หลังจากให้คำมั่นสัญญากับตัวเองอย่างหนักแน่น เย่หวงก็ใช้เวลาครู่ใหญ่ในการจัดการตัวเอง
เขาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออก สวมใส่ชุดฝึกยุทธ์สีเทาเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนหลายแห่ง ซึ่งเป็ชุดประจำตัวของศิษย์สายนอก (แม้เขาจะเป็นายน้อย แต่สถานะจริงก็ไม่ต่างจากศิษย์สายนอกเท่าใดนัก)
เขาเดินไปที่หน้ากระจกทองแดงอีกครั้ง จ้องมองใบหน้าที่ซีดเซียวแต่แฝงแววตาคมกริบ
"เป้าหมายแรก: หอคัมภีร์.
ภารกิจ: ค้นหาวิชาพื้นฐานที่เหมาะสมกับบัฟ x2.
อุปสรรคที่คาดการณ์: สายตาดูถูกและพวก NPC ปากเสีย... เอาล่ะ เริ่มเกม!"
เย่หวงสูดหายใจลึก รวบรวมแรงที่มีอยู่น้อยนิด (STR 4) ผลักประตูห้องให้เปิดออกกว้าง แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้า โลกภายนอกห้องนอนแคบๆ ปรากฏแก่สายตาเป็ครั้งแรก
สำนักกระบี่เมฆา... ในความทรงจำของเย่หวง มันเคยยิ่งใหญ่กว่านี้มาก แต่ภาพที่เย่หวงเห็นในตอนนี้คือลานฝึกยุทธ์ที่ปูด้วยหินแกรนิตแตกๆ อาคารไม้หลายหลังสีซีดจางและเริ่มผุพัง มีศิษย์ในสำนักสวมชุดสีเทาและขาวจำนวนหนึ่งกำลังจับคู่ฝึกซ้อมกระบี่กันอยู่ เสียงโลหะกระทบกันดัง เคร้งคร้าง แว่วมา
ทันทีที่เท้าของเย่หวงก้าวลงสู่ลานดิน... บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไป
เสียงฝึกซ้อมค่อยๆ เบาลง สายตาหลายสิบคู่หันมาจับจ้องที่เขาเป็จุดเดียว มันไม่ใช่สายตาชื่นชมยินดีเหมือนตอนที่ "เย่หวง" เดินเข้าสนามแข่ง E-Sports... แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลน สมเพช และรังเกียจ
"เฮ้ย... ดูนั่นสิ ใครเดินออกมาน่ะ?"
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น แต่จงใจให้ได้ยิน
"นั่นมันนายน้อยสาม 'เย่หวง' ไม่ใช่รึ? ข้านึกว่ามันตายไปแล้วซะอีก เห็นนอนซมมาสามวัน"
"ชู่! อย่าพูดดังไป เดี๋ยวศิษย์พี่หญิงหลันซินมาได้ยินเข้า นางจะดุเอา... นางยิ่งโอ๋เ้าขยะนี่อยู่ด้วย"
"เหอะ! ข้าล่ะสงสารศิษย์พี่หญิงจริงๆ ที่ต้องมาคอยดูแลตัวภาระแบบนี้ สำนักเราตกต่ำลงก็เพราะต้องเอาเงินไปซื้อยารักษาชีวิตมันนั่นแหละ!"
คำพูดเ่าั้ทิ่มแทงเข้ามาในหูของเย่หวงทุกทิศทุกทาง หากเป็เย่หวงคนเดิม คงก้มหน้าด้วยความอับอายและรีบวิ่งหนีกลับเข้าห้องไปร้องไห้แล้ว
แต่สำหรับ "จักรพรรดิราตรี" ผู้เคยผ่านสมรภูมิคีย์บอร์ดและคำด่าทอจากเกรียนคีย์บอร์ดมานับหมื่นรูปแบบ... คำพูดพวกนี้มันก็แค่ "เสียงประกอบฉาก" ที่น่ารำคาญเท่านั้น
'เหอะ พวก NPC เลเวลต่ำ... ปากเก่งกันจริงนะ'
เย่หวงคิดในใจ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
'ถ้าเป็ในเกม ข้ากดสกิลเดียวพวกแกก็หายไปทั้งแมพแล้ว... ฝากไว้ก่อนเถอะ รอข้าฟาร์มของเสร็จเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะมาเคลียร์แมพทีหลัง'
เขาเลือกที่จะใช้สกิล "เมินเฉย" ขั้นสูงสุด เดินเชิดหน้าผ่านกลุ่มศิษย์เ่าั้ไปราวกับพวกเขาเป็เพียงอากาศธาตุ มุ่งหน้าตรงไปยังอาคารเก่าๆ สองชั้นที่อยู่ท้ายสำนัก ซึ่งมีป้ายไม้ผุๆ เขียนว่า 'หอคัมภีร์'
ทว่า... การทำตัวเมินเฉยของ "ขยะ" กลับสร้างความไม่พอใจให้กับใครบางคนยิ่งกว่าการโต้ตอบ
ขณะที่เย่หวงกำลังจะเดินผ่านทางแยกไปยังหอคัมภีร์ เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาขวางทางเขาไว้
ผู้ที่ขวางทางคือชายหนุ่มร่างกำยำในชุดศิษย์สายใน (สีขาวขลิบน้ำเงิน) ใบหน้าเหลี่ยมดูดุดัน แต่แววตาฉายแววเย่อหยิ่งจองหอง
"หยุดก่อน! ไอ้ตัวไร้ค่า!"
เสียงตวาดดังลั่นทำให้ศิษย์คนอื่นๆ หยุดกิจกรรมและหันมาดูเื่สนุก
เย่หวงหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน... ความทรงจำของเย่หวงระบุตัวตนทันที
"จางเหว่ย" ศิษย์พี่ในสำนัก บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ 'ผู้าุโใหญ่จาง' ผู้มีพร์ระดับกลางๆ แต่มีนิสัยชอบใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า และที่สำคัญ... มันเป็หนึ่งในผู้ที่ตามจีบศิษย์พี่หญิงหลันซินอย่างออกนอกหน้า และเกลียดขี้หน้าเย่หวงเข้าไส้
"ศิษย์พี่จาง มีธุระอะไรกับข้าหรือ?"
เย่หวงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามเก็บอาการหอบจากการเดินมาแค่ร้อยเมตร
"มีธุระอะไร!?" จางเหว่ยแค่นเสียง เดินเข้ามาประชิดตัวเย่หวงจนได้กลิ่นเหงื่อ "ข้าเห็นศิษย์พี่หญิงหลันซินเพิ่งเดินออกมาจากห้องของเ้า... นางหน้าตาหมองคล้ำ ดูก็รู้ว่าเหนื่อยใจเพราะเ้าอีกแล้วใช่ไหม!?"
มันใช้นิ้วจิ้มมาที่อกของเย่หวงอย่างแรงจนเขาเซถอยหลังไปสองก้าว
"วันๆ เอาแต่นอนผลาญสมบัติสำนัก เป็ตัวถ่วงความเจริญ! ถ้าข้าเป็เ้านะ ข้าคงอายจนเอาหัวมุดดินตายไปนานแล้ว ไม่กล้าเสนอหน้าออกมาให้ศิษย์พี่หญิงต้องลำบากใจหรอก!"
เย่หวงกัดฟันแน่น ไม่ใช่เพราะโกรธที่โดนด่า แต่เพราะแรงจิ้มเมื่อกี้ทำเอาเขาเจ็บหน้าอกจี๊ดขึ้นมาเลย
'ไอ้บ้านี่... แรงเยอะชะมัด'
ดวงตาของอดีตโปรเกมเมอร์หรี่ลงเล็กน้อย... สกิลติดตัว "สายตาจอมยุทธ" ทำงานโดยอัตโนมัติ
[วิเคราะห์เป้าหมาย: จางเหว่ย]
ระดับ: ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลาง (ประมาณเลเวล 15)
คาดการณ์ STR: ประมาณ 20-25 (แรงกว่าคนปกติ 2 เท่า)
คาดการณ์ AGI: ประมาณ 15 (เร็วกว่าเย่หวงตอนนี้ 3 เท่า)
ท่าทางปัจจุบัน: ยืนทิ้งน้ำหนักลงขาขวา ไหล่ซ้ายเกร็งเล็กน้อย... เตรียมจะใช้มือขวาผลัก หรือไม่ก็ตบ หากเย่หวงโต้ตอบ
'สู้ไม่ได้...'
เย่หวงสรุปในเสี้ยววินาที 'ถ้าบวกตอนนี้ คือโดนตบคว่ำในทีเดียว แล้วจะยิ่งขายหน้า... ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ Tactical Retreat (ถอยเชิงกลยุทธ์)'
เย่หวงสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง
"สิ่งที่ท่านพูดมา... ข้าน้อมรับ"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนยอมจำนน แต่แววตากลับไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ตอนนี้ข้าขอตัว ข้าจะไปหอคัมภีร์... เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็ 'ตัวถ่วง' อย่างที่ท่านว่าอีกต่อไป"
พูดจบ เขาก็เบี่ยงตัวจะเดินหนี
"เดี๋ยว! ข้ายังพูดไม่จบ...!"
จางเหว่ยที่รู้สึกเสียหน้าที่อีกฝ่ายไม่กลัวหัวหดเหมือนเคย ยื่นมือขวาออกไปหมายจะคว้าไหล่เย่หวงกระชากกลับมา
วูบ!
ในจังหวะที่มือของจางเหว่ยกำลังจะถึงตัว... เย่หวงที่ "อ่านเฟรม" การออกท่าล่วงหน้าไว้แล้ว ก็ขยับตัวเบี่ยงหลบไปทางซ้ายเล็กน้อย
มันเป็การเคลื่อนไหวที่ดูเชื่องช้าและทุลักทุเล (เพราะ AGI 6) แต่ทว่า... จังหวะมันสมบูรณ์แบบอย่างน่าเหลือเชื่อ!
มือของจางเหว่ยคว้าได้เพียงอากาศธาตุ ร่างกายที่ทิ้งน้ำหนักมาข้างหน้าเสียหลักเซถลาไปเล็กน้อย!
"อะไรกัน!?"
จางเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความใ มันหันขวับกลับมามองเย่หวงที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่ห่างออกไปสามก้าว
ศิษย์คนอื่นๆ ที่มุงดูก็ส่งเสียงฮือฮา... เ้าขยะเย่หวง... หลบมือศิษย์พี่รองได้?
เย่หวงไม่รอให้ใครตั้งตัวติด เขาใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังอึ้ง รีบสาวเท้า (เดินเร็วๆ) มุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์ทันที โดยไม่หันกลับมามอง
'เกือบไป... ถ้าช้ากว่านี้อีก 0.5 วินาที โดนจับหักกระดูกไหล่แน่'
เย่หวงปาดเหงื่อเย็น
'ร่างกายบ้าบอนี่... ขยับตามที่คิดแทบไม่ทัน ต้องรีบหาคัมภีร์แล้ว!'
ทิ้งให้จางเหว่ยยืนกำหมัดแน่นด้วยความอับอายและความงุนงงอยู่กลางลานฝึก... มันเป็ชัยชนะเล็กๆ ทางจิตวิทยาครั้งแรกของอดีตจักรพรรดิราตรีในโลกยุทธภพแห่งนี้!