เ้าสามารถดูดซับพลังธรรมชาติมาฟื้นฟูพลังเวทของเ้าได้นั้นจะช่วยให้เ้าได้เรียนรู้ภาษาเทพได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง”
“ทีนี้...เ้าพอจะเข้าใจหรือยัง?”
หลังจากได้ฟังคำอธิบายจากอีกฝ่าย มีนจึงตอบว่า “เ้าค่ะท่านอาจารย์” จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็ถามว่า “แล้วหนูจะเริ่มเรียน การออกเสียงกับการเขียนได้หรือยังเ้าคะ?”
อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่า “ตอนนี้...เวลาที่เ้าจะอยู่ในโลกนี้ใกล้หมดลงแล้ว เอาไว้เ้ากลับมารอบหน้า...ข้าค่อยสอนให้เ้าดีกว่า”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” มีนได้แต่รับคำอีกฝ่ายไปอย่าง“งงงง” ว่าเพราะเหตุใด? เวลาการออนไลน์ของตนจึงสั้นนัก
แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เอ่ยปากถามในเื่ดังกล่าว อเล็กซ์กลับกล่าวออกมาด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึมให้อีกฝ่ายได้ยึดถือและปฏิบัติตามคำสั่งของตัวเองเสียก่อน “แต่มีเื่หนึ่งที่ข้าจะขอเตือนเ้าไว้เ้าอย่าได้นำเื่ที่เ้าเป็ศิษย์ของข้า และการที่เ้าได้มาฝึกฝนที่วิหารแห่งนี้ไปบอกแก่ผู้ใดเพราะมันอาจจะชักนำความวุ่นวายมาสู่ตัวของเ้าเองได้...เข้าใจหรือไม่?”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” มีนได้แต่รับคำอีกฝ่ายไปอย่าง“งงงง” อีกแล้ว...
แม้จะเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของอีกฝ่ายแต่อเล็กซ์กลับไม่ได้สนใจ หรือคิดจะไขความกระจ่างให้หญิงสาวทราบแต่อย่างใดเพียงแต่บอกให้ผู้เป็ลูกศิษย์ทำการฝึกฝนทักษะที่ได้รับมาไปก่อนเพียงแค่นั้น “เอาล่ะงั้นเวลาที่เหลือ...เ้าลองฝึก [ััแห่งเวทมนตร์] ไปเรื่อย ๆ แล้วกัน”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
“งั้นข้าไปก่อนล่ะ...เ้าฝึกต่อไปเถอะ”
“เ้าค่ะ ขอบพระคุณนะเ้าคะ ท่านอาจารย์...” มีนตอบพร้อมกับยกมือไหว้
และแล้วอเล็กซ์ก็หายตัวไปทิ้งให้สาวมีนอยู่ในวิหารแห่งนี้ ด้วยความงวยงง...เพียงลำพัง
หลังจากอเล็กซ์หายไปจากการรับรู้ของหญิงสาวแล้ว มีนจึงนั่งลงแล้วหลับตาทำสมาธิเพื่อรับัักับธรรมชาติรอบกายของตน ตามคำสั่งของผู้เป็อาจารย์อีกครั้ง
............
“ท่านผู้เล่นมนตรา เหลือเวลาอีก 15นาที จะถึงเวลาออฟไลน์ ท่าน้าจะออฟไลน์ตอนนี้หรือไม่?”
“.....”
“ท่านผู้เล่นมนตรา เหลือเวลาอีก 10นาที จะถึงเวลาออฟไลน์ ท่าน้าจะออฟไลน์ตอนนี้หรือไม่?”
“.....”
“ท่านผู้เล่นมนตรา เหลือเวลาอีก 5นาที จะถึงเวลาออฟไลน์ ท่าน้าจะออฟไลน์ตอนนี้หรือไม่?”
“.....”
“ท่านผู้เล่นมนตรา เหลือเวลาอีก 1นาที จะถึงเวลาออฟไลน์ ท่าน้าจะออฟไลน์ตอนนี้หรือไม่?”
“ออฟไลน์” มีนตอบรับการออฟไลน์จากระบบฯ เมื่อเหลือเวลาออนไลน์เพียง 1 นาที ก่อนที่ระบบจะทำการตัดการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติฯ ตามที่ตัวเองได้ตั้งเวลาเอาไว้
“ท่านผู้เล่นมนตรา ออฟไลน์สำเร็จแล้ว”
....
“ท่านผู้ใช้งาน กรุณารอสักครู่ เครื่องสลีปแคบซูลกำลังประเมินคลื่นสมองของท่าน…”
....
“ท่านผู้ใช้งาน คลื่นสมองของท่านอยู่ในสภาวะปกติ”
“ท่านผู้ใช้งานประตูของเครื่องกำลังจะเปิดใน 5…4...3...2...1”
ติ๊ด...ติ๊ด...
เมื่อประตูเครื่องสลีปแคปซูลถูกเปิดออก หญิงสาวจึงค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ก่อนจะหันไปดูนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือซึ่งขณะนี้มันได้บอกเวลา 06.00น. ถือเป็เช้าของอีกวันหนึ่งแล้ว
แต่กระนั้น...มีนก็ยังไม่ได้ลุกออกจากตัวเครื่องไปในทันทีโดยหญิงสาวพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งคืน ก่อนจะตรวจสอบสภาพร่างกายของตนพร้อมกับนึกในใจว่า
‘เอ...นี่เราใช้เวลาเล่นเกมทั้งคืนจริง ๆ หรือเนี่ย?’
‘แต่ก็แปลก...ทั้ง ๆ ที่รู้สึกเหมือนไม่ได้นอน แต่ทำไมกลับไม่รู้สึกเพลีย หรือว่ารู้สึกง่วงเลยนะ?’
‘เอ๊ะ!!...หรือว่า? เ้าเครื่องนี้มันดีจริง ๆ อย่างที่เค้าโฆษณาเอาไว้กันแน่?’
‘ถึงว่าล่ะ พวกเพื่อน ๆ ชอบเล่นเกมนี้กันนัก...ถ้างั้นฯ ก็มีอะไรน่าสนุกให้ทำแล้วสิอิอิ’
หลังจากได้นึกย้อนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่พักใหญ่สาวมีนจึงค่อยลุกออกจากเครื่องฯ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อทำธุระส่วนตัวและเตรียมความพร้อมลงมาวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า...เหมือนเช่นทุกวัน
............