หลง เด็กหนุ่มชาวไทยเชื้อสายจีน ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา เวลาไปไหนมาไหนมักมีเหล่าสาวแท้สาวเทียม สาวแก่ แม่ม่ายเหลียวมองเสมอ มีแต่เพื่อนสนิทและคนในละแวกหมู่บ้านเท่านั้นที่รู้ว่าจิตใจที่แท้จริงของหลงเป็ยังไง
แม้ร่างกายของหลงจะเป็เด็กหนุ่มรูปงามที่มากล้นไปด้วยเสน่ห์ แต่จิตใจของหลงนั้นกลับกลายเป็หญิง
ในตอนที่พ่อแม่ของหลงได้รับรู้ว่าจิตใจและร่างกายของลูกชายไม่ได้ผสมผสานเป็หนึ่งเดียวกัน ต่างก็ตกอกใและพาลไม่ยอมรับในตัวตนของลูกชายของตนโดยเฉพาะผู้เป็พ่อ
ทุกคนต่างรับรู้และยอมรับว่าโลกมันได้เปลี่ยนไปแล้วหลายสิ่งหลายอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เื่ราวของเพศที่สาม เพศที่สี่ก็เช่นกัน
ในขณะที่คนอื่นเรียนรู้ที่จะยอมรับแต่พ่อของหลงกลับเลือกที่จะปฏิเสธ นั่นจึงเป็สาเหตุให้ผู้เป็พ่อไม่ยอมรับ ไม่คุยไม่มองหน้าลูกชายของตนอีกเลยั้แ่ได้รู้ความจริง
ทำให้หลงรู้สึกน้อยใจพ่อของตนเป็อย่างมากถึงแม้แม่และน้องสาวจะเข้าใจและยอมรับในตัวตนของตนได้ แต่ผู้เป็พ่อกลับทำเหมือนตนไม่มีตัวตนทำเหมือนตนไม่ใช่ลูกตนเอง
ทุกวันหลงต้องแอบไปร้องไห้ปรับทุกข์กับแม่และน้องสาวเสียงร่ำไห้ของหลงทั้งน่าสงสารและเวทนา
แต่ผู้เป็พ่อกลับเห็นเสียงร้องไห้ของลูกชายเป็ดั่งเสียงนกเสียงกาที่แสนจะน่ารำคาญชาวบ้านชาวช่องในละแวกนั้นต้องส่ายหน้าให้กับความเืเย็นของผู้เป็พ่อ
เดิมทีหลงเป็เด็กหนุ่มที่น่ารักสดใส เป็ที่รักของชาวบ้านทั้งยังชอบช่วยเหลือผู้อื่นเหล่าชาวบ้านชาวช่องที่รู้เื่ราวของหลง ต่างก็ไม่มีใครใส่ใจไม่มีใครรังเกียจแม้แต่น้อยมีแต่จะสงสารหลงที่ต้องมาเจอกับเื่ราวแบบนี้
หลังจากที่หลงถูกพ่อบังเกิดเกล้าเมินเฉยทั้งยังรังเกียจเดียดฉันท์ก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน จากเด็กที่สดใสร่าเริงกลับกลายเป็เด็กที่เก็บตัวมีใบหน้าเศร้าหมองตลอดเวลารอยยิ้มสดใสที่ทุกคนเคยเห็นก็เลือนหาย
แล้วเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของหลงก็เกิดขึ้นเมื่อผู้เป็พ่อดื่มเหล้าจนเมามายเข้าบ้านมา ทั้งยังถูกเพื่อนในวงเหล้าเอาเื่ลูกชายมาพูดคุยล้อเลียนด้วยความมึนเมาและความอับอายเมื่อกลับมาถึงบ้าน ผู้เป็พ่อก็ทุบตีและทั้งด่าทอหลงสารพัด
ในตอนนั้นแม่และน้องสาวต่างก็พากันฉุดกระชากลากถูผู้เป็พ่อให้ออกห่างจากลูกชายทั้งยังมีชาวบ้านชาวช่องมาช่วยอีกแรงจึงจะสามารถแยกผู้เป็พ่อที่เมามายไม่ได้สติออกไปได้
หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นผู้เป็แม่และน้องสาวจึงตัดสินใจให้หลงเก็บข้าวเก็บของย้ายไปอาศัยอยู่กับลุงที่ต่างจังหวัด
สาเหตุที่แม่ให้หลงหนีมาอาศัยอยู่กับลุงเป็เพราะลุงนั้นรักหลงเหมือนกับลูกคนหนึ่งทั้งยังไม่เคยนึกรังเกียจหลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็คนติดต่อผ่านแม่ของหลงหรือน้องสาวของตนหลงไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน
ไม่ใช่ว่าลุงของหลงจะไม่มีลูกแต่ด้วยบ้านของลุงนั้นเป็ค่ายมวยทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวางทำให้หลงสามารถย้ายไปอยู่ได้อย่างสบายแถมลุงของหลงก็ไม่ได้มีอคติต่อเพศที่สามเหมือนพ่อของหลงแต่อย่างใด
บ้านของลุงแม้จะเป็ค่ายมวยแต่ก็ไม่ใช่ค่ายมวยที่ใหญ่โตอะไร นอกจากค่ายมวยแล้วลุงของหลงยังมีสวนผลไม้อีกด้วยแถมป้ายังเปิดร้านอาหารตามสั่งอยู่หน้าค่ายมวย
แม้จะบอกว่าร้านอาหารตามสั่งแต่อาหารที่ขายในร้านก็มีระดับพอดู เพราะป้าของหลงเคยเป็แม่ครัวใหญ่ในร้านอาหารระดับห้าดาวมาก่อนเมื่อแต่งงานกับลุง ป้าก็ลาออกจากงานมาเปิดร้านอาหารตามสั่งระดับห้าดาวที่บ้านแทน
วันแรกที่หลงเดินทางมาถึงค่ายมวยยังคงซึมเศร้าอยู่ แต่ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นของลุงป้าและลูกพี่ลูกน้องอย่างเจน ทำให้หลงยิ้มออกมาเป็ครั้งแรกในรอบปี
ด้วยวัยที่ต่างกันไม่มากทำให้หลงและเจนตัวติดกันราวกับฝาแฝด เมื่อมีหนึ่งสาวห้าวหน้าใสย่อมต้องมีหนึ่งหนุ่มหล่อหน้าสวยอยู่ด้วยกันเสมอ
จากวันที่หลงมาอาศัยอยู่ที่บ้านลุงก็ผ่านมาแล้วห้าปี
ตลอดห้าปีที่ผ่านมาทุกเช้าหลงจะต้องออกไปวิ่งพร้อมกับเหล่านักมวยในค่าย กลับมาก็ช่วยป้าเตรียมของในร้านอาหารจนถึงเวลาไปเรียนหลังเลิกเรียนหลงก็จะมาช่วยงานในร้านอาหารจนดึกดื่น
หากมีเวลาว่างหลงก็จะไปซ้อมมวยกับเหล่านักมวยในค่าย บางครั้งบางคราวลุงยังแอบให้หลงขึ้นเวทีเล็กๆลับหลังป้าจอมหวงหลาน เพื่อให้หลงมีประสบการณ์ในการต่อสู้บ้าง
นอกจากนี้เสาร์อาทิตย์หลงยังโดนป้าบังคับให้ไปเรียนวิถีการเป็กุลสตรีกับเจน อันที่จริงคนที่จะต้องเรียนควรเป็เจนมากกว่าแต่ด้วยเหตุที่ทั้งสองตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา เจนจึงฉุดกระชากลากถูหลงให้ไปเรียนด้วย
ทั้งยังต้องเป็คนมารายงานผลการเรียนกับป้าทุกครั้งไม่ว่าทำอาหาร เรียนดนตรี เย็บปักถักร้อย ร้อง เต้น รำและอีกมากมายสารพัดอย่าง ที่ป้าจัดหามาให้ตามนโยบายที่จะให้ลูกสาวคนเดียวของตนเป็กุลสตรีที่เพียบพร้อม
ถึงแม้เป้าหมายหลักที่จะต้องเรียนคือเจน แต่หลงกลับเรียนรู้ได้รวดเร็วและชำนาญกว่าจนอาจารย์ผู้สอนชมไม่ขาดปาก ่หลังๆ เจนยังแอบพาหลงไปเรียนการต่อสู้ในแบบต่างๆ นอกจากที่ป้ากำหนดมาอีกด้วย
มีทั้งเทควันโดฟันดาบ ยูโด ไม่ว่าจะเรียนอะไรหลงก็มักจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าเจนเสมอ ทางด้านอาจารย์ที่ฝึกสอนด้านการต่อสู้นั้นต่างก็เคี่ยวกร่ำหลงจนเชี่ยวชาญบ้างก็ให้หลงลองลงแข่งตามเวทีต่างๆ เพื่อหาประสบการณ์
ทุกวันที่หลงใช้ชีวิตอยู่บ้านลุงแม้ภายนอกจะยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายในจิตใจยังคงเศร้าหมอง
แม้หลงจะย้ายมาอยู่กับลุงแต่ยังต้องไปโรงเรียนเดิมอยู่ดี เพราะโรงเรียนเดิมก็ไม่ได้ไกลจากที่อยู่ใหม่มากนักแถมเจนยังเรียนโรงเรียนเดียวกับตนอีกด้วย
จนมาถึงวันนี้วันปัจฉิมนิเทศและเลี้ยงส่งนักเรียนชั้นมอหก วันนี้ทั้งวันหลงได้แต่นั่งทำหน้าเศร้าหมองเพราะครอบครัวอื่นมาแสดงความยินดีกับลูกหลานกันถ้วนหน้า เว้นก็แต่ครอบครัวของตนที่มาได้แค่แม่น้องสาวและครอบครัวของลุงเท่านั้น
เมื่อพิธีการทุกสิ่งอย่างเสร็จสิ้น ก็เป็เวลาที่ให้นักเรียนอยู่กับครอบครัวทุกคนต่างมาถ่ายรูปร่วมกันกับป้ายโรงเรียนและป้ายแสดงความยินดีที่รุ่นน้องทำให้
แม้ทางโรงเรียนจะทำการปิดถนนด้านหน้าโรงเรียนแต่ก็ยังปล่อยให้รถผ่านเป็่เวลาเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด เพราะถนนหน้าโรงเรียนเป็ถนนสี่เลนทั้งยังอยู่ใกล้กับแยกไฟแดงนั่นเอง
ในขณะที่หลงกำลังถ่ายรูปอยู่กับแม่ น้องสาวและครอบครัวของลุงอยู่นั้นสายตาของหลงก็มองเห็นบุคคลที่อยากเจอหน้ามาตลอดห้าปี
เมื่อเห็นใบหน้าที่ตนคิดถึงมาตลอดเวลาใบหน้าที่คุ้นเคยที่ยืนอยู่อีกฟากของถนน ใบหน้าของบุคคลที่ตนโหยหา เมื่อเห็นดังนั้นหลงก็ะโขึ้นมาด้วยความดีใจ
“พ่อ”เสียงเรียกของหลงดังก้อง จนทุกคนในละแวกนั้นต่างหันมามองด้วยความใ แต่หลงก็หาได้สนใจในสายตาตำหนิเ่าั้ไม่
เมื่อเห็นหน้าคนที่ตนโหยหาคิดถึงมาตลอดห้าปีหลงก็ไม่รอช้ารีบวิ่งข้ามถนนตรงไปหาพ่อที่อยู่อีกฟากของถนน ด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความดีใจทันที
ทุกคนในครอบครัวเห็นดังนั้นต่างก็พากันยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะก่อนหน้านี้พ่อของหลงบอกเองว่าจะไม่มาและไม่มีวันมาเด็ดขาด
ทางด้านพ่อของหลงแม้จะไม่พอใจที่ลูกชายไม่ได้เป็อย่างที่ตนอยากให้เป็ ทั้งยังดุด่าทุบตีลูกชายที่ตนรักเมื่อเวลาผ่านไปก็ทำใจยอมรับและได้สติกลับคืนมา
เมื่อมาคิดได้ก็สายไปแล้วเมื่อลูกชายคนเดียวของตนไม่ได้อยู่ในบ้านกับตนแม้อยากจะไปขอโทษและตามลูกชายให้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่เ้าตัวกลับไม่กล้าด้วยกลัวว่าลูกชายจะไม่ยกโทษให้ทำได้แค่แอบไปหาที่ค่ายมวยและมองดูลูกชายอยู่ไกลๆ เท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้ตนยิ่งรู้สึกผิดก็คือรอยยิ้มที่สดใสของลูกชายรอยยิ้มที่กำลังยิ้มแย้มกับหลานสาวของตน รอยยิ้มที่ตนเป็คนพรากมันไปจากใบหน้าของลูกชายรอยยิ้มที่ตนไม่ได้เห็นมาตลอดหลายปี รอยยิ้มที่ตนเคยได้รับในอดีต ทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกครั้งตนก็รู้สึกละอายใจ
เมื่อเห็นว่าลูกชายตนมีความสุขกับที่นี่มากกว่าอยู่กับตน จึงหันหลังกลับปล่อยให้ลูกชายตนอาศัยอยู่ที่ค่ายต่อไปในใจก็ได้แต่หวังว่าลูกจะให้อภัยในความผิดพลาดของตนและเฝ้ารอวันที่จะได้มาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม
จนวันนี้วันที่ตนติดสินใจและรวบรวมความกล้าเพื่อมาแสดงความยินดีกับลูก แต่เมื่อมาถึงก็ไม่กล้าเข้าไปหาเพราะกลัวว่าลูกชายยังโกรธตนอยู่กลัวลูกไม่ให้อภัยในสิ่งที่ตนทำลงไป จึงได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ เท่านั้น
ทางด้านหลง ทันทีที่เห็นพ่อของตนยืนอยู่อีกฟากของถนนก็ดีใจเป็อย่างมาก ที่พ่อมาแสดงความยินดีกับตนหลงจึงตัดสินใจวิ่งข้ามถนนไปหาพ่อของตนด้วยความรวดเร็ว ในมือยังถือช่อดอกไม้ที่แม่ซื้อมาให้บนหัวก็มีมงกุฎดอกไม้ที่เจนและป้าช่วยกันทำให้
โดยไม่ได้สังเกตเห็นรถยนต์ที่พุ่งฝ่าไฟแดงมาเลยแม้แต่น้อยแม้หลงจะได้ยินเสียงกรีดร้อง เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น แต่ด้วยความดีใจที่ได้เจอหน้าพ่อทำให้หลงไม่สนใจเสียงรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้สายตาของหลงมองตรงไปยังใบหน้าของพ่อที่ยืนอยู่อีกไม่ไกลเพียงเท่านั้น
แต่ทว่าใบหน้าที่ยิ้มแย้มของพ่อกลับบิดเบี้ยวด้วยความรวดเร็ว เมื่อเห็นดังนั้นทำให้หลงหยุดชะงักทันทีในใจหลงก็ได้แต่ร่ำร้อง ‘ทั้งที่อีกไม่กี่ก้าวตนก็จะได้กอดพ่อแล้วแท้ๆแต่ทำไมพ่อถึงได้ทำหน้าแบบนั้น หรือว่าพ่อยังโกรธ ยังเกลียดเราอยู่’
เพราะใบหน้าที่บิดเบี้ยวของผู้เป็พ่อ ทำให้หลงหวนนึกถึงตอนที่พ่อได้ทุบตีทำร้ายร่างกายตนเมื่อห้าปีก่อนใบหน้าที่ทำให้ตนเ็ปทั้งกายและใจ ใบหน้าที่ตนหวาดกลัวยิ่งกว่ามารปีศาจร้าย ใบหน้าที่ฝังลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตใจเมื่อได้เห็นที่บิดเบี้ยวนั้นอีกครั้งทำให้หลงหยุดชะงักอยู่กลางถนน
แต่เมื่อหลงสังเกตสีหน้าของพ่อดีๆกลับมีความร้อนรนและความวิตกกังวล พร้อมกับปากที่อ้ากว้างราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่ตนกลับไม่ได้ยินเสียงพูดของผู้เป็พ่อแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นพ่อกำลังวิ่งมาหาตนพร้อมกับยื่นมือข้างขวาออกมาหลงก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะยื่นมือออกไปหาพ่อของตนเช่นกัน
แต่ไม่ทันที่มือทั้งสองจะัักันจู่ๆ หลงก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู่บนอากาศ ทั้งยังลอยออกห่างจากพ่อของตนไกลขึ้นเรื่อยๆ
ทางด้านพ่อของหลง เมื่อเห็นลูกชายตนหยุดชะงักอยู่กลางถนนก็เบิกตากว้างเนื่องจากจุดที่ตนอยู่นั้นสามารถมองเห็นรถยนต์คันสีดำ ที่พุ่งฝ่าไฟแดงและตรงมายังลูกชายของตนได้อย่างชัดเจน
ตนจึงะโเรียกสติของลูกชายอย่างสุดเสียงแต่ด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คนรอบข้าง ทำให้เสียงของตนส่งไปไม่ถึงหูลูกชาย
เมื่อเห็นลูกชายของตนยังไม่ขยับตัวตนจึงตัดสินใจวิ่งออกไปหาลูกชายของตนด้วยความร้อนรน พร้อมกับยื่นมือออกไปด้านหน้า เพื่อที่จะคว้าลูกชายของตนให้พ้นเส้นทางของรถยนต์คันดังกล่าว
แต่ด้วยความที่ตนตัดสินใจวิ่งออกมาช้าไปอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นอีกเพียงก้าวเดียวมือหยาบกร้านของตนก็จะไขว่คว้ามือน้อยๆ ของลูกชายได้แล้วอีกเพียงก้าวเดียวเมื่อตนคว้ามือของลูกชายได้ ตนก็จะดึงลูกชายให้พ้นจากเส้นทางของรถยนต์คันนั้นได้แล้ว
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็สายไปเมื่อร่างของลูกชายรถยนต์คันดังกล่าวชน จนกระเด็นลอยออกไปต่อหน้าต่อตา
ทางด้านหลงหลังจากที่รู้สึกว่าตนกำลังลอยเคว้งอยู่บนอากาศ ร่างกายทุกส่วนยังรู้สึกด้านชาไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ในจุดที่ตนเคยยืนอยู่ ทั้งยังมีพ่อของตนที่กำลังยื่นมือขวาไปยังรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมกับดวงตาของผู้เป็พ่อที่กำลังเบิกกว้าง
เพียงแค่นั้นหลงก็เข้าใจแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตนความรู้สึกผิด ความรู้สึกหมดหวัง ความรู้สึกสิ้นหวังก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลงอยู่ได้ด้วยความหวังความหวังที่อยากให้วันนี้มาถึง ความหวังที่พ่อจะให้อภัยตน ความหวังที่จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้งแต่ทุกสิ่งที่หลงหวังมันไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้อีกแล้ว ความหวังที่มีตอนนี้มันได้สูญสลายไปแล้ว
ในขณะที่ร่างกายของหลงยังลอยเคว้งอยู่บนฟ้าหยดน้ำตามากมายก็หลั่งไหลออกมาจากดวงตาน้อยๆ ที่ใกล้จะปิดหลงจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ขยับปากที่ขาวซีดเปล่งเสียงที่แหบพร่าออกมา
“หลงรัก พ่อ” แม้รอบข้างจะส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย เนื่องจากใกับเหตุการณ์ระทึกตรงหน้าแม้ว่าร่างกายของหลงจะลอยอยู่บนฟ้าไกลออกไปหลายเมตรแต่ว่าพ่อของหลงกลับได้ยินเสียงแหบพร่าของลูกชายอย่างชัดเจน
ในครรลองสายตาสุดท้ายที่หลงได้เห็นคือใบหน้าของผู้เป็พ่อที่จ้องมองมายังตนด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ใบหน้าที่คนคิดถึงเต็มไปด้วยคราบน้ำตาพร้อมกับร่างกายของผู้เป็พ่อทรุดลงกับพื้น
จากนั้นดวงตาน้อยๆของหลงก็ปิดลง พร้อมกับสติของหลงที่ดับวูบไป