บทที่15
ผลผลิต
มันโตขึ้นจริง ๆ…
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเซี่ยอันอวี่ในยามนี้ไม่ใช่เพียงแค่แปลงดินแห้งแล้งไร้ชีวิตอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็แปลงผักขนาดย่อมที่เขียวชอุ่มสะดุดตาแปลงผักเล็ก ๆ แห่งนี้มีพืชผักที่เติบโตสมบูรณ์พอให้เก็บเกี่ยวได้แล้วจริง ๆ ต้น ผักกาดเขียวปลี ที่แผ่ใบออกเรียงซ้อนกันสวยงามจนเห็นเส้นใบชัดเจนข้างกันนั้นมี กระเทียมต้น ที่ชูยอดเรียวสูงดูสดใส และริมแปลงยังมี ถั่วฝักยาว เลื้อยพันค้างเตี้ยๆ ที่เซี่ยอันอวี่เพิ่งปักไว้เมื่อวาน
ทุกต้น… ล้วนสมบูรณ์ มีชีวิตชีวาลมเช้าแ่เบาที่พัดผ่านพืชเ่าั้เหมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังยิ้มให้แก่ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งอย่างเธอ
เซี่ยอันอวี่อ้าปากค้างยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป
นางไม่คิดเลยว่า...คำพูดของเ้ามนุษย์จิ๋วจะเป็ความจริง เพียงแค่วันเดียวในดินที่แห้งแล้งจนแม้แต่หญ้ายังไม่กล้าโผล่หัวขึ้นมากลับสามารถทำให้ผักเหล่านี้เติบโตงอกงามราวกับผ่านการดูแลมายาวนานหลายสัปดาห์
นี่มัน... ขัดกับสามัญสำนึก ขัดกับกฎธรรมชาติ
หรือพูดอีกอย่างมันคือสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะ "สิ่งเหนือธรรมชาติ"
เซี่ยอันอวี่ยกมือขึ้นกุมขมับใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงอย่างแท้จริง
แต่เมื่อความรู้สึกใเริ่มจางหายเมื่อลมหายใจกลับมาเป็จังหวะอีกครั้ง หัวใจของนางก็เริ่มพองโตด้วยความยินดี...ความสับสนได้เปลี่ยนเป็ความหวัง
ใช่แล้ว...ถ้านางมาเกิดใหม่ได้ขนาดนี้เื่พืชผักโตในวันเดียวก็คงไม่ใช่เื่ประหลาดอะไรอีกแล้วล่ะ
เซี่ยอันอวี่เงยหน้าขึ้นมองฟ้าท้าวสะเอว แล้วหัวเราะออกมาดังลั่น
เสียงหัวเราะของนางก้องไปทั่วลานดินโล่งหลังเรือนท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้าที่เพิ่งไต่พ้นเส้นขอบฟ้า หัวเราะเหมือนคนเสียสติแต่เต็มไปด้วยชีวิต
“รอดแล้ว! ข้ารอดแล้ว!แค่มีอาหารพวกนี้ก็รอดแล้ว!”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความปิติจนแม้แต่ลมร้อนของทะเลทรายยังเหมือนจะเย็นลงชั่วขณะ
อย่างน้อย... ตอนนี้นางก็มีอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่งกล่าวได้เต็มปากว่านี่คือแหล่งอาหารสำคัญที่จะทำให้พวกนางสามารถมีชีวิตอยู่รอดในดินแดนแห้งแล้งเช่นฮั่วโจวได้
“นี่ๆเ้าเป็อย่างไรล่ะ” เซี่ยอันอวี่เอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ที่เม็ดประคำหยกบนกำไลข้อมือของตนเอง
เพียงพริบตาเดียวแสงสีเขียวเจิดจ้าเรืองวาบขึ้น ก่อนที่ร่างของมู่ซานมนุษย์จิ๋วในชุดจีนโบราณสีเขียว จะลอยออกจากกำไลและปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของนางเ้าตัวจิ๋วลอยอยู่กลางอากาศ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและดวงตาเป็ประกายอย่างภาคภูมิใจ
เซี่ยอันอวี่มองอีกฝ่ายด้วยแววตาเหมือนเห็นทางรอดของชีวิตขอแค่มีเ้าสิ่งนี้อยู่ด้วย มีมู่ซานอยู่เคียงข้าง อย่างไรเสีย นางก็ไม่มีวันอดตายพืชผักกินไม่ขาดมือ อาหารย่อมไม่ขาดแคลน
“พลังของข้า...”มู่ซานยืดอกเล็ก ๆ ของตนเองด้วยความมั่นใจ “ส่วนใหญ่คือการควบคุมพืชพรรณแน่นอนว่ารวมถึงการเร่งให้พวกมันเจริญเติบโตด้วยแล้วก็ยังมีความสามารถยิบย่อยอีกเล็กน้อย”
ดวงตาของเซี่ยอันอวี่เป็ประกายวาวทันทีนางรีบถามออกมาอย่างตื่นเต้น “ถ้าแบบนั้นหมายความว่าเ้า...สามารถเปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดในดินแดนแห่งนี้ให้กลายเป็พื้นที่เพาะปลูกได้ใช่หรือไม่!
แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ใช่สิ่งที่คาดหวัง
มู่ซานส่ายศีรษะทันทีสีหน้านิ่งขรึมขึ้นเล็กน้อย “นายหญิงท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ”
“ข้ามีพลังในการหล่อเลี้ยงพืชพรรณและเร่งให้พวกมันเติบโตได้... ใช่ แต่ข้ามิสามารถเปลี่ยนพื้นที่ทั้งแผ่นดินได้”
“พลังของข้าทำได้แค่เพียง...เมื่อมีเมล็ดอยู่แล้ว ข้าจึงสามารถใช้พลังของตนเองหล่อเลี้ยงมันทำให้มันเติบโตได้แม้ในดินที่ไม่มีสิ่งใดหล่อเลี้ยง” มู่ซานลอยมือขึ้นสูงก่อนจะลดลงช้าๆ ขณะอธิบายอย่างใจเย็น
“แต่ถ้าจะให้เปลี่ยนดินทรายทั้งฮั่นโจวให้กลายเป็แผ่นดินอุดมสมบูรณ์...เื่นั้น เป็ไปไม่ได้”
เซี่ยอันอวี่ฟังจบแล้วก็พยักหน้าเบาๆ แม้ในแววตาจะมีแววผิดหวังอยู่บ้าง แต่นางก็เข้าใจดีว่าแม้ความสามารถของมู่ซานจะมีขีดจำกัด... แต่แค่เพียง พืชผักไม่ต้องรอฤดูกาล
แค่นั้นก็เพียงพอจะเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็โอกาสได้แล้ว
เซี่ยอันอวี่ไม่ใช่คนโง่หากนางเป็เช่นนั้นคงไม่มีวันกลายเป็สถาปนิกนักออกแบบผู้มีชื่อเสียงในโลกเดิมได้เป็แน่ ด้วยเหตุนี้เพียงได้ฟังคำอธิบายจากมู่ซาน นางก็สามารถเข้าใจเงื่อนไขของพลังนั้นได้ในทันที
มู่ซาน...ไม่ได้สามารถเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ได้สิ่งที่มันทำได้ มีเพียงอย่างเดียวคือใช้พลังของตนเองหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์เ่าั้ให้เติบโตอย่างรวดเร็วพูดให้ชัดเจน... พลังของมันไม่ได้มอบชีวิตให้ผืนดินแต่มอบพลังชีวิตให้กับเมล็ดพืชโดยตรง
ถึงแม้นางจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ "แค่มีอาหารไว้กิน"ก็นับว่าเป็ชัยชนะเหนือความอดอยากไปหนึ่งขั้นแล้ว
เซี่ยอันอวี่หันไปมองมู่ซานพลางเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“เ้า...สามารถหล่อเลี้ยงพืชผักพวกนี้ได้วันละเท่าไหร่?”
มู่ซานยิ้มกว้างแล้วตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า “ในตอนนี้ ข้าทำได้แค่วันละเมล็ดเท่านั้นขอรับ”
เซี่ยอันอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่จับประเด็นได้ทันที “ในตอนนี้...แสดงว่าอนาคตเ้าจะสามารถทำได้มากกว่านี้หรือไม่?”
เ้ามนุษย์จิ๋วพยักหน้าตอบรับก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“พูดตามตรง ตอนนี้พลังของข้ายังต่ำมาก เพราะพึ่งตื่นขึ้นมาได้ไม่นานจำเป็ต้องพักฟื้นและรวบรวมพลังเสียก่อน”
คำตอบนั้นทำให้ดวงตาของเซี่ยอันอวี่เป็ประกายขึ้นมาทันทีนางโน้มตัวเล็กน้อยพร้อมถามกลับอย่างกระตือรือร้น “แล้วเ้าจะรวบรวมพลังได้อย่างไร?”
มู่ซานตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ “ก็แค่ใช้พลังหล่อเลี้ยงพืชผักพวกนี้นั่นแหละขอรับ”
เซี่ยอันอวี่กระพริบตาปริบ ๆ “แค่นั้น?”
มู่ซานหัวเราะในลำคอเล็กน้อยคล้ายจะรู้ว่านางประหลาดใจเพียงใด
“พูดให้เข้าใจง่าย...การหล่อเลี้ยงเมล็ดพวกนี้ก็เปรียบเหมือนการฝึกฝนพลังของข้าเองยิ่งทำมากเท่าไหร่ พลังของข้าก็จะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะเสริมด้วยความมั่นใจ
“ใน่แรก ๆ ข้าอาจจะหล่อเลี้ยงได้แค่ราว ๆ สามร้อยต้นต่อวันแต่นั่นคือจุดเริ่มต้น เมื่อเวลาผ่านไปและพลังของข้าเติบโตขึ้นจำนวนต้นไม้ที่ข้าสามารถหล่อเลี้ยงได้ในแต่ละวัน...ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”
เซี่ยอันอวี่ได้ฟังดังนั้นก็ยืนนิ่งใบหน้าแฝงด้วยความครุ่นคิด หากสามารถเพาะปลูกได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แบบนั้น...แปลว่านี่ไม่ใช่แค่โอกาสในการอยู่รอด แต่คือโอกาสในการสร้างฐานปักหลักระยะยาว
นางไม่ใช่คนธรรมดาในยุคสมัยนี้นางมาจากโลกที่เต็มไปด้วยความรู้เื่ระบบเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการจัดการทรัพยากร
หากมี "เครื่องมือวิเศษ"อยู่ในมือ... แล้วเหตุใดนางจะไม่เปลี่ยนดินแดนแห่งนี้ให้กลายเป็ 'แหล่งผลิตอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฮั่วโจว' ล่ะ?