ตอนที่ 16: ผู้บุกรุกยามวิกาลและน้ำหนักแห่งฝ่ามือ
ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมหอคัมภีร์อักษรโบราณ แสงจันทร์สลัวลอดผ่านช่องหน้าต่าง ทอด เงา ของชั้นไม้ให้ทาบทับลงบนพื้นกระดาน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ หลินอันเพิ่งจัดเก็บม้วนตำราและทำความสะอาดแท่นฝนหมึกเสร็จสิ้น ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เตรียมตัวกลับไปยังเรือนพักศิษย์สายนอก
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวพ้นกรอบประตู ประสาทััที่ได้รับการขัดเกลาจากปราณพฤกษาก็จับความผิดปกติได้ กระแสลมบริเวณหลังคาชั้นสองเกิดการบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่แ่เบายิ่งกว่าใบไม้ร่วง
มีคนลอบเข้ามา...
หลินอันหยุดชะงัก เขารั้งลมหายใจให้เชื่องช้าลง ไม่ได้ส่งเสียงร้องะโให้ผู้าุโรับรู้ ทว่าเลือกที่จะก้าวถอยหลังกลับเข้าไปในมุมมืด ซ่อนเร้นกายอย่างไร้สุ้มเสียง
เพียงอึดใจเดียว ร่างชุดดำทะมึนของใครคนหนึ่งก็โรยตัวลงมาจากช่องเพดาน ผู้บุกรุกมีวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ มันพุ่งตรงไปยังชั้นเก็บตำราหมวดวิชาลับที่ถูกผนึกไว้ด้านในสุด ดาบสั้นในมือของมันเปล่งประกายปราณสีแดงชาด บ่งบอกถึงระดับการบ่มเพาะที่ไม่ธรรมดา
"หยุดมือเสียเถิด สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้ามาหยิบฉวยสิ่งของยามวิกาล"
เสียงเรียบๆ ของหลินอันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ผู้บุกรุกสะดุ้งสุดตัว มันไม่คาดคิดว่าจะมีศิษย์ระดับล่างหลงเหลืออยู่ในหอคัมภีร์ยามนี้ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าสวมเพียงชุดศิษย์สายนอกและไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังปราณที่คุกคาม แววตาของมันก็ฉายแววเหี้ยมเกรียม
"แส่ไม่เข้าเื่! รนหาที่ตาย!"
ผู้บุกรุกตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะพุ่งร่างเข้าหาหลินอันด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า ดาบสั้นอาบปราณสีแดงชาดตวัดวูบหมายจะบากเข้าที่ลำคอของชายหนุ่มเพื่อปิดปากอย่างเด็ดขาด
หลินอันไม่หลบหลีก ทว่าค่ายกลผนึกกายาภายในร่างถูกคลายออกเพียงหนึ่งในหมื่นส่วน ชายหนุ่มยกมือขวาขึ้นมาเบื้องหน้า แบฝ่ามือออกเพื่อรับคมดาบอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของผู้บุกรุกที่คิดว่าแขนของศิษย์สายนอกผู้นี้จะต้องขาดสะบั้น
เปรี้ยง!
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้องไปทั่วชั้นล่าง ทว่าผลลัพธ์กลับผิดคาดอย่างสิ้นเชิง ดาบสั้นที่อัดแน่นด้วยลมปราณหาได้ตัดผ่านิัของหลินอันไม่ มันกลับแตกร้าวและหักสะบั้นออกเป็สองท่อนราวกับฟันเข้าใส่กำแพงเหล็กกล้าที่หนาเป็ร้อยจั้ง แรงสะท้อนกลับอันมหาศาลกระแทกจนง่ามมือของผู้บุกรุกฉีกขาด เืสาดกระเซ็น
"ปะ... เป็ไปไม่ได้!" ชายชุดดำอุทานด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อพบว่าชายหนุ่มเบื้องหน้ายังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ชุ่นเดียว
หลินอันไม่ได้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งตัว ชายหนุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว อาศัยจังหวะที่ศัตรูกำลังเสียหลัก พลิกฝ่ามือที่เพิ่งรับคมดาบเมื่อครู่ ผลักกระแทกเข้าที่กลางอกของผู้บุกรุกอย่างเชื่องช้า
มันเป็การผลักที่ดูไร้เรี่ยวแรง ทว่าแฝงไว้ด้วยมวลน้ำหนักทางกายภาพอันมหาศาลที่ถูกควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
อั้ก!
ร่างของผู้บุกรุกกระเด็นลอยละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด มันพุ่งข้ามห้องไปกระแทกเข้ากับเสาไม้ซุงขนาดใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่น กระดูกซี่โครงหักสะบั้นไปหลายซี่ ชายชุดดำกระอักเืคำโตก่อนจะร่วงลงมากองกับพื้น หมดสติไปในทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วภายในพริบตาเดียว ไม่มีการใช้กระบวนท่าที่สลับซับซ้อน ไม่มีการะเิพลังทำลายล้างหอคัมภีร์ มีเพียงความสยดสยองของพละกำลังดิบๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบเงียบ
หลินอันสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อไล่เศษโลหะที่ร่วงหล่น เขาปรายตามองร่างที่สลบไศลของผู้บุกรุกด้วยแววตาราบเรียบ ก่อนจะจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ ชายหนุ่มเดินไปหยิบเชือกมนตราของหอคัมภีร์มามัดร่างนั้นไว้อย่างแ่า เพื่อรอส่งมอบให้ผู้าุโในยามเช้า
ความวุ่นวายเล็กๆ ผ่านพ้นไป หอคัมภีร์กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง หลินอันถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความตึงเครียดจางหายไปในอากาศ เขาดับตะเกียงดวงสุดท้าย และก้าวเดินฝ่าความมืดมิดกลับสู่เรือนพักของตนเอง ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น