เมื่อดวงตาแห่งความรู้เริ่มทำงานข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อของไข่ก็ปรากฏขึ้น.....
<ชื่อ> ไข่กิ้งก่าทรราช (กลายพันธุ์)
<คุณลักษณะ> ยังไม่ปรากฏ
<เพศ> หญิง
<ศักยภาพ> ระดับตำนาน (กึ่งเทพนิยาย)
<วิธีการฟัก> 1. นำดอกไม้ 7 สีมา...…..
<คำอธิบาย> ไข่ของกิ้งก่าทรราชที่กลายพันธุ์จากการได้รับมรดกที่มีสายเืของัทรราชสีรุ้งจากตำนานโบราณ เนื่องจากสายเืนี้มีความพิเศษมากเกินไปทำให้ไม่สามารถฟักออกมาได้ด้วยวิธีการตามปกติ ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ไข่ใบนี้ปรากฏขึ้นจึงยังไม่มีใครสามารถฟักมันออกมาได้ด้วยองค์ความรู้ในปัจจุบัน ด้วยการที่ไข่ใบนี้ได้รับพลังงานเพียงพอแล้วเลยทำให้จิตสำนึกของแฟนทัสมอนที่อยู่ภายในได้ตื่นขึ้นมาและปฏิเสธเหล่าเทมเมอร์ที่้าทำสัญญากับมัน
‘น น นะ นะ นะ นี่มัน..........’
หลังจากที่เรย์ฮิโตะได้อ่านข้อมูลที่ปรากฏออกมาจากดวงตาแห่งความรู้จบลงตัวเขาก็สั่นอย่างไม่อาจที่จะควบคุมได้.……..
Σ(°△°) ︴
‘เดี่ยวนะอะไรคือเทพนิยายกันหรือว่าสิ่งนี้มันจะเป็ศักยภาพที่เหนือกว่าตำนานอย่างงั้นเหรอ?’
{กึ่งเทพนิยาย} ไข่ใบนี้ได้ทำการดูดซึมมรดกบางอย่างมาแล้วและเริ่มทำการกลายพันธุ์ของมรดกเนื่องจากการที่ขาดสมบัติ์บางอย่างจึงยังไม่สามารถทำให้เกิดการกลายพันธุ์เป็ระดับเทพนิยายอย่างสมบูรณ์และอยู่เพียงแค่ระดับกึ่งเทพนิยายเท่านั้น
“โอ้วพ่อหนุ่ม เธอสนใจในไข่กิ้งก่าทรราชฟองนี้หรือขอรับตาแหลมดีจริงๆ นั้นเป็ไข่ที่กระผมได้รับมาจากสถานเพาะพันธุ์เร็กซ์ที่ขึ้นชื่อในเื่กิ้งก่าทรราชเชียวนะขอรับ แต่ว่าก็ว่าเถอะกระผมก็รู้เสียใจที่จะต้องพูดแบบนี้ ว่าตัวกระผมไม่ขอแนะนำให้ท่านเลือกในสิ่งนั้นนะขอรับ”
เมื่อคุณลุงพ่อค้าที่มีสไตล์ท่าทางการพูดในแบบผู้ดีและไว้หนวดทรงแฮนด์เดิ้ลบาร์(handlebar) พูดขึ้นยูโนะก็ใในที่มาของไข่และก็ได้ถามคำถามออกมา
“เอ๋!!! ทำไมกันละค่ะ ถ้าไข่ฟองนี้มาจากสถานเพาะพันธุ์เร็กซ์ของตรกูลเร็กซ์เบลด ที่โด่งดังมาจากการเป็พันธมิตรกับเผ่าัทรราชอย่างงั้นมันก็จะต้องเป็ของดีไม่ใช่เหรอค่ะ”
พอได้ยินคำถามจากเด็กสาวตัวน้อยพ่อค้าเจย์เดนก็ทำการยืดตัวให้หลังตรงและตอบกลับออกไปด้วยท่าทางของสุภาพบุรุษ
“คุณหนูคนนี้นี่รู้เยอะดีเหมือนกันนะขอรับก็อย่างที่คุณหนูได้กล่าวออกมาเลยขอรับ แต่มันติดปัญหาอยู่ตรงนึงก็คือการที่ไข่ฟองนี้ได้กลายพันธุ์ไปแล้วขอรับ”
“กลายพันธุ์งั้นเหรอครับ!!?”
พอได้ยินคำว่ากลายพันธุ์ยูโตะที่ดูน้องสาวของตัวเองพูดคุยกันอยู่ก็เกิดสนใจในบทสนทนาและถามขึ้น
“ถูกต้องแล้วละขอรับไข่ใบนี้ได้กลายพันธุ์ไปแล้วและเหล่าครีเอเตอร์ของเร็กซ์เบลดต่างก็ได้คาดการณ์กันว่าไข่ใบนี้จะฟักออกมามีศักยภาพระดับตำนานขอรับ แต่ว่าความจริงมักจะโหดร้ายเสมอเพราะไม่ว่าตระกูลเร็กซ์เบลดจะทำยังไงก็ไม่สามารถฟักไข่ได้ และทางสถานเพาะพันธุ์ได้กล่าวกับกระผมไว้ด้วยว่าไข่ฟองนี้ถูกส่งต่อไปยังตระกูลเร็กซ์เบลดโดยตรงจากตัวของจักรพรรดิทรราชเองเลยด้วยนะขอรับ และจากการที่แม้แต่ตระกูลชนชั้นสูงที่ติดอันดับของยูเนี่ยนก็ไม่สามารถฟักมันได้ทำให้ไม่มีใครกล้าลองเสี่งเสียทรัพยากรไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปขอรับ ไข่ฟองนี้จึงได้ตกมาอยู่ในมือของกระผมในฐานะของที่ระลึกจากการทำธุรกรรมกับทางสถานเพาะพันธุ์เร็กซ์น่ะขอรับ”
เมื่อยูโนะที่ได้ยินก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเนื่องจากเธอรู้ถึงสภาพการเงินของคนที่เธอชอบดีว่าตอนนี้เขาเป็ยังไง ในจังหวะที่เธอกำลังจะแนะนำให้เขาล้มเลิกความคิดนั้น
“งั้นเื่มันก็เป็แบบนี้เองสินะคะ เข้าใจแล้วค่ะพี่เรย์ฮิโตะหนูคิดว่า.….....”
ยูโนะที่พูดมาได้ครึ่งทางก็เงียบลงในทันทีหลังจากได้เห็นใบหน้าครุ่นคิดที่จริงจังเป็อย่างมากของเรย์ฮิโตะ แต่เรย์ฮิโตะที่กำลังมองดูไข่ด้วยสีหน้าที่จริงจังนั้นความจริงคือเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับวิธีการฟักอย่างตั้งใจและไม่ได้ยินเสียงจากภายนอกเลยแม้แต่น้อย
{วิธีการฟัก} 1. นำดอกไม้ 7 สีมาทำการปั่นเป็น้ำให้ละเอียด
2. จากนั้นให้เอาคริสตัล 7 รัศมีมาบดเป็ผง
3. นำผงคริสตัล 7 รัศมีมาผสมกับน้ำจากดอกไม้ 7 สี
4. เอาน้ำของดอกไม้ 7 สีที่มีผงคริสตัล 7 รัศมีมาทาให้เกาะทั่วทั้งไข่
5. สุดท้ายให้นำไข่ไปแช่ในน้ำเปล่งประกายให้ท่วมครึ่งนึงของไข่
‘วัสดุที่ใช้มีดอกไม้ 7 สี, คริสตัล 7 รัศมี, และสุดท้ายก็น้ำเปล่งประกาย ทั้ง 3 เป็สมบัติ์ทั้งหมด แต่ทว่า......ทั้ง 3 กลับมีราคาที่ถูกอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อเทียบกับสมบัติ์อื่นๆ ที่มีระดับเดียวกันเหตุผลที่ทั้ง 3 มีราคาที่ถูกก็คือถึงแม้ว่าทั้ง 3 จะเป็สมบัติ์แต่ประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้มีน้อยกว่าของชิ้นอื่นๆ มาก ส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปใช้เป็อัญมนีในการตกแต่งและความสวยงามซึ่งจะใช้ในการทำเสื้อผ้าและเครื่องประดับกันมากกว่าจะนำมาใช้ในการเลี้ยงดูแฟนทัสมอน’
หลังจากที่คิดถึงส่วนได้ส่วนเสียในที่สุดเรย์ฮิโตะก็ได้ตัดสินใจภายในใจอย่างแน่วแน่และจะไม่มีวันสั่นคลอน
‘ฉันตัดสินใจแล้วจากนี้ไปเธอจะเป็แฟนทัสมอนตัวแรกของฉัน!!!’
“ไม่ละยูโนะ พี่ได้ตัดสินใจแล้ว!!! ลุงพ่อค้าผมจะเอาไข่ใบนี้บอกราคามาได้เลย”
“พ่อหนุ่มกระผมนับถือเธอความแน่วแน่ของเธอเลยน่ะขอรับ แต่ว่ามันเกี่ยวกับแฟนทัสมอนตัวแรกของเธอไม่ใช่รึลองคิดดูให้ดีๆ อีกซักรอบเถอะเชื่อกระผมสิขอรับ”
“ลุงพ่อค้าผมรู้ว่าคุณหวังดีกับผมนะ.…....แต่ว่า! ผมได้ตัดสินใจไปแล้วและผมก็รู้สึกถูกชะตากับไข่ฟองนี้มากด้วย เพราะผมเชื่อว่าถ้าไม่คว้าโอกาสในครั้งนี้เอาไว้ละก็จะต้องเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน”
“พ่อหนุ่ม เธอ.....”
“ถึงแม้จะเสียเงินในตอนนี้และไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็ได้ลองแล้วถ้าล้มเหลวก็เพียงแค่เสียเงิน แต่ถ้าไม่ลองั้แ่แรกแล้วกลับมาเสียใจในภายหลังละก็ คืนนี้คงจะหลับไม่สนิทเพราะความเสียใจอย่างแน่นอนเพราะบนโลกใบนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจหรอกนะครับ”
“เอาละถ้าเธอตัดสินใจขนาดนั้นกระผมจะไม่ห้ามแล้วนะขอรับ แต่ว่ามีข้อแม้อยู่อย่างนึง…......ในเมื่อเธอเชื่อว่ามันเป็โชคชะตาถ้าอย่างงั้นก็ให้โชคชะตาตัดสินจนถึงที่สุดเถอะขอรับ ได้โปรดกรุณาตามกระผมมาด้วยขอรับ”
เมื่อเดินตามหลังพ่อค้าเจย์เดนจนมาถึงร้านๆ นึงที่ภายในนั้นมีก้อนหินนับไม่ถ้วนวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะ โดยที่หินแต่ละก้อนมีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกันนับไม่ถ้วนและบนป้ายที่อยู่ข้างหน้าของร้านก็มีเขียนชื่อไว้ว่า “ร้านหินสุ่มสมบัติ มิรุร่า”
“ที่นี่คือ???”
“แอว แอ่ววว???”
เมื่อเสียงยูโตะถามออกมาด้วยความสงสัยคุณลุงพ่อค้าก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนานและเจือปนด้วยความจริงจัง
“ที่นี่คือร้านหินสุ่มสมบัติขอรับกระผมก็ต้องยอมรับเื่ดวงชะตาว่ามีจริง เพราะตัวกระผมเองก็เชื่อมั่นในสิ่งนั้นเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นผม้าจะพิสูจน์ในสิ่งที่พ่อหนุ่มได้พูดเอาไว้ว่าการมาเจอไข่ฟองนั้นคือชะตาของเขา...…..”
เมื่อพ่อค้าพูดถึงตรงนี้พ่อค้าเจย์เดนก็ได้หยุดลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“กระผมเพียงแค่้าจะพิสูจน์โชคด้วยการสุ่มสมบัติดูขอรับ ถ้าเธอสามารถเลือกหินออกมา 1 ก้อนและได้พบกับสมบัติภายในนั้นได้ ตัวกระผมจะทำการยกไข่ฟองนั้นให้ไปเลยขอรับ”
“เดี่ยวก่อนซิค่ะ แต่เงื่อนไขแบบนี้มันก็……...”
“ไม่มีแต่ขอรับถ้ามันเป็โชคชะตาจริงๆ แล้วละก็เขาจะต้องเลือกหินที่มีสมบัติอยู่ข้างในเจออย่างแน่นอนขอรับ เพราะของอย่างโชคชะตานะไม่สามารถเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ หรอกนะขอรับ ถ้าอย่างงั้นพ่อหนุ่มเธอสามารถไปเลือกหินได้เลย!!!”
เมื่อพ่อค้าเจย์เดนพูดจบเขาก็บอกให้เด็กหนุ่มผมดำไปเลือกหินที่มีสมบัติอยู่ ถ้าเป็คนปกติที่เชื่อในโชคชะตาคงจะใช้ความรู้สึกในการเลือกหินขึ้นมาสักก้อน แต่ว่าเรย์ฮิโตะไม่ได้เชื่อโชคชะตาแต่กลับเชื่อในดวงตาของเขามากกว่า!!!
เมื่อใช้ความสามารถไปเรื่อยๆ เมื่อสแกนหินเกือบทั้งหมดแล้วก็เขาก็สามารถบอกได้คำเดียวเลยว่าเลยว่าภายในหินนั้นมีแต่ ขยะ ถึงบางอันจะมีสมบัติอยู่แต่ก็ไม่เกินระดับกลางเมื่อหินใกล้จะหมดแล้วเรย์ฮิโตะก็ได้ไปสะดุดกับหินก้อนนึงเข้า
ดวงตาที่มองมาที่หินก็ได้ค่อยๆ แสดงข้อมูลของสิ่งที่อยู่ในหินออกมา.………
<ชื่อ> ศิลานักปราชญ์ (สูญเสียิญญา)
<คุณลักษณะ> แปรธาตุ
<ระดับ> สมบัติมรดก (ผนึก)
<คำอธิบาย> ศิลาในจินตนาการที่เกิดมาจากการรวมแก่นเืของแฟนทัสมอนโบราณที่มีคุณลักษณะต่างๆ มากมายเอาไว้………
<วิธีการใช้งาน> เนื่องจากขาดิญญาภายในจึงจำเป็ต้องใส่ิญญาดวงใหม่เข้าไปถึงจะเปิดใช้งานได้อีกครั้ง……..
เมื่อเห็นหินสีแดงที่ดูธรรมดาได้ฝังอยู่ภายในก้อนหินที่มีขนาดเท่าหัวเด็ทารก โดยไม่จำเป็จะต้องคิดอะไรให้มากความเรย์ฮิโตะก็ได้ทำการเลือกหินก้อนนั้นโดยไม่ลังเล!!!
“โฮะ! โฮะ!! โฮ่!!! ข้าได้ยินเื่ของเ้ามาแล้วล่ะเด็กน้อย แต่เ้าแน่ใจเรอะที่จะเอาหินก้อนนั้นนะ!? เท่าที่ข้าดูหินก้อนนั้นมันไม่มีสมบัติอยู่ภายในหรอกนะ”
เสียงของชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนอวดเก่งได้ดังออกมาจากข้างหลังในพริบตา หลังจากนั้นเสียงรอบข้างก็ดังตามมาอีกระรอกนึง
“เห้ย เห้ย!!! นั่นมันนักล่าหินสมบัติ ดวงตาปีศาจ ปีเตอร์ มาร์คเกอร์ นี่หว่า”
“ว่ากันว่าเขาไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียวในตอนที่เปิดหินเพื่อหาสมบัตินะ!!!”
“ใช่ๆ ฉันก็เคยเห็นเขาทำช่องยูนูป ด้วยเหมือนกันในวิดีโอของที่เค้าถ่ายทำอะโคตเท่เบย”
เมื่อได้ยินเสียงของรอบข้างเรย์ฮิโตะก็ขมวดคิ้วและหันกลับไปมองยังที่มาของเสียงของคนที่เข้ามาห้ามเขาเอาไว้
‘ทำไมฉันรู้สึกว่าพล็อตมันเหมือนในนิยายจีน ที่มีคนชอบอวดโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้แล้วโดนพระเอกหักหน้าเลยแหะ อืมมมมม ช่างมันเหอะถ้าไปสนใจพวกนี้มากๆ เข้าเดี่ยวประสาทจะกินกะบาลเข้าสักวัน……....’
(¬_¬ )
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็สะบัดหัวเอาความคิดออกจากหัวไปให้หมดก่อนจะตอบออกไปด้วยความสุภาพ
“ไม่เป็ไรหรอกคุณลุงผมกำลังจะท้าทายกับโชคชะตาของตัวผมเองอยู่ ถ้าผมไม่มีดวงชะตาที่จะได้อยู่ด้วยกันกับไข่ฟองนั้นจริงๆ ละก็ผมก็คงไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อีกแล้ว”
เมื่อพูดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มผมดำก็ทำการเลือกหินก้อนเดิมที่ตัดได้สินใจเอาไว้และเดินไปยังจุดที่มีเครื่องตัดหินกับพนักงานรออยู่โดยทำการเมิน ดวงตาปีจอ หรือะไรสักอย่างไป
เมื่อเห็นอย่างงั้น ปีเตอร์ ที่โดนเมินก็แค้นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาอย่างดังในทันที
“ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าอยากจะหัวเราะจริงๆ ข้าคนนี้อุตส่าห์เตือนแล้วแท้ๆ เหอะ!!! ไอเด็กเมื่อวานซืนข้าถือว่าข้าได้เตือนเอ็งแล้วน……..”
แกร๊ง!!!!
ว๊ายยยยยย!!!
เมื่อกำลังจะจบประโยคเสียงที่แปลกๆ เหมือนอะไรสักอย่างหักก็ดังออกมาและตามมาด้วยเสียงที่กรีดร้องใของพนักงานที่ดังขึ้นมาติดๆ
“น น นี่มันคือสมบัติ์ค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่มีพลังงานที่ปล่อยออกมาแต่ว่าด้วยความแข็งที่สามารถทำลายที่ตัดหินเพียงอย่างเดียวได้ก็สามารถเป็ถึงระดับท้องฟ้าได้แล้ว”
‘แน่นอนสิถึงแม้สมบัติ์ที่อยู่ในนั้นจะเสียหายและความสามารถจะถูกปิดผนึกเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งนั้นคือศิลาในจินตนาการที่มีระดับถึงมรดกเชียวน่ะถ้ามันถูกทำลายได้ง่ายๆ คงจะไม่อยู่ในหินชิ้นนั้นมานานขนาดนี้หรอก’
เมื่อได้ยินสิ่งที่พนักงานพูดออกมาใบหน้าของปีเตอร์ก็ซีดขึ้นมาในทันใด ในทางด้านของยูโนะ, ยูโตะ, และพ่อค้าเจย์เดนก็ถึงกับเบิกตากว้างออกมา.…….
‘งั้นรึขอรับ ดูเหมือนเด็กคนนี้คือคนที่ถูกกำหนดชะตามาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงแม้ว่าจะถูกกำหนดมาให้อยู่ด้วยกันถ้าไม่สามารถทำสัญญากับไข่ฟองนั้นได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี’
“โกหกน่า ถ้าเป็แบบนี้ไข่ฟองนั้นก็ถูกชะตาให้มาพบเจอกับพี่เรย์ฮิโตะจริงๆ เหรอคะเนี่ย”
( : ౦ ‸ ౦ : )
“กุริ กุรี่ กุรี้!!!”
เมื่อจบเสียงพึมพำของยูโนะ เรย์ฮิโตะก็ได้เดินมาถึงตรงหน้าพ่อค้าเจย์เดนแล้วยิ้มให้พร้อมกับที่ถือหินสีแดงขนาดครึ่งฝ่ามือเอาไว้
“ลุงพ่อค้าผมทำตามที่ลุงบอกแล้วนะครับ”
“กระผมได้เห็นแล้วขอรับ ดูเหมือนว่าดวงชะตาของเธอจะถูกนำทางให้มาพบกับไข่ฟองนี้ฉะนั้นตามกระผมมาเถอะขอรับ”
เมื่อเดินตามพ่อค้าเจย์เดนกลับมาถึงยังร้านของเขาแล้ว ชายคนนั้นก็พาไปยังหลังร้านที่มีผ้ากั้นเอาไว้อยู่โดยที่ผ้าพวกนี้มีการลงอาคมเอาไว้ด้วย พอมาเข้ามาแล้วพ่อค้าเจย์เดนก็เริ่มทำการจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งลงกันก่อนและได้ออกไปเอาไข่ของกิ้งก่าทรราชจากหน้าร้านมาไว้ข้างบนที่ตรงกลางของโต๊ะ
“เอาละเชิญนั่งก่อนเถอะขอรับ กระผมมีเื่อยากจะเล่าให้พวกเธอได้ฟังกันแต่ก่อนอื่นกระผม้าจะแนะนำตัวเองใหม่เสียก่อนขอรับ”
“เอ๋? คุณลุงไม่ใช่พ่อค้าเร่หรอกเหรอครับ???”
Σ(°ロ°)
เสียงสงสัยของยูโตะได้ดังออกมาจากด้านข้าง
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ขอรับกับความหยาบคายก่อนหน้านี้แต่ว่าเื่ที่กระผมกำลังจะเล่าต่อจากนี้จะเป็ในฐานะของพ่อค้าเร่เจย์เดนไม่ได้หรอกขอรับ แต่จำเป็จะต้องเล่าให้ฟังในในฐานะของครีเอเตอร์ระดับผู้เชียวชาญ “เจย์เดน เร็กซ์เบลด” เท่านั้นนะขอรับ..…..”