หยาดน้ำฝนโปรยปรายคล้ายทดสอบ เมฆามอบฝนพรำลงกลางหาว กัณหาโคตมะนาคราชขดตัวมอบร่มเงา เขาชูเศียรแผ่พังพานให้แยกออก กลายเป็นพญานาคสี่หัวขนาดใหญ่ที่กางแม่เบี้ยพร้อมกัน บนนภาเหนือศีรษะเมฆดำก้อนใหญ่ได้จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงหยดน้ำที่เกาะตามซอกใบของเหล่าพืชหญ้า ความรู้สึกสดชื่นได้ถูกเปลี่ยนเป็นแสงตะวันในยามเช้า มันแหวกฟ้าแทงเวหา ส่องลงไปยังผืนดินที่อยู่ด้านล่าง ส่องกระทบเข้ากับเกล็ดสีดำนิลซึ่งกำลังชูของหันหลังให้
แต่เดิมกุศลบารมีก็บำเพ็ญมานานแล้ว ยิ่งได้ส่งเสริมช่วยเหลือ บารมีที่เคยสะสมเอาไว้ก็ยิ่งพอกพูน นาคินทร์นาคราชรับรู้ได้ในทันทีถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แววตาของเขาจึงฉายแสงแห่งความยินดี มิเนอร์วาที่นั่งหลับตาทำสมาธิมาตลอดทั้งคืนในที่สุดก็ลืมตาขึ้นมาเช่นกัน
“จริตนั้นมีอยู่หลายประเภท ส่วนใหญ่แล้วก็แบ่งได้เป็นหกอย่าง ด้วยการเป็นผู้มาจากภพเดรัจฉานก็ดี หรือจะด้วยเพราะตั้งใจก็ช่าง… พญานาคราชเช่นท่านจึงมีโมหะจริตเป็นธรรมชาติโดยกำเนิด ธรรมแท้ย่อมไม่มีคำปลอบใจ ผู้ที่มีนิสัยหนักไปทางโมหจริตจึงเขลา เซื่องซึม เชื่อผู้อื่นง่าย อีกทั้งยังงมงายขาดเหตุผล มองสิ่งใดก็ไม่ทะลุปรุโปร่งเช่นดังหวัง… แต่ฟ้าก็มักจะเหลือทางรอดเอาไว้ให้แก่ผู้ที่ไม่ยอมแพ้เสมอ อนิจจังล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยง โมหะนั้นแก้ได้ด้วยการเล่าเรียนพร้อมไต่ถาม ฟังธรรมแลสนทนาธรรมตามกาลอันสมควร ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครูบาอาจารย์ให้มากพอ…” มิเนอร์วามองไปที่กำแพงเกล็ดสีนิลดำพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเป็นบทยาว ดวงตาสีแดงของอีกฝ่ายจึงวาววับราวกับว่าได้รู้แจ้ง
“จำศีลเป็นเวลานานก็ด้วยเพราะไม่อยากคิดมาก ชอบขี้เกียจ เหล่านั้นล้วนแก้ได้ด้วยความกระตือรือร้น ความสนใจในการขบคิดด้วยปัญญาเองก็ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ จงตั้งสติตรองคิดดูให้ดีเถิด… ธรรมนี้ได้เกิดขึ้นกับจิตของท่านแล้ว…” สิ้นเสียงของมิเนอร์วา นาคินทร์นาคราชก็มองเห็นเส้นทางที่ตนสมควรเดินต่อ โมหะจริตที่มีอยู่มากแต่เดิมโดยธรรมชาติก็ถูกสะกดให้ลดน้อยลง บารมีก็เพิ่มมากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงกำแพงที่คอยพันธนาการชีวิตเอาไว้ พลังวิญญาณภายในร่างจึงเพิ่มมากขึ้น แก่กล้าทุบทำลายจนเศียรที่ห้าปรากฏแยกออกมา มวลความศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขามต่างก็สะท้อน เปล่งออกมาจากเกล็ดสีนิลดำ ร่มเงาที่กว้างใหญ่มากกว่าเดิมได้บังแสงแดดให้ทอดเป็นทางยาว
นาคินทร์นาคราชบรรลุกลายเป็นเทพแล้ว
รัศมีผ่องอำไพจึงอาบย้อมชโลมกายสีนิลกาฬ นาคินทร์นาคราชหุบเศียรแล้วเลื้อยแปลงกาย ปรากฏเป็นบุรุษรูปงามในร่างของมนุษย์นั่งคุกเข่าอยู่ เขายกมือขึ้นพนมขอบคุณมิเนอร์วาที่ยังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิม เมื่อทั้งสองฝ่ายสบตากัน ผู้ที่สำนึกผิดแล้วก็กล่าวขอขมา
“ข้าแด่ท่านผู้เจริญแล้ว เหตุการณ์เมื่อก่อนหน้านั้น เกิดขึ้นเพราะความมืดบอดผิดพลาดไปของตัวข้า ขอท่านผู้เจริญได้โปรดอโหสิกรรมให้กับตัวข้าด้วย” นาคินทร์กล่าวออกมาจากใจจริง เขาสำนึกผิดคิดได้เพราะตาสว่างแล้ว มิเนอร์วามองไปอย่างยิ้มๆ ชายหนุ่มหัวเราะเสียงเบาให้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาคินทร์นาคราช
“อย่าเรียกข้าแบบนั้นเลย… แม้ปัญญาของข้าจะมีมาก ขอบเขตสมาธิก็อยู่ในขั้นสูง แต่ศีลที่ข้ามีกลับน้อยนัก เทียบกับท่านไม่ได้เลยแม้แต่น้อย…” มิเนอร์วารู้สึกกระหาย พูดไปก็หันหน้ามองหาเส้นทางลงสู่แม่น้ำไป แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร นาคินทร์นาคราชก็แปลงกายเลื้อยหายลงน้ำไป เพียงชั่วครู่หนึ่งก็เลื้อยกลับขึ้นมาพร้อมกับอาหาร ผลไม้ และน้ำสะอาดสำหรับดื่ม
“สิ่งเหล่านี้ขอตอบแทนท่านที่เมตตาชี้นำทางสว่างให้แก่ข้า ขอท่านโปรดเมตตารับข้าเป็นศิษย์ด้วย…” นาคินทร์นาคราชนำสิ่งของทั้งหมดมอบให้แก่ชายหนุ่ม จากนั้นก็พนมมือเอ่ยเว้าวอน
“แล้วแต่ใจของท่านจะตั้งมั่นเถิด…” มิเนอร์วาไม่ได้ปฏิเสธ เขาเอื้อมมือไปหยิบน้ำสะอาดที่อยู่ในขันสีเงินขึ้นมาดื่ม จากนั้นก็ปอกกล้วยด้วยสองมือ อาหารมื้อเช้าจึงถูกเติมเต็มลงสู่กระเพาะอาหาร แผ่ซ่านความอิ่มให้ร่างนี้ได้มีแรงหายใจต่อ เสริมธาตุสร้างพลังให้กายเนื้อได้รับการดูแลตามสมควร
หลังจากทำกิจธุระเสร็จสิ้น พวกเขาทั้งสองคนก็ออกเดินทางต่อ ในคราวนี้นาคินทร์ไม่ได้เดินเลียบแม่น้ำดังเช่นเคย เขามุ่งหน้าเดินลัดป่าเข้าไปยังส่วนลึกของพนา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยเหล่าพืชพันธุ์ที่กำลังแข่งกันรับแสงแดด ใบไม้แห้งตามพื้นส่งเสียงแตกหักทุกครั้งเมื่อถูกเหยียบย่ำ นาคินทร์นาคราชเอ่ยเล่าเรื่องราวในอดีตของเกาะแห่งนี้ ความเป็นมาตั้งแต่โบราณกาลที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเอ่ยถึงความเปลี่ยนแปลงอันเป็นอนิจจาที่ไม่เคยเที่ยง พวกเขาใช้เวลาเดินทางอยู่เป็นวัน ยามค่ำคืนก็พลันกลับมาเยือน ทั้งสองมองเห็นภูเขาที่สูงเสียดฟ้าอยู่ในที่ไกล มีหมอกขาวเจือจางเป็นปราการปกคลุมอยู่ นาคินทร์นาคราชหันไปมองผู้ที่อยู่ด้านหลังด้วยแววตาเคารพ
“อาจารย์… บนยอดเขาจึงจะเป็นอารามของเหล่านักบวช” เอ่ยชี้แนะนำเพียงเท่านี้ นาคินทร์ก็หันกลับไปนำทางเดินต่อไป มิเนอร์วาไม่พูดจาทำเพียงพยักหน้าแล้วเดินตามหลัง เหยียบย่ำขึ้นสู่ภูผาสูงดังจิตใจที่นิ่งสงบ ผ่านไปครึ่งค่อนวันพวกเขาก็เดินข้ามภูเขาไปอีกฟากหนึ่ง จังหวะนั้นเองแสงแรกของวันก็ทอประกาย…
ทันทีที่ภาพตรงหน้าปรากฏขึ้นในสายตา มิเนอร์วาก็มองเห็นแสงเจิดจ้าสะท้อนกลับเข้าตา แดดอบอุ่นที่สาดส่องลงมากำลังสะท้อนหลังคาของสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่จำนวนมาก หลังคาสีเหลืองทองของหอเรือนหลายหลังกำลังสะท้อนแสงจนจับตา บ้างก็เป็นเจดีย์สูงที่ตั้งมั่นมีหลายชั้น กำแพงอันเป็นเขตพุทธาวาสก็ทอดตัวเรียงยาวดูบริสุทธิ์ สะท้อนแสงทองมหิธาที่เป็นดั่งสุวรรณชาดต้องแสงแดดยาวตามไป…
จุดหมายของการเดินทางอยู่ตรงหน้าแล้ว มิเนอร์วากวาดตาสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก็เดินนำนาคินทร์ลงเขาไป กะพริบร่างเพียงไม่กี่ที ชายหนุ่มก็มาโผล่อยู่บนลานกว้างแห่งหนึ่ง ลานขนาดใหญ่แห่งนี้คาดว่าใช้สำหรับเป็นที่ประชุมไม่ผิดแน่ ชายหนุ่มนั่งลงตรงใจกลางของลานกว้าง เขาหลับตาทำสมาธิไม่สนใจนาคินทร์ที่เดินลงมาตามขั้นบันไดอย่างช้าๆ มิเนอร์วาเองก็เคยนึกสงสัย ว่าเหตุใดพญานาคราชถึงชอบเดินนัก แต่คิดเรื่องของผู้อื่นไปก็จะกลายเป็นฟุ้งซ่าน นั่นความชอบเขาไม่ใช่ความชอบเรา คิดได้ดังนี้จิตใจจึงเกิดความสงบ
“เหล่าอริยบุคคลหลงเหลือเอาไว้กระมังหนอ…” สถานที่แห่งนี้เป็นไปตามที่ชายหนุ่มเคยคิดเอาไว้ อารามเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นมาในยุคหลัง แม้จะไม่ได้มาจากพุทธองค์โดยตรง แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงของเขตพุทธาวาสแห่งนี้ ที่นี่เป็นมรดกของอารยธรรมแห่งพุทธอย่างแน่นอน มิเนอร์วากำลังมองดูจิตของตัวเองที่คิดล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย เขามองเห็นเจดีย์สูงใหญ่ที่ตั้งซ้อนกันขึ้นไปถึงห้าชั้น ที่นั่นคือใจกลางของอารามแห่งนี้
เส้นทางแห่งอดีตกาลกำลังสัมผัสหยั่งสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ภาพมากมายได้ปรากฏขึ้นมาในจิตของมิเนอร์วาที่กำลังทรงฌาน วิตกวิจารณ์ไปตามเรื่องราว ไม่รู้ว่าผ่านไปนานมากแค่ไหน มิเนอร์วาที่นั่งนิ่งมาโดยตลอดก็ลืมตาขึ้นมามองดูโลกในความเป็นจริง เขามองหานาคินทร์ที่เดินตามมาทีหลัง ก็เห็นนั่งนิ่งอยู่ในที่ไกล จากนั้นก็เบนหน้ามองหาเจดีย์สูงตรงจุดใจกลางของอาราม
ในขณะที่มิเนอร์วาลุกขึ้นยืน นาคินทร์ก็รีบย่องเดินเข้าหา ชายหนุ่มพยักหน้าให้แล้วเดินนำไปทางเจดีย์อันเป็นเป้าหมาย ตึกสูงใหญ่สองข้างทางล้วนไม่สำคัญ เขาเดินก้าวไปอย่างไม่รีบร้อนอีกทั้งยังสอนวิธีเจริญสติด้วยการเคลื่อนไหว นั่ง นอน ยืน เดิน อิริยาบถทั้งสี่ล้วนแต่แบ่งเอาตามความเหมาะสม ก็ด้วยร่างนี้มันไม่ใช่ของเรา จะทำแบบไหนก็ให้แบ่งเอาแต่พอดี นอนอิ่มแล้วก็ให้ลุกขึ้นมานั่ง นานๆ ไปมันเมื่อยก็ให้ไปเดินเอา หากเดินแล้วยังเหนื่อยก็หยุดคิดยืนนิ่งไว้ ทุกการก้าวขาล้วนคงสติพินิจความรู้สึกตัวใช้ความรู้สึกเป็นตัวกำหนดกายให้ซ้ายย่างหนอ… ขวาย่างหนอ… เดินให้พอดี เดินไปก็ให้รู้ว่านี่เป็นวิธีเดินจงกรม…
ทั้งสองเดินเข้าไปหาเจดีย์ด้วยความเร็วที่ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป ผ่านทางมาอย่างสงบจนกระทั่งถึงเบื้องล่างของเจดีย์ สองเท้าก้าวเข้าไปด้วยจิตที่สำรวมไม่คิดว่อกแว่ก เคลื่อนไหวด้วยรู้สึกอันประณีตเกิดเป็นสติที่มั่นคง ภายในเจดีย์ชั้นแรกมีบันทึกตำรากระดาษมากมายวางเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือที่ทำขึ้นมาจากไม้ ลึกเข้าไปจึงจะมองเห็นบันไดสำหรับเดินขึ้นไปบนชั้นสอง มิเนอร์วาเดินผ่านหนังสือตำราทั้งหมด ก้าวขาขึ้นไปยังเจดีย์ที่ชั้นสอง
ที่นั่นเขามองเห็นพระพุทธรูปทองคำจำนวนมาก ตั้งเรียงรายวางเป็นแถว มีทั้งที่อยู่ในท่ายืน ท่านั่ง และท่านอน นอกจากนั้นยังมีพาน รวมไปถึงสิ่งของจิปาถะที่ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นมาจากทองคำ แม้แต่ทองคำแท่งก็มีวางให้เห็นราวกับเป็นสิ่งของธรรมดา มิเนอร์วามองหาบันไดขึ้นชั้นสาม เขาเดินผ่านกองทองคำที่ส่องประกายเหลืองอร่ามโดยไม่แลตามอง นาคินทร์นาคราชลอบชื่นชมว่าอาจารย์ของตนนั้นไม่ได้เป็นผู้หลงในทรัพย์สมบัติ ช่างน่านับถือเหมาะสมแล้วสำหรับการเอาเป็นแบบอย่าง
บนชั้นที่สามนั้นแปลกหน่อย มีหนังสือเก่าคร่ำครึวางอยู่บนชั้นไม้เพียงไม่กี่เล่ม ประเมินคร่าวๆ จากสายตาก็นับได้ประมาณยี่สิบถึงสามสิบเล่ม แต่ละเล่มล้วนถูกปิดผนึกด้วยพันด้วยโซ่ ประเมินจากสัมผัสแล้วมิเนอร์วาก็เดาได้ว่าหนังสือเหล่านี้ล้วนเป็นตำราเวทย์ มีหลายเล่มที่แข่งกันเปล่งแสงดึงดูดสายตา แต่น่าเสียดายที่ชายหนุ่มไม่ได้ให้ความสนใจเลย เขาเดินนำนาคินทร์ขึ้นเจดีย์ไปยังชั้นที่สี่ บนชั้นนี้กลับแปลกไป ทั่วทุกที่มีดอกบัวโลหะวางอยู่เต็มไปหมด แม้จะแปลกใจอยู่บ้างกับภาพที่ได้เห็น แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้หยุดรอหรือให้ความสนใจอยู่บนชั้นที่สี่มากนัก เขามองหาบันไดสำหรับขึ้นไปยังชั้นที่ห้าอันเป็นยอดสุดของเจดีย์ จากนั้นก็มุ่งหน้าเหยียบบันไดก้าวขาเดินหาจุดหมายที่ตั้งไว้
มีเพียงชั้นที่ห้านี้เท่านั้นที่มิเนอร์วาไม่อาจมองเห็นสิ่งใดผ่านดวงจิต ในวินาทีที่สองขาได้ยืนหยัดอย่างมั่นคง สองตาก็มองเห็นภาพวาดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านติดอยู่กับกำแพงของเจดีย์ ชายหนุ่มมองภาพวาดฝาผนังที่ดูจะธรรมดาไร้ซึ่งกลิ่นอายใด เขาก้าวขาเดินดูไปทีละภาพก็มั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญเป็นที่สุด แม้จะดูสามัญไร้ซึ่งอิทธิฤทธิ์ให้ยำเกรง แต่ภาพวาดเหล่านี้ล้วนมีความพิเศษจำเพาะเป็นของตน ภาพวาดเหล่านี้มีความหมายที่แตกต่างแฝงเอาไว้
หากเป็นผู้ที่ศึกษามาอย่างตื้นเขินก็คงไม่พ้นมองเห็นว่าเป็นศิลปะอันธรรมดาทั่วไป แต่ไม่ใช่กับมิเนอร์วาที่รับสืบทอดมรดกมาจากพระปัจเจกพุทธเจ้า เขาเดินวนศึกษาอย่างละเอียด เดินผ่านภาพหนึ่งก็จดจำทุกสัดส่วนของภาพนั้น มองอีกภาพหนึ่งก็เปรียบเทียบกับภาพก่อนหน้าของภาพนั้น ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเดินวนไปกี่รอบ เมื่อเขาจดจำทุกภาพได้ก็เดินไปนั่งลงอยู่บนพื้น นั่งสมาธิตรงใจกลางของตัวเจดีย์ นาคินทร์เห็นเช่นนี้ก็สืบเท้าถอยหลังแล้วเดินไปนั่งอีกที่หนึ่ง พญานาคราชมองไปยังบุรุษตรงใจกลางของเจดีย์ด้วยสายตาเคารพ เพียงไม่นานร่างของชายหนุ่มก็ทอแสงเรืองรองออกมา
“มันดาลาเหล่านี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง…” มิเนอร์วาเพ่งจิตทำสมาธิเข้าสู่ฌาน เขาเพ่งดูมันดาลาเหล่านี้อีกครั้งผ่านห้วงความทรงจำ รายละเอียดของแต่ละภาพช่างเด่นชัดราวกับกำลังลืมตามอง บ้างก็เป็นกงล้อที่กำลังหมุนตัว บ้างก็เป็นดอกบัวที่เคลื่อนไหว มันดาลาทุกภาพกำลังหมุนอย่างว่องไว ราวกับเข็มของนาฬิกาได้หมุนทวนย้อนกลับไปยังอดีต วินาทีนั้นเองชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกว่าดวงจิตกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ชั่วลัดนิ้วมือเดียวจิตของมิเนอร์วาก็อาจไม่รับรู้ได้ถึงสิ่งใดอีกต่อไป จมหายไปกับความว่างเปล่าทั้งอย่างนั้น…
นาคินทร์นั่งมองอาจารย์ของตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ประกายบริสุทธิ์อ่อนโยนเช่นนี้ตัวมันก็พึ่งจะเคยได้พบเห็น จากความเคารพจึงเริ่มกลายเป็นความคลั่งไคล้เปี่ยมศรัทธา นาคราชพนมมือยกท่วมหัว มโนจิตก็เอ่ยสาธุรัวๆ อยู่ภายในใจ ด้วยเผลอตัวปล่อยให้โมหะเขลาเข้าครอบงำจริต เมื่อนึกขึ้นได้นาคินทร์นาคราชก็รีบสงบสำรวมกาย ยังคงต้องฝึกฝนอีกมากนัก…
ผ่านไปนานเพียงใดไม่มีผู้ใดทราบ ท่ามกลางความมืดไร้จุดสิ้นสุด จิตรับรู้ของมิเนอร์วาก็หวนกลับคืนมาอีกครั้ง ที่นี่ไม่มีข้างบนไม่มีข้างล่าง ไร้ซึ่งซ้ายขวาให้รับรู้ แม้แต่ความดำมืดที่รับรู้อยู่ในตอนนี้ก็ดูจะไม่ใช่ความมืดที่ตนนั้นคุ้นเคย ปราศจากอากาศ มิติ หรือกาลเวลา ชายหนุ่มกำลังจะตื่นตระหนกเพราะคิดว่าตนนั้นกำลังโดนกับดัก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้กำลังทำอะไรอยู่ จิตก็กลับมานิ่งสงบอีกครั้ง ปล่อยให้จิตรับรู้ไปตามเรื่องตามราว ด้วยกายหยาบนั้นไม่ใช่ของตน จิตนี้ก็ยิ่งไม่ใช่ของเขา…
เพียงกะพริบตาความว่างเปล่านี้ก็เปลี่ยนไป ความดำมืดตรงหน้าหดตัวลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นจุดสีดำ รอบด้านในเวลานี้กำลังสว่างไสวด้วยแสงขาวที่นวลตา จู่ๆ จุดสีดำก็พุ่งเป็นทางยาวสร้างเป็นเส้นตรง จากนั้นก็ระเบิดตัวเองขึ้นอย่างฉับพลัน จนรอบด้านที่เคยเปล่งแสงขาวถูกบังคับทำให้หายไป กลับกลายเป็นความมืดเช่นดังเดิม ภาพที่รับรู้ได้นั้นเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานเขาก็รู้สึกได้ว่าท่ามกลางความมืดนั้นเกิดการระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็มองเห็นดวงแสงจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นมา พวกมันจับตัวกันเป็นกลุ่มแล้วถือกำเนิดขึ้นมาเป็นดวงดาวนับไม่ถ้วน ที่แบ่งแยกตัวออกจากกันเป็นจำนวนมากหลากหลายกลุ่มก็กลายมาเป็นเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน…
แรงดึงดูดปริศนาจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา ทำให้จิตรับรู้ของมิเนอร์วาถูกดึงไปยังสถานที่ไกลออกไป พุ่งผ่านแสงของดาวฤกษ์นับไม่ถ้วนไปเพียงพริบตาเดียว จิตของมิเนอร์วาก็กลับมามองเห็นอีกครั้ง ที่นี่ยังคงมืดมิดแต่เพียงไม่นานก็ส่องสว่าง แต่ราวกับว่าเขาเป็นผู้ตาบอด จึงเห็นได้เพียงแค่แสง มีความรับรู้ได้ถึงสัมผัสทางกายที่เปลี่ยนไปเท่านั้นที่ทำให้รู้ตัว มิเนอร์วารู้สึกได้ถึงสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป ไร้ซึ่งแขนขาทำได้เพียงแค่ดิ้นเพื่อขยับตัว จากนั้นจิตรับรู้ก็ดับลง…
รู้สึกตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป ในคราวนี้เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนราวกับใช้ตาเนื้อดู เป็นการรับรู้เชิงลึกของภาพสามมิติที่สามารถหาจุดที่เปลี่ยนไปได้ในทันที ส่วนที่เคยเป็นแขนก็กลายเป็นขาซึ่งเต็มไปด้วยหนามแหลม ก้มลงมองข้างล่างก็เห็นว่าตนนั้นกำลังยืนด้วยสี่ขา ชายหนุ่มมองดูจิต ปล่อยให้ร่างนี้ใช้ชีวิต ทันทีที่เห็นลักษณะร่างกายเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ชายหนุ่มก็มั่นใจถึงกายสังขารที่กำลังรับรู้อยู่
เนื่องจากเป็นแมลงจึงทำให้ความร้อนภายในร่างนั้นมีน้อย ร่างกายก็มีขนาดเล็กจนแทบไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนยามเคลื่อนไหว ลำตัวก็มีความยาวขนาดประมาณสิบสามเซนติเมตร เปลือกแข็งบริเวณแผงอกที่แผ่ออกด้านข้างช่างดูน่ายำเกรง สีสันที่หลากหลายก็มักจะดึงดูดเหล่านักล่าให้เข้ามาหา เมื่อรู้สึกถูกคุกคาม กายสังขารร่างนี้ก็มีพฤติกรรมชอบชูขาคู่หน้าขึ้นสูง จนติดเป็นนิสัย
ดีดขาคู่หน้าออกไปในคราใด ความแหลมคมเหมือนใบมีดของขาคู่หน้าก็จะจับเหยื่อแน่น ขาหน้าคู่นี้ได้ถูกใช้จับนักล่ามากมายให้กลายเป็นเหยื่อ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ถูกขาคู่หน้าจับไว้ ก็มีน้อยนักที่จะสามารถหนีรอดหรือขยับกายจากไปได้ เหยื่อที่ถูกจับได้เหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็ถูกเคี้ยวกัดอย่างรุนแรง ปากที่เหมือนกับคีมจะกัดกินเหยื่อให้ตายทั้งเป็นทันที…
ตั๊กแตนตำข้าวดอกไม้ปีศาจ...